- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิทะยานฟ้าล่าสมบัติหมื่นโลก
- บทที่ 9: การตายของเทพเจ้าชั่วร้ายแห่งประเทศเศวตคช สวี่เชี่ยนตกตะลึง
บทที่ 9: การตายของเทพเจ้าชั่วร้ายแห่งประเทศเศวตคช สวี่เชี่ยนตกตะลึง
บทที่ 9: การตายของเทพเจ้าชั่วร้ายแห่งประเทศเศวตคช สวี่เชี่ยนตกตะลึง
บทที่ 9: การตายของเทพเจ้าชั่วร้ายแห่งประเทศเศวตคช สวี่เชี่ยนตกตะลึง
"ท่านเทพ" ที่ว่านี้หมายถึงเทพเจ้าชั่วร้ายที่ผู้คนในประเทศเศวตคชเคารพบูชา ซึ่งถือเป็นลัทธิที่นอกรีตอย่างยิ่งในประเทศเซี่ย
แต่ในความเป็นจริง เบื้องหลังนั้นกลับมีชาวประเทศเซี่ยที่บ้าคลั่งบางกลุ่มหันไปบูชาเทพเจ้าชั่วร้ายองค์นี้เพื่อแสวงหาพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พวกเขายอมฆ่าคนและทำพิธีสังเวยเพื่อเอาใจสิ่งที่เรียกว่าเทพเจ้าเหล่านั้น ซึ่งเมิ่งอู่นักสำรวจระดับเอสก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้
"ท่านเทพมอบพละกำลังมหาศาลให้ข้า ตอนนี้ในประเทศเซี่ยจะมีนักสำรวจระดับเอสคนไหนแข็งแกร่งเท่าข้าอีก?"
"คนอย่างพวกเราครอบครองพลังที่เหนือธรรมชาติแล้ว เหตุใดต้องไปสนใจพวกมดปลวกที่เป็นคนธรรมดาเหล่านั้นด้วย?!"
เมิ่งอู่เบนสายตาไปทางอาวุโสจ้านคงที่อยู่ในลานบ้าน ซึ่งดูเหมือนกำลังยืนดูบทละครอยู่ ทว่าในวินาทีต่อมาสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
"ต่อให้เอาไอ้แก่หนังเหี่ยวคนนี้ไปสังเวยให้ท่านเทพ ท่านก็คงไม่พึงพอใจหรอก"
เมิ่งอู่ชี้ไปที่จ้านคงราวกับว่าชายชราผู้นี้เป็นคนตายไปแล้ว
"ต้องเป็นผู้เหนือธรรมชาติที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งอย่างเจ้าเท่านั้นถึงจะทำให้ท่านเทพพอใจได้ และเมื่อนั้นท่านก็จะประทานตบะให้ข้ามากยิ่งขึ้น!!"
สวี่เชี่ยนเข้าใจได้ทันทีว่าเมิ่งอู่ต้องฝึกฝนพิธีกรรมปีศาจหรือคาถาบางอย่างมาแน่ๆ ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยคาถาอัญเชิญเทพเจ้าชั่วร้าย ไสยศาสตร์ต่างๆ เริ่มกลับมาฟื้นคืนชีพ แม้แต่การที่พวกเขากลายเป็นผู้เหนือธรรมชาติ แท้จริงแล้วก็ถูกชี้นำโดยมือที่มองไม่เห็น และคนอย่างเมิ่งอู่ก็กล้าทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าหาพลังและความเป็นอมตะ!
ทว่าทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ขัดจังหวะเมิ่งอู่และสวี่เชี่ยนขึ้นมา
"พ่อหนุ่ม ข้าขอเตือนเจ้าว่าให้ระวังคำพูดหน่อย อย่าได้มาลบหลู่อู๋ดูหมิ่น 'ไอ้แก่หนังเหี่ยว' ที่เจ้าว่าอย่างส่งเดช"
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ร่างของอาวุโสจ้านคงมาปรากฏอยู่ที่ประตูบ้าน เขากอดอกมองเมิ่งอู่ราวกับมองซากศพ
หัวใจของเมิ่งอู่และสวี่เชี่ยนสั่นสะท้านพร้อมกัน พวกเขาไม่สังเกตเห็นเลยว่าอาวุโสจ้านคงเดินเข้ามาใกล้ตอนไหน แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าอาวุโสจ้านคงไม่มีแม้แต่ร่องรอยของพลังปีศาจ เมิ่งอู่ก็แสยะยิ้มออกมาทันที
"มดปลวกที่ไร้ค่า ถึงเลือดเนื้อของเจ้าจะไม่มีราคาเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวข้าจะรวมเจ้าเข้าไปในพิธีสังเวยด้วยแล้วกัน!"
เมิ่งอู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากัดนิ้วตัวเองจนเลือดออกและเริ่มวาดวงเวทย์พิธีกรรมที่ประหลาดบนพื้น ความจริงแล้วด้วยพละกำลังปัจจุบันของเขา ไม่มีนักสำรวจคนไหนในประเทศเซี่ยที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ แต่เทพเจ้าทั้งสิบที่ปรากฏตัวในเมืองต้าจิงเมื่อวันก่อนทำให้เขาหวาดกลัวจริงๆ ในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเซี่ย เขาไม่เคยรู้เลยว่าประเทศนี้จะมีไพ่ตายเช่นนั้นอยู่!
วงเวทย์ดาวหกแฉกสีเลือดก่อตัวขึ้น แสงจางๆ ปรากฏออกมา จากนั้นเงาร่างกึ่งมนุษย์ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เงาลักษณะนี้คล้ายกับเทพเจ้าที่ชาวประเทศเศวตคชกล่าวถึง ร่างกายเป็นมนุษย์แต่ศีรษะเป็นช้าง ทว่าดวงตาของเทพองค์นี้กลับเป็นสีแดงฉานและจ้องเขม็งไปที่สวี่เชี่ยน
"เครื่องสังเวยชั้นดี..."
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ มันก็พลันรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงไปทั่วร่าง จากนั้นเงาร่างกึ่งมนุษย์ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทั้งที่ยังก่อตัวไม่เสร็จสมบูรณ์
ในเวลาเดียวกัน ณ ประเทศเศวตคชที่อยู่ห่างไกล ภายในมหาวิหารที่กว้างขวางใหญ่โต มีรูปปั้นเทพเจ้าตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าสุด เมื่อสามเดือนก่อน ที่แห่งนี้เองที่เทพเจ้าได้ปรากฏกายและขับไล่ปีศาจออกไปทั้งหมด
ทว่าในวินาทีนั้น เหนือฟากฟ้าของมหาวิหาร ร่างของชายชราที่มีท่วงท่าราวกับเซียนผู้อมตะก็ปรากฏขึ้น เขาฟาดฝ่ามือลงมาอย่างไม่ใส่ใจเพียงครั้งเดียวก็ทำให้รูปปั้นเทพเจ้าแตกสลาย ทันทีที่มันแตกออก แสงสีเลือดจางๆ พยายามจะหลบหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่กลับถูกชายชราผู้นั้นคว้าเอาไว้ได้
"หึ แม้แต่เศษเสี้ยวความคิดศักดิ์สิทธิ์ของข้าเจ้ายังสู้ไม่ได้ แต่กลับบังอาจเรียกตัวเองว่าเทพเจ้า? เจ้าถึงกับกล้าลงมือกับสายเลือดโดยตรงของท่านเจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เห็นทีเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!"
"ไม่ใช่แค่เจ้า แต่โลกที่อยู่เบื้องหลังเจ้าจะต้องถูกสะสางบัญชีด้วย"
เมื่อรูปปั้นแตกสลาย เหล่าผู้ศรัทธาในวิหารต่างพากันตื่นตระหนก
"เกิดอะไรขึ้น?"
"แย่แล้ว ปีศาจบุกประเทศเราแล้ว! ท่านเทพตายแล้วหรือ??"
ในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งประเทศเศวตคชตกอยู่ในสภาวะโกลาหล
ขณะเดียวกัน ณ บ้านเก่าตระกูลสวี่ เมิ่งอู่จ้องมองพิธีกรรมที่เลือนหายไปด้วยความมึนงง เขาพยายามทำพิธีสังเวยอีกครั้งจากความทรงจำ แต่คราวนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นเลย หรือว่าท่านเทพจะไม่สนใจเครื่องสังเวยชิ้นนี้? เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนสวี่เชี่ยนก็คือเครื่องสังเวยระดับสูงสุด!
ทันใดนั้น เมิ่งอู่พลันรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายไปทั่วร่าง พลังปีศาจในตัวเขาพุ่งพล่านและเริ่มกัดกินสติปัญญาของเขา เมื่อปราศจากการกดข่มจากพลังของเทพเจ้าชั่วร้าย เมิ่งอู่ก็กลับคืนสู่ร่างเดิมที่แท้จริง
ในช่วงวินาทีสุดท้าย สายตาของเมิ่งอู่เหลือบไปมองจ้านคงที่มีแววตาเรียบเฉย แต่เมิ่งอู่รู้ซึ้งถึงชะตากรรมของตนเองแล้ว เขาถูกชายชราผู้นี้ล็อกเป้าหมายไว้ตั้งนานแล้ว
สวี่เชี่ยนยังคงมึนงงอย่างถึงที่สุด เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น โชคดีที่ตอนนี้เธอขยับตัวได้แล้ว แต่เมื่อเห็นเมิ่งอู่กำลังจะเกิดภาวะปีศาจตื่นตัว เธอก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ย่ำแย่ นักสำรวจที่เสียสติไปแล้วย่อมเป็นตัวอันตรายที่สุด!
อย่างไรก็ตาม เสียงที่สงบนิ่งกลับช่วยปลอบประโลมอารมณ์ของเธอ
"อย่ากังวลไปเลย ดูใหม่อีกทีสิ!"
สวี่เชี่ยนเงยหน้ามองจ้านคงที่ดูสุขุม จากนั้นจึงมองตามสายตาของเขาไปที่เมิ่งอู่ แล้วดวงตาของเธอก็ไม่อาจเก็บซ่อนความสยดสยองไว้ได้อีก
ในตอนนี้ เมิ่งอู่อยู่ในสภาวะใกล้จะเกิดปีศาจตื่นตัว ซึ่งปกติมันควรจะเริ่มที่ระดับปีศาจระดับเอส แต่หลังจากร่างกายของเขากลายสภาพเป็นปีศาจ มันกลับเริ่มผุกร่อนไปตามกาลเวลา จนในที่สุดก็กลายเป็นกลุ่มควันสีน้ำเงินและสลายไปตามสายลม
ภาวะปีศาจตื่นตัวระดับเอสหายวับไปกับตา!!
สวี่เชี่ยนลอบกลืนน้ำลาย สมองของเธอขาวโผนไปหมด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงเพิ่งได้สติ
เธอรีบโค้งคำนับอาวุโสจ้านคง "ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตสวี่เชี่ยนไว้ บุญคุณนี้สวี่เชี่ยนจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ!"
เธอไม่ใช่คนโง่ แม้อาวุโสจ้านคงจะไม่มีร่องรอยของกลิ่นอายปีศาจ แต่การตายของเมิ่งอู่ต้องเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน!
จ้านคงรีบเข้าไปพยุงสวี่เชี่ยนขึ้นแล้วกล่าวอย่างรวดเร็ว "นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว คุณหนูน้อย ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น!"
เด็กสาวคนนี้คือสมาชิกของตระกูลสวี่ หากพวกเขาได้เข้าไปในโลกบรรพกาล ตระกูลสวี่ทั้งตระกูลจะกลายเป็นขุมกำลังระดับแนวหน้าในทันที และยอดฝีมือจากสำนักเซียนและสำนักมารนับไม่ถ้วนจะพากันแย่งชิงเพื่อมาเป็นผู้พิทักษ์ให้กับตระกูลสวี่
และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะบรรพบุรุษของพวกเขา ท่านเจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล จักรพรรดิเสมือนสวี่ฉางชิง!
สวี่เชี่ยนยังไม่เข้าใจความหมายของจ้านคง แต่เธอรู้ซึ้งแล้วว่าอาวุโสจ้านคงต้องเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือแน่ๆ บางทีผู้อาวุโสคนนี้อาจจะกดข่มปีศาจในตัวให้อยู่ในสภาวะหลับใหลได้ จนสามารถปลดปล่อยพลังปีศาจออกมาได้อย่างเต็มที่
ชั่วขณะหนึ่ง สวี่เชี่ยนถึงกับคิดว่าจ้านคงคือหนึ่งในเทพเจ้าที่ปรากฏตัวในเมืองต้าจิง แต่เธอก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ทำไมเทพเจ้าถึงจะมาคุยกับคนธรรมดาล่ะ? จากประสบการณ์เรื่องปีศาจตื่นตัว เธอไม่เชื่อว่าโชคดีขนาดนั้นจะตกมาถึงพวกเธอ ยิ่งไปกว่านั้น ชายทั้งสองคนนี้ก็ไม่มีวี่แววของความเป็นเทพเลยสักนิด
ทันใดนั้น สวี่ฉางชิงก็เดินออกมาจากห้องด้านใน ในมือถือรูปภาพใบหนึ่งไว้
ที่นี่คือที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่ในวัยเยาว์ แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปและผู้คนล้มหายตายจาก เหลือเพียงรูปภาพใบเดียวนี้เท่านั้น
ขณะที่สวี่เชี่ยนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง รูปภาพในมือของสวี่ฉางชิงก็ดึงดูดสายตาเธอ และความทรงจำก็พรั่งพรูเข้ามาในทันที
ในวินาทีนั้น สวี่ฉางชิงคลี่รูปภาพในมือออกและถือขึ้นมาเปรียบเทียบกับหน้าตาของตัวเอง
ดวงตาของสวี่เชี่ยนเบิกกว้าง รูปภาพในมือของสวี่ฉางชิงคือรูปของท่านปู่ทวดของเธอเอง แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือรูปภาพของท่านปู่ทวดนั้นเหมือนกับชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน! ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือชายหนุ่มคนนี้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่และมีราศีที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก!
สวี่ฉางชิงมองสวี่เชี่ยนด้วยรอยยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้โกหกเจ้า ข้าคือบรรพบุรุษของเจ้าจริงๆ!"
"ข้าคือสวี่ฉางชิง!"