- หน้าแรก
- เล่ห์รักสุสานโบราณ
- บทที่ 37 - เจ้าอยากดูหรือไม่
บทที่ 37 - เจ้าอยากดูหรือไม่
บทที่ 37 - เจ้าอยากดูหรือไม่
บทที่ 37 - เจ้าอยากดูหรือไม่
จินมู่เข็นรถเข็นของเสิ่นอวี้เดินนำหน้าไป โดยมีเวินหว่านเดินตามหลังพวกเขาไปติดๆ
เมื่อถึงหน้าประตูห้องหนังสือ เสิ่นอวี้ก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่หันกลับมามอง "คนที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ต้องตามเข้ามาหรอกนะ"
เวินหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง หันกลับไปก็เห็นผู้ติดตามตัวน้อยของนางยืนอยู่ด้านหลัง
"เวินเอิน พวกเรามีธุระสำคัญต้องคุยกัน เจ้ารอข้าอยู่ในสวนไปก่อนนะ"
เด็กหนุ่มร่างผอมโซดึงแขนเสื้อของเวินหว่านไว้อย่างระมัดระวัง สายตาจ้องมองนางตาไม่กะพริบ เมื่อได้ยินดังนั้น ประกายในดวงตาก็หม่นแสงลง
"อืม" เขาตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะยอมปล่อยมือออกอย่างอาลัยอาวรณ์
เวินหว่านเห็นท่าทางน่าสงสารและน้อยใจของเขาแล้วก็รู้สึกใจอ่อน น้ำเสียงที่ใช้พูดก็อ่อนโยนลงไปด้วย
"เอาล่ะ ตัวเจ้าก็สูงกว่าข้าตั้งช่วงหัวแล้ว ทำไมถึงขี้อ้อนเก่งกว่าข้าอีกเนี่ย ทำตัวดีๆ นะ เดี๋ยวข้าคุยธุระเสร็จ จะไปซื้อขนมอร่อยๆ มาให้กินตกลงไหม"
เวลาที่นางง้อคน ดวงตาของนางจะเป็นประกายสดใส แฝงไปด้วยความเอ็นดูโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว
เวินเอินชะงักไป ราวกับถูกมนต์สะกดจนไม่อาจละสายตาไปจากนางได้
เวินหว่านยกมือขึ้นลูบหัวเขา พร้อมกับพูดยิ้มๆ ว่า "ครั้งนี้ห้ามแอบตามมาอีกนะ"
ไม่รอให้เวินเอินตอบรับ เวินหว่านก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องหนังสือ โบกมือให้เขาก่อนจะปิดประตูลง
บานประตูบดบังการมองเห็นของเวินเอิน เขายืนนิ่งอยู่กับที่พักใหญ่กว่าจะได้สติกลับมา
หากเวินหว่านยังอยู่ตรงนั้น นางคงจะได้เห็นว่า เด็กหนุ่มในตอนนี้ไม่มีท่าทีน่าสงสารหรือน่าเวทนาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน แววตาของเขามีเพียงความด้านชาและเย็นชา
มือทั้งสองข้างที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว พอออกแรงเพียงนิดเดียว ความเจ็บปวดแปลบปลาบก็แล่นปราดมาจากข้อมือ
เขาถอนหายใจยาว แววตาดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในพริบตา
ถาดผ้าไหมขนาดยาวประมาณหนึ่งนิ้ววางอยู่บนโต๊ะหนังสือ
"เปิดดูสิ"
เสิ่นอวี้สั่งการเสียงขรึม จินมู่ก้าวออกไปเปิดถาดผ้าไหม ขณะที่เปิด จินมู่ก็แอบชำเลืองมองเวินหว่านไปโดยสัญชาตญาณ
เวินหว่านมีสีหน้าเรียบเฉย ดู... ผ่อนคลายมาก
อาจจะเป็นเพราะนางยังไม่รู้ว่าของที่อยู่ข้างในนั้นสำคัญแค่ไหน แต่ถ้านางได้เห็นล่ะก็ นางคงไม่มีทางทำตัวผ่อนคลายแบบนี้ได้อีกแน่
เมื่อเปิดกล่องออก ท่ามกลางผืนผ้าไหมสีแดง ก็เผยให้เห็นชิ้นส่วนโลหะสีดำสามชิ้น
มีท่อทรงกระบอกขนาดยาวเท่าหัวแม่มือ แผ่นวงแหวนความหนาเท่าเล็บมือ และแท่งโลหะทรงสี่เหลี่ยมยาวที่มีขอบหยักเหมือนฟันปลา
"ก็แค่นี้เองเหรอ ข้าก็นึกว่าเป็นของเก่าล้ำค่าอะไรเสียอีก"
ผิดจากที่จินมู่คาดไว้ สีหน้าของเวินหว่านไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แถมยังดูสบายใจกว่าเมื่อครู่เสียอีก
มุมปากของจินมู่กระตุก ก่อนจะพึมพำว่า "ข้าว่าแล้วว่าแม่นางเสี่ยวหว่านเป็นแค่ผู้หญิง คงไม่รู้หรอกว่าของพวกนี้สำคัญแค่ไหน ถ้าเป็นคนที่รู้เรื่องจริงๆ พอเห็นเข้าก็ต้องตกตะลึงกันทั้งนั้น..."
เขายังบ่นไม่ทันจบ ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไปเสียก่อน
เพราะเวินหว่านเอื้อมมือไปหยิบชิ้นส่วนทั้งสามชิ้นขึ้นมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างคล่องแคล่ว เพียงพริบตาเดียวก็ได้ยินเสียง "แกร๊ก" ดังขึ้น
สลักเข้าล็อกพอดี ชิ้นส่วนทั้งสามถูกประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นชิ้นเดียว
จินมู่ตกใจจนพูดติดอ่าง "จ... จ... เจ้า..."
เวินหว่านกลอกตาใส่เขา "เจ้าอะไรของเจ้า ก็แค่ชิ้นส่วนประกอบหน้าไม้ชิ้นเล็กๆ ทำเป็นตื่นเต้นตกใจไปได้"
"จ... เจ้ารู้จักมันด้วยเหรอ" จินมู่หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด
เวินหว่านคลี่ยิ้มบางๆ "พอรู้เรื่องบ้างนิดหน่อยน่ะ ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรหรอก"
จินมู่ "..."
เสิ่นอวี้ "..."
ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถมองข้ามคำว่า "พอรู้เรื่องบ้างนิดหน่อย" ของนางได้อีกต่อไปแล้ว
เสิ่นอวี้จ้องมองนางด้วยสายตาคมกริบ "ลองพูดมาสิ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง"
"ได้เลย พี่ใหญ่สายเปย์ของข้า!"
ในเมื่อคนจ่ายเงินคือพระเจ้า เวินหว่านจึงงัดเอาความสุภาพอ่อนน้อมระดับมืออาชีพออกมาใช้ในการอธิบาย
"นี่คือชิ้นส่วนสำคัญของหน้าไม้กล หน้าไม้ทั่วไปยิงได้แค่รอบเดียว พอจะยิงรอบต่อไปก็ต้องเสียเวลาเปลี่ยนลูกศร แต่หน้าไม้กลสามารถบรรจุลูกศรได้มากกว่าและยิงต่อเนื่องได้ แน่นอนว่าอานุภาพทำลายล้างย่อมร้ายแรงกว่ามาก"
เรื่องหน้าไม้กลนี้ เวินหว่านเคยอ่านเจอในเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธโบราณ
ตอนนั้นนางรู้สึกคันไม้คันมือ เลยลองเอาแบบแปลนมาศึกษา หาวัสดุมาลองจำลองทำหน้าไม้กลแบบหนึ่งต่อหนึ่งดูเล่นๆ
ในยุคอาวุธเย็น หน้าไม้กลแบบนี้ถือเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงที่สามารถพลิกสถานการณ์ในสนามรบได้เลยทีเดียว
นางพูดอธิบายได้อย่างลื่นไหล ท่าทางตอนที่หยิบจับชิ้นส่วนก็ดูเป็นธรรมชาติมาก
ความผ่อนคลายของนาง ช่างขัดแย้งกับความตึงเครียดของเสิ่นอวี้อย่างสิ้นเชิง
เสิ่นอวี้ "เจ้าเคยเห็น... หน้าไม้กลนี่มาก่อนเหรอ"
"ข้า..." ทันใดนั้นเวินหว่านก็สังเกตเห็นสีหน้าของเสิ่นอวี้ นางถึงกับตาสว่าง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
ครอบครองหยกล้ำค่าจึงมีความผิด สัจธรรมข้อนี้ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
หากนางเป็นแค่ซินแสฮวงจุ้ยที่เก่งเรื่องหาตำแหน่งสุสานโบราณ นางก็เป็นแค่เครื่องมือธรรมดาๆ ที่พวกเขาใช้งานได้
แต่ถ้านางเป็นช่างฝีมือที่สามารถสร้างอาวุธทรงอานุภาพได้ สำหรับพวกเขาแล้ว นางก็คืออาวุธร้ายแรง หากไม่สามารถควบคุมให้ทำงานรับใช้พวกเขาได้ ก็ต้องทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู
เวินหว่านมั่นใจเลยว่า ถ้านางตอบว่าเคยเห็น พวกเขาจะต้องหาทางกักขังนางไว้ และจะไม่มีวันปล่อยให้นางได้รับอิสระอีกต่อไป
"ข้าจะเคยเห็นได้ยังไงล่ะ"
เวินหว่านรีบเปลี่ยนเรื่อง พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูราบเรียบ
"ข้าก็แค่อ่านเจอในหนังสือน่ะ ชิ้นส่วนสามชิ้นนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญ พอข้าเห็นก็เลยลองเอามาประกอบกันดูตามที่หนังสือบอก ไม่คิดว่าจะประกอบเข้ากันได้จริงๆ ด้วย"
"ข้าเองก็ประหลาดใจเหมือนกันนะเนี่ย~"
เวินหว่านแบมือทั้งสองข้างออก แล้วก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อน
เสิ่นอวี้กับจินมู่เอาแต่จ้องหน้านาง ราวกับพยายามจะจับผิดอะไรบางอย่างจากสีหน้าของนางให้ได้
หัวใจของเวินหว่านเต้นรัวราวกับตีกลองรบ แต่สีหน้ากลับพยายามทำเป็นนิ่งเฉย
เนิ่นนานผ่านไป เสิ่นอวี้ถึงยอมเก็บความรู้สึก แล้วถามขึ้นมาว่า "หนังสือเล่มนั้นอยู่ที่ไหน ชื่อหนังสืออะไร"
"เอ่อ..." เวินหว่านฝืนใจตอบ "ข้าบอกไปแล้วพวกเจ้าห้ามโกรธนะ"
เสิ่นอวี้ไม่ตอบอะไร
เวินหว่าน "หนังสือเล่มนั้น ข้าเผลอทำตกใส่กระถางไฟไหม้ไปหมดแล้ว ตอนนั้นอาจารย์ของข้าโกรธมาก ตีข้าซะยับเลย จนป่านนี้ที่ก้นข้ายังทิ้งรอยแผลเป็นไว้อยู่เลย"
นางทำเป็นกระดี๊กระด๊าเดินเข้าไปหา โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา "ข้าพูดจริงๆ นะ เจ้าอยากดูไหมล่ะ มีรอยแผลเป็นจริงๆ นะ"
ดู ดูอะไร
ดูก้นเนี่ยนะ
ดูรอยแผลเป็นเนี่ยนะ
สมองของเสิ่นอวี้ว่างเปล่าไปชั่วขณะ ความเคร่งขรึมและจริงจังเมื่อครู่ ถูกคำพูดหยอกล้อของนางปัดเป่าจนปลิวหายไปหมดสิ้น
ส่วนจินมู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ทำหน้าเหวอไปเลย แม่นางเสี่ยวหว่านช่างกล้าหาญชาญชัยจริงๆ ไม่ยอมเล่นตามบทเลยสักนิด!
ขมับของเสิ่นอวี้เต้นตุบๆ เขาหันไปสั่งจินมู่เสียงเย็น "เจ้าออกไปก่อน"
"ขอรับ!"
ในสถานการณ์แบบนี้ จินมู่กลัวว่าถ้าขืนอยู่ฟังต่ออีกประโยคเดียว คงโดนท่านแม่ทัพเล่นงานเอาแน่ๆ เขาจึงรีบพุ่งตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เรื่องหน้าไม้กลอะไรนั่น เอาไว้ก่อนเถอะ ชีวิตน้อยๆ ของเขาสำคัญกว่าเยอะ
ภายในห้อง เสิ่นอวี้ทำหน้าถมึงทึง "โกหกหน้าตาย เจ้าคิดว่าทำเป็นเปลี่ยนเรื่องแบบนี้ แล้วข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ"
ความจริงเวินหว่านตั้งใจจะพูดจาสองแง่สองง่ามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องคอขาดบาดตายนี้อยู่แล้ว
ขืนให้เขาซักไซ้ไล่เลียงต่อไป นางคงตอบคำถามไม่ได้แน่
"ฮะๆ" เวินหว่านหัวเราะแห้งๆ "แหม โดนท่านเซี่ยวเว่ยโจวผู้ชาญฉลาดจับได้ซะแล้ว"
"เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว" เสิ่นอวี้ปรับสีหน้าให้เป็นจริงจัง แล้วดุเสียงเข้ม
"จ้าวเสี่ยวหว่าน เรื่องนี้สำคัญมาก หากเจ้าไม่อธิบายเรื่องที่มาของหน้าไม้กลให้ชัดเจน วันนี้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าก้าวเท้าออกจากห้องนี้เด็ดขาด"
[จบแล้ว]