- หน้าแรก
- ผมแค่อยากเลี้ยงจิ้งจอก ทำไมต้องให้ผมกู้โลกด้วย
- บทที่ 25 เกาะเซี่ยลั่ว
บทที่ 25 เกาะเซี่ยลั่ว
บทที่ 25 เกาะเซี่ยลั่ว
บทที่ 25 เกาะเซี่ยลั่ว
ประมาณบ่ายสองโมง หลิวชิงอวิ๋นและเหล่านักเรียนที่เตรียมขึ้นชั้นมัธยมปลายปีสามแห่งโรงเรียนมัธยมกวางเฉิงแห่งที่สองก็เดินทางมาถึงสถานที่จัดค่ายฤดูร้อนในครั้งนี้ นั่นก็คือเกาะเซี่ยลั่ว
เกาะเซี่ยลั่วเป็นเกาะร้างที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของเมืองเซินเจิ้น เกาะแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ประมาณห้าถึงหกหมื่นตารางกิโลเมตร
เดิมทีเกาะแห่งนี้ไม่มีอยู่บนแผนที่ของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แต่ตั้งแต่ที่โลกภูตวิเศษเริ่มหลอมรวมเข้ากับโลกมนุษย์ เกาะแห่งนี้ก็ปรากฏขึ้น
ใช่แล้ว เดิมทีเกาะเซี่ยลั่วก็คือดินแดนลี้ลับแห่งหนึ่ง ทว่าดินแดนลี้ลับแห่งนี้ได้หลอมรวมเข้ากับดาวเคราะห์สีน้ำเงินมาเป็นเวลานานมากแล้ว จนแทบจะมองไม่เห็นร่องรอยของการหลอมรวมเลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากสงครามได้ยุติลง นานาประเทศจึงเริ่มฟื้นฟูบ้านเมือง จำนวนผู้ฝึกสอนก็เริ่มเข้าสู่ช่วงที่พุ่งทะยานราวกับน้ำพุ และมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี
ทว่าสภาพแวดล้อมที่สุขสบายจนเกินไปกลับทำให้คุณภาพของผู้ฝึกสอนในแต่ละรุ่นเริ่มมีแนวโน้มลดลงทุกปี สถานการณ์ถือว่าไม่ค่อยสู้ดีนัก
บุคคลผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลบางส่วนของประเทศมังกรได้ตระหนักถึงสถานการณ์นี้จึงเริ่มเตรียมรับมือกับภัยคุกคามในยามสงบ เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพของผู้ฝึกสอนหน้าใหม่ที่ลดลงทุกปี พวกเขาจึงริเริ่มแผนการค่ายฤดูร้อน แผนการซูเปอร์โนวา และแผนการฝึกฝนผู้ฝึกสอนรุ่นใหม่อื่นๆ อีกมากมาย
เกาะเซี่ยลั่วคือผลผลิตจากการดำเนินแผนการค่ายฤดูร้อนของประเทศมังกร เกาะที่เดิมทีไม่ได้เป็นของดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้ตกเป็นของรัฐและไม่มีข้อพิพาททางผลประโยชน์ใดๆ จึงถือเป็นหนึ่งในสถานที่ทดลองแผนการที่ดีที่สุดในเวลานั้น
ภายใต้ขีดความสามารถด้านวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานอันไร้เทียมทานของประเทศมังกร เกาะเซี่ยลั่วได้รับการดัดแปลงครั้งใหญ่ จนปัจจุบันได้กลายเป็นสนามฝึกซ้อมที่ใหญ่โตมโหฬาร
บนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกซ้อมทุกรูปแบบ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการในการฝึกซ้อมเฉพาะด้านของภูตวิเศษได้ครบทุกธาตุ ในขณะเดียวกันก็ยังมีสถานที่สำหรับทำภารกิจผ่านด่านอีกมากมาย ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกสอนหน้าใหม่และภูตวิเศษได้รับการขัดเกลาเป็นอย่างดี
สรุปก็คือ เกาะเซี่ยลั่วแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมที่ทางรัฐบาลจงใจดัดแปลงขึ้นมาเพื่อผู้ฝึกสอนหน้าใหม่โดยเฉพาะ
ในช่วงสามสัปดาห์ต่อจากนี้ พวกหลิวชิงอวิ๋นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากเกาะแห่งนี้ นอกจากการใช้เครือข่ายไร้สายเพื่อติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกแบบง่ายๆ แล้ว พวกหลิวชิงอวิ๋นก็ต้องใช้ชีวิตแบบตัดขาดจากโลกภายนอกไปสักระยะหนึ่ง
"แสงแดด ชายหาด แล้วก็วิลล่าริมทะเล ครบเครื่องจริงๆ ไม่ขาดอะไรเลยแฮะ" หลิวชิงอวิ๋นเดินลงมาจากรถไฟความเร็วสูงข้ามทะเลที่วิ่งตรงจากเมืองเซินเจิ้นมายังเกาะเซี่ยลั่ว เขาเหยียบลงบนผืนทรายอันอ่อนนุ่ม แล้วมองดูดวงอาทิตย์ที่สาดแสงร้อนแรงอยู่เหนือหัว มองดูท้องทะเลอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่อยู่ห่างออกไป และมองดูวิลล่าริมทะเลที่เรียงรายกันเป็นแถวอยู่ใกล้ๆ พลางพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"คูอูคูอู~" เห็นได้ชัดว่าโรคอนชื่นชอบสภาพแวดล้อมที่มีแสงแดดและชายหาดแบบนี้มาก เธอสูดอากาศบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นอายของท้องทะเลเข้าปอดเฮือกใหญ่ และสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นๆ ที่พัดมาจากทะเล จึงบิดขี้เกียจบนไหล่ของหลิวชิงอวิ๋นด้วยความสบายตัว พลางส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ
น่าเสียดายที่ผ่านไปได้ไม่ถึงสองนาที ความปรารถนาอันสวยหรูของหลิวชิงอวิ๋น โรคอน และเหล่านักเรียนจากโรงเรียนมัธยมกวางเฉิงแห่งที่สองที่จะได้พักในวิลล่าริมทะเลเพื่อดื่มด่ำกับแสงแดดและชายหาดในทุกๆ วันก็มีอันต้องพังทลายลง
"เอาล่ะนักเรียนทุกคน เลิกมองได้แล้ว วิลล่าพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลยสักนิด ที่พักของพวกเราอยู่ตรงโน้น" อาจารย์ประจำชั้นเกาซินใช้โทรโข่งขนาดเล็กที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเป้พูดเสียงดัง หลังจากเช็กชื่อจากบัญชีรายชื่อจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครหายไปไหน จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังเนินเขาลูกหนึ่งบนเกาะ
เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลได้ทุ่มเทความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ผู้ฝึกสอนและภูตวิเศษได้รับการฝึกฝนพละกำลังอย่างดีเยี่ยม
ถนนที่ทอดยาวขึ้นไปบนเขานั้นถูกสร้างขึ้นโดยการตัดวนรอบภูเขานับสิบๆ รอบ ซึ่งเมื่อเทียบกับการสร้างเป็นเส้นตรงแล้ว ปริมาณงานก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่าอย่างแน่นอน ส่งผลให้ระยะทางของถนนที่ทอดยาวขึ้นไปยังที่พักบนเขานั้นมีระยะทางมากกว่าการเดินขึ้นเขาเป็นเส้นตรงถึงสิบกว่าเท่าตัว
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือถนนบนภูเขาเส้นนี้ไม่ได้เป็นถนนลูกรังขรุขระแบบดั้งเดิม แต่เป็นถนนคอนกรีตที่มีความลาดชันกำลังดี รถยนต์สามารถสัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ได้อย่างสบายๆ
บนพื้นถนนยังมีลู่วิ่งยางที่สร้างไว้สำหรับวิ่งโดยเฉพาะ และมีเลนจักรยานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ฝึกสอนสามารถปั่นขึ้นลงเขาได้อย่างรวดเร็ว ริมถนนมีการติดตั้งรั้วกั้นอย่างแน่นหนา ขอแค่ไม่ทำอะไรแผลงๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ตลอดสองข้างทางบนภูเขายังมีตู้ขายของอัตโนมัติที่จำหน่ายอาหารปรุงสุก เครื่องดื่ม และอาหารภูตวิเศษตั้งอยู่มากมาย
ผู้ฝึกสอนและภูตวิเศษสามารถใช้ถนนเส้นนี้เป็นสถานที่ฝึกวิ่งระยะไกลได้สบายๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะอดน้ำหรืออดตายบนถนนภูเขาอันแสนยาวไกลเส้นนี้
ไม่นานนักภายใต้ข้อบังคับของบรรดาอาจารย์ นักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนมัธยมกวางเฉิงแห่งที่สองและภูตวิเศษของพวกเขาก็เริ่มต้นการเดินทางปีนเขา แถมยังต้องลากกระเป๋าสัมภาระอันหนักอึ้งไปด้วย
ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสิบกว่านาที ผู้ฝึกสอนหน้าใหม่จำนวนมากและภูตวิเศษที่เพิ่งจะผ่านพ้นช่วงวัยทารกมาได้ไม่นานก็เริ่มบ่นอุบด้วยความเหนื่อยล้า
"สมแล้วที่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับฝึกฝนผู้ฝึกสอนหน้าใหม่ คิดได้รอบคอบจริงๆ ถ้าต้องเดินขึ้นลงถนนบนเขานี้วันละหลายๆ รอบ พละกำลังของผู้ฝึกสอนกับภูตวิเศษจะไม่เพิ่มขึ้นก็ให้มันรู้ไป" หลิวชิงอวิ๋นลากกระเป๋าสัมภาระอันหนักอึ้งเดินไปตามถนนบนภูเขาที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด เขาพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาเฮือกใหญ่พลางคิดในใจด้วยความทรมาน
เขาเดินตากแดดที่ร้อนระอุอยู่เหนือหัวตามขบวนของห้องเรียนมาเกือบชั่วโมงแล้ว ยิ่งระดับความสูงเพิ่มขึ้น การใช้พละกำลังก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้เหงื่อของเขาไหลท่วมตัวไปหมด เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งชื่นชมและเคียดแค้นคนที่ออกแบบถนนบนภูเขาเส้นนี้
สมัยที่หลิวชิงอวิ๋นยังเป็นเด็กเรียนไม่เอาไหน เขามักจะไปท้าประลองในสนามกีฬากับเพื่อนซี้ทั้งสามคนอยู่บ่อยๆ จนได้รับฉายาว่าเป็นนักเลงโตแห่งสนามกีฬาโรงเรียนมัธยมกวางเฉิงแห่งที่สาม ดังนั้นสมรรถภาพทางร่างกายของเขาจึงไม่ถือว่าอ่อนแอ อย่างน้อยๆ ก็แข็งแกร่งกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันไปอีกระดับหนึ่ง
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเหนื่อยจนแทบจะทนไม่ไหว อยากจะหยุดพักสักแป๊บแล้วค่อยเดินต่อใจจะขาด
ขนาดคนที่มีสมรรถภาพทางร่างกายดีเยี่ยมอย่างหลิวชิงอวิ๋นยังแทบจะไม่ไหว แล้วนับประสาอะไรกับคนที่มีสมรรถภาพทางร่างกายสู้เขาไม่ได้กันล่ะ
ในเวลานี้มีคนและภูตวิเศษจำนวนไม่น้อยที่ทนความโหดร้ายของเส้นทางปีนเขานี้ไม่ไหวจนต้องหยุดพักกันไปตั้งนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้ขบวนนักเรียนที่แต่เดิมเดินต่อกันเป็นแถวยาวเหยียดจึงเกิดรอยต่อขาดตอนเป็นช่วงๆ
แม้จะอยากหยุดพักใจจะขาด แต่พอหลิวชิงอวิ๋นมองดูโรคอนที่ยังคงกัดฟันเดินอยู่ข้างๆ และมองดูขบวนด้านหน้าที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก เขาก็ยังคงฝืนเดินต่อไปโดยไม่หยุดพัก เขากัดฟันเดินตามหลังขบวนนักเรียนกลุ่มแรกที่อยู่แนวหน้าสุดไปติดๆ
จนถึงตอนนี้หลิวชิงอวิ๋นก็ตระหนักได้ว่าการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ผู้ฝึกสอนหน้าใหม่อย่างพวกเขาก้าวเท้าเหยียบลงบนเกาะแห่งนี้แล้ว การปีนเขาเพื่อไปยังที่พักในตอนนี้เป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
ถ้าแม้แต่การทดสอบระดับนี้เขายังผ่านไปไม่ได้ การที่เขาอยากจะคว้าอันดับหนึ่งในค่ายฤดูร้อนครั้งนี้ก็คงเป็นแค่ฝันเฟื่อง
เพราะยังมีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอีกหลายสิบคนที่กัดฟันเดินอยู่ข้างหน้า ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีผู้หญิงที่ดูบอบบางอยู่ไม่น้อย ส่วนด้านหลังก็ยังมีคนอีกมากมายที่กำลังพยายามอย่างหนัก ถ้าเขาเลือกที่จะหยุดพัก คนพวกนี้ก็จะแซงหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว
การแข่งขันอันแสนโหดร้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หากไม่อยากถูกคัดออกก็มีแต่ต้องกัดฟันสู้ต่อไปเท่านั้น
"โชคดีที่ฉันเตรียมตัวมาพร้อม พละกำลังไม่พอก็ต้องเอาอาวุธลับมาช่วย ฉันต้องพยายามก้าวไปอยู่แถวหน้าให้ได้ ไม่แน่ว่าคนที่ไปถึงที่พักเป็นคนแรกอาจจะมีรางวัลพิเศษให้ก็ได้ ห้ามหลุดจากขบวนเด็ดขาด" หลังจากที่หลิวชิงอวิ๋นพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง เขาก็หยิบเครื่องดื่มขวดสีฟ้าออกมาจากกระเป๋าเป้ จากนั้นก็บิดฝาออกแล้วเทกรอกปากอึกใหญ่โดยไม่ให้ปากสัมผัสกับขวด
วินาทีต่อมาความรู้สึกเย็นสดชื่นราวกับรสมินต์ก็แผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก ราวกับได้ดื่มน้ำมะนาวเย็นจัดในวันที่อากาศร้อนจัด รู้สึกดีสุดๆ ไปเลย
ชั่วพริบตาความร้อนในร่างกายก็มลายหายไปจนหมดสิ้น จิตใจรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที พละกำลังที่แทบจะเหือดแห้งก็เริ่มฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว
"คูอูคูอู~" ในเวลานี้โรคอนเองก็เหนื่อยจนแทบขาดใจเหมือนกัน พอเห็นว่าในที่สุดหลิวชิงอวิ๋นก็หยิบของดีออกมาดื่ม เธอก็รีบร้องโวยวายขอดื่มบ้างทันที
แน่นอนว่าหลิวชิงอวิ๋นไม่มีทางหวงของดีกับโรคอนอยู่แล้ว หลังจากที่เขาดื่มไปอีกอึก เขาก็ย่อตัวลงแล้วป้อนให้โรคอนดื่ม
"คูอู~" หลังจากที่โรคอนอ้าปากดื่มเครื่องดื่มสีฟ้าเข้าไปหลายอึกด้วยความเอร็ดอร่อย เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความสบายตัวเช่นกัน จิตใจกลับมาร่าเริงอีกครั้ง ความรู้สึกหนักอึ้งที่ขาทั้งสี่ก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้เครื่องดื่มสีฟ้าที่หลิวชิงอวิ๋นและโรคอนดื่มเข้าไปนั้น แน่นอนว่ามันคือน้ำเปล่าที่ละลายก้อนพลังงานผลส้มสีทองเอาไว้ แถมยังเป็นน้ำเปล่าที่ใส่ก้อนพลังงานผลส้มสีทองลงไปถึงสองก้อน ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูพละกำลังจึงถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากที่หนึ่งคนหนึ่งภูตวิเศษดื่มอาวุธลับสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมเข้าไป แม้จะไม่ถึงขั้นฟื้นพลังเต็มหลอดเหมือนได้เกิดใหม่ แต่พละกำลังก็ฟื้นกลับมาได้ถึงสามสี่ส่วน สามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างฉับไวอีกครั้ง
หลังจากนั้นภายใต้สายตาที่ทั้งไม่ยอมแพ้และประหลาดใจของเพื่อนร่วมรุ่น หลิวชิงอวิ๋นและโรคอนที่เริ่มออกเดินอีกครั้งก็ก้าวเท้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จนสามารถไล่ตามกลุ่มนักเรียนแนวหน้าสุดได้สำเร็จ
ไม่เพียงเท่านั้น ฝีเท้าของหลิวชิงอวิ๋นและโรคอนก็ไม่ได้ช้าลงเลย พวกเขายังคงรักษาความเร็วเอาไว้ได้อย่างคงที่ และแซงหน้าผู้คนรวมถึงภูตวิเศษที่อยู่ด้านหน้าไปทีละคนๆ
เจ็ดแปดนาทีต่อมา ในที่สุดหลิวชิงอวิ๋นและโรคอนก็ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งแนวหน้าสุดของกลุ่มแรกจนได้ ซึ่งในเวลานี้มีเพื่อนร่วมรุ่นที่เดินนำหน้าเขาอยู่เพียงแค่เก้าคนเท่านั้น
[จบแล้ว]