- หน้าแรก
- ระบบผู้อำนวยการโรงเรียนอาชีวะปั้นเด็กกากสอบติดมหาลัยดัง
- บทที่ 11 พระเจ้า! ฉันฟังที่ครูเฉินสอนรู้เรื่องจริง ๆ เหรอ?!
บทที่ 11 พระเจ้า! ฉันฟังที่ครูเฉินสอนรู้เรื่องจริง ๆ เหรอ?!
บทที่ 11 พระเจ้า! ฉันฟังที่ครูเฉินสอนรู้เรื่องจริง ๆ เหรอ?!
บทที่ 11 พระเจ้า! ฉันฟังที่ครูเฉินสอนรู้เรื่องจริง ๆ เหรอ?!
ซุนลี่ลี่จงใจเน้นคำว่า “นักเรียน” ด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมอย่างชัดเจน
นักเรียนทั้งห้องพร้อมใจกันหันไปมองเธอ
เฉินฟานยังคงสงบนิ่ง
“ครูซุน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ? ไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังสอนอยู่”
“ไม่เป็นไร ๆ”
ซุนลี่ลี่โบกมือไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยแววเยาะเย้ยที่ไม่คิดปิดบัง
“ฉันแค่รู้สึกว่าครูเฉินช่างมีอุดมการณ์สูงส่งจริง ๆ น่านับถือมาก แต่ว่า…”
เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะจงใจยกระดับเสียงให้ดังขึ้น
“แต่ครูเฉินลืมไปแล้วหรือเปล่า? ปีที่แล้ว คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยสูงสุดของโรงเรียนเราได้เท่าไหร่?”
“420 คะแนน! แล้วนั่นยังเป็นเพราะเด็กคนนั้นทำผลงานได้ดีเกินคาดด้วยซ้ำ!”
“คุณบอกว่าอยากให้ทั้งห้องได้คะแนนเฉลี่ย 700 คะแนน? คุณรู้ไหมว่า 700 คะแนนมันหมายความว่ายังไง? คะแนนรับเข้าชิงหัวกับปักกิ่งในมณฑลเรายังอยู่แถว ๆ 680 เอง!”
ยิ่งพูด ซุนลี่ลี่ก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น
“นี่คุณไม่ได้กำลังให้กำลังใจเด็ก ๆ หรอกนะ แต่กำลังทำร้ายพวกเขา! คุณกำลังขายฝันให้พวกเขาฝันลม ๆ แล้ง ๆ!”
เหล่าหลิวที่ยืนอยู่ตรงประตูก็อดเสริมขึ้นมาไม่ได้
“เสี่ยวเฉิน การมีอุดมการณ์เป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องอยู่บนความเป็นจริงด้วย”
“ระดับของเด็กพวกนี้ เราต่างก็รู้กันดี คุณลั่นวาจาใหญ่โตขนาดนี้ แล้วถ้าพวกเขาทำข้อสอบออกมาไม่ดีล่ะ? ถึงตอนนั้นคุณจะรับผิดชอบยังไง?”
หน้าประตูยังมีนักเรียนจากห้องอื่นหลายคนมารวมตัวกัน พวกเขาเดิมทีมาเพื่อเก็บของของตัวเอง
พอได้ยินเรื่องนี้ ก็พากันเข้ามาผสมโรงทันที
“คะแนนเฉลี่ย 700? ครูเฉิน ฝันกลางวันอยู่เหรอครับ?”
“ใช่เลย! ปีที่แล้วคะแนนคณิตศาสตร์เฉลี่ยของห้องเรายังแค่ 40 คะแนนเอง!”
“ได้ 200 คะแนนก็ถือว่าเก่งแล้ว! 700 คะแนนน่ะเหรอ? ระดับพวกเรา ต่อให้ลอกคำตอบยังไม่ถึงเลยมั้ง!”
เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นทันที
เฉินฟานมองซุนลี่ลี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกัน…
เขาคงไล่ซุนลี่ลี่กับพวกออกไปนานแล้ว
“พวกเราตั้งเป้าไว้ที่ 700 คะแนน มีปัญหาอะไรไหมครับ?”
ซุนลี่ลี่ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะหัวเราะหนักกว่าเดิม
“มีปัญหาอะไรไหมงั้นเหรอ? เฉินฟาน นี่คุณโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่?”
“อย่าว่าแต่นักเรียนสายอาชีพของคุณเลย ต่อให้เป็นโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งหนานซาน โรงเรียนที่ดีที่สุดในเมือง ปีที่แล้วก็มีแค่คนเดียวที่สอบได้เกิน 700 คะแนน!”
พูดจบ เธอยังเน้นอีกครั้ง
“นั่นคือโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งหนานซานนะ! โรงเรียนหลักระดับเมือง! โรงเรียนที่ติดสามอันดับแรกของมณฑล!”
เธอชี้ไปทางนักเรียนในห้อง
“แล้วเด็กพวกนี้ล่ะ? สูบบุหรี่ ตีกัน คบกัน เล่นมือถือ หลับในห้องเรียน คะแนนสอบเข้ามัธยมของพวกเขาเฉลี่ยยังไม่ถึง 350 ด้วยซ้ำ! แล้วคุณบอกว่าพวกเขาจะสอบได้เฉลี่ย 700?”
“นี่มันเรื่องตลกชัด ๆ!”
เหล่าหลิวส่ายหน้าถอนหายใจ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา
“เฉินฟาน ตื่นได้แล้ว! การศึกษาไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ คำพูดโอ้อวดของคุณ สุดท้ายแล้วจะเป็นการทำร้ายเด็กพวกนี้เอง”
นักเรียนที่ยืนอยู่ข้างนอกประตูก็พากันโห่ตาม
“ใช่เลย! พูดอะไรไม่คิดเลยสักนิด!”
“คะแนนเฉลี่ย 700? ผมว่าเฉลี่ย 100 ยังยากเลย!”
“ครูเฉินโมโหจนสติหลุดหรือเปล่า? เมื่อคืนมีคนเห็นว่าเขาเพิ่งเลิกกับแฟนนี่นา”
เฉินฟานรอจนทุกคนพูดจบ แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“ครูซุน ในเมื่อคุณมั่นใจขนาดนั้นว่าพวกเราสอบไม่ผ่าน งั้นเรามาพนันกันไหมครับ?”
ซุนลี่ลี่เลิกคิ้ว
“พนันอะไร?”
“พนันว่าคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉลี่ยของห้องเราจะถึง 700 คะแนน”
เฉินฟานกล่าว
“แล้วถ้าคุณทำได้ล่ะ?”
ซุนลี่ลี่หลุดปากออกมาโดยไม่ต้องคิด
“ถ้าคะแนนเฉลี่ยของห้องคุณถึง 700 ฉันจะตีลังกากินขี้โชว์ต่อหน้าทุกคน! แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณต้องกินเอง!”
ซุนลี่ลี่จงใจหยิบมุกดังในอินเทอร์เน็ตมาใช้
นั่นก็เพราะเธอกล้าพูดอย่างมั่นใจ
เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าเฉินฟานไม่มีทางทำได้แน่นอน
คะแนนเฉลี่ย 700?
ล้อเล่นหรือไง!
“วู้ว—!”
หน้าประตูเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที
“ครูซุนใจถึงมาก! ฮ่า ๆ เธอมั่นใจสุด ๆ เลยว่าห้องของครูเฉินทำไม่ได้แน่”
“พนันแบบนี้โหดเกินไปแล้ว! นี่ไม่ใช่แค่ดูถูกนะ นี่มันเหยียดกันชัด ๆ!”
“ครูเฉิน กล้ารับไหม? ฉันว่าเขาไม่กล้าหรอก!”
เฉินฟานยิ้มบาง ๆ
เขาไม่คิดเลยว่าซุนลี่ลี่จะมีรสนิยมอารมณ์ขันบิดเบี้ยวถึงขนาดนี้
เธอเข้าใจความหมายของคำว่า “ครู” ผิดไปหมดแล้ว
แต่ในเมื่อเธอพูดออกมาเองแล้ว…
เขาก็ไม่ควรปฏิเสธความปรารถนาของอีกฝ่าย
“ตกลงครับ จำคำพูดของตัวเองวันนี้ไว้ให้ดี ถึงตอนนั้นผมหวังว่าคุณจะกินได้อย่างสง่างามนะครับ”
พูดจบ เฉินฟานก็เว้นจังหวะเล็กน้อย
“ตอนนี้ เชิญออกไปได้แล้วครับ พวกเราจะเริ่มเรียนกันแล้ว”
ซุนลี่ลี่กลอกตามองเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
เหล่าหลิวส่ายหน้า แล้วเดินตามออกไปเช่นกัน
นักเรียนที่อยู่ข้างนอกประตูก็แยกย้ายกันไปพร้อมเสียงหัวเราะ
ในทางเดิน
ตอนนั้นเอง ผู้อำนวยการหวังก็เดินผ่านมาพอดี
“ผอ.!”
ซุนลี่ลี่รีบเข้าไปทักทันที พร้อมคว้าแขนผู้อำนวยการไว้อย่างกระตือรือร้น
“ผอ.ไม่รู้หรอกค่ะ เมื่อกี้เฉินฟานเพิ่งเพี้ยนอีกแล้ว!”
เธอเติมสีตีไข่เล่าเรื่องเมื่อครู่นี้ให้เขาฟัง
บอกว่าเฉินฟานจะพานักเรียนทั้งห้องทำคะแนนเฉลี่ยสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้เกิน 700 คะแนน แถมยังพนันกับเธออีกว่า ถ้าทำได้ จะให้เธอตีลังกากินขี้ต่อหน้าทุกคน!
พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของผู้อำนวยการหวังก็มืดครึ้มลงทันที
“เหลวไหล!”
เขาเดินไปที่ประตูหลังของห้องเรียน
แล้วมองเข้าไปด้านในผ่านกระจก
เห็นเฉินฟานยืนอยู่บนแท่นหน้าห้อง
ส่วนนักเรียนด้านล่างก็นั่งหลังตรงอย่างเป็นระเบียบ
“บ้าไปแล้ว บ้าไปกันใหญ่แล้วจริง ๆ”
ผู้อำนวยการหวังส่ายหน้า
“การตั้งเป้าหมายที่ไม่สมจริงแบบนี้ นอกจากจะทำให้เด็ก ๆ สิ้นหวังมากกว่าเดิมแล้ว มันมีประโยชน์อะไร?”
“ใช่ค่ะ!”
ซุนลี่ลี่รีบพยักหน้ารับ
“ฉันว่าเฉินฟานเสียสติไปแล้วจริง ๆ คนเดียวจะสอนทั้งห้อง แถมยังพูดจาใหญ่โตแบบนั้นอีก ถึงตอนนั้นเขาจะเก็บกวาดเรื่องนี้ยังไง?”
ผู้อำนวยการหวังถอนหายใจ
“ปล่อยเขาไปเถอะ คนแบบนี้ไม่ชนกำแพงสักครั้ง ก็คงไม่รู้จักเจ็บ”
พูดจบ เขาก็หันหลังเตรียมเดินจากไป แต่ก่อนจะไปยังเสริมขึ้นอีกประโยค
“แต่จะว่าไป ถ้าเขาได้ตีลังกากินขี้จริง ๆ ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ”
ใบหน้าของซุนลี่ลี่แข็งค้างไปทันที
ก่อนที่เธอจะฝืนยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ผอ.ล้อเล่นแล้วค่ะ! ต่อให้โลกแตก เรื่องแบบนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก!”
ผู้อำนวยการหวังโบกมือ แล้วเดินจากไป
ในห้องเรียน
เฉินฟานรอจนด้านนอกเงียบลงแล้ว จึงหันมองนักเรียนทั้งห้อง
“เมื่อกี้ได้ยินกันแล้วใช่ไหม?”
นักเรียนพยักหน้าพร้อมกัน
“กลัวหรือเปล่า?”
“ไม่กลัวครับ!”
จ้าวจื่อหาวเป็นคนแรกที่ตะโกนขึ้นมา
“ใช่ ไม่กลัว!”
“พวกเราแค่อยากเห็นว่าตอนครูซุนกินขี้มันจะหน้าตาเป็นยังไง!”
เฉินฟานยิ้มออกมา
นักเรียนทั้งห้องพากันหัวเราะลั่น
“เอาล่ะ งั้นเรามาต่อกัน”
เขาหยุดเล็กน้อย
“นอกเรื่องมาพอแล้ว จากนี้อีก 45 วัน ทุกวิชาผมจะรับผิดชอบเองทั้งหมด คณิตศาสตร์ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา”
นักเรียนด้านล่างอึ้งกันไปหมด
“ครูเฉิน ครูสอนภาษาอังกฤษได้ด้วยเหรอครับ?”
โจวหมิงถามเสียงเบา
“ฟิสิกส์กับเคมีก็ด้วยเหรอคะ?”
หลินเวยเวยก็ถามตาม
เฉินฟานพยักหน้า
“ได้”
เมื่อเห็นสายตาไม่ค่อยเชื่อของนักเรียน เขาก็พูดเพิ่มอีกประโยค
“เดี๋ยวพวกเธอก็รู้เอง”
เขาเดินไปที่ขอบแท่นหน้าห้อง
“ตอนนี้ ทุกคนเอาหนังสือคณิตศาสตร์ม.ปลายปีหนึ่งออกมา พวกเราจะเริ่มทบทวนจากพื้นฐานที่สุดก่อน”
เสียงเปิดกระเป๋า ค้นโต๊ะ และพลิกหนังสือดังสวบสาบไปทั่วห้อง
แต่ไม่นาน สถานการณ์ก็เริ่มน่าอึดอัด
นักเรียนเกือบครึ่งไม่ได้เอาหนังสือมาเลย
บางคน หนังสือหายไปนานแล้ว
บางคนเอาไปหนุนขาโต๊ะจนยับยู่ยี่
บางคนแม้แต่หนังสือก็ไม่เคยซื้อ
นี่แหละคือสภาพปัจจุบันของนักเรียนในห้องนี้
หนังสือเรียน?
ของแบบนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม!
เฉินฟานกวาดตามองแวบเดียวก็เข้าใจทันที
“ไม่เป็นไร สองคนดูเล่มเดียวกันก็ได้ หรือไม่ก็…”
เขาเดินไปที่กระดานดำ
“ผมจะเขียนให้ดูบนกระดานโดยตรง”
นักเรียนด้านล่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
คนที่มีหนังสือก็ขยับให้เพื่อนข้าง ๆ ดูด้วยกัน
ส่วนคนที่ไม่มีหนังสือก็ยืดคอขึ้นมอง
ถึงยังไง ต่อจากนี้ก็คงเป็นการฟังภาษาต่างดาวเหมือนเดิมนั่นแหละ
บนใบหน้าของทุกคนเขียนคำถามเดียวกันเอาไว้ชัดเจน
พวกเราจะฟังรู้เรื่องจริง ๆ เหรอ?
แม้แต่พื้นฐานระดับมัธยมต้น พวกเขายังไม่แม่นเลยด้วยซ้ำ
เฉินฟานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ในห้วงความคิดของเขา หน้าต่างระบบเตรียมพร้อมไว้แล้วเรียบร้อย
[หัวข้อความรู้ปัจจุบัน: คณิตศาสตร์มัธยมปลาย บทที่ 1 เซตและฟังก์ชัน]
[วิธีสอนที่ระบบแนะนำ: การสอนแบบเปรียบเทียบผ่านเกม]
[อัตราการแปลงความเข้าใจ: 99.7%]
[เวลาที่คาดว่านักเรียนจะใช้เรียนรู้: 15 นาที]
เฉินฟานหยิบชอล์กขึ้นมา
“เราข้ามนิยามไปก่อน มาเล่นเกมกันก่อนดีกว่า”
เขาวาดวงกลมสองวงบนกระดานดำ
“สมมติว่าวงกลมวงนี้ หมายถึงคนที่ชอบเล่น Honor of Kings”
แล้วเขาก็วาดวงกลมอีกวง
“ส่วนวงนี้ หมายถึงคนที่ชอบเล่น League of Legends”
นักเรียนด้านล่างตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ทีนี้ครูถามว่า คนที่ชอบเล่นทั้ง Honor of Kings และ League of Legends อยู่ตรงไหน?”
จ้าวจื่อหาวยกมือขึ้นทันที
“ตรงส่วนที่วงกลมสองวงซ้อนกันครับ!”
“ถูกต้อง”
เฉินฟานวาดส่วนที่ซ้อนทับกันของวงกลมทั้งสอง
“นี่เรียกว่า ‘อินเตอร์เซกชัน’ หรือส่วนร่วม”
เขาวาดต่ออีกครั้ง
“แล้วถ้าเป็นคนที่ชอบเล่น Honor of Kings หรือ League of Legends ล่ะ อยู่ตรงไหน?”
“วงกลมสองวงรวมกันครับ!”
“อันนี้เรียกว่า ‘ยูเนียน’ หรือส่วนรวม”
เฉินฟานพูดอย่างช้า ๆ
ทุกแนวคิด ทุกนิยาม
เขาใช้ทั้งเกม อนิเมะ บาสเกตบอล หรือแม้แต่การตามไอดอลมาเป็นตัวอย่างประกอบ
ภายใต้การสนับสนุนของระบบ ทุกคำที่เขาพูดออกมา ราวกับมีเวทมนตร์แฝงอยู่
สัญลักษณ์คณิตศาสตร์ที่เคยน่าเบื่อแห้งแล้ง
จู่ ๆ ก็กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา
นิยามนามธรรมที่เคยเข้าใจยาก
พลันกลายเป็นภาพที่จับต้องได้
นักเรียนด้านล่าง
ค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้นทีละคน
เพราะพวกเขาค้นพบว่า…
พวกเขาฟังรู้เรื่องจริง ๆ
ไม่ใช่รู้เรื่องแบบ “เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ”
แต่เป็นเข้าใจจริง ๆ
อย่างถ่องแท้เลยทีเดียว