เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - สื่อสารผิดพลาด

บทที่ 42 - สื่อสารผิดพลาด

บทที่ 42 - สื่อสารผิดพลาด


บทที่ 42 - สื่อสารผิดพลาด

เวินหว่าน "…อาจารย์ช่าง ทำไมท่านถึงคิดว่าข้าจะซื้อไปให้คนรักล่ะ จะซื้อไปให้ผู้ใหญ่ไม่ได้เหรอ?"

อาจารย์ช่างทำหน้าเหมือนคนผ่านโลกมาเยอะ "แหวนหยกวงนี้ เหมาะกับคนหนุ่มสาวมากกว่า ถ้าจะซื้อให้ผู้ใหญ่ เขาไม่เลือกวงนี้กันหรอก"

มีสายตาที่เฉียบแหลมจริงๆ

เวินหว่านนึกชื่นชมอยู่ในใจ แต่ก็ยังอธิบายไปว่าแค่ซื้อให้เพื่อนเท่านั้น

"จะเพื่อนหรือไม่เพื่อน ข้าก็ไม่เกี่ยวหรอก แต่แหวนหยกในร้านข้าน่ะ ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองชายแดนเชียวนะ เมื่อก่อนมีหญิงสาวหลายคนซื้อไปให้คนรักกันทั้งนั้น"

อาจารย์ช่างหยิบแหวนหยกจากชั้นวางลงมา "ไม่ได้โม้นะ แต่ของชิ้นนี้ ถ้ามอบให้ใคร ต่อให้เป็นแค่เพื่อนธรรมดาก็ต้องกลายมาเป็นคนรู้ใจแน่นอน"

ชาวเมืองชายแดนมีค่านิยมที่เปิดกว้าง การมอบของแทนใจให้กันระหว่างหนุ่มสาว เป็นเรื่องที่อาจารย์ช่างเห็นมานักต่อนักแล้ว

อธิบายไปก็ไม่มีใครเชื่อ เวินหว่านเลยตัดรำคาญไม่อธิบายต่อซะเลย

เดิมทีแหวนหยกราคาห้าตำลึงเงิน แต่อาจารย์ช่างลดให้เป็นราคาคนกันเอง เหลือแค่สี่ตำลึง

ดังนั้นเวินหว่านจึงถือกล่องผ้าไหมที่ใส่แหวนหยก เดินยิ้มแก้มปริออกจากร้านไป

ไม่ไกลนัก เกาหลิงที่เพิ่งลงจากรถม้าก็มองมาทางนี้พอดี

"เอ๊ะ นั่นแม่นางเสี่ยวหว่านไม่ใช่เหรอ?"

เกาหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้คนสนิทที่ตามมาด้านหลัง

"เจ้าไปถามร้านนั้นดูสิ ว่าแม่นางเสี่ยวหว่านซื้ออะไรไป? ข้าเองก็มีร้านเครื่องประดับตั้งหลายร้าน สนิทกันขนาดนี้ นางกลับไม่ยอมไปซื้อร้านข้า มันต้องมีลับลมคมในอะไรแน่ๆ!"

บ่าวรับใช้รับคำสั่งแล้วเดินไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมคำตอบ

"ลูกจ้างในร้านบอกว่า แม่นางเสี่ยวหว่านซื้อแหวนหยกไปให้คนรักขอรับ"

เกาหลิงเบิกตากว้าง "คนรัก? เจ้าแน่ใจนะ?"

บ่าวรับใช้พยักหน้า "ลูกจ้างร้านเขาว่ามาอย่างนั้นขอรับ แถมข้ายังรู้จักลูกจ้างร้านนั้นด้วย แหวนหยกที่ช่างร้านนั้นทำ เป็นของแทนใจที่ขึ้นชื่อของเมืองชายแดนเราเลยนะขอรับ"

เกาหลิงฟังจบก็ทอดถอนใจ "แหวนหยกวงนี้ นางต้องซื้อไปให้เสิ่นอวี้แน่ๆ ผู้หญิงปากไม่ตรงกับใจ เพิ่งจะปฏิเสธเขาไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้กลับแล่นไปซื้อของแทนใจให้ซะแล้ว ช่างมารยาเยอะเสียจริง"

เขาขมวดคิ้ว พึมพำกับตัวเอง "สงสัยคราวนี้สหายข้าจะเจอของแข็งเข้าให้แล้ว"

หลังจากกลับมาถึงเรือนเล็ก เวินหว่านก็ตรงไปหาท่านยายใบ้ทันที

เธอไม่รู้ว่าเสิ่นอวี้อยู่ที่ไหน แต่ท่านยายใบ้ต้องมีวิธีติดต่อกับเขาแน่นอน เธอเลยบอกจุดประสงค์ไปตรงๆ ว่ามีเรื่องด่วนจะคุยกับเสิ่นอวี้

ท่านยายใบ้เป็นคนซื่อสัตย์ นางพาเธอออกไปทางหลังเรือนเล็ก เดินไปตามซอยแคบๆ จนสุดทาง

ที่นั่นมีกรงนกพิราบตั้งอยู่

ท่านยายใบ้ไขกุญแจเปิดกรง ล้วงมือเข้าไปจับนกพิราบสื่อสารออกมาตัวหนึ่ง แล้วยัดใส่มือเวินหว่าน

เวินหว่านถามด้วยความประหลาดใจ "ปกติพวกท่านติดต่อกันด้วยวิธีนี้เหรอ?"

แม้ท่านยายใบ้จะไม่ได้ยิน แต่ก็เดาออกว่าเธอถามอะไร นางยิ้มแล้วพยักหน้า

และแล้ว เวินหว่านก็ได้นกพิราบสื่อสารที่สามารถส่งข้อความถึงเสิ่นอวี้มาหนึ่งตัว

เธอไม่ชินกับการสื่อสารแบบนี้เอาซะเลย ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปถึงคำว่า 'นกพิราบสื่อรัก'

ดูเหมือนจะมีความหมายแฝงอยู่แฮะ

เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ไตร่ตรองอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าจรดพู่กันเขียนจดหมายถึงเสิ่นอวี้ได้

ครึ่งชั่วยามต่อมา นกพิราบที่ห้อยกระบอกจดหมายก็บินมาเกาะที่หน้าต่างห้องหนังสือของเสิ่นอวี้

จินมู่ดูหมายเลขของนกพิราบแล้วแกะกระบอกจดหมายออก

"เป็นนกพิราบจากเรือนเล็กขอรับ น่าจะเป็นของท่านยายใบ้"

จินมู่คลี่จดหมายออกดู แค่มองแวบแรก สีหน้าก็แข็งค้างไปทันที

เสิ่นอวี้ยังคงอ่านเอกสารอยู่ ได้ยินที่จินมู่พูดแค่ครึ่งประโยค แต่รออยู่นานก็ไม่ได้ยินประโยคต่อไป จึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามอง

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น? หรือว่าแม่คนเนรคุณนั่นก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว?"

ยายเด็กเนรคุณ อุตส่าห์เป็นห่วงความปลอดภัย อุตส่าห์ไปทดสอบเจ้าทาสนั่นให้ถึงที่ กลับโดนนางด่ากลับมาซะงั้น

จินมู่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ก็น่าจะใช่นะขอรับ ข้าน้อยอ่านไม่ออกว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร"

"อ่านไม่ออก?" เสิ่นอวี้เลิกคิ้ว

ในฐานะรองแม่ทัพของเขา แม้จินมู่จะไม่ได้เก่งกาจเรื่องตัวหนังสือเหมือนพวกบัณฑิต แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นอ่านจดหมายไม่ออกหรอกนะ

จินมู่อธิบายไม่ถูก เลยยื่นจดหมายให้เขาดูตรงๆ ซะเลย "ท่านแม่ทัพ ท่านดูเอาเองเถอะขอรับ"

เสิ่นอวี้รับจดหมายมาด้วยความสงสัย แค่มองแวบเดียว เขาก็โยนจดหมายทิ้งทันที

"ยันต์ผีบอกนี่ ใครมันจะไปอ่านออก!"

บนกระดาษมีตัวหนังสือยึกยือเขียนอยู่เต็มไปหมด เขาพอจะเดาออกแค่ไม่กี่คำเท่านั้น

จินมู่ "ข้าน้อยคิดว่า จดหมายฉบับนี้คงไม่ได้เขียนโดยท่านยายใบ้หรอกขอรับ"

"พูดเป็นเล่น" เสิ่นอวี้วางจดหมายลงอย่างหัวเสีย "ลายมือไก่เขี่ยแบบนี้ จะเป็นใครไปได้อีกล่ะนอกจากนาง? เด็กคนอื่นๆ ในเรือนยังเขียนหนังสือสวยกว่านางตั้งเยอะ"

จินมู่ไม่ต่อปากต่อคำ เพียงแค่กลั้นยิ้มไว้ "ท่านแม่ทัพ ข้าลองคิดดูแล้ว หรือว่าแม่นางเสี่ยวหว่านกำลังเขียนมาขอโทษท่านล่ะขอรับ"

เสิ่นอวี้ไม่แสดงความเห็น

จินมู่ "แม่นางเสี่ยวหว่านเป็นคนฉลาด ถึงตอนนั้นจะโมโหจนพูดจาแรงไปบ้าง แต่หลังจากนั้นนางคงคิดได้แหละขอรับ"

"ข้าน้อยว่า ผู้หญิงน่ะหน้าบาง ถึงจะรู้ตัวว่าผิดก็คงอายไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เลยไปขอนกพิราบสื่อสารจากท่านยายใบ้เพื่อเขียนจดหมายมาขอโทษท่านยังไงล่ะขอรับ"

วิเคราะห์ได้มีเหตุผล

อย่างน้อยๆ เสิ่นอวี้ก็พอใจกับการวิเคราะห์นี้มาก

แต่ภายนอก เขาก็ยังทำท่าทางรังเกียจอยู่

"ถ้าอย่างนั้น ข้าจะฝืนใจดูหน่อยก็แล้วกัน"

เสิ่นอวี้ก้มลงเก็บจดหมายที่ตกพื้น แต่เพราะนั่งรถเข็นเลยไม่สะดวก ปลายนิ้วแตะโดนกระดาษแล้ว แต่ก็หยิบไม่ขึ้น

จินมู่เห็นดังนั้น อยากจะขำแต่ก็ไม่กล้า

เสิ่นอวี้ "..."

นึกเสียใจที่เมื่อกี้มือไว โยนจดหมายไปซะไกลเลย

เขาตวัดสายตาคมกริบมองจินมู่ จินมู่รีบช่วยเก็บจดหมายขึ้นมาทันที

แต่โชคร้ายที่ความเป็นจริงมักไม่เป็นไปตามคาด

เสิ่นอวี้พินิจพิเคราะห์อยู่นาน ก็ยังอ่านไม่ออกอยู่ดีว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร

จินมู่ "ท่านแม่ทัพ แม่นางเสี่ยวหว่านเขียนมาขอโทษใช่ไหมขอรับ?"

มุมปากของเสิ่นอวี้กระตุก เขาตอบหน้านิ่ง "แน่นอน"

จินมู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วถามต่อ "แล้วท่านจะตอบจดหมายนางไหมขอรับ?"

แววตาของเสิ่นอวี้ดูลึกลับคาดเดาไม่ได้ "ไม่ล่ะ เจ้าไปที่เรือนเล็กที ไปบอกนางว่า... ข้าเข้าใจความหมายของนางแล้ว"

"ขอรับ"

จินมู่ไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปที่เรือนเล็กทันที

"แล้วไงต่อ?" เวินหว่านนอนเอนหลังบนเก้าอี้โยก "พอบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเลยเหรอ?"

จินมู่งุนงง ทำหน้างงงวย

เวินหว่านลุกขึ้นนั่งตัวตรง "แล้วเรื่องที่ข้าขอล่ะ เขาตกลงไหม?"

จินมู่ก็ยังคงสับสน ตามนิสัยของท่านแม่ทัพแล้ว ถ้าไม่ปฏิเสธก็แปลว่าตกลง

อีกอย่าง ถ้าเป็นเรื่องที่แม่นางเสี่ยวหว่านขอ ท่านแม่ทัพก็น่าจะตกลงอยู่แล้วล่ะ

"ตกลงขอรับ" จินมู่ครุ่นคิดก่อนตอบ

เวินหว่านทำหน้าประหลาดใจ พึมพำเบาๆ "ไม่นึกเลยว่าคราวนี้เขาจะพูดจารู้เรื่อง"

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา "เอาล่ะ ในเมื่อเขาตกลงแล้ว พรุ่งนี้ข้ากับเวินเอินจะออกไปหาบ้านเช่า พวกเราจะรีบหาบ้านแล้วย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"

"หาบ้านเช่า? ย้ายออก?"

ยิ่งฟังจินมู่ก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ "ที่ท่านเขียนในจดหมาย คือบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเหรอขอรับ?"

ซวยแล้ว ดูเหมือนจะสื่อสารผิดพลาดกันครั้งใหญ่ซะแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - สื่อสารผิดพลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว