- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตเกาะร้างทั้งโลกแต่ฉันมีระบบคำใบ้สุดโกง
- บทที่ 50 กล้องส่องทางไกลกับแป้งย่างไส้ซานจา
บทที่ 50 กล้องส่องทางไกลกับแป้งย่างไส้ซานจา
บทที่ 50 กล้องส่องทางไกลกับแป้งย่างไส้ซานจา
บทที่ 50 กล้องส่องทางไกลกับแป้งย่างไส้ซานจา
หลินเสี่ยวอวิ๋นป้ายนิ้วชิมดู รสชาติหวานชุ่มคอทำให้เธอยิ้มจนตาหยี
ไม่ต้องเสียโอกาสตั้งคำถามอีกครั้งเพื่อยืนยันว่ามีพิษหรือไม่ นี่คือทรัพยากรล้ำค่าที่การ์ดคำใบ้บอกไว้อย่างชัดเจนก่อนหน้านี้ ย่อมไม่มีพิษแน่นอน
น้ำเลี้ยงค่อยๆ ท่วมก้นถัง เมื่อรองได้ประมาณครึ่งลิตร สายน้ำก็เริ่มเล็กลง และหยุดไหลสนิทเมื่อได้ 1 ลิตร
"ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่กี่นาทีก็รองเสร็จครั้งหนึ่ง ถ้าค่อยๆ ไหลซึมออกมาทีละหยดเหมือนในโลกความเป็นจริง ฉันคงต้องทำที่ยึดถังไว้กับต้นไม้แล้วล่ะ"
พูดจบเธอก็ไปเจาะต้นที่สอง
ป่าเมเปิลที่นี่มองไปสุดลูกหูลูกตา ถ้าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เรียกคนมาช่วยผลิตทีละเยอะๆ แล้วเอาไปแขวนขาย แค่พึ่งป่าผืนนี้เธอก็ไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นแล้ว
เธอไม่มีแก่ใจจะไปหาตาน้ำแล้ว สนุกสนานกับการเจาะต้นไม้ทีละต้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งถังใหญ่สิบกว่าใบและขวดเปล่าสามสิบกว่าขวดที่พกมาถูกเติมจนเต็ม
เธอนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น เปิดขวดหนึ่งดื่มอึกใหญ่กับจูจูอย่างชื่นใจ
ถังขนาด 10 ลิตรสองใบ ใบหนึ่งส่งให้จี้เหอ อีกใบเก็บไว้ดื่มเอง ส่วนถังใหญ่ที่เหลืออีก 12 ใบและขวดเล็กอีก 37 ขวด นำไปแขวนขายในช่องแลกเปลี่ยนทั้งหมด
กล้องสแกนอเนกประสงค์ประเมินผลออกมาอย่างยุติธรรมที่สุด น้ำเมเปิลหวานที่ยังไม่ได้ผ่านการสกัด บริสุทธิ์ ปริมาณน้ำตาล 8% ปริมาตร 596 มิลลิลิตร
ปริมาณน้ำตาลสูงกว่าน้ำเมเปิลบนดาวสีน้ำเงินมาก มิน่าล่ะพอดื่มแล้วถึงรู้สึกเหมือนกำลังดื่มชานม
ของดีที่ทั้งช่วยเติมน้ำและมีน้ำตาลแบบนี้ หลินเสี่ยวอวิ๋นคำนวณคร่าวๆ และตั้งราคาขายไว้ที่ 1.5 หน่วยอาหารต่อหนึ่งขวด
แต่เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนของเธอไม่ใช่แค่เนื้อกับขนมปังธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่เพิ่มของจิปาถะเข้าไปเป็นพรวน ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ยี่หร่า พริก ต้นหอม ขิง กระเทียม
นอกจากผักชีที่เธอไม่ชอบกิน นึกอะไรออกก็ใส่ลงไปหมด
"ฉันเห็นอะไรเนี่ย ในช่องแลกเปลี่ยนมีน้ำเมเปิลหวานโผล่มาก็ว่าสุดยอดแล้ว เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนของผู้เล่นระดับสูง 188069 ดันเป็นเครื่องปรุงรสซะงั้น"
"คนขาดแคลนอาหารกันตั้งเยอะ ผู้เล่นระดับสูงกลับเอาของกินมาแลกเครื่องปรุงรสเนี่ยนะ เขาว่าคนรวยมักจะไร้ความเมตตา ระวังฟ้าจะผ่าเอานะ ในเมื่อรวยขนาดนี้แล้ว เป็นมนุษย์ด้วยกัน แบ่งเสบียงให้ทุกคนหน่อยไม่ได้หรือไง"
"พวกชอบของฟรีระวังฟ้าผ่าตายเองเถอะ คนข้างบนน่ะ ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมไม่หนาวบ้างหรือไง"
"พวกเรากำลังเอาชีวิตรอด แต่เขากำลังใช้ชีวิตต่างหากล่ะ"
"ผู้เล่นระดับสูง 188069 ยังขาดคนเกาะขาทองคำอยู่ไหม ฉันช่วยคุณตัดฟืนหาเชื้อเพลิงให้ทุกวันได้นะ ขอแค่มีข้าวกินก็พอ"
ในเขตเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ถูกกลบด้วยข้อมูลการพูดคุยเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดบางตัว
หลินเสี่ยวอวิ๋นปิดหน้าจอ เก็บน้ำเมเปิลที่เหลือใส่กระเป๋าเป้
ดูท้องฟ้าแล้ว เธอตัดสินใจจะกลับ
ภาชนะใส่น้ำถูกใช้หมดแล้ว เธอไปแลกขวดเปล่าในช่องแลกเปลี่ยนมาเพิ่มได้ แต่ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแล้ว เธอจึงไม่สะดวกที่จะเดินไปไกลกว่านี้
ขากลับ เพื่อที่จะได้สำรวจพื้นที่เพิ่มขึ้น เธอจึงจงใจเลือกใช้เส้นทางอื่นที่ไม่ใช่ทางเดิมตอนขามา
แต่แผนที่ที่ได้มาจากรังของอสูรยักษ์เห็นได้ชัดว่าหยาบเกินไป นอกจากภูเขาสูงกับแม่น้ำสายใหญ่ที่เป็นจุดสังเกตแล้ว ป่าหลายแห่งก็ไม่ได้วาดลงไป ใช้เป็นแค่แผนที่อ้างอิงคร่าวๆ ได้เท่านั้น
เธอใช้โอกาสการตั้งคำถามครั้งแรกวาดแผนที่ในระยะห้ากิโลเมตรข้างหน้า
แผนที่บริเวณรอบๆ ถ้ำบนหน้าผา เธอจะต้องวาดออกมาให้ได้ในสักวัน ตอนนี้เดินไปถึงไหน ก็วาดถึงนั่นไปก่อนแล้วกัน
เดินๆ หยุดๆ มาตลอดทาง ห่างจากป่าเมเปิลประมาณ 1 กิโลเมตร เธอเห็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำ ซึ่งไหลมารวมกันเป็นสระบัวที่มีดอกบัวบานอยู่ประปราย
ต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้ไหลจากเหนือลงใต้ เริ่มหักเลี้ยวตั้งแต่น้ำตกข้างถ้ำ และคดเคี้ยวไปมาหลายโค้ง ก่อนจะไหลไปทางทิศตะวันออกในที่สุด
สระบัวตรงหน้าสวยงามมาก น้ำใสแจ๋ว มองเห็นถึงก้นสระ และยังมีดอกบัวประดับประดาอยู่ประปราย
หลินเสี่ยวอวิ๋นยืนอยู่ริมฝั่ง มองดูดอกบัวดอกใหญ่ในสระ
เวลาเจอแหล่งน้ำในป่า เธอควรรีบตักน้ำแล้วจากไป ไม่ใช่ไปเสี่ยงลุยน้ำ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป บนดอกบัวดอกนั้นมีหีบสมบัติวางอยู่
เธอตั้งใจจะเก็บหีบสมบัติมาให้ได้ก่อนค่อยไป
แน่นอนว่าเธอจะไม่ลงไปลุยน้ำ เธอหยิบเชือกยาวและหน้าไม้จู่โจมสุดที่รักออกมาจากกระเป๋าเป้
ทำห่วงที่ปลายเชือก ผูกเข้ากับลูกดอกหน้าไม้ เล็งไปที่หีบสมบัติ
โชคดีมาก ยิงครั้งแรกก็แม่นเลย ห่วงเชือกตกลงบนดอกบัวพอดี เธอค่อยๆ ดึงเชือกให้ห่วงเชือกหล่นลงไปครอบหีบสมบัติ อาศัยแรงดึงเชือกทำให้ห่วงเชือกรัดแน่นขึ้น
ต่อให้ระหว่างนี้หีบจะตกน้ำก็ไม่เป็นไร น้ำตื้นมาก อย่างมากก็แค่ยิงใหม่อีกรอบ
แต่ความผิดพลาดแบบนั้นก็ไม่เกิดขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ได้หีบสมบัติมาครอง
"หน้าไม้กับธนูมีประโยชน์เยอะมาก ตอนนี้คนในเขตหลายคนกลับคิดว่ามันใช้ล่าสัตว์ได้ไม่ค่อยดี และกำลังเห่อเรื่องกับดักกันอยู่" หลินเสี่ยวอวิ๋นพูดพลางส่ายหน้า
เปิดหีบสมบัติออก ของข้างในทำให้หัวใจเธอเต้นรัว มันคือกล้องส่องทางไกลนั่นเอง
ในที่สุดก็เปิดเจอของประเภทเครื่องมือแล้ว
หีบสมบัติหลายใบที่เปิดก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ในชีวิตประจำวันทั้งนั้น
เธอเอากล้องส่องทางไกลคล้องคอทันที ปรับโฟกัสอย่างระมัดระวัง แล้วส่องดูรอบๆ
รายละเอียดหลายอย่างที่เคยมองข้ามไปก่อนหน้านี้ คราวนี้กลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ที่แท้ทางทิศเหนือของถ้ำบนหน้าผา ยังมีเทือกเขาทอดยาวต่อเนื่องกันเป็นแนวกว้าง ทิศตะวันออกเป็นที่ราบ พื้นที่ชุ่มน้ำ หนองน้ำ ฯลฯ ที่เกิดจากการพัดพาของแม่น้ำ ทิศใต้เป็นทิศทางที่เธอเดินมา และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถมองเห็นทะเลอยู่ไกลๆ
ภาพทิวทัศน์เหล่านี้ตรงกับแผนที่เกาะแบบคร่าวๆ ที่ได้มาจากรังของอสูรยักษ์ เพียงแต่แผนที่วาดไว้คร่าวๆ เกินไป สู้การได้เห็นด้วยตาตัวเองไม่ได้
"ยังไงก็ต้องไปที่ชายทะเลให้ได้ ไม่พูดถึงเรื่องอื่น แค่ซื้อเกลือในช่องแลกเปลี่ยนก็ไม่คุ้มแล้ว" เธอแอบวางแผนในใจ
เธอใช้แท่งถ่านวาดภาพทิวทัศน์เหล่านี้ลงในแผนที่เกาะแบบคร่าวๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อเติมเต็มให้สมบูรณ์ โดยระบุรายละเอียดของภูมิประเทศบางส่วนไว้อย่างชัดเจน
เมื่อมีกล้องส่องทางไกลอยู่ในมือ ประกอบกับแผนที่ที่วาดจากการ์ดคำใบ้ และแผนที่แบบคร่าวๆ ของเกาะใบนี้ ภารกิจการสำรวจของเธอมีอนาคตที่สดใสมาก
หลังจากนั้นก็ไม่มีการค้นพบอะไรใหม่ๆ อีก ระหว่างทางกลับ เธอรีบกลับมาถึงถ้ำก่อนที่ฟ้าจะมืด นำซานจาและน้ำเมเปิลบางส่วนออกมาจากกระเป๋าเป้
ซานจาเคยมีคนหลายคนในเขตกินแล้ว แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในช่องแลกเปลี่ยน ได้ยินมาว่ารสชาติหวานกว่าซานจาบนดาวสีน้ำเงินซะอีก
ใช้น้ำร้อนล้างให้สะอาด คว้านเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
ใช้กระบอกไม้ไผ่ตักแป้งมาหนึ่งชาม ใช้น้ำเมเปิลนวดแป้ง และไปแลกไข่ไก่สามฟองกับน้ำมันหมูขวดเล็กๆ ในช่องแลกเปลี่ยนมาแบบเฉพาะกิจ
ตอนกำลังจะนวดแป้ง เธอก็ลังเลแล้ววางมันลง เปิดหน้าต่างแชตของจี้เหอขึ้นมา
เธอรู้สึกว่า งานเฉพาะทางก็ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการดีกว่า
จี้เหอกำลังออนไลน์อยู่พอดี ส่งวัตถุดิบทั้งหมดไปให้เขา แล้วฝากข้อความไว้ "ฉันกับจูจูอยากกินแป้งย่างไส้ซานจา อย่าลืมใส่น้ำตาลในไส้ให้น้อยหน่อยนะ ซานจาที่นี่หวานมาก"
"ตกลง"
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แป้งย่างไส้ซานจาร้อนๆ ก็ถูกส่งมา
ปกติจี้เหอไม่ค่อยพูดอะไร กลับวาดรูปหน้ายิ้มด้วยซอสซานจาลงบนแป้งย่างแต่ละชิ้นซะงั้น
หลินเสี่ยวอวิ๋นกับจูจูไม่สนว่ามันจะร้อนลวกมือ คว้าแป้งย่างขึ้นมาเป่าแล้วกัดเข้าไปหนึ่งคำ
แป้งบางไส้ทะลัก น่าเสียดายอย่างเดียวคือที่นี่ไม่มีเครื่องปั่น ไส้ที่บดด้วยก้อนหินจึงมีชิ้นซานจาเล็กๆ ปนอยู่
แต่รสชาติอร่อยล้ำ
"มิน่าล่ะคนในเขตถึงบอกว่ารสชาติดีกว่าบนดาวสีน้ำเงิน" เธอกินอย่างมีความสุข