เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน

บทที่ 30 - สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน

บทที่ 30 - สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน


บทที่ 30 - สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน

เวลาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้าทีละนาที

ตอนนี้สีหน้าของจางต้าหมิงเคร่งเครียดถึงขีดสุด

ถ้าวันนี้จัดการเรื่องนี้ไม่เรียบร้อยล่ะก็ มีหวังโดนไล่ออกยกหน่วยแน่ๆ

เพราะเฟยหลงแหกคุกหนีออกมาจากหน่วยของพวกเขาเอง

เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ หากถูกสืบสวนหาคนรับผิดชอบ คงไม่มีใครในหน่วยนี้รอดพ้นความผิดไปได้

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของจางต้าหมิงก็แผดเสียงดังขึ้น

"ต้าหมิง พวกแกทำบ้าอะไรกันวะเนี่ย!"

"ฉันแค่ออกไปทำภารกิจแป๊บเดียว พวกแกก็สร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาจนได้!"

"ผู้กองต้วน ผมเองก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันครับ"

"ตอนที่ผมไปถึง เฟยหลงก็หนีออกมาได้แล้ว"

จางต้าหมิงอธิบายด้วยรอยยิ้มขื่นๆ

"พอแล้ว เลิกพูดพล่ามได้แล้ว"

"คุมสถานการณ์ตรงนั้นไว้ให้ดี อพยพประชาชนออกไปซะ"

"อีก 5 นาทีฉันจะไปถึง"

จางต้าหมิงวางสายไปด้วยความจนปัญญา

อีก 5 นาทีงั้นเหรอ

จางต้าหมิงยิ้มแห้ง

เขาก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ 5 โมง 15 นาทีแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ 3 นาทีก็จะหมดเส้นตาย

"รถที่ข้าขอยังมาไม่ถึงใช่ไหม"

"พวกแกเหลือเวลาอีกแค่ 3 นาทีเท่านั้น"

เฟยหลงมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง จากนั้นก็ก้มลงมองเด็กสาวที่ตกใจจนสติหลุดไปแล้ว

"แกเองก็มีเวลาเหลือให้หายใจอีกแค่ 3 นาทีเหมือนกัน"

"ก็มาดูกันว่าพวกสวะจากหน่วยบังคับใช้กฎหมายจะจัดการเรื่องนี้ได้สำเร็จไหม!"

เมื่อเด็กสาวได้ยิน เธอก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวและร้องขอชีวิต

"พี่ชายคะ"

"พี่... พี่ช่วยเมตตาปล่อยฉันไปเถอะนะคะ ได้ไหม"

"ฉันขอร้องล่ะค่ะ!"

"ฉันเป็นแค่คนเดินผ่านไปผ่านมา ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่คะ"

"แกจะมาโทษข้าก็ไม่ได้หรอกนะ"

"จะโทษก็ต้องไปโทษพวกสวะหน่วยบังคับใช้กฎหมายนั่นแหละ"

"คอยดูว่าพวกมันจะรู้จักประเมินสถานการณ์หรือเปล่า!"

น้ำเสียงของเฟยหลงทวีความโหดเหี้ยมมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน เจียงฝานที่กำลังยืนเซ็งอยู่ จู่ๆ เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัว

[ติ๊ง!]

[ขอแสดงความยินดี โฮสต์เปิดใช้งานภารกิจ - เกลียดชังความชั่วร้าย:]

[สะสมแต้มความดีความชอบให้ได้มากที่สุด เมื่อแต้มความดีความชอบถึง 10/50, 10/100, 10/200 จะได้รับรางวัลอย่างงาม!]

ในที่สุดภารกิจก็มาสักที!

ภารกิจนี้เข้าใจง่ายดี ก็แค่ทำความดีแบบฮีโร่ผู้พิทักษ์ความยุติธรรมยังไงล่ะ!

และนี่ไง โอกาสทองในการกอบโกยแต้มความดีความชอบกำลังอยู่ตรงหน้านี้แล้ว!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงฝานก็จ้องมองชายร่างยักษ์ที่ยืนห่างออกไปเพียงสามเมตรด้วยความตื่นเต้น

[มนุษย์]

[ระดับขั้น: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง]

[พรสวรรค์: ป้องกันทวีคูณ ระดับ B]

[พรสวรรค์: เสริมพละกำลัง ระดับ B]

[วิชาต่อสู้: ฝ่ามือแยกศิลา ระดับกลาง]

เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเลยเหรอเนี่ย!

ตามกฎเกณฑ์ เกณฑ์ค่าพลังสายเลือดขั้นต่ำของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงคือ 100 และมาตรฐานค่าพลังการต่อสู้คือ 1000

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงกลับมาจับคนธรรมดาเป็นตัวประกัน ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!

เจียงฝานมองเด็กสาวที่ถูกเฟยหลงจับเป็นตัวประกัน พลางคำนวณจังหวะที่จะลงมือและโอกาสสำเร็จอยู่ในใจเงียบๆ

แม้ค่าพลังสายเลือดของเขาจะอยู่ที่ 82.6 แต่เมื่อบวกกับพรสวรรค์และวิชาต่อสู้ต่างๆ ที่มีอยู่ เขาประเมินว่าค่าพลังการต่อสู้ของเขาน่าจะทะลุ 1200 ได้อย่างสบายๆ

ถ้าเป็นแบบนี้ ขอแค่กะจังหวะให้ดี การลงมือก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

ในตอนนี้

ความสนใจทั้งหมดของเฟยหลงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขาแทบจะไม่ชายตามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยด้วยซ้ำ

"ก็แค่เด็กหนุ่มที่ตกใจจนสติแตก สงสัยคงโดนข้าขู่จนขวัญหนีดีฝ่อไปแล้วล่ะสิ!"

ส่วนอีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่สองคนที่กำลังคุมพื้นที่อยู่ พยายามตะโกนเรียกเจียงฝานด้วยความร้อนรน

"ไอ้หนุ่ม รีบเดินออกมาตรงนี้เร็วเข้า!"

"อย่ามัวยืนเหม่อสิ!"

"นายไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง รีบออกมาเร็ว"

"ไอ้หมอนั่นมันอันตรายมากนะ!"

เมื่อเห็นเจียงฝานยืนนิ่งไม่ไหวติง เจ้าหน้าที่สวมแว่นตาก็ถอนหายใจด้วยความจนปัญญา

"เด็กนั่นคงช็อกจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้วล่ะมั้ง!"

เจ้าหน้าที่ผิวเข้มพูดขึ้น

"ไม่ได้การแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้เด็กนั่นอาจจะตายได้!"

"ฉันต้องเข้าไปช่วยเขา!"

เจ้าหน้าที่สวมแว่นรีบคว้าแขนห้ามไว้ทันที

"นายบ้าไปแล้วเหรอ"

"ไม่กลัวว่าเฟยหลงมันจะเกิดบ้าเลือดขึ้นมาหรือไง"

"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ"

"จะทนดูเด็กนั่นตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นเหรอ!"

อีกฝั่งหนึ่ง

"พี่น้องทั้งหลาย สังเกตเห็นอะไรไหมครับ"

"ข้างๆ โจรคนนั้นมีเด็กหนุ่มมัธยมปลายใส่ชุดสีฟ้ายืนอยู่คนนึง"

"สงสัยคงจะกลัวจนฉี่ราดกางเกงไปแล้วล่ะมั้งครับ!"

"มาครับ เดี๋ยวผมซูมให้ดูชัดๆ!"

"เชี่ย ชุดที่เด็กนั่นใส่เป็นชุดต่อสู้ของอาดี้ซะด้วย"

"แต่คงเป็นของปลอมแหงๆ ชุดต่อสู้ของแท้ชุดนึงตั้งหลายแสนบาท"

"ผมรับรองล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าของก๊อปแน่นอน"

"ดูสิครับ ตรงหน้าอกมีรอยขาดเบ้อเริ่มเลย"

"เด็กนี่คิดว่าตัวเองเป็นซอร์โรหรือไงกัน"

"อะไรนะ"

"หล่อมากงั้นเหรอ"

"น้องเสี่ยวเถียนเถียน พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ!"

"มาชมคนอื่นว่าหล่อในไลฟ์ของเฉิงตงเยี่ยนจู่งั้นเหรอ"

"ในเมืองอวิ๋นเปียนนี้ มีใครหน้าไหนกล้าท้าทายความหล่อระดับเทพของผมด้วยเหรอ"

"เชี่ย ไอ้เด็กนั่นมันบ้าไปแล้วเหรอ!"

ในหน้าจอไลฟ์สด เด็กหนุ่มชุดฟ้าพุ่งทะยานออกจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับสายฟ้าแลบ ตรงดิ่งเข้าหาชายร่างยักษ์

ย้อนกลับไปหนึ่งนาทีก่อน

หลังจากประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบแล้ว เจียงฝานก็พบว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสช่วยเด็กสาวคนนี้ได้

หนึ่ง เขาอยู่ใกล้ตัวคนร้ายมากที่สุด

สอง คนร้ายไม่ได้ระแวดระวังตัวเขาเลยแม้แต่น้อย

สาม ในบรรดาเจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ที่นี่ คงไม่มีใครมีค่าพลังการต่อสู้สูงกว่าเขาอีกแล้ว

สี่ เขามีพรสวรรค์ความคล่องตัวระดับ S บวกกับวิชาตัวเบาระดับกลางที่ช่วยเสริมความเร็ว เขาประเมินว่าหากยังไม่ถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด เรื่องความเร็วนั้น เขาไร้เทียมทานแน่นอน!

แต่สิ่งที่เจียงฝานไม่รู้ก็คือ

ในเวลานี้ บนดาดฟ้าของตึกที่พักอาศัยฝั่งตรงข้ามถนน พลซุ่มยิงของกองบังคับการได้เตรียมพร้อมอยู่ในตำแหน่งแล้ว

จุดศูนย์กลางของกล้องเล็งขยายภาพ ทาบลงบนกลางหน้าผากของเฟยหลงอย่างพอดิบพอดี รอเพียงคำสั่งลั่นไกเท่านั้น

แต่เมื่อพลซุ่มยิงทบทวนข้อมูลของเฟยหลงในหัว เขาก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา

พรสวรรค์ป้องกันทวีคูณสามารถเพิ่มพลังป้องกันได้ถึงสองเท่า

เมื่อรวมกับสภาพร่างกายอันแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแล้ว ต่อให้เป็นปืนซุ่มยิงก็ไม่อาจปลิดชีพได้ในนัดเดียว

และหากไม่สามารถสังหารได้ในนัดเดียว ตัวประกันที่ถูกจับอยู่ก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้!

ดังนั้น เขาจึงยังไม่กล้าเหนี่ยวไกอย่างผลีผลาม

เจียงฝานจำลองขั้นตอนการช่วยเหลือตัวประกันไว้ในหัวถึงสี่ห้าครั้ง

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับสายฟ้าแลบ

"ฉัวะ!"

ดาบตัดวายุ!

ฟันออกไปสามดาบในเสี้ยววินาที!

แม่นยำตรงตำแหน่งเดียวกันเป๊ะ!

แสงสีแดงสว่างวาบ ฝ่ามือขวาของเฟยหลงที่กำลังกำหัวของเด็กสาวอยู่ก็ขาดสะบั้นกระเด็นหลุดออกจากข้อมือ

"อ๊าก!"

เสียงร้องโหยหวนของเฟยหลงเพิ่งจะดังก้องขึ้น ประกายแสงสีฟ้าก็พุ่งวาบเข้าตา ก่อนที่หมัดอันหนักหน่วงจะกระแทกเข้าเต็มหน้าผาก

"เปรี้ยง!"

ร่างยักษ์ของเฟยหลงล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่น!

เจียงฝานใช้เวลาตั้งแต่เริ่มลงมือจนโค่นเฟยหลงลงได้ไม่ถึง 3 วินาทีด้วยซ้ำ

พุ่งตัวด้วยความเร็วสูงพร้อมกับชักดาบ ใช้ดาบตัดวายุฟันมือขาด

ต่อด้วยฮุคซ้ายด้วยหมัดสั่นสะเทือนกระแทกหน้า ทุกกระบวนท่าต่อเนื่องลื่นไหลราวกับสายน้ำ!

เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ

ก่อนจะตั้งสติได้ แล้วพุ่งตะครุบเหยื่อราวกับฝูงเสือหิว!

คนเจ็ดแปดคนรุมทึ้งเฟยหลงที่หมดสภาพการต่อสู้จนอยู่หมัด

ส่วนเด็กสาวที่เพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด

ตอนนี้เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง

เธอเก็บกดความรู้สึกมานาน ความอัดอั้นตันใจและความหวาดกลัวพรั่งพรูออกมาประดุจเขื่อนแตก!

มีผู้คนตาไวสังเกตเห็นการลงมือของเจียงฝาน

หลังจากเงียบกริบไปชั่วอึดใจ เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีก็ดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า!

"ยอดเยี่ยมมาก!"

"วีรบุรุษวัยเยาว์จริงๆ!"

"ผู้กล้าปราบมังกร! สุดยอดไปเลย!"

ผู้คนส่วนใหญ่ที่มุงดูเหตุการณ์มองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พวกเขาเห็นแค่ร่างมหึมาราวกับภูเขาขนาดย่อมของเฟยหลงล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่น

ก็พากันคิดไปเองว่าหน่วยบังคับใช้กฎหมายคงจะใช้อาวุธหนักจัดการปลิดชีพไปแล้ว

ส่วนพลซุ่มยิงที่อยู่บนดาดฟ้าก็ทำหน้าเหวอไม่แพ้กัน

"เมื่อกี้เฟยหลงที่อยู่ในกล้องเล็งจู่ๆ ก็ล้มลงไปได้ยังไงเนี่ย"

"หรือว่าฉันตื่นเต้นเกินไปจนเผลอลั่นไกปืนออกไปงั้นเหรอ"

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่ากระสุนในปืนยังไม่ได้ถูกยิงออกไป

เขาก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก!

เฉิงตงเยี่ยนจู่กำลังไลฟ์สดอย่างเมามันส์

"พี่น้องทั้งหลาย เห็นไหมครับ!"

"เมื่อกี้ไอ้หนุ่มเสื้อฟ้าอาดี้ซัดไอ้ยักษ์นั่นร่วงลงไปกองกับพื้นด้วยหมัดเดียวเลยครับ พระเจ้าช่วย กล้วยทอด สุดยอดไปเลยลูกพี่!"

"อ้าว แล้วไอ้หนุ่มเสื้อฟ้าอาดี้หายไปไหนแล้วล่ะ"

"เชี่ย เดินหนีไปแล้ว"

"นี่มัน สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน ชัดๆ เลยครับ!"

"อะไรนะ"

"สิบก้าวฆ่าหนึ่งคน พันลี้ไม่ทิ้งร่องรอย งั้นเหรอ"

"ก็เหมือนกันนั่นแหละ ความหมายเดียวกันเป๊ะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - สังหารคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงตำนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว