- หน้าแรก
- ระบบผู้อำนวยการโรงเรียนอาชีวะปั้นเด็กกากสอบติดมหาลัยดัง
- บทที่ 1 ฉันไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียน!
บทที่ 1 ฉันไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียน!
บทที่ 1 ฉันไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียน!
บทที่ 1 ฉันไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียน!
“อาจารย์เฉิน รีบหน่อย! ผู้บริหารจากสำนักงานการศึกษามาถึงห้องประชุมแล้ว! ครูคนไหนไม่มีคาบรีบไปกันหมด!”
เฉินฝานที่กำลังเขียนกระดานอยู่ วางแปรงลบกระดานลง ก่อนปัดฝุ่นชอล์กออกจากมือ
“รีบอะไรขนาดนั้น?”
ผู้อำนวยการหวังเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก
“โรงเรียนกำลังจะไม่เหลือแล้วน่ะสิ!”
หัวใจของเฉินฝานกระตุกวูบ
ดูเหมือนประกาศยุบโรงเรียนจากสำนักงานการศึกษาเมื่อปีที่แล้ว จะถูกนำมาบังคับใช้จริงแล้ว
ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบกันขนาดนี้
หลังเช็ดมือเสร็จ เขาก็เดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องประชุม
ในห้องแน่นขนัดไปด้วยครูกว่ายี่สิบคน
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานการศึกษามาสามคน
คนที่นั่งตรงกลางคือ รองผู้อำนวยการจ้าวเต๋อไห่
ชายวัยห้าสิบกว่า ผมหวีเรียบเนี้ยบ
ด้านซ้ายเป็นหัวหน้าฝ่ายธุรการ
ด้านขวาเป็นเจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่ง กำลังถือสมุดจด
เมื่อเห็นว่าทุกคนมาครบ จ้าวเต๋อไห่ก็เข้าเรื่องทันที
“ผมจะพูดตรง ๆ เลยนะ หลังจากที่ทางสำนักงานพิจารณาแล้ว มีมติให้โรงเรียนอาชีวะหนานซานหมายเลข 3 ยุติการดำเนินงานหลังจบภาคเรียนนี้”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 227 คน ซึ่งจะถูกย้ายไปยังโรงเรียนอาชีวะแห่งอื่นในเมือง”
“ส่วนบุคลากรและครู จะถูกจัดสรรตามความเชี่ยวชาญและผลประเมินการทำงาน”
จ้าวเต๋อไห่ดันแว่นขึ้น
“เอกสารถูกส่งลงมาเรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า สัปดาห์หน้าจะเริ่มขั้นตอนส่งมอบงาน”
ทันทีที่ได้ยิน เฉินฝานก็ลุกขึ้นทันที
“ผอ.จ้าว ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอม ม.6 ได้ไม่นาน อีกแค่สองเดือนก็จะถึงตรุษจีน แล้วอีกไม่กี่เดือนก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว จะให้ย้ายนักเรียนตอนนี้จริง ๆ เหรอครับ?”
จ้าวเต๋อไห่มองเขาแวบหนึ่ง
“คุณคือ?”
“ครูประจำชั้น ม.6 ห้อง 7 เฉินฝานครับ”
“ครูเฉิน”
น้ำเสียงของจ้าวเต๋อไห่เรียบเฉย
“ก็เพราะใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ถึงต้องรีบย้ายนักเรียนไปสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า นี่ต่างหากคือความรับผิดชอบต่อพวกเขา”
“ความรับผิดชอบ?”
เสียงของเฉินฝานสั่นเล็กน้อย
“ตอน ม.6 ผมเคยย้ายโรงเรียน หนังสือเรียนไม่เหมือนเดิม ครูก็ไม่เหมือนเดิม เพื่อนทั้งห้องก็กลายเป็นคนแปลกหน้า”
“คุณรู้ไหมว่านั่นกระทบจิตใจเด็กมากแค่ไหน?”
เจ้าหน้าที่หนุ่มข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ
เสียงไม่ดัง
แต่ห้องประชุมเงียบจนทุกคนได้ยินชัด
จ้าวเต๋อไห่ขมวดคิ้ว
“ครูเฉิน กรุณาควบคุมอารมณ์ด้วย เราต้องมองภาพรวม”
“ภาพรวมอะไร?”
เฉินฝานเท้ามือลงบนโต๊ะ
“เด็กพวกนี้อยู่ที่นี่มาสองปีครึ่งแล้ว หอพักคือบ้าน เพื่อนร่วมชั้นคือพี่น้องของพวกเขา แต่ตอนนี้แค่คำพูดประโยคเดียว ครอบครัวของพวกเขากำลังจะถูกทำลาย?”
หัวหน้าฝ่ายธุรการเคาะโต๊ะ
“ครูเฉิน ระวังท่าทีของคุณหน่อย การตัดสินใจของสำนักงานผ่านการพิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว”
“พิจารณาอะไร?”
เฉินฝานจ้องจ้าวเต๋อไห่เขม็ง
“พวกคุณเคยมาสำรวจโรงเรียนจริงไหม? เคยคุยกับเด็กพวกนี้หรือเปล่า? รู้ไหมว่าพวกเขาตื่นกี่โมงเพื่อฝึกภาคปฏิบัติ แล้วปิดไฟนอนกี่โมง?”
สีหน้าของจ้าวเต๋อไห่มืดลง
“ครูเฉิน ผมเข้าใจว่าคุณรู้สึกไม่ดี แต่คุณต้องเข้าใจว่า นี่คือโรงเรียนอาชีวะ”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเน้นเสียง
“โรงเรียนอาชีวะรับเด็กที่สอบเข้า ม.ปลาย ได้แค่สามสี่ร้อยคะแนน คุณไม่รู้พื้นฐานของพวกเขาหรือไง?”
เฉินฝานชะงัก
หมายความว่ายังไง?
“หมายความว่าอะไร?”
จ้าวเต๋อไห่เอนหลัง
“ก็หมายความตามนั้น เด็กพวกนี้ถูกโรงเรียนทั่วไปคัดทิ้งไปแล้ว สูบบุหรี่ ตีกัน คบแฟน โดดเรียน พวกเขาทำมาหมด!”
“พูดกันตรง ๆ ก็พวกเด็กขยะ ออกไปสังคมก็อยู่ล่างสุด คนที่ดีกว่าหน่อยก็เรียนสายอาชีพต่อ ส่วนที่แย่ก็เข้าทำงานโรงงาน”
ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ
ครูสูงวัยหลายคนก้มหน้า
เจ้าหน้าที่หนุ่มเม้มปาก
พอได้ยินแบบนั้น เลือดในกายเฉินฝานก็พลุ่งพล่านขึ้นมา
“ผอ.จ้าว”
เสียงเขาแหบพร่า
“ผมไม่คิดเลยว่าคำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากผู้บริหารสำนักงานการศึกษา”
“แล้วควรพูดยังไง?”
จ้าวเต๋อไห่หัวเราะเยาะ
“แบบคุณน่ะเหรอ? พร่ำพูดแต่คำสร้างแรงบันดาลใจ ‘พวกเธอเก่งที่สุด’ ‘พวกเธอมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด’”
“ตื่นได้แล้วครูเฉิน! การศึกษาต้องมองความจริง เด็กพวกนี้ใช้พื้นที่โรงเรียนใหญ่ขนาดนี้ ใช้ทรัพยากรการศึกษามากขนาดนี้ มันคือความสูญเปล่า”
“รวมพวกเขาเข้าโรงเรียนอาชีวะแห่งอื่น บริหารแบบรวมศูนย์ แบบนั้นดีต่อทุกฝ่าย”
“แต่มันไม่ดีต่อพวกเขา!”
เฉินฝานตะโกนลั่น
แม้แต่ตัวเขาเองยังสะดุ้งกับเสียงนั้น
แต่หยุดไม่ได้แล้ว
“ใช่ พวกเขาคะแนนต่ำ สูบบุหรี่ ตีกัน ไม่เชื่อฟัง แต่คุณรู้ไหมว่าทำไม?”
ดวงตาของเฉินฝานแดงก่ำ
“หลี่ฮ่าวในห้องผม พ่อแม่หย่ากัน ไม่มีใครสนใจเขาเลย ตลอดสามปีมัธยมต้นแทบไม่ได้กินข้าวร้อน ๆ สักมื้อ”
“จางเสี่ยวอวี่ แม่ป่วยติดเตียง หลังเลิกเรียนต้องไปเก็บเศษผักที่ตลาดกลับบ้านทุกวัน”
“หลิวเฉียง พ่อเมาแล้วไปทำร้ายคน เขาเลยต้องคอยปกป้องแม่...”
เฉินฝานสูดหายใจลึก
“เด็กพวกนี้หลายคน ไม่เคยได้รับความรักที่ดีมาตั้งแต่เกิด”
“ไม่มีใครสั่งสอน ไม่มีใครดูแล พวกเขาเลยคิดว่าการเรียนไม่มีประโยชน์ พวกเขาไม่ได้เลว แต่แค่ไม่มีใครบอกว่าทางไหนถูก!”
จ้าวเต๋อไห่เงียบไป
“ใช่ ตอนนี้ผลการเรียนของพวกเขาอาจไม่ดี แต่ลองดูวิชาชีพของพวกเขาสิ!”
เฉินฝานตบโต๊ะดังปัง
“หวังเมิ่งจากแผนกช่างยนต์ เป็นคนถอดประกอบเครื่องยนต์เร็วที่สุดในโรงเรียน!”
“โจวถิงจากแผนกคอมพิวเตอร์ ได้รางวัลอันดับสามการแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับเมือง!”
“แล้วเด็กผู้หญิงแผนกครูอนุบาล พวกเธออดทนกับเด็กเล็กได้มากกว่าใคร”
“พวกเขาไม่ใช่คนไร้ค่า แค่ยังหาทางของตัวเองไม่เจอ!”