- หน้าแรก
- ยอดนักสืบทะลุมิติ เปิดฉากไขคดีฆาตกรรมล้างโคตร
- บทที่ 1 - เปิดฉากมาก็โดนขืนใจ ต่ออายุขัยสิบสองชั่วยาม
บทที่ 1 - เปิดฉากมาก็โดนขืนใจ ต่ออายุขัยสิบสองชั่วยาม
บทที่ 1 - เปิดฉากมาก็โดนขืนใจ ต่ออายุขัยสิบสองชั่วยาม
บทที่ 1 - เปิดฉากมาก็โดนขืนใจ ต่ออายุขัยสิบสองชั่วยาม
อู๋ฉี่ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ทว่ากลับมืดมิดไปหมด
กลิ่นเหม็นอับสายหนึ่งโชยมา ทำเอาสำลักจนเวียนหัว
อยากจะขยับตัว แต่ตั้งแต่จมูกลงไปดูเหมือนจะถูกตัดขาด ไร้ความรู้สึกใด
ตอนเด็กที่ไปโรงพยาบาลเพื่อขลิบหนังหุ้มปลายแล้วโดนฉีดยาชาก็รู้สึกเช่นนี้
จากนั้นความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกก็จู่โจมเข้ามา ราวกับถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบเล็ก
"กลิ่นเหม็นอับนี้ ความรู้สึกชาแบบนี้ ความรู้สึกอึดอัดนี้ คงไม่ได้อยู่ในลิ้นชักห้องเก็บศพหรอกนะ"
อู๋ฉี่เป็นเด็กที่รอดพ้นจากนโยบายลูกคนเดียว ในช่วงไม่กี่ปีแรกของชีวิตเขาเป็นเด็กเถื่อนไร้ทะเบียนบ้าน พ่อจึงตั้งชื่อให้เขาว่า ฉี่ ไม่ใช่ดาวประกายพรึกแต่หมายถึงผู้ไร้ทะเบียนบ้าน
เขาไม่ชอบเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับมีพรสวรรค์ด้านการแสดงเป็นเลิศ สมัยประถมเขาก็แสดงละครชีวิตได้ทุกรูปแบบ หลอกเอาเงินค่าขนมของเพื่อนร่วมชั้นมาได้ แต่กลับโดนเพื่อนปลอบใจว่าเข้มแข็งไว้อย่าร้องไห้ โดดเรียนหนีเรียนก็สามารถหลบหนีไม้เรียวของครูและหมัดคู่ของพ่อแม่ได้
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะเป็นยอดนักแสดงจอเงินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผลคือพอเรียนจบมัธยมต้นก็ถูกลุงซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันสืบสวนจับไปขังไว้และฝึกฝนอย่างปิดตาย
เพราะลุงค้นพบว่าทักษะการพูดที่ทรงพลังและทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยมของเขานั้น แยกไม่ออกกับทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะระดับเทพ หากได้รับการฝึกฝนอีกเล็กน้อยก็จะเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนที่เก่งกาจหาตัวจับยาก
อายุสิบแปดปี พยัคฆ์ร้ายลงจากเขา แฝงตัวเข้าไปในแก๊งอิทธิพลมืด ได้รับฉายาต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น เจ้าชายกินฟรี ปรมาจารย์สถานบันเทิง หรือน้ำมันหล่อลื่นแห่งโลกมืด
เมื่ออายุถึงยี่สิบเจ็ดปีก็ได้รับผลงานดีเด่นอันดับหนึ่งถึงสี่ครั้ง อันดับสองถึงเจ็ดครั้ง องค์กรจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บัญชาการรองแห่งหน่วยสืบสวนเมืองหลาน แคว้นอู๋เป็นกรณีพิเศษ
แต่ด้วยความที่สร้างความแค้นไว้มากเกินไป ในปฏิบัติการกวาดล้างครั้งล่าสุด เขาจึงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีแบบพลีชีพจากขั้วอำนาจต่างๆ ด้วยวัยเพียงยี่สิบแปดปี
"เฮ้ย ข้ายังไม่ตายนะ เฮ้ย"
เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ทรงพลังแต่ไร้เสียง
ทันใดนั้นภาพแปลกหน้ามากมายก็พุ่งเข้าใส่ในหัวราวกับคลื่นยักษ์ เหมือนโฆษณาที่ถูกยัดเยียดเข้ามาอย่างดุดัน
มันคือความทรงจำของคนชื่อ ฮั่วอวิ๋น
ทะลุมิติแล้ว
แต่เนื้อหาสำคัญหลายจุดในความทรงจำนี้เหมือนนิยายตอนที่ต้องจ่ายเงินเพื่ออ่าน มันถูกล็อกไว้
ประเด็นสำคัญที่สามารถรับรู้ได้ในตอนนี้มีดังนี้
ฮั่วอวิ๋น เป็นชาย ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรองแห่งสำนักหกประตูเมืองหลาน แคว้นอู๋
มีพลังฝีมืออยู่ในระดับหนึ่งขั้นกลาง เทียบเท่ากับระดับราชาสิบถึงสามสิบดาว
ในระดับของปุถุชน ถือว่าอยู่ในทำเนียบยอดฝีมือแล้ว
ถือว่าโชคดี ตำแหน่งหน้าที่มีลักษณะคล้ายกัน แถมยังมีวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา
น่าเสียดายที่พ่อแม่ยังอยู่ครบ พี่น้องมากมาย ความสัมพันธ์ในครอบครัวกลมเกลียว ดูแล้วไม่มีช่องว่างให้ระเบิดพลังอารมณ์เลย
ทว่าในภาพจำสุดท้าย ฮั่วอวิ๋นถูกยอดฝีมือปิดหน้ากว่าสิบคนรุมล้อม เขาโดนดาบฟันถึงเจ็ดแผล จบชีวิตในวัยยี่สิบแปดปี
เปิดฉากมาก็ต้องเล่นบทฟื้นคืนชีพเลยหรือ
ความทรงจำนี้ไม่มีหัวไม่มีหาง เต็มไปด้วยปริศนา ช่างเหมาะกับเจ้าหน้าที่สืบสวนเสียจริง
เป็นที่รู้กันดีว่าการทะลุมิติมักมีความลึกลับซ่อนอยู่ ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่
"ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว จะมีระบบติดตัวมาด้วยหรือไม่"
เพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ เสียงสัญญาณเตือนก็ดังสนั่นขึ้น
จากนั้นเสียงเครื่องจักรก็ดังตามมา
"ระบบขอแจ้งเตือน ร่างกายโฮสต์เสียหายอย่างหนัก เวลาชีวิตเหลือไม่ถึงสิบนาที"
การตั้งค่านี้ จะให้ตายตั้งแต่เริ่มเลยหรือ
"อะไรกันเนี่ย ข้าทะลุมิติมาแล้วทำไมถึงยังต้องตายอีก ล้อข้าเล่นหรือ"
ขณะที่กำลังบ่น ภาพที่ฮั่วอวิ๋นถูกดาบทั้งเจ็ดเล่มแทงทะลุร่างก็สว่างวาบขึ้นในหัว
"อันนี้ อันนี้ ร้ายแรงจริงๆ ด้วย ต้องทำอย่างไร"
"ท่านสามารถทำภารกิจต่อเนื่องเพื่อรับเวลาชีวิต หากทำภารกิจขั้นสูงสุดสำเร็จ จะสามารถเกิดใหม่หรือแม้กระทั่งมีชีวิตอมตะ พร้อมด้วยรางวัลมากมาย"
"ตกลง มีเวลาแค่สิบนาที เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว ทุกนาทีมีค่า เข้าเรื่องเลย"
"เนื้อหาภารกิจคือจับตัวฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูลฮั่ว เวลาจำกัดคือสิบสองชั่วยาม รางวัลภารกิจคือต่อเวลาชีวิตเจ็ดวัน"
"ต้องจับฆาตกรให้ได้ภายในหนึ่งวัน เรียกได้ว่าเป็นความยากระดับนรก มีแค่เวลาชีวิตเป็นรางวัลหรือ ป้าแก่ขี้เหนียวยังไม่ขี้เหนียวเท่าเจ้าเลย"
"สามารถเพิ่มเงินรางวัลได้ สูงสุดถึงก้อนทองคำหนึ่งล้าน"
อู๋ฉี่กลับกล่าวอย่างเรียบเฉย
"เงินทองของนอกกาย"
ความจริงในใจนั้นระเบิดไปแล้ว ก้อนทองคำหนึ่งล้าน ทำงานในหน่วยสืบสวนสิบชาติก็ยังหาไม่ได้เลย
เมื่อเห็นอู๋ฉี่ดูถูกเช่นนี้ ระบบก็ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้
"เคล็ดวิชาไร้เทียมทาน"
แต่อู๋ฉี่ก็ยังคงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"ข้าแข็งแกร่งมากพอแล้ว"
ทว่าในใจกลับสัมผัสได้ถึงความปีติยินดีอย่างล้นหลาม
ระบบดูเหมือนจะไม่เคยเจอโฮสต์ที่นิ่งเฉยขนาดนี้มาก่อน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้น
"นอนร่วมห้องกับสาวงามสุดประหลาด"
"ตกลง ข้าชอบกินของแปลกอยู่แล้ว"
เห็นดีก็รีบคว้า เป็นการตอบรับที่ห้าวหาญยิ่ง นี่คือความแข็งกร้าวที่มีเฉพาะในชายโสดเท่านั้น
แม้จะได้ฉายาว่าเป็นปรมาจารย์สถานบันเทิง แต่เพราะหน้าที่การงานที่พิเศษ ล้วนเป็นการแสดงละครตามน้ำไปเท่านั้น เขาไม่เคยมีความรักจริงๆ สักครั้งเลย
ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว หากไม่มีความรักที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นสักครั้ง สู้ตอนตัวเองทิ้งเพื่อขอขมาพ่อแม่เสียยังดีกว่า
"แต่ขอพูดให้ชัดเจนไว้ก่อน เงินและเคล็ดวิชาขาดไปไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว"
"รับทราบ ขอให้โฮสต์โปรดระวัง หากภารกิจล้มเหลว วิญญาณจะแตกซ่าน ระบบจะเติมเวลาชีวิตให้ท่านยี่สิบสี่ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ การเคลื่อนไหวจะไม่ได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ"
อู๋ฉี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ
"เริ่มมาก็เล่นโหมดนรกเลยหรือ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภารกิจขั้นสูงสุดคงไม่พ้นต้องไปอาละวาดบนสวรรค์เป็นแน่"
แม้เวลาจะกระชั้นชิด แต่ในด้านการสืบคดี อู๋ฉี่มีความมั่นใจอยู่พอตัว
"แล้วแฟ้มคดีล่ะ"
การตรวจสอบแฟ้มคดีคือพื้นฐานของการสืบสวน
ทว่าผ่านไปพักใหญ่ ระบบก็ไม่ตอบรับ เหมือนชายร่างบึกบึนที่หลับสนิท ต่อให้ฟ้าผ่าบ้านพังก็ไม่ตื่น
"หายไปแบบนี้เลยหรือ ไม่มีห่อของขวัญ ไม่ให้ทักษะอะไรเลยหรือ เฮ้ย"
เงียบกริบ
ระบบที่พิเศษขนาดนี้หาได้ยากยิ่ง คงต้องใช้สมองเปิดทางเสียแล้ว
เพื่อไม่ให้เสียเวลา อู๋ฉี่จึงรีบรวบรวมความทรงจำของฮั่วอวิ๋นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับคดีฆ่าล้างตระกูลฮั่วเลย
ขณะที่กำลังสงสัย ก็เริ่มมีเสียงดังมาจากด้านนอก
"อวิ๋นเอ๋อร์ อวิ๋นเอ๋อร์ ลูกอวิ๋นของแม่ เจ้ายากยังหนุ่มแน่น ทำไมถึงด่วนจากไปเช่นนี้ แล้วจะให้แม่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร"
ฟังจากเสียงแล้ว น่าจะเป็นแม่ของฮั่วอวิ๋น
"ร้องไห้หน้าศพหรือ ดูเหมือนว่าข้าจะอยู่ในโลงศพสินะ"
นอกจากนี้ ยังมีคนอีกมากมายกำลังสะอื้นไห้ คาดว่าญาติมิตรของตระกูลฮั่วคงมาร่วมไว้อาลัยกันหมด
"เดี๋ยวก่อน ฮั่วอวิ๋นก็แซ่ฮั่วนี่ ญาติมิตรต่างมาร่วมไว้อาลัย หรือว่าการฆ่าล้างตระกูลยังไม่เกิดขึ้น"
เพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้น เป็นเสียงของเด็กชาย ร้องเพียงครั้งเดียวก็สิ้นใจ
"เวรเอ๊ย ให้แฟ้มคดีแบบนี้ มันโหดร้ายเกินไปแล้ว"
ในฐานะเจ้าหน้าที่สืบสวน สัญชาตญาณสั่งให้เขาพุ่งตัวออกไป แต่ร่างกายกลับยังไร้ความรู้สึก
ภารกิจของระบบคือจับฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูล แสดงว่าในระหว่างเกิดเหตุ คงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
แม้จะโกรธแค้น แต่ก็ทำได้เพียงพยายามสงบสติอารมณ์และตั้งใจฟัง
อายุยี่สิบแปดปีก็ได้เป็นผู้บัญชาการรองแห่งหน่วยสืบสวน นอกจากความสามารถในการสืบสวนวิเคราะห์ที่แข็งแกร่งแล้ว เขายังมีทักษะพิเศษ นั่นคือการได้ยินที่เหนือชั้น ฟังเสียงแยกแยะตำแหน่ง ฟังเสียงแยกแยะสิ่งของ
เสียงร้องโหยหวนและเสียงตกใจประสานกัน ภาพที่ปรากฏในหัวคือขุมนรกบนดิน
แต่เขาก็ยังสามารถล็อกเป้าหมายสิ่งที่อยากฟังในขุมนรกนี้ได้
มีคนห้าคน บุกมาจากทิศเหนือ ใต้ ออก และตก และยังมีอีกคนหนึ่งที่ร่วงลงมาจากฟ้า วิชาตัวเบาล้ำเลิศมาก
"ทิศตะวันออก ดาบ ดาบวงแหวนใหญ่ ฟันทีเดียวหัวหลุดตัวขาด น้ำหนักอย่างน้อยยี่สิบจิน ฝีเท้าเบาหวิว"
"ทิศเหนือ มีดสั้น เล็งที่ลำคอและหัวใจ รวดเร็ว แม่นยำ โหดเหี้ยม ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าแม้แต่นิดเดียว"
"ทิศตะวันตกเป็นกระบี่ มีปราณกระบี่ ดุดัน กระบี่หนัก"
"ทิศใต้ มีดบูมเมอแรง สองเล่ม ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย"
แล้วคนที่อยู่บนหลังคาล่ะ เขาแค่เฝ้าดูอย่างนั้นหรือ
เขาลงมือแล้ว แต่อู๋ฉี่กลับขมวดคิ้วแน่น เหมือนกินไส้กรอกรสอุจจาระเข้าไป
"นั่นคืออาวุธชนิดใดกัน อาวุธลับหรือ"
ด้วยประสบการณ์ของอู๋ฉี่และฮั่วอวิ๋นรวมกัน ชั่วขณะนั้นก็ยังแยกไม่ออกว่ามันคืออะไร
ตระกูลฮั่วนอกจากฮั่วอวิ๋นแล้ว ไม่มีใครที่เป็นยอดฝีมือพอจะสู้ได้เลย ชีวิตราวกับต้นหญ้า ถูกเกี่ยวทิ้งอย่างง่ายดาย
การสังหารหมู่ดำเนินไปห้านาที ในระยะการได้ยินของอู๋ฉี่ ทุกคนในลานบ้านไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
การฆ่าล้างตระกูลสำเร็จลุล่วง
สักพักหนึ่ง มีคนสองคนเดินมาทางห้องโถงใหญ่ ฝีเท้าเร็วมาก
ตัดสินจากเสียงฝีเท้า เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ลมหายใจแผ่วเบามาก
แต่นี่ไม่ใช่อาการป่วย ทว่าเป็นการแสดงออกของการบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับหนึ่งแล้ว
เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา หัวใจของอู๋ฉี่ก็เต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ หากเปิดฝาโลงออกมา ไม่ใช่ว่าต้องตายสถานเดียวหรอกหรือ
ฝ่ายหญิงเอ่ยขึ้น
"ได้ยินมาว่าฮั่วอวิ๋นเป็นบุรุษรูปงามที่หาได้ยากในเมืองหลานเลยนะ"
เสียงของนางใสกระจ่าง ไม่มีความทึบตื้อแบบนักฆ่า กลับมีความร่าเริงแบบเด็กสาว ฟังดูเหมือนอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี
แต่เสียงนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะระบายอารมณ์
"ไม่ได้เด็ดขาด"
นักฆ่าชายกล่าวอย่างเด็ดขาด
เสียงนี้ก็ใสกระจ่างเช่นกัน แต่ดูสุขุมกว่า อายุหมาระหว่างยี่สิบห้าถึงสามสิบปี
นักฆ่าหญิงรีบดึงมือพี่ชายมาแกว่งออดอ้อนทันที
"ข้าทำแป๊บเดียวเอง"
"ไม่ได้"
"ลูกพี่ มายืนยันตรงนี้หน่อย ดูสิว่านี่ใช่ฮั่วเถิงหรือไม่"
มีเสียงผู้ชายดังมาจากนอกห้อง
เสียงนี้ดูอ่อนวัยกว่าเล็กน้อย แต่มีน้ำเสียงที่หนักแน่น
"ข้าจะพูดอีกครั้งว่า ไม่ได้"
พูดจบ นักฆ่าชายก็เดินออกไปข้างนอก
แต่นักฆ่าหญิงกลับแค่นเสียงเย็นชา ไม่เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย
นางลูบฝาโลงด้วยมือข้างเดียว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหลงใหล
"พี่ชายคนหล่อ อยู่ข้างในคนเดียวคงเหงาแย่ ให้ข้าเข้าไปเป็นเพื่อนดีหรือไม่"
น้ำเสียงใสไพเราะ แต่กลับทำเอาขนลุกซู่
กับศพก็ยังลงมือได้ นี่มันรสนิยมแบบใดกัน จิตใจแบบไหนกัน
แม้อู๋ฉี่จะเคยเห็นฉากใหญ่มานับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ก็ยังตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
สิ่งที่เขาจินตนาการไว้คือคนวิปริตที่ฟันเหลืองอ๋อยและมีหนอนไต่บนหัว
พูดพลาง นักฆ่าหญิงก็ผลักฝาโลงออก
ในใจของอู๋ฉี่กระตุกวูบ เผยใบหน้าเสียแล้ว
อย่างไรเสียก็เป็นชายหนุ่มระดับราชาจอเงิน การแสดงเป็นศพก็ทำได้แนบเนียน
"พี่สาวเอ๋ย อย่างน้อยก็ไปหาคนเป็นๆ เถอะน่า"
เพียงมองแวบเดียว นักฆ่าหญิงก็ดีใจจนเนื้อเต้น ดวงตาเป็นประกาย
นางหลับตาลงทันที สูดกลิ่นเหม็นอับนั้นเข้าไปเต็มปอด ราวกับได้รับลมใบไม้ผลิ เคลิบเคลิ้มหลงใหลราวกับซึมซาบเข้าสู่หัวใจ
"ว้าว สมบูรณ์แบบ ตื่นเต้นจังเลย ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว พี่ชาย ข้ามาแล้วนะ"
นางพลิกตัวกระโดดเข้าไป ทับลงบนศพโดยตรง
แต่ไม่ได้ทับลงมาแรงๆ กลับเหมือนผ้าห่มผ้าไหม ทาบทับลงบนร่างอย่างนุ่มนวล
วินาทีที่สัมผัส อู๋ฉี่เริ่มมีความรู้สึกแล้ว
เรียบลื่นนุ่มนวล อบอุ่นละมุน หน้าอกอวบอิ่ม ชวนให้จินตนาการไปไกล
"เอ๊ะ ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนี่นา"
แต่เขาคิดไม่ออกว่า ผู้ชายที่ตายไปแล้วมีอะไรให้เล่นสนุก หรือว่าอยากให้ทวนตั้งชูชัน
จากนั้น นักฆ่าหญิงก็ลูบไล้ใบหน้าอู๋ฉี่เบาๆ ด้วยใบหน้ายั่วยวน
"พี่ชาย ให้น้องสาวช่วยกระตุ้นความเป็นชายของท่านอีกครั้งเถิด"
พูดจบก็ประกบริมฝีปากลงมาทันที
นางเอียงคอประกบจูบ ไม่ว่าจะเป็นมุมหรือตำแหน่ง ล้วนพอดีเป๊ะ สามารถปลุกปั่นอารมณ์ของอีกฝ่ายได้โดยตรง สมกับเป็นผู้เล่นระดับปรมาจารย์ตัวจริง
ต่อให้เป็นศพจริงๆ คาดว่าคงต้องสั่นกระตุกสักสามที
หากไม่มีทักษะการแสดงขั้นสูงคอยค้ำจุน จูบนี้อู๋ฉี่คงความแตกแน่
ต่อมา ความอบอุ่นอันรุนแรงสายหนึ่งก็ส่งผ่านริมฝีปาก แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ในขณะเดียวกัน อู๋ฉี่รู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างในตัวกำลังพวยพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
บางที นี่อาจเป็นจุดประสงค์หลักของนักฆ่าหญิง
แต่อู๋ฉี่กลับไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัว ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกสบายขึ้นเรื่อยๆ
ถึงขั้น
ทันใดนั้น นักฆ่าหญิงก็ร้อง อ้า เบาๆ แต่วาบหวิวถึงกระดูก ราวกับทะลวงผ่านกำแพงขีดจำกัด
กุ้งแห้งได้กินยาชูกำลัง พุ่งพรวดเดียว กลายร่างเป็นกุ้งมังกรออสเตรเลีย ทั้งใหญ่ทั้งแข็ง
"ว้าว พี่ฮั่วเป็นของดีระดับพรีเมียมจริงๆ ด้วย ทำเอาข้าเจ็บไปหมดแล้ว"
"บ้าเอ๊ย มหัศจรรย์แท้ ไม่ได้ ข้าต้องใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ"
อู๋ฉี่พร่ำเตือนตัวเอง
ในสถานการณ์เช่นนี้ยังต้องแกล้งเป็นศพต่อไป นี่มันท้าทายความสามารถขนาดไหนกัน
ระบบต้องมอบรางวัลเกียรติยศตลอดชีพให้เขาแล้ว
ทันใดนั้น ด้านนอกก็มีเสียง เคร้ง ดังขึ้น เป็นเสียงกระบี่ตกพื้น
นักฆ่าหญิงกำลังอินกับบรรยากาศ สะดุ้งตกใจสุดขีด โกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นกระบี่หนักเล่มหนึ่ง
จะอาละวาดก็ไม่ได้ เพราะสายตาแห่งความตายคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่
"เฮ้อ พี่ฮั่ว ดูเหมือนเราจะมีวาสนาต่อกันน้อยเกินไป"
นักฆ่าหญิงจัดแจงเสื้อผ้า ออกจากโลงศพด้วยความอาลัยอาวรณ์ ปิดฝาโลงราวกับบทกวีสั่งเสีย
ยามนี้ หัวของอู๋ฉี่ว่างเปล่าไปหมด
"ข้าผู้เป็นปรมาจารย์สถานบันเทิง ปรมาจารย์เชียวนะ นี่ข้าโดนขืนใจหรือ"
สองนาทีต่อมา ไฟก็ลุกไหม้ในลานบ้าน นักฆ่าจากไป
ถึงตอนนี้ ร่างกายก็สามารถขยับได้แล้ว เขารีบไปผลักฝาโลง ออกแรง แต่กลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
อู๋ฉี่ไม่ได้ตื่นตระหนก เขารีบค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเคล็ดวิชาของฮั่วอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง ใช้มือเดียวผลัก ยังไม่ทันแตะโดนฝาโลง ฝาโลงก็ปลิวลอยขึ้นไปทันที
"บ้าจริง นี่คือความรู้สึกของการมีกำลังภายในหรือ"
ตอนเด็กใครบ้างจะไม่มีความฝันอยากเป็นจอมยุทธ์ ความรู้สึกนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน
เขารีบพลิกตัวกระโดดออกมา แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาตัวแข็งทื่อ
เลือดไหลนองราวกับทาสีบ้านใหม่จนทั่ว ชิ้นส่วนแขนขาขาดกระจุยกระจาย เลือดสาดกระเซ็นน่าสยดสยอง
ขุมนรกบนดินก็ไม่แน่ว่าจะโหดร้ายเพียงนี้
ตอนนี้ ระบบตื่นแล้ว
"ระบบได้ทำการต่อเวลาชีวิตให้โฮสต์ยี่สิบสี่ชั่วโมงสำเร็จแล้ว เริ่มนับถอยหลังภารกิจ ขอให้ท่านโชคดี"