เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งโลกของผู้ฝึกสอน

บทที่ 48 - ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งโลกของผู้ฝึกสอน

บทที่ 48 - ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งโลกของผู้ฝึกสอน


บทที่ 48 - ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งโลกของผู้ฝึกสอน

สนามยิงเป้าในโซนยอดเขามีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ขนาดพอๆ กับสนามบาสเกตบอลเท่านั้น หุ่นเป้าซ้อมยิงที่มีให้ก็มีแค่หกตัว พอจะให้ภูตวิเศษเข้าไปซ้อมพร้อมกันได้แค่หกตัวเท่านั้น

แถมหุ่นเป้าซ้อมพวกนี้ก็ไม่ได้ติดล้อที่ฐาน ทำให้มันขยับไปมาในลานไม่ได้ ไม่ตอบโจทย์การฝึกยิงเป้าเคลื่อนที่ของภูตวิเศษเลยสักนิด

สรุปสั้นๆ คืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในสนามยิงเป้าบนยอดเขานี้เทียบไม่ได้เลยกับสนามยิงเป้าขนาดใหญ่ตรงตีนเขา

แต่สิ่งที่ทำให้หลิวชิงอวิ๋นแปลกใจก็คือ ขนาดเขาอุตส่าห์เลือกสนามยิงเป้าที่ทั้งเล็กและเก่าขนาดนี้ มันยังอุตส่าห์มีคนล้นอีก

ตอนนี้ สนามยิงเป้าที่จุคนได้แค่หกคน มีภูตวิเศษของเพื่อนร่วมชั้นตั้งสิบสองตัวกำลังซ้อมยิงท่าโจมตีระยะไกลกันอยู่ แถมยังมีเพื่อนร่วมชั้นอีกคนยืนรอคิวอยู่ใกล้ๆ

"คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต แผนการที่วางไว้ไม่เคยทันการเปลี่ยนแปลง คงจะหมายถึงสถานการณ์แบบนี้นี่แหละ"

หลิวชิงอวิ๋นมองดูสนามยิงเป้าที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตความจุเกินพิกัด แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ

"คูว~"

โรคอนเองก็รู้สึกปวดหัวเหมือนกัน เธอส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

เธอไม่ชอบให้มีคนแปลกหน้ามานั่งจ้องตอนที่เธอกำลังฝึกซ้อม ไม่ใช่ว่าเธอเกลียดคนพวกนี้นะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะเธอเกลียดการที่ต้องมาทำเรื่องน่าอายต่อหน้าคนอื่นหรือภูตวิเศษตัวอื่นต่างหาก

ในมุมมองของโรคอน ภาพลักษณ์ของเธอในสายตาของคนอื่นและภูตวิเศษตัวอื่นจะต้องสวยงามและฉลาดเฉลียวอยู่เสมอ

สภาพทุลักทุเลตอนที่เธอกำลังฝึกซ้อมมันดูแย่เกินไป ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เธอก็ไม่อยากให้ใครหน้าไหนนอกจากหลิวชิงอวิ๋นมาเห็นเด็ดขาด

ประเทศมังกรขาดแคลนอะไรก็ขาดได้ แต่ไม่เคยขาดแคลนประชากร

ต่อให้อาชีพผู้ฝึกสอนจะต้องการคุณสมบัติที่สูงลิ่วขนาดไหน แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ประเทศมังกรก็ยังคงได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้ฝึกสอนอยู่ดี

แต่พอคนเยอะขึ้น การจัดสรรทรัพยากรก็จะเริ่มตึงตัว อย่างสนามยิงเป้าตรงหน้านี้ก็เหมือนกัน คนอยากใช้มีเยอะเกินไป ทรัพยากรก็เลยไม่พอแบ่ง

แต่โลกของผู้ฝึกสอนไม่เคยมีการจัดสรรอย่างเท่าเทียมกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทรัพยากรไม่พอใช้แล้วจะทำยังไงล่ะ ก็ต้องแย่งชิงกันสิ ถ้าแย่งมาไม่ได้ก็แปลว่านายอ่อนแอเกินไป สมควรแล้วที่จะชวดทรัพยากรพวกนั้น

กฎแห่งธรรมชาติอันโหดร้ายนี้ใช้ได้ผลดีเยี่ยมในโลกของผู้ฝึกสอน

และตอนนี้หลิวชิงอวิ๋นเองก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับกฎแห่งธรรมชาติอันโหดร้ายนี้เหมือนกัน

ชื่อเสียงเรียงนามของคนก็เหมือนร่มเงาของต้นไม้

เรื่องที่หลิวชิงอวิ๋นเอาชนะหลิวหงได้ ตอนนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วชั้นปีแล้ว มีคนมากมายจำหน้าหลิวชิงอวิ๋นได้ และรู้ดีว่าเขารับมือยากขนาดไหน

ทันทีที่หลิวชิงอวิ๋นโผล่มาถึงที่นี่ เขาก็ดึงดูดความสนใจของเพื่อนร่วมชั้นกว่าสิบคนในสนามยิงเป้าได้ทันที พวกเขาต่างพากันจ้องมองหลิวชิงอวิ๋นด้วยความระแวดระวัง

"หลิวชิงอวิ๋น พวกเรารู้ว่านายเก่ง แต่พวกเราห้อง 1 เหมาสนามนี้ไว้หมดแล้ว นายไปซ้อมภูตวิเศษที่สนามอื่นเถอะ"

ตอนที่หลิวชิงอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้สนามยิงเป้าในระยะไม่ถึงสามเมตร ชายหนุ่มรูปร่างกำยำตัดผมทรงหัวเกรียนคนหนึ่งก็เดินออกมายืนขวางทาง มองมาด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วพูดกับหลิวชิงอวิ๋นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก

"เหมาสนามงั้นเหรอ ฉันไม่ยักกะจำได้ว่าโรงเรียนมีกฎแบบนี้นะ เพื่อน ฉันแค่อยากจะขอใช้หุ่นเป้าซ้อมยิงแค่ตัวเดียว เบียดๆ กันหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

หลิวชิงอวิ๋นไม่ได้ปรี๊ดแตกใส่ชายหนุ่มหัวเกรียนที่พูดจาไม่เข้าหู เขาแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วส่งยิ้มเป็นมิตรกลับไป

การจะทำอะไรมันก็ต้องใช้วิธีไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง ขืนโผล่มาก็ด่ากราดแล้วเปิดศึกเลย มันก็ดูไร้สมองเกินไปหน่อย

แต่น่าเสียดาย ต่อให้หลิวชิงอวิ๋นจะพูดจาสุภาพแค่ไหน ชายหนุ่มหัวเกรียนก็ไม่คิดจะญาติดีด้วย เผลอๆ อาจจะคิดว่าหลิวชิงอวิ๋นกลัวพวกตัวเองด้วยซ้ำ เลยพูดจากร้าวร้าวใส่ยิ่งกว่าเดิม "ไม่ได้ ที่นี่ไม่มีหุ่นเป้าซ้อมยิงให้นายใช้หรอก ไปซะเถอะ"

"ใช่แล้ว ที่นี่ไม่มีหุ่นเป้าซ้อมยิงให้นายใช้หรอก ถ้านายอยากจะซ้อมที่นี่นักล่ะก็ นายก็ลองเอาชนะพวกเราทุกคนดูสิ ถ้าทำได้ สนามยิงเป้านี้ก็ตกเป็นของนายทั้งหมด"

ชายหนุ่มหัวเกรียนพูดจบ ชายหนุ่มร่างเตี้ยคนหนึ่งก็รีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน บนใบหน้าของเขาเขียนคำว่าไม่ต้อนรับเอาไว้ชัดเจน

พอได้ยินแบบนั้น คนอื่นๆ ก็พากันไปยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่มหัวเกรียน เป็นการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน

"ทำไมถึงไม่มีใครยอมคุยกันดีๆ เลยนะ ฉันก็แค่อยากจะใช้หุ่นเป้าซ้อมยิงแค่นั้นเอง ทำไมมันถึงยากเย็นนักล่ะ ทำไมต้องทำให้เรื่องมันตึงเครียดขนาดนี้ด้วย"

"ให้ตายสิ งั้นก็ได้ ฉันก็ไม่อยากจะพูดพร่ำทำเพลงแล้วเหมือนกัน ฉันจะไม่เสียเวลาไปหาสนามยิงเป้าที่อื่นหรอก วันนี้ยังไงฉันก็จะใช้สนามนี้ให้ได้"

"ฉันจะทำตามที่ไอ้เตี้ยนั่นบอกก็แล้วกัน ฉันขอท้าสู้กับพวกนายทุกคน ใครแพ้ก็ต้องออกไปจากสนามยิงเป้านี้ ตกลงไหม"

หลิวชิงอวิ๋นเห็นว่าการเจรจาล้มเหลว เขาก็หมดหนทาง ได้แต่ตอบกลับไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

ตอนแรกเขากะจะคุยดีๆ ปรึกษากับคนพวกนี้สักหน่อย แต่ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมคุยด้วย ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด

แถมยังมาอ้างเรื่องเหมาสนาม บอกว่าไม่มีหุ่นเป้าซ้อมยิงให้เขาใช้อีก ไม่ยอมให้โอกาสกันเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าคิดจะใช้พวกมากลากไปรังแกคนที่ฉายเดี่ยวอย่างเขา

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ขอใช้โอกาสนี้เชือดไก่ให้ลิงดูเลยก็แล้วกัน

โซนยอดเขานี้มีส่วนสำคัญในแผนการฝึกที่เขาวางไว้มาก เขาไม่มีทางยอมเปลี่ยนแผนการฝึกเพียงเพราะคนพวกนี้หรอก

ใครก็ตามที่มาขวางการฝึกของเขากับโรคอน เขาจะกวาดล้างให้เรียบ

"นายคิดจะท้าสู้กับพวกเราทุกคนงั้นเหรอ นายคิดว่าแค่เอาชนะไอ้พวกเด็กต่างโรงเรียนได้ นายก็ไร้เทียมทานแล้วหรือไง หลิวชิงอวิ๋น อย่าหยิ่งผยองให้มันมากนัก วันนี้ฉัน เจียงอิ๋งอิ๋ง จะขอประลองกับนายเอง"

พอหลิวชิงอวิ๋นพูดจบ เด็กสาวหน้ากลมคนหนึ่งก็รีบกระโดดออกมาจากกลุ่มคน มือข้างหนึ่งเท้าเอว อีกข้างชี้หน้าหลิวชิงอวิ๋น ในแววตาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

พูดจบ เจียงอิ๋งอิ๋งก็กวักมือเรียกเนียวโรโมะตัวหนึ่งที่กำลังซ้อมท่าปืนฉีดน้ำอยู่ในสนาม

เนียวโรโมะเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงอิ๋งอิ๋ง จ้องมองหลิวชิงอวิ๋นและโรคอนที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มหัวเกรียน ชายหนุ่มร่างเตี้ย และคนอื่นๆ ก็พากันจ้องมองหลิวชิงอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา แววตาของพวกเขาเหมือนกำลังมองตัวตลก

ในมุมมองของพวกเขา หลิวชิงอวิ๋นตอนนี้เก่งก็จริง แต่นั่นมันก็แค่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว ถ้าต้องมาเจอแผนลุมกินโต๊ะ ยังไงก็ต้องแพ้อยู่วันยังค่ำ

ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังใช้แผนหมาหมู่รุมรังแกหลิวชิงอวิ๋นอยู่นั่นแหละ

ในโรงเรียนผู้ฝึกสอน ผู้อ่อนแอก็มีวิธีเอาชีวิตรอดในแบบของผู้อ่อนแอ นั่นก็คือการรวมตัวกันเพื่อต่อต้านผู้แข็งแกร่งที่เริ่มฉายแววความเก่งกาจอย่างหลิวชิงอวิ๋นยังไงล่ะ

"เนียวโรโมะธาตุน้ำงั้นเหรอ ดูท่าทางไม่เลวเลยนะ แถมผู้หญิงคนนี้ยังมั่นใจกล้ากระโดดออกมาเป็นคนแรก สงสัยว่าเนียวโรโมะตัวนี้จะเป็นตัวเมียแน่ๆ ท่าทางจะรับมือยากแฮะ"

หลิวชิงอวิ๋นไม่ได้สนใจสายตาดูแคลนของชายหนุ่มหัวเกรียนและพรรคพวก ตอนนี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับการประเมินเนียวโรโมะของเจียงอิ๋งอิ๋ง เมื่อเห็นว่าภูตวิเศษตัวนี้มีพัฒนาการที่ดีมาก เขาก็แอบคิดในใจ

ถึงแม้ว่าคู่ต่อสู้จะดูรับมือยาก แต่จะให้หลิวชิงอวิ๋นยอมถอยตอนนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาละสายตาจากเนียวโรโมะ แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยต่อไปว่า "งั้นก็เข้ามาเลย"

"คูว~ คูว~"

โรคอนเองก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเพียงเพราะเนียวโรโมะเป็นธาตุน้ำ เธอแหงนหน้าขึ้น มองลงมาที่เนียวโรโมะ แล้วส่งเสียงร้องเบาๆ

สนามประลองบนโซนยอดเขาก็พอมีอยู่บ้าง แต่การต่อสู้ตรงหน้านี้เป็นแค่การประลองฝีมือกันง่ายๆ หาที่ว่างๆ แถวนี้สู้กันก็พอแล้ว

ไม่นาน การประลองภูตวิเศษระหว่างหลิวชิงอวิ๋นและเจียงอิ๋งอิ๋งก็เริ่มต้นขึ้น

โรคอน ปะทะ เนียวโรโมะ

ศึกระหว่างไฟและน้ำ ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดประกายไฟอันเจิดจ้าแบบไหนขึ้นมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 48 - ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งโลกของผู้ฝึกสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว