เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17: ตระกูลซุนมอบของล้ำค่า และสมาคมการค้ารงจิ้น

ตอนที่ 17: ตระกูลซุนมอบของล้ำค่า และสมาคมการค้ารงจิ้น

ตอนที่ 17: ตระกูลซุนมอบของล้ำค่า และสมาคมการค้ารงจิ้น


ตอนที่ 17: ตระกูลซุนมอบของล้ำค่า และสมาคมการค้ารงจิ้น

เช้าตรู่วันต่อมา กู้ชิงเซวียนเดินทางมาถึงหน้าโถงใหญ่ของตระกูล และพบว่ามีคนในตระกูลมารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว

ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดและกำลังถกเถียงกันด้วยเรื่องบางอย่าง

"ถ้าจะให้ข้าพูดนะ เรื่องนี้เราจะยอมปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"

"อันที่จริงแบบนี้ก็ดีแล้วนะ เราคงไม่สามารถบุกไปล้างบางตระกูลซุนจริงๆ หรอกใช่ไหม? หากสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการเจ็บตัวทั้งสองฝ่าย ตระกูลกู้ของเราจะทำอย่างไร?"

"ข้าเห็นด้วย ในเมื่อตระกูลซุนมีใจอยากจะขอขมาและยอมมอบของล้ำค่าให้ เรื่องมันก็ควรจะจบลงเพียงเท่านี้"

กู้ชิงเซวียนพอจะจับใจความสำคัญได้ ดูเหมือนว่าเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานอีกคนจากตระกูลซุนแห่งเขาจูซาน เดินทางมาเพื่อกล่าวคำขอขมาถึงเขาซิงเยว่

และขณะนี้ ชายผู้นั้นกำลังเจรจาอยู่กับกู้ฉู่หลินบนยอดเขา!

"สหายธรรม คงไม่ได้ตั้งใจมาที่ตระกูลกู้ของข้าเพียงเพื่อดื่มชาหรอกกระมัง?" กู้ฉู่หลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานตระกูลซุนพยักหน้ารับครั้งแล้วครั้งเล่า ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นเท่านั้น ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับกู้ฉู่หลิน เขาจึงแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่สำนักอวี้เหอมาเจรจา ตัวเขาเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการร่วมมือในครั้งนั้นเลยแม้แต่น้อย!

ทว่าเขาไม่ได้เป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลซุน พี่ใหญ่ของเขาถูกความโลภบังตาจนหน้ามืดตามัวและดึงดันจะเข้าร่วมให้ได้ บัดนี้เมื่อพี่ใหญ่ตกตายไปแล้ว ภาระหน้าที่ในการเก็บกวาดความยุ่งเหยิงจึงตกมาอยู่ที่เขาแทน

แต่มันก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือในตอนนี้เขาได้กลายเป็นผู้ดูแลตระกูลซุนอย่างเต็มตัว

"ผู้อาวุโส ตระกูลซุนของข้ายินยอมมอบของล้ำค่าให้แก่ท่าน ด้วยหวังว่าเราจะสามารถยุติความขัดแย้งในครั้งนี้ลงได้ขอรับ!"

กู้ฉู่หลินเหลือบสายตามอง "ของล้ำค่าสิ่งใด?"

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานตระกูลซุนหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากถุงมิติ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ดวงตาของกู้ฉู่หลินเบิกกว้างเป็นประกายในทันที

หน่อไม้ที่มีสีม่วงเข้มตลอดทั้งหน่อปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา "ผู้อาวุโส นี่คือหน่อของไผ่ม่วงระดับสอง และมันยังคงมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่ขอรับ"

"ขอเพียงมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีพฤกษาล้ำค่าระดับหนึ่งขั้นสูงคอยช่วยกระตุ้นพลังชีวิต มันก็จะสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้อีกครั้ง"

กู้ฉู่หลินไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลซุนจะยอมนำไผ่ม่วงอันเป็นสมบัติปกป้องตระกูลของตนออกมา ไผ่ม่วงชนิดนี้ถือเป็นของล้ำค่าชั้นยอดสำหรับการนำไปหลอมของวิเศษ

ช่างประจวบเหมาะยิ่งนัก หลังจากกู้เจี้ยนฉีทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ เขาก็จะสามารถทดลองหลอมของวิเศษระดับสองได้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้กิจการของตระกูลกู้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ไผ่ม่วงระดับสองยังสามารถให้กำเนิดไผ่ม่วงระดับหนึ่งได้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้หลอมของวิเศษระดับหนึ่งได้เช่นกัน รายได้ในแต่ละปีที่มันจะสร้างให้ตระกูลย่อมไม่ใช่น้อยๆ แน่นอน!

"ยังไม่พอ การร่วมมือกันของพวกเจ้าทั้งสองขั้วอำนาจทำให้คนในตระกูลของข้าต้องตกตายไปหนึ่งคน"

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานตระกูลซุนสวนกลับตามสัญชาตญาณ "แต่พี่ใหญ่ของข้าเองก็—!"

"นั่นเป็นเพราะรนหาที่ตายเอง ที่บังอาจมาวางแผนดักซุ่มโจมตีข้า" กู้ฉู่หลินปลดปล่อยแรงกดดันของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานระดับเก้าออกมา

สิ่งนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานตระกูลซุนเหงื่อกาฬไหลพรากขวัญหนีดีฝ่อในทันที เกรงว่ากู้ฉู่หลินอาจจะสะบัดกระบี่สังหารเขาให้ตายตกไปในพริบตา

"ต้องจ่ายหินวิญญาณระดับล่างเพิ่มอีกหนึ่งหมื่นก้อน ไผ่ม่วงระดับหนึ่งขั้นกลางอีกสามต้น พร้อมทั้งเคล็ดวิธีการดูแลของผุ้บำเพ็ญเพียรวิถีพฤกษาล้ำค่า"

ข้อเรียกร้องนี้ถือเป็นการขูดรีดตระกูลซุนอย่างหนักหนาสาหัส ทว่าเขาเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งโดยเฉพาะ

หากเทียบกับการถูกล้างบางตระกูลแล้ว การยอมสละผลประโยชน์เพียงเท่านี้ย่อมไม่นับเป็นอย่างไรได้

สำนักอวี้เหอนั้นแตกต่างออกไป เพราะพวกมันเป็นสำนัก จึงมีการเปิดรับศิษย์เข้ามามากมาย

ต่อให้เหลือผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานเพียงคนเดียว พวกมันก็ยังพอจะต่อกรกับตระกูลกู้ได้ ทว่าตระกูลซุนของเขาทำเช่นนั้นไม่ได้

พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในสายเลือดเดียวกัน ความสูญเสียของใครคนใดคนหนึ่งย่อมส่งผลกระทบอันหนักหน่วงต่อตระกูล

"ตกลงขอรับ! ผู้อาวุโส ท่านจะสามารถให้คำมั่นสัญญาได้หรือไม่ว่านับจากนี้เป็นต้นไป เรื่องราวในครั้งนี้จะถูกฝังกลบไป และท่านจะไม่มาเอาความหรือเปิดศึกกับตระกูลซุนของข้าอีก?"

"ย่อมได้อยู่แล้ว"

ชายผู้นั้นกัดฟันกรอด ยื่นส่งหินวิญญาณระดับล่างหนึ่งหมื่นก้อน ไผ่ม่วงระดับหนึ่งขั้นกลางสามต้น และตำราคู่มือการดูแลของผุ้บำเพ็ญเพียรวิถีพฤกษาล้ำค่าให้กับกู้ฉู่หลิน

จากนั้นเขาก็เตรียมตัวเดินทางกลับ

"จะไม่รั้งอยู่ดื่มชากันสักหน่อยหรือ สหายธรรม?"

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานตระกูลซุนฝืนยิ้มแห้ง "ไม่ล่ะขอรับ ภายในตระกูลยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องไปจัดการ ข้าขอตัวลาก่อน ผู้อาวุโสกู้"

กู้ฉู่หลินพยักหน้ารับ จากนั้นชายผู้นั้นก็ขี่กระบี่บินเดินทางออกจากเขาซิงเยว่ไป

"ตระกูลซุนนี้ช่างใจป้ำเสียจริง"

"เลิกแอบฟังได้แล้วเจ้าเด็กแสบ ออกมาเถอะ"

สิ้นเสียงของกู้ฉู่หลิน กู้ชิงเซวียนก็เดินก้าวออกมา "ท่านทวด ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ตรงนี้ขอรับ?"

"หึ หากข้าไม่มีปัญญาจับสัมผัสของเจ้าที่อยู่เพียงขอบเขตกลั่นปราณระดับสี่ได้ ข้าคงใช้ชีวิตอยู่มาจนถึงป่านนี้โดยเปล่าประโยชน์แล้วล่ะ"

กู้ชิงเซวียนรีบวิ่งไปดูไผ่ม่วง "นี่คือสมบัติปกป้องตระกูลของตระกูลซุน เหมือนกับชาจิตวิญญาณฝูกวงของตระกูลกู้เราใช่หรือไม่ขอรับ?"

"ยังห่างชั้นกันอีกไกล ทว่าในฐานะที่เป็นสมบัติปกป้องตระกูล มันก็นับว่ามีดีอยู่บ้าง"

แม้ของวิเศษที่หลอมจากไผ่ม่วงระดับสองจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับชาจิตวิญญาณฝูกวงได้เลย

"ถ้าเช่นนั้น เรายังต้องเดินทางไปที่สำนักอวี้เหออีกหรือไม่ขอรับ?"

กู้ฉู่หลินส่ายหน้า "ไปงั้นรึ? ย่อมต้องไปอยู่แล้ว! จงส่งประกาศออกไป เราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้!"

ทว่าในตอนนั้นเอง คลื่นพลังอันรุนแรงของผู้บำเพ็ญเพียรระดับขอบเขตจวนม่วงสายหนึ่งก็พลันซัดสาดมาจากภายนอกเขาซิงเยว่

กู้ฉู่หลินตื่นตัวเต็มกำลังในทันที เขาพุ่งตัวและเหินขึ้นสู่เวหาออกจากเขาซิงเยว่ในพริบตา! ในเวลาเดียวกัน ลำแสงอีกสามสายก็พุ่งทะยานตามขึ้นมา ซึ่งก็คือผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานอีกสามคนที่เหลือของตระกูลกู้นั่นเอง

ยามนี้พวกเขากำลังจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองแดงที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาระแวดระวัง

"ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีธุระอันใด จึงได้เดินทางมายังตระกูลกู้แห่งเขาซิงเยว่ของเราหรือขอรับ?" สีหน้าของกู้ฉู่หลินเคร่งเครียด มือของเขาแอบผูกอินเตรียมร่ายคาถาพร้อมที่จะเป่าศัตรูให้เป็นจุณได้ทุกเมื่อ

ชายในชุดคลุมสีทองแดงยิ้มบางๆ "ข้าคือจินหยวนเจินเหริน รองประธานสมาคมการค้ารงจิ้น ที่ข้าเดินทางมาในวันนี้ก็เพื่อสะสางข้อพิพาทระหว่างสำนักอวี้เหอและตระกูลกู้ของพวกเจ้า"

สีหน้าของกู้ฉู่หลินยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นไปอีก เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าสำนักอวี้เหอมีผู้หนุนหลังระดับขอบเขตจวนม่วงอยู่ด้วย

"พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป การมาเยือนของข้าในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเล่นงานตระกูลกู้ของพวกเจ้า แต่มาเพื่อร่วมมือทำการค้าด้วยต่างหาก"

กู้ฉู่หลินรู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง "ร่วมมือทำการค้า?"

จินหยวนเจินเหรินพยักหน้า จากนั้นเขาก็หยิบศีรษะคนผู้หนึ่งออกมาจากถุงมิติ ซึ่งศีรษะชิ้นนั้นไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานอีกคนที่เหลือของสำนักอวี้เหอนั่นเอง

"นี่มัน!" ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสี่คนของตระกูลกู้ต่างก็ตกตะลึง และยิ่งรู้สึกสับสนงุนงงกับเจตนาของผู้บำเพ็ญเพียรระดับขอบเขตจวนม่วงผู้นี้มากขึ้นเรื่อยๆ

คราแรกพวกเขานึกว่าชายผู้นี้คือผู้หนุนหลังของสำนักอวี้เหอ ทว่ายามนี้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานของสำนักอวี้เหอกลับกลายเป็นศพไปเสียแล้ว

"สมาคมการค้ารงจิ้นของข้ากำลังรับซื้อแร่ทองแดงแดงเป็นจำนวนมาก และเจ้าหมอนี่ก็บอกข้าว่าตระกูลกู้แห่งเขาซิงเยว่มีเหมืองแร่ทองแดงแดงขนาดเล็กอยู่เหมืองหนึ่ง"

จินหยวนเจินเหรินยิ้มบางๆ "ข้าคิดว่าเจตนาของมันคงอยากจะยืมมือสมาคมการค้าของเราให้มาจัดการกับตระกูลกู้ของพวกเจ้าเพื่อล้างแค้นแทนมัน ทว่ามันกลับไม่ได้แจ้งให้พวกเราทราบเลยว่าตระกูลกู้แห่งเขาซิงเยว่มีความสัมพันธ์อันดีกับยอดฝีมือขอบเขตแก่นทองคำของสำนักกระบี่สวรรค์"

"ข้าจึงลงมือสังหารมันเสีย และตอนนี้สำนักอวี้เหอก็ได้กลายเป็นทรัพย์สินของสมาคมการค้าเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

ภายใต้สายตาอันสับสนงุนงงของทุกคน จินหยวนเจินเหรินเอ่ยขึ้นช้าๆ "ดังนั้น ข้าจะใช้ที่ตั้งสำนักอวี้เหอทั้งหมด พร้อมทั้งชีพจรวิญญาณระดับสองขั้นกลางแห่งนั้น เพื่อแลกซื้อเหมืองแร่ทองแดงแดงของตระกูลกู้พวกเจ้า พวกเจ้าเห็นว่าอย่างไร?"

กู้ฉู่หลินไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดออกมาดีในเวลานี้ อารมณ์ของเขาแล่นขึ้นลงราวกับอยู่บนรถไฟเหาะ

ตอนแรกเขานึกว่าเป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรง ทว่ากลับกลายเป็นการเจรจาธุรกิจเสียอย่างนั้น

เหมืองแร่ทองแดงแดงขนาดเล็กแห่งนั้น หากขุดเจาะจนหมดสิ้น คาดการณ์อย่างคร่าวๆ ว่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้ตระกูลกู้ได้ถึงหนึ่งแสนหินวิญญาณระดับล่าง ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับโอสถสร้างรากฐานถึงสี่เม็ด!

ทว่าชีพจรวิญญาณระดับสองขั้นกลางก็นับว่ามีมูลค่ามหาศาลเช่นกัน! ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ตระกูลมีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานถึงสี่คน และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กู้เจี้ยนหัวก็จะมีโอกาสได้ทดลองทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานอีกด้วย

ชีพจรวิญญาณระดับสองขั้นสูงสุดของตระกูลเริ่มที่จะไม่เพียงพอต่อความต้องการเสียแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้ฉู่หลินจึงได้ตัดสินใจเลือก "ตกลงขอรับผู้อาวุโส ตระกูลกู้ของเรายินดีร่วมมือทำการค้าในครั้งนี้"

จินหยวนเจินเหรินหัวเราะชอบใจ "ยอดเยี่ยม เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งนัก จงรีบขุดเจาะแร่ทองแดงแดงให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องสนใจผลลัพธ์หรือต้นทุนใดๆ หากพวกเจ้าสามารถขุดมันจนหมดสิ้นได้ภายในเวลาหนึ่งปี สมาคมการค้ารงจิ้นของข้าจะยอมขายโอสถสร้างรากฐานให้พวกเจ้าหนึ่งเม็ดในราคาต้นทุน!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ กู้ฉู่หลินก็ไม่มีความลังเลใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "ตกลงขอรับ! ภายในเวลาหนึ่งปี ตระกูลกู้ของเราจะขุดเจาะแร่ทองแดงแดงให้เสร็จสิ้นอย่างแน่นอน ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะมารับของเมื่อใดหรือขอรับ?"

"ในวันนี้ของปีหน้า ข้าจะมาตรงเวลาอย่างแน่นอน"

จากนั้น เขาก็โยนป้ายหยกสีทองอร่ามชิ้นหนึ่งให้กับกู้ฉู่หลิน "นี่คือป้ายหยกประจำตัวของสมาคมการค้ารงจิ้น ในอนาคตหากพวกเจ้าเดินทางไปยังแคว้นโอสถ พวกเจ้าจะได้รับส่วนลดสิบส่วนในการซื้อของที่สมาคมการค้ารงจิ้นเมื่อแสดงป้ายหยกชิ้นนี้"

สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปในอากาศธาตุทันที

ทิ้งให้กลุ่มคนที่กำลังตกตะลึงยืนค้างอยู่กลางเวหา กู้ฉู่หลินรีบเอ่ยปากสั่งการทันที

"เร็วเข้า! ตามข้าไปกวาดล้างสำนักพวกมันให้สิ้นซาก!"

จบบทที่ ตอนที่ 17: ตระกูลซุนมอบของล้ำค่า และสมาคมการค้ารงจิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว