- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 58 - ไขปริศนา! ความจริงที่แท้จริงของหมู่บ้านผีสิง!
บทที่ 58 - ไขปริศนา! ความจริงที่แท้จริงของหมู่บ้านผีสิง!
บทที่ 58 - ไขปริศนา! ความจริงที่แท้จริงของหมู่บ้านผีสิง!
บทที่ 58 - ไขปริศนา! ความจริงที่แท้จริงของหมู่บ้านผีสิง!
☆☆☆☆☆
หลังจากเล่าเรื่องทั้งหมดจบ ชายชราก็ปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรอีก พร้อมกับทำหน้าตาเด็ดเดี่ยวประมาณว่า ต่อให้ฆ่าทิ้ง เขาก็จะไม่ยอมพูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว
เจิ้งอวี่เองก็ไม่ได้คิดจะคาดคั้นหรือทำให้ชายชรากับเด็กน้อยลำบากใจ
ชายชราถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพาเด็กน้อยกลับไปหดตัวหลบอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมกำแพงตามเดิม
"เพราะงั้น วันนี้ก็เลยเป็นพิธีเซ่นไหว้ครั้งที่สี่สินะ"
หลังจากชายชราเดินออกไป เหวินเหรินฉิงอวี่ก็เริ่มวิเคราะห์
"ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านคนนี้ สาเหตุที่ทำให้หมู่บ้านกลายเป็นแบบนี้ก็คือพิธีเซ่นไหว้ครั้งที่สาม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าพิธีเซ่นไหว้จะถูกทำลาย และคนที่ทำลายพิธีก็น่าจะเป็นพวกวัยรุ่นที่ถูกตีจนขาหักและเก็บความแค้นเอาไว้พวกนั้นนั่นแหละ"
"เพื่อที่จะทำให้หมู่บ้านกลับคืนสู่สภาพเดิม ก็เลยต้องจัดพิธีเซ่นไหว้ในวันนี้ขึ้นมา"
สิ่งที่เหวินเหรินฉิงอวี่พูด แทบจะตรงกับข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเจิ้งอวี่เป๊ะๆ
เจิ้งอวี่เห็นด้วยกับคำพูดของเธอ "เพราะงั้น ชาวบ้านจึงไม่มีทางยอมให้คนนอกเข้ามาทำลายพิธีเซ่นไหว้ในครั้งนี้เด็ดขาด"
"นั่นก็หมายความว่า โลงศพไม้สามโลงที่คนแก่คนนั้นบอก น่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจริงๆ "
"จางจ้านเองก็น่าจะวิเคราะห์ข้อมูลพวกนี้ออกเหมือนกัน สุดท้ายเลยเลือกที่จะเชื่อคำพูดของชาวบ้าน และหลีกเลี่ยงการปะทะกับชาวบ้านไปชั่วคราว เพื่อปล่อยให้พวกเขาทำพิธีเซ่นไหว้จนเสร็จ"
เหวินเหรินฉิงอวี่พูดเสริม "ฉันคิดว่า จางจ้านน่าจะเชื่อว่าขอแค่พิธีเซ่นไหว้เสร็จสิ้น หมู่บ้านก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม และสามารถเคลียร์ขุมนรกได้ในที่สุด"
เจิ้งอวี่พยักหน้า "ก็อาจจะเป็นไปได้"
"แต่ผลลัพธ์พวกเราก็รู้อยู่แก่ใจ ต่อให้พิธีเซ่นไหว้จะสำเร็จ หมู่บ้านซ่างยวี่ก็ยังเป็นหมู่บ้านผีสิงอยู่ดี แถมยังต้องไปเจอกับพิธีวิวาห์ยมโลกในวันที่สอง และค่ำคืนร้อยอสูรยาตราในวันที่สามอีก"
การวิเคราะห์ของทั้งสองคน ล้วนพุ่งเป้าไปที่แนวทางที่เจิ้งอวี่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้
นั่นก็คือ... ทำลายพิธีเซ่นไหว้!
เหวินเหรินฉิงอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น "บรรพชนที่สามารถดลบันดาลให้คำอธิษฐานของหมู่บ้านซ่างยวี่เป็นจริงได้ ก็คงจะเป็นเทพหยินองค์นั้นสินะ?"
เหมือนกับเทพแห่งคุกยะเยือกที่สาปแช่งเสี่ยวฉีในขุมนรกถนนเหมันต์นั่นแหละ
หมู่บ้านซ่างยวี่แห่งนี้ ก็คงจะกลายสภาพเป็นแบบนี้เพราะการปรากฏตัวของเทพหยินเหมือนกัน
แต่เจิ้งอวี่กลับเสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไป
"บางที ในตอนแรกสุดอาจจะไม่มีเทพหยินองค์ไหนอยู่เลยก็ได้"
เหวินเหรินฉิงอวี่ถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
เจิ้งอวี่ยิ้มแล้วพูดขึ้น "เธอไม่คิดบ้างเหรอว่า ไอ้ชาสีม่วงที่ทำให้คนลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงขั้นยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้ดื่มนั่นน่ะ มันคล้ายกับของสิ่งหนึ่งมากเลยนะ?"
เหวินเหรินฉิงอวี่ยังคิดตามไม่ทัน
แต่กลับเป็นเค่ออิงที่นั่งฟังพวกเขาวิเคราะห์มาโดยตลอดพูดขึ้นมาแทน "ฝิ่น ไงล่ะ"
เจิ้งอวี่พยักหน้า
"น่าจะเป็นของประเภทเดียวกันนั่นแหละ มีแค่ของพรรค์นี้แหละที่ทำกำไรได้มหาศาลขนาดนั้น"
"ไอ้เรื่องการขุดสุสานบรรพชนมาทำพิธีเซ่นไหว้อะไรนั่น มันก็แค่เรื่องงมงายที่หัวหน้าหมู่บ้าน หรือพวกพ้องของหัวหน้าหมู่บ้านกุขึ้นมาหลอกคนอื่นก็เท่านั้นแหละ"
"ของที่จู่ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มันก็ต้องมีที่มาที่ไป และการเซ่นไหว้ก็คือวิธีที่ดีที่สุดในการหลอกลวงพวกชาวบ้านที่ไม่มีความรู้พวกนี้ยังไงล่ะ"
"เพื่อให้พวกเขายอมปลูกพืชที่ผิดกฎหมายในโลกภายนอกพวกนี้ด้วยความเต็มใจ"
"จากนั้นก็ใช้พิธีเซ่นไหว้ครั้งที่สอง มาเป็นเครื่องมือในการกักขังคนพวกนี้เอาไว้"
"เธอก็รู้นี่นา พอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับของพวกนี้แล้ว การจะถอนตัวออกไปมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไป"
"ส่วนจุดประสงค์ของพิธีเซ่นไหว้ครั้งที่สามก็เรียบง่ายมาก แค่หาข้ออ้างมาจัดการกับพวกคนที่คิดจะหนีออกไปก็แค่นั้นเอง"
เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของเจิ้งอวี่ เหวินเหรินฉิงอวี่ก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตของหมู่บ้านซ่างยวี่ได้จนครบถ้วน และเธอก็มองว่ามันสมเหตุสมผลเอามากๆ
"ใช่เลย!"
"มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ "
เหวินเหรินฉิงอวี่ชื่นชอบขั้นตอนการไขปริศนาแบบนี้มาก ในขุมนรกถนนเหมันต์คราวก่อน เธอก็วิเคราะห์สถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ดันคิดไม่ถึงเรื่องวิธีใช้เค้กเครื่องใน
มาในขุมนรกแห่งนี้ เธอก็ดันคิดหาวิธีรับมือได้ช้ากว่าเจิ้งอวี่อีก
เธอหันไปมองเจิ้งอวี่ และพบว่าเจิ้งอวี่ไม่เพียงแต่จะมีความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่เขายังมีไหวพริบและความช่างสังเกตต่อรายละเอียดต่างๆ ในขุมนรกเหนือกว่าคนทั่วไปอีกด้วย
แต่เถาเฉียนกลับยังไม่ค่อยเข้าใจ "แล้วพอเรารู้เรื่องพวกนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?"
เจิ้งอวี่อธิบาย "นี่ก็หมายความว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ มันไม่เคยมีบรรพชนที่สามารถดลบันดาลคำอธิษฐานให้เป็นจริงอยู่เลย"
"ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ... ทั้งหมู่บ้านพากันล้มตายด้วยเหตุผลบางอย่าง จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นหมู่บ้านผีสิง"
"นายต้องเข้าใจเรื่องหนึ่งก่อนนะ"
"ในเงื่อนไขการตั้งค่าของขุมนรก มันจะต้องบรรลุเงื่อนไขบางอย่าง คำสาปของเทพถึงจะสำแดงฤทธิ์"
"อย่างเช่นการที่เสี่ยวฉีถูกควักเครื่องใน แม่ถูกผลักตกลงไปในบ่อ ความแค้น ความโกรธเกรี้ยว ความเกลียดชัง เมื่อมาผสานเข้ากับคำสาปของเทพแห่งคุกยะเยือก ถึงได้ก่อให้เกิดเป็นถนนเหมันต์ขึ้นมา"
"หมู่บ้านซ่างยวี่ก็เหมือนกัน"
"เทพหยิน จะปรากฏตัวได้ก็ต่อเมื่อสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยวิญญาณร้ายเท่านั้น"
"คราวนี้นายเข้าใจความหมายของฉันหรือยังล่ะ?"
เจิ้งอวี่ปรายตามองไปทางชายชราและเด็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ พูดขึ้น "ไม่ใช่ว่ามีเทพหยินเกิดขึ้นมาก่อน แล้วถึงค่อยมีหมู่บ้านซ่างยวี่ตามมาหรอกนะ"
"แต่เป็นเพราะ... มีหมู่บ้านผีสิงซ่างยวี่ที่เหมาะจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์คำสาปของเทพหยินเกิดขึ้นมาก่อนต่างหาก มันถึงได้กลายมาเป็นขุมนรกศาลบรรพชนซ่างยวี่แห่งนี้"
"เหตุและผลมันสลับกันอยู่น่ะ"
เถาเฉียนขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำพูดของเจิ้งอวี่ "งั้นความหมายของนายก็คือ พวกเขาก็เป็นผีด้วยงั้นเหรอ?"
"แต่ถ้าพวกเขาเป็นผี ทำไมยันต์ถึงไม่ไหมล่ะ แล้วทำไมถึงไม่มีหลอดเลือดด้วย?"
คนที่ตอบคำถามให้เถาเฉียนไม่ใช่เจิ้งอวี่ หรือเหวินเหรินฉิงอวี่ แต่เป็นไฉอวิ๋นที่ปิดปากเงียบมาโดยตลอด
ไฉอวิ๋นพูดขึ้น "มีข้อสันนิษฐานหนึ่งเคยมีคนเอาไปถกกันในเว็บบอร์ด ว่าถ้าหากสิ่งมีชีวิตประเภทผีสางไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายไปแล้วและกลายเป็นผี พวกเขาก็อาจจะปรากฏตัวในรูปลักษณ์ของมนุษย์ได้"
"เพราะงั้น ข้อสันนิษฐานของเจิ้งอวี่จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก"
คราวนี้เถาเฉียนเริ่มจะกระจ่างขึ้นมาบ้างแล้ว "นั่นก็หมายความว่า ไม่ว่าพวกเขาจะจัดพิธีเซ่นไหว้ไปมากแค่ไหน มันก็สูญเปล่าอยู่ดี เหมือนกับในขุมนรกถนนเหมันต์ ความจริงแล้วมันก็แค่มีใครบางคนที่ได้รับพลังจากเทพหยินมา แล้วใช้พลังนั้นลงทัณฑ์ชาวบ้านพวกนี้สินะ?"
"ในที่สุดนายก็คิดออกสักที"
เจิ้งอวี่ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น "เพราะงั้น เป้าหมายของพวกเราก็เลยชัดเจนมากแล้วยังไงล่ะ"
"พิธีเซ่นไหว้มันไม่ได้มีประโยชน์บ้าบออะไรเลย"
"มันเป็นแค่ความยึดติดของพวกชาวบ้านที่ยังคิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ก็เท่านั้น พวกเขาหวังพึ่งพิธีเซ่นไหว้เพื่อให้ได้ความสงบสุขกลับคืนมา และกลับไปใช้ชีวิตเหมือนแต่ก่อน"
"นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมหัวหน้าหมู่บ้านถึงไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน แต่กลับไปสิงสู่อยู่ในสุสานยังไงล่ะ"
"เป็นฝีมือของคนที่มีพลังจากเทพหยินนั่นแหละ ที่กักขังวิญญาณหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ในสุสาน เพื่อไม่ให้เขาเข้ามาบอกความจริงกับชาวบ้านในหมู่บ้าน"
"ชาวบ้านที่นี่จึงได้แต่จัดพิธีเซ่นไหว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนอยู่แบบนี้วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า อย่างไม่มีที่สิ้นสุด"
"แล้วการเซ่นไหว้ ต้องใช้อะไรบ้างล่ะ?"
"ขุดหลุมศพ?"
"ถูกต้อง ขุดหลุมศพของหัวหน้าหมู่บ้านไงล่ะ"
"ซี๊ดดด—"
เถาเฉียนสูดปากด้วยความตกตะลึง
จิ๊กซอว์ทุกชิ้นปะติดปะต่อกันลงล็อกพอดี
ขุดหลุมศพมาทำพิธีเซ่นไหว้ ขุดกันทุกวี่ทุกวัน ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องบัดซบทั้งหมด ต้องถูกขุดขึ้นมาจากหลุมทุกวัน แล้วถูกส่งไปทรมานที่ศาลบรรพชน
ส่วนชาวบ้านก็จะถูกกักขังให้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวในหมู่บ้านผีสิงตลอดกาล
แต่สิ่งที่ทรมานที่สุดก็คือ พวกเขาจะยังคงหลอกตัวเองอยู่เสมอว่า พิธีเซ่นไหว้ครั้งที่สี่จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้
ความสิ้นหวังที่แท้จริง มักจะมาในรูปแบบของความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง
เถาเฉียนตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่เหมือนเพิ่งบรรลุสัจธรรม "เพราะงั้น พิธีวิวาห์ยมโลกในวันที่สอง กับค่ำคืนร้อยอสูรยาตราในวันที่สาม มันไม่ได้มีไว้เพื่อรับมือกับคนนอกอย่างพวกเราเลยสินะ"
"แต่มันมีไว้เพื่อทรมานชาวบ้านพวกนี้ต่างหาก?"
เจิ้งอวี่ส่งสายตาแบบ 'สอนง่ายดีนี่' ไปให้เถาเฉียน
"งั้นฉันขอถามนายอีกข้อ นายคิดว่าใครในหมู่บ้านแห่งนี้ ที่มีความเคียดแค้นต่อหมู่บ้านซ่างยวี่มากขนาดนี้?"
เถาเฉียนลองคิดดู "ก็พวกเด็กวัยรุ่นที่ถูกตีจนขาหักพวกนั้นไงล่ะ?"
เจิ้งอวี่ส่ายหน้า "นายคิดว่าพวกเขาจะมีความเคียดแค้นมากพอที่จะทำให้ทั้งหมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านผีสิงได้เลยเหรอ? เด็กวัยรุ่นพวกนั้น อย่างมากก็แค่พวกหัวรั้นที่ไม่อยากจะผลิตยาเสพติดต่อ แล้วอยากจะแยกตัวออกไปเป็นอิสระก็เท่านั้นเอง"
เถาเฉียนนึกถึงคำถามที่เจิ้งอวี่เพิ่งจะถามคนแก่คนนั้นไปเมื่อครู่นี้ขึ้นมาได้
"พวกเขารับซื้อคน..."
เถาเฉียนพึมพำกับตัวเอง
"เพราะงั้น ก็เลยเป็นคนที่ถูกลักพาตัวมาขายที่นี่งั้นเหรอ?"
เจิ้งอวี่พยักหน้า "เถาเฉียน นายหาจุดบอดของเรื่องนี้เจอแล้ว"
"จางจ้านเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้นจนจบ ว่าบอสที่เขาต้องจัดการคือบรรพชนตัวปลอมนั่น แต่ความจริงแล้ว บรรพชนตัวปลอมก็คือหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งโดนพวกเรากำจัดทิ้งไปตั้งแต่ตอนอยู่สุสานแล้ว"
"บอสตัวจริง คือผู้อยู่เบื้องหลังที่เปลี่ยนหมู่บ้านซ่างยวี่ให้กลายเป็นหมู่บ้านผีสิงต่างหาก"
"เป็นคนที่เกลียดชังหมู่บ้านซ่างยวี่เข้ากระดูกดำ"
"ขอแค่หาเธอให้เจอ พวกเราก็สามารถเคลียร์ขุมนรกศาลบรรพชนนี้ได้สบายๆ โดยไม่ต้องรอให้ถึงสามวันด้วยซ้ำ"
[จบแล้ว]