เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!

บทที่ 22 - คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!

บทที่ 22 - คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!


บทที่ 22 - คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!

บรรยากาศภายในงานตึงเครียดขึ้นมาทันที

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า พวกคนเถื่อนทุ่งหญ้าจะโผล่มาถึงสถานที่แบบนี้ได้ แม้ช่วงนี้จะมีข่าวลือในเมืองหลวงว่าพวกคนเถื่อนทุ่งหญ้าทำตัวอหังการไร้เหตุผลในท้องพระโรง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าแม้จะไม่ได้อยู่ในท้องพระโรง พวกมันก็ยังกร่างได้ถึงเพียงนี้

คุณชายคนอื่นๆ ในงานต่างก็มีแววตาหวาดหวั่นพรั่นพรึง

เฉินอิงหน้าเครียด ทว่าองครักษ์ด้านหลังกลับกระซิบอย่างรวดเร็วว่า "หากลงมือเมื่อใด ย่อมกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศทันที มันเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างต้าเฟิ่งและทุ่งหญ้า หากทำลายแผนการเตรียมการของฝ่าบาท พวกเราไม่อาจแบกรับความผิดนี้ได้นะขอรับ"

เฉินอิงกัดฟันกรอด เขาเองก็นึกถึงคำเตือนของบิดาตอนที่เพิ่งเข้าเมืองหลวงมาว่า ให้ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่าไปก่อเรื่องวุ่นวาย

หรือว่าตนเองจะต้องยืนดูอยู่เฉยๆ จริงๆ?

สีหน้าของเฉินอิงเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวซีด หากทุ่งหญ้าใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเปิดศึก ต้าเฟิ่งย่อมต้องตกอยู่ในกองเพลิงแห่งสงคราม ถึงตอนนั้นเหล่าขุนนางฝ่ายตรวจสอบในท้องพระโรงต้องแห่กันถวายฎีกาฟ้องร้องเป็นแน่ ตัวเขาและบิดาจะต้องถูกจับไปย่างไฟทั้งเป็น

เมื่อเห็นเฉินอิงนิ่งเงียบ กงเย่ว์ฉางอิงก็แค่นเสียงหัวเราะ "แบบนี้สิถึงจะถูก ก็แค่อีตัวคนเดียว วางใจเถอะ ข้าจ่ายเงินให้แน่นอน"

แค่อีตัวคนเดียว?

คุณชายคนอื่นๆ ต่างโกรธแค้นแต่ไม่กล้าปริปาก กงเย่ว์ฉางอิงกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าพูดอะไร จึงเอ่ยขึ้นว่า "ข้าถามขุนนางต้าเฟิ่งที่ติดตามมาแล้ว ที่นี่คือสถานเริงรมย์ และแม่นางไฉ่อวิ๋นก็เป็นดาวเด่นของที่นี่ แล้วข้ามาที่นี่มันจะผิดตรงไหน? หากพวกเจ้าไม่พอใจ ก็มาตัดสินกันตามธรรมเนียมทุ่งหญ้าของเรา หากเอาชนะข้าได้ ข้าจะยกผู้หญิงคนนี้ให้พวกเจ้า"

บุตรชายกั๋วกงคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ "อยู่ที่นี่ ต้องทำตามกฎของแม่นางไฉ่อวิ๋น"

แม่นางไฉ่อวิ๋นเองก็เอ่ยปาก "ใต้เท้าท่านนี้ ผู้น้อยยังไม่เคยออกเรือนรับแขก ยังเป็นสตรีขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง ขออภัยที่ผู้น้อยไม่อาจอยู่ปรนนิบัติได้ ผู้น้อยจะไปแจ้งให้ท่านแม่เล้าทราบ เพื่อจัดหาสตรีคนอื่นมาปรนนิบัติท่านนะเจ้าคะ"

กงเย่ว์ฉางอิงแค่นเสียงหัวเราะ "เจ้าไม่อยากงั้นรึ? เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าใครมันจะกล้าขวางข้า"

เขาเดินสืบเท้าเข้าไปใกล้

หลินเฉินหรี่ตาลง "จ้าวหู่ มีความมั่นใจไหมว่าจะล้มพวกมันพร้อมกันได้?"

"นายน้อย สบายมากขอรับ"

จ้าวหู่ตอบเสียงเบา

หลินเฉินหันไปมองเฉินอิง ตอนนี้เฉินอิงไม่พูดอะไรสักคำแล้ว

บนใบหน้าของเขามีความลังเล กัดฟันแน่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สั่งให้องครักษ์ด้านหลังลงมือ

สิ่งที่เขาต้องกังวล มันมีมากเกินไป

คุณชายคนอื่นๆ ทั้งตกใจทั้งโกรธ ส่วนแม่นางไฉ่อวิ๋นก็มีแววตาหวาดกลัวและกังวลใจ

ทำยังไงดี?

ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้น "ไอ้คนเถื่อนทุ่งหญ้า คนอื่นไม่กล้าขวางแก แต่นายน้อยอย่างข้ากล้า"

ขวับ!

ทุกคนหันขวับไปมองหลินเฉินที่จู่ๆ ก็เปิดปากพูดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

กงเย่ว์ฉางอิงหันไปมองหลินเฉิน เลิกคิ้วขึ้น "แกรนหาที่ตายรึ?"

"ตามกฎแล้ว คืนนี้แม่นางไฉ่อวิ๋นเป็นคนของข้า ไม่ใช่ของแก แกกล้ามาล้วงคอหอยเสือแย่งของจากมือข้า คิดว่านายน้อยอย่างข้าไม่มีน้ำโหรึไง?"

หลินเฉินยืนอยู่ตรงนั้น กางพัดจีบในมือออก บนใบหน้ามีรอยยิ้มเย้ยหยัน

ในวินาทีนี้ แววตาของแม่นางไฉ่อวิ๋นเกิดระลอกคลื่นสั่นไหว ท่วงท่าของหลินเฉินช่างดูสง่างามเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก

กงเย่ว์ฉางอิงหันหน้าไปแค่นเสียงหัวเราะ "ได้ งั้นข้าก็จะขอดูหน่อยว่าแกมีน้ำยาอะไร?"

เขาพุ่งตัวเข้าใส่หลินเฉิน

วินาทีต่อมา จ้าวหู่ที่อยู่ด้านหลังหลินเฉินก็ชักดาบออกจากฝัก พุ่งตัวทะยานออกจากด้านหลังหลินเฉินด้วยความรวดเร็วและดุดันปานพยัคฆ์ร้าย!

กงเย่ว์ฉางอิงหน้าถอดสี ความเร็วของจ้าวหู่รวดเร็วยิ่งนัก ตวัดดาบฟันลงมาตรงๆ กงเย่ว์ฉางอิงพยายามจะหลบ ทว่ากลับถูกจ้าวหู่ถีบจนล้มคว่ำ

ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา องครักษ์ชาวทุ่งหญ้าที่ไปเฝ้าประตูอยู่ก็หน้าซีดเผือด ตะโกนเป็นภาษาทุ่งหญ้าเสียงต่ำ "ปล่อยใต้เท้านะ"

พวกเขาก็ชักดาบออกมาเช่นกัน

แววตาของเฉินอิงทอประกายเย็นเยียบ "ลงมือ!"

องครักษ์ด้านหลังเขาพุ่งเข้าไปสกัดองครักษ์ชาวทุ่งหญ้าสองคนนั้นไว้ทันที

บนคอของกงเย่ว์ฉางอิง มีดาบเล่มหนึ่งพาดอยู่ เขาถูกจ้าวหู่คุมตัวให้ลุกขึ้นยืนด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ

"มัดมันไว้"

หลินเฉินสั่งเสียงเย็น

ไม่นานนัก กงเย่ว์ฉางอิงก็ถูกมัดจนแน่นหนา เขายังคงดิ้นรน กัดฟันกรอดจ้องมองหลินเฉิน

"ไอ้หมาต้าเฟิ่ง แกกล้ามัดข้างั้นรึ?"

ทุกคนต่างมองมาที่หลินเฉิน ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ลูกล้างผลาญแห่งเมืองหลวงผู้นี้ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ จะกล้าลงมือจับคนมัดอย่างอุกอาจ!

แถมคนที่ถูกมัดยังเป็นถึงราชทูตทุ่งหญ้าอีกต่างหาก

หลินเฉินไม่ได้สนใจกงเย่ว์ฉางอิง แต่กลับหันไปมองเฉินอิงแทน

"เฉินอิง เบิกตาดูเอาไว้ให้ดี คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!"

เฉินอิงอึ้งไป วินาทีต่อมา หลินเฉินก็คว้าป้านชาบนโต๊ะ ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่กงเย่ว์ฉางอิงอย่างแรง!

ปัง!

กงเย่ว์ฉางอิงมึนงงไปหมด เขาทำหน้าถมึงทึงดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ทว่ากลับถูกจ้าวหู่กดตัวเอาไว้แน่นหนา

"ทำไม ไม่ยอมรึไง?"

หลินเฉินหุบพัดจีบลง แล้วฟาดเพียะเข้าไปอีกที!

บนใบหน้าของกงเย่ว์ฉางอิง ปรากฏรอยเลือดสายหนึ่ง

"ไอ้หมาต้าเฟิ่ง?"

"กล้ามาแย่งผู้หญิงของนายน้อยต่อหน้านายน้อยเชียวรึ?"

เมื่อเห็นหลินเฉินลงมืออย่างไม่เกรงใจ ซัดซ้ายขวากระหน่ำตีกงเย่ว์ฉางอิงจนหน้าบวมปูดเป็นหัวหมู ลึกๆ ในใจของเฉินอิงก็แอบสะใจอยู่ไม่น้อย

สายตาที่เขามองหลินเฉิน แฝงไปด้วยความยอมรับนับถือลึกๆ

ลูกล้างผลาญคนนี้ ก็เป็นคนจริงเหมือนกันแฮะ

เมื่อเห็นกงเย่ว์ฉางอิงถูกตีจนเลือดอาบเต็มหัว แม่นางไฉ่อวิ๋นก็รีบเอ่ยห้าม "คุณชายหลิน โปรดยั้งมือด้วยเถิดเจ้าค่ะ หากมีคนตายในหงซิ่วเจา ผู้น้อยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี"

ในตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกผลักเปิดออก องครักษ์กลุ่มใหญ่ของหงซิ่วเจารีบวิ่งเข้ามา นอกจากนี้ยังมีมือปราบอีกหลายคนตามมาด้วย

พวกเขาเดินเข้ามา เห็นสภาพการณ์ในห้อง ก็พากันตะลึงงันไป

กงเย่ว์ฉางอิงตวาดลั่นด้วยความโกรธ "ไปแจ้งพี่ชายข้า บอกฮ่องเต้ต้าเฟิ่งด้วยว่า หากเรื่องนี้ไม่ให้คำอธิบายที่ชัดเจนแก่ข้า ทุ่งหญ้าจะเปิดศึกกับต้าเฟิ่ง!"

หลินเฉินไม่ลังเลที่จะฟาดพัดจีบใส่หน้ามันอีกที "เปิดศึกมารดาแกสิ! นายน้อยจะเบิกกะโหลกแกก่อนเลย!"

บรรดาคุณชายรอบข้างต่างตกตะลึงจนตาค้าง ลูกล้างผลาญแห่งเมืองหลวงคนนี้ มันห้าวเป้งของจริงโว้ย!

มือปราบคนหนึ่งขมวดคิ้วเดินเข้ามา "หยุดเดี๋ยวนี้"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

มีคนเล่าสถานการณ์ให้ฟัง หัวหน้ามือปราบก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้หากจัดการไม่ดี อาจนำไปสู่สงครามได้จริงๆ

"คุมตัวพวกเขาไปขังไว้ที่คุกอิงเทียนฝู่ก่อน แล้วส่งคนไปแจ้งท่านผู้ว่าการ ให้รีบนำเรื่องนี้ขึ้นกราบทูลในวัง"

มือปราบคุมตัวกงเย่ว์ฉางอิงและองครักษ์ของเขากดดันให้เดินออกไป หัวหน้ามือปราบเดินเข้ามาหาหลินเฉิน

เขาประสานมือคารวะ "คุณชายท่านนี้ ท่านก็ต้องไปด้วยขอรับ"

"ข้าต้องไปด้วยงั้นรึ?"

หลินเฉินชี้หน้าตัวเอง

"ขอรับ เรื่องนี้สำคัญยิ่งนัก ดังนั้น ขอเชิญท่านเดินทางไปด้วยเถิดขอรับ"

"ก็ได้ แล้วเขาล่ะ ต้องไปไหม?"

หลินเฉินชี้ไปที่เฉินอิง

มือปราบผู้นั้นมีสีหน้าลำบากใจ "ท่านผู้นี้คือบุตรชายเจิ้นกั๋วกง ไม่ต้องไปก็ได้กระมังขอรับ อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้ลงมือด้วย"

ทว่าเฉินอิงกลับโพล่งขึ้นมา "ข้าจะไปกับเจ้าด้วย แค่คุกเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก"

หลินเฉินชะงักไป ไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเปล่าเนี่ย?

มือปราบพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้นก็ขอเชิญคุณชายเฉินร่วมเดินทางไปด้วยขอรับ"

ไม่นานนัก พวกหลินเฉินก็ถูกส่งตัวไปย้งคุกอิงเทียนฝู่ ทิ้งให้คุณชายคนอื่นๆ ในงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"เรื่องนี้ เกรงว่าจะต้องดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองหลวงเป็นแน่"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 22 - คนที่เจ้าไม่กล้าขวาง ข้าขวาง คนที่เจ้าไม่กล้าตบ ข้าตบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว