- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแม่สามีตัวร้าย พาลูกสะใภ้ท้องแฝดไปตะลุยค่ายทหาร
- บทที่ 9: มีเพียงหวังคุ่ยเฟินที่จับปลาได้
บทที่ 9: มีเพียงหวังคุ่ยเฟินที่จับปลาได้
บทที่ 9: มีเพียงหวังคุ่ยเฟินที่จับปลาได้
มือของหวังคุ่ยเฟินพุ่งลงไปในน้ำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ชาวบ้านบนฝั่งต่างพากันจ้องมองไปที่หวังคุ่ยเฟินซึ่งอยู่ในแม่น้ำตาเขม็ง
"ในแม่น้ำนี้มันจะมีปลาจริงๆ เหรอ?" ป้าคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความฉงน
"จะเป็นไปได้ยังไงกัน? ฉันว่าหวังคุ่ยเฟินก็แค่วางท่าไปงั้นแหละ ถ้ามันมีปลาจริงๆ พวกปลาจะมารอให้หล่อนจับหรือไง? พวกผู้ชายในกองพลคงจับไปให้ครอบครัวกินกันหมดตั้งนานแล้ว"
"ก็จริงนะ ปลาเป็นของบำรุงร่างกายชั้นดี ถ้ามันจับง่ายขนาดนั้นก็คงโดนจับไปหมดแล้วล่ะ"
หวังชิวหลานมองดูหวังคุ่ยเฟินที่อยู่ในแม่น้ำพลางเผยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
ซ่า!
หวังคุ่ยเฟินยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเหนือน้ำ พร้อมกับปลาคาร์ปหญ้าตัวอวบอ้วนน้ำหนักราวๆ สองจินที่กำลังดิ้นพล่าน "ถังไม้หน่อย"
ซู่หยีลุยน้ำกำลังจะเดินลงไปในแม่น้ำ
"ฉันจัดการเอง" ซุนเม่ยลี่รีบคว้าถังไม้แล้วยื่นส่งไปให้ทันที
หวังคุ่ยเฟินโยนปลาใส่ลงในถัง จากนั้นก็ก้มตัวลงไปอีกครั้ง สายตาจับจ้องนิ่งอยู่ที่ผิวน้ำ
ซ่า! ได้มาอีกตัวแล้ว
บรรดาลูกสะใภ้และป้าๆ บนฝั่งเริ่มอยู่ไม่สุข "มีปลาจริงๆ ด้วย! มีปลาจริงๆ ด้วย!"
จางเฉียนเองก็เริ่มลนลาน "แม่จ๋า"
หวังชิวหลานก้มลงถอดรองเท้าทันที "เดี๋ยวแม่จะลงไปจับบ้าง แกก็ลงมาด้วยกันสิ"
จางเฉียนเหลือบมองซู่หยีที่แต่งกายสะอาดสะอ้านยืนอยู่บนฝั่งแล้วเม้มปาก ในเมื่อซู่หยีไม่ได้ลงไป เธอก็ไม่ควรลงไปเหมือนกัน อีกอย่างรองเท้าของเธอก็เพิ่งซื้อมาใหม่ ถ้าเปียกน้ำขึ้นมาจะทำอย่างไร?
"แม่ลงไปเถอะจ้ะ วันนี้ฉันใส่รองเท้าคู่ใหม่มา ไม่อยากให้มันเปรอะเปื้อน"
หวังชิวหลานมองตามสายตาของลูกสาวไปที่ซู่หยีก็เข้าใจความหมายทันที "งั้นแกก็รออยู่บนฝั่งนี่แหละ" พูดจบเธอก็กระโจนลงแม่น้ำไป
เพียงพริบตาเดียว ชาวบ้านบนฝั่งต่างก็พากันทยอยลุยลงไปในแม่น้ำทีละคน ราวกับเกี๊ยวที่ถูกหย่อนลงไปในหม้อต้ม
หวังคุ่ยเฟินยืดตัวขึ้นแล้วเอื้อมมือลงไปจัดระเบียบในถังไม้ ในนั้นมีปลาอยู่ถึงเจ็ดตัวแล้ว แถมแต่ละตัวยังขนาดใหญ่ทั้งนั้น
"พอแล้วล่ะ กลับกันเถอะ"
ซุนเม่ยลี่จ้องมองปลาในถังตาเป็นมันพลางลอบกลืนน้ำลาย "ป้าสะใภ้คะ ฉันยังจับไม่ได้สักตัวเลย"
หวังคุ่ยเฟินหิ้วถังไม้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็จูงซุนเม่ยลี่เดินขึ้นฝั่ง "บ้านป้ามีแค่ป้ากับอี๋อี๋สองคน กินไม่หมดหรอก วันหลังอยากกินเมื่อไหร่ค่อยมาจับใหม่ ตอนจะกลับแกก็แบ่งปลาไปสี่ตัวนะ"
ซุนเม่ยลี่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ สายตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน เพราะต่อให้ไปซื้อปลาเองสี่ตัวก็ต้องใช้เงินมากกว่าหนึ่งหยวนแน่ๆ แถมยังไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนี้ด้วยซ้ำ
เดิมทีวันนี้เธอแค่ใช้ข้ออ้างเรื่องมาจับปลาเพื่อหลบหน้าแม่สามีและหาความสงบใจชั่วครู่ ไม่คาดคิดเลยว่าป้าจางจะจับปลาได้จริงๆ และยังใจดีแบ่งป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ให้เธอถึงสี่ตัว
"หวังคุ่ยเฟินจะแบ่งปลาให้ซุนเม่ยลี่งั้นเหรอ? นี่ใช่หวังคุ่ยเฟินคนเดิมจริงหรือเปล่าน่ะ?"
จางเฉียนเดินเข้ามาใกล้และเอ่ยด้วยรอยยิ้มประจบ "ป้าจ๋า ในเมื่อป้าแบ่งให้หวังชิวหลานแล้ว แบ่งให้ฉันสักตัวได้ไหมจ๊ะ?"
เธอเห็นเต็มสองตาว่าปลาในถังนั้นตัวใหญ่มากจริงๆ ปลาตัวเดียวสามารถแบ่งกินได้ถึงสามมื้อ และถ้านำไปทำซุปปลาข้นๆ รสชาติต้องกลมกล่อมมากแน่ๆ
หวังคุ่ยเฟินถึงกับอึ้งในความหน้าด้านของจางเฉียน หล่อนเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงคิดว่าหวังคุ่ยเฟินจะลืมเรื่องที่หล่อนเคยคิดร้ายกับอี๋อี๋ แล้วใจดีประทานปลาที่หามาด้วยความยากลำบากให้หล่อนง่ายๆ?
"อยากกินก็ไปจับเอาเองสิ ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่ได้ดีถึงขั้นที่จะต้องให้ฉันแบ่งปลาให้แกหรอกนะ" หวังคุ่ยเฟินตอกกลับอย่างไร้เยื่อใย
จางเฉียนถูกหวังคุ่ยเฟินตบหน้าด้วยคำพูดอย่างรุนแรงจนใบหน้าเนียนร้อนผ่าวและแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที "คุณป้า..."
"ฉันจะบอกอะไรให้นะจางเฉียน แกนี่มันหน้าหนาหน้าทนจริงๆ! เพิ่งจะบงการให้หวังเอ้อร์โก่วไปทำร้ายคนอื่นเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้ยังมีหน้ามาขอแบ่งปลาอีกเหรอ? ผิวหน้าของแกนี่มันหนากว่าต้นไทรพันปีที่หน้าหมู่บ้านเสียอีก!" ซุนเม่ยลี่ช่วยด่าซ้ำ
หวังคุ่ยเฟินไม่ได้สนใจจางเฉียนที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ "อี๋อี๋ กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะทำซุปปลาบำรุงร่างกายให้เจ้าเอง"
พูดจบเธอก็พาสะใภ้และซุนเม่ยลี่เดินมุ่งหน้ากลับบ้าน
ชาวบ้านทุกคนในแม่น้ำถังต่างพากันหันไปมองหวังชิวหลานที่ยืนอยู่ข้างๆ หวังชิวหลานรู้สึกอับอายขายหน้าจนหน้าดำหน้าแดง เธอขบเคี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า "ก็แค่ปลาตัวเดียว! จะอวดดีอะไรขนาดนั้น? เดี๋ยวฉันจะจับให้ดูตอนนี้แหละ"
พูดจบเธอก็ก้มตัวลงแล้วยื่นมือลงไปในแม่น้ำถังเพื่อจะจับปลาบ้าง
ทว่าหนึ่งชั่วโมงผ่านไป กลับไม่มีใครในแม่น้ำจับปลาได้เลยแม้แต่ตัวเดียว
"ทำไมพวกเราจับไม่ได้เลยล่ะ? หรือว่าหวังคุ่ยเฟินจะกวาดปลาไปหมดแม่น้ำแล้ว?"
"หล่อนจับไปทีเดียวตั้งเจ็ดตัว แถมมีแต่ตัวใหญ่ๆ คงจะจับไปจนหมดเกลี้ยงแล้วละมั้ง"
ป้าผู้สูงอายุคนหนึ่งทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงพูดขึ้นว่า "แม่น้ำถังแห่งนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยมีปลาอยู่แล้ว ถ้าพวกแกมีความสามารถก็จับกันเอาเองสิ ไม่ใช่ว่าตัวเองจับไม่ได้แล้วมาพาลโทษว่าหวังคุ่ยเฟินเอาไปหมด คนเรานี่ก็นะ ตัวเองไม่มีฝีมือแล้วยังจะไปโทษคนที่มีความสามารถอีก น่าขำสิ้นดี"
บรรดาป้าๆ ที่เพิ่งบ่นอุบเมื่อครู่ถึงกับหน้าถอดสี ได้แต่ก้มหน้าก้มตาพยายามงมหาปลากันต่อไป
หวังคุ่ยเฟินที่เดินกลับมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว ไม่รู้เลยว่ามีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเดินจากมา
เธอแบ่งป่าสี่ตัวจากในถังให้ซุนเม่ยลี่ ตอนแรกซุนเม่ยลี่ปฏิเสธท่าเดียว โดยบอกว่าขอเอาไปแค่ตัวเดียวเพื่อลิ้มรสก็พอแล้ว แต่ซู่หยีกลับยัดปลาทั้งหมดใส่มือของซุนเม่ยลี่โดยตรง
"ครอบครัวของเธอมีคนตั้งหลายคน ปลาตัวเดียวจะไปพอกินได้ยังไง? รับไปเถอะ ถือว่าเอาไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรงนะ"
ขอบตาของซุนเม่ยลี่รื้นแดงด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณมากนะอี๋อี๋ ขอบคุณค่ะป้าจาง"
หวังคุ่ยเฟินเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "ไปเถอะ"
หลังจากซุนเม่ยลี่เดินจากไป ทั้งสองคนก็ก้าวเข้าไปในลานบ้าน
ซู่หยียกกะละมังออกมาจากในครัว ตักน้ำใส่ จากนั้นก็เทปลาทั้งหมดลงไป
หวังคุ่ยเฟินยกม้านั่งตัวเล็กมานั่งลงที่ลานบ้าน หยิบปลาขึ้นมาตัวหนึ่ง เริ่มทำการฆ่าและขูดเกล็ดปลาอย่างชำนาญ
"อี๋อี๋ วันหลังเจ้าห้ามทำให้แม่ตกใจกลัวแบบนั้นอีกนะลูก"
ซู่หยีรู้ดีว่าแม่สามีกำลังหมายถึงเรื่องอะไร เธอยิ้มละมัยพลางเอ่ยว่า "แม่จ๋า แม่ต้องการปกป้องฉัน และลูกสะใภ้คนนี้ก็อยากจะปกป้องแม่เหมือนกันค่ะ อีกอย่าง ฉันยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย จะรีบไปตายได้ยังไงกัน"
"เพียะ! เพียะ! เพียะ! อย่าพูดคำว่า 'ตาย' ออกมาเชียวนะ มันไม่เป็นมงคล! รีบถ่มน้ำลายแก้เคล็ดเร็วเข้า!" หวังคุ่ยเฟินรู้สึกเสียวสันหลังวาบทุกครั้งที่ได้ยินคำว่าตาย
ซู่หยีทำท่าถ่มน้ำลายแก้เคล็ดตามคำสั่งอย่างว่าง่ายอยู่สองสามครั้ง หวังคุ่ยเฟินถึงได้เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
หวังคุ่ยเฟินรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเป็นล้นพ้นเมื่อได้รับรู้ว่าลูกสะใภ้มีจิตใจกตัญญูและเป็นห่วงเป็นใยเธอถึงเพียงนี้
"พี่สะใภ้จ๋า" เสียงของป้าจางดังขึ้นมาจากบ้านข้างๆ
เมื่อหวังคุ่ยเฟินหันไปมอง ก็เห็นป้าจางเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วตะกร้าไม้ไผ่มาด้วย
"มีอะไรเหรอ? ฉันเพิ่งจะแบ่งป่าให้แกไปสี่ตัวนี่นา จะเอามาคืนหรือไง?"
ซู่หยีรีบคว้าม้าตั่งตัวเล็กที่อยู่ใกล้ประตูมายื่นให้ป้าจาง "ป้าจางเชิญนั่งก่อนค่ะ"
ป้าจางยิ้มรับพลางทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง "คุ่ยเฟิน ไข่ไก่สิบห้าฟองนี้ฉันไม่ได้เอาปลามาคืนหรอกนะ แต่ฉันตั้งใจเอามาขอบคุณเธอต่างหาก"
"เมื่อคืนนี้เธอคงจะได้ยินแล้วใช่ไหมล่ะ หวังชิวหลานโกรธเคืองฉันมาก ฉันเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าใจของแกจะเตลิดไป แต่พอกลับมาวันนี้ แกกลับเอาเงินสามสิบหยวนที่เอาไปเมื่อคืนมาคืนให้ฉันทั้งหมดเลย"
หวังคุ่ยเฟินชะงักไป "แกเป็นคนไปเอาคืนมางั้นเหรอ?"
"ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน? ฉันไม่ได้ไปทวงคืนหรอก ของที่ให้ไปแล้วถ้าริอ่านไปทวงคืน หน้าแก่ๆ ของฉันจะเอาไปไว้ที่ไหนล่ะ? พี่สาวหวังชิวหลานบอกฉันหมดแล้วว่าคำพูดเตือนสติเหล่านั้นเป็นเธอที่ช่วยพูดให้ ฉันมันคนปากไม่ดีพูดจาไม่เป็น แต่อยากจะมาขอบคุณเธอจริงๆ ที่ช่วยเหลือนะ" ป้าจางเอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ
หวังคุ่ยเฟินยังคงลงมือทำความสะอาดปลาในมือต่อไป "ยายแก่อย่างแก ไปสรรหาคำพูดสละสลวยแบบนี้มาจากไหนกันล่ะเนี่ย?
หวังชิวหลานเองก็เป็นคนเก่งขยันขันแข็งดูแลบ้านช่องดี แถมยังช่วยเก็บแต้มงานได้ตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกสะใภ้บ้านอื่นเลยสักนิด แถมยังมีจิตใจโอบอ้อมอารี ในเมื่อลูกชายคนโตอยากจะให้ลูกชายคนรองช่วยเลี้ยงดูซวี่ตง การที่แกจะเก็บเงินก้อนนั้นไว้กับตัวก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆ นั่นแหละ"
ป้าจางเห็นว่าปลาในมือของอีกฝ่ายขูดเกล็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเอื้อมมือไปหยิบกะละมังใบเล็กที่วางอยู่ข้างๆ ยื่นให้หวังคุ่ยเฟิน "จริงด้วยจ้ะ! เมื่อก่อนฉันมันหน้ามืดตามัวไปจริงๆ"
หวังคุ่ยเฟินรับกะละมังมาแล้ววางปลาที่ทำเสร็จแล้วลงไป
เธอหันไปพูดกับซู่หยีที่กำลังกวาดลานบ้านอยู่ใกล้ๆ ว่า "ลูกสะใภ้ เอาไข่ไก่ของป้าจางเข้าไปเก็บในบ้านไป๊"