- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตเกาะร้างทั้งโลกแต่ฉันมีระบบคำใบ้สุดโกง
- บทที่ 25 เตรียมสร้างบ้าน
บทที่ 25 เตรียมสร้างบ้าน
บทที่ 25 เตรียมสร้างบ้าน
บทที่ 25 เตรียมสร้างบ้าน
"นายหมายความว่าเรามีโอกาสจะได้เจอกันอีกงั้นเหรอ"
"ใช่ ฉันไม่ได้เจอจูจูนานมากแล้ว" จี้เหอกล่าวอย่างเศร้าสร้อย
แม้จะผ่านไปแค่หกวัน แต่สภาพความเป็นอยู่ที่นี่เลวร้ายเกินไป ไม่มีความแน่นอน พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ ความรู้สึกเหมือนผ่านไปแล้วหกปี
การรวมเขตทำให้เขามองเห็นความหวัง แต่เขาก็รู้ดีว่า ประชากรโลกมีมากกว่าแปดพันล้านคน เขตละหนึ่งล้านคน ก็หมายความว่ามีแปดพันกว่าเขต การที่เขต 1205 และเขต 861 จะมารวมกันได้พอดี ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน
แถมพวกนี้ก็เป็นแค่การคาดเดา ถ้าหากเป้าหมายของเกมคือให้พวกเขาต่อสู้ด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ข้ามเกาะเลยล่ะ สิ่งนี้สอดคล้องกับรูปแบบของการเอาชีวิตรอด ยิ่งคนเยอะพลังก็ยิ่งเยอะ คนน้อยสิความยากถึงจะสูง
กำลังคิดอยู่ หลินเสี่ยวอวิ๋นก็ขัดจังหวะเขา: "ฉันคิดว่าเราต้องมีวิธีเจอกันแน่ๆ นายดูสิ ตอนแลกเปลี่ยนของยังส่งถึงกันได้ คนก็น่าจะข้ามเกาะได้เหมือนกัน พวกเราไม่ต้องกังวลไปหรอก ทางฝั่งนายรวมกับเขตอะไรล่ะ"
จี้เหอ: "ฝั่งฉันรวมกันสามเขตเลย"
หลินเสี่ยวอวิ๋น: "หา"
จี้เหอ: "อย่าพูดถึงเลย ยิ่งรวมยิ่งอนาถ เขตของเราก็อนาถพออยู่แล้ว เมื่อวานเหลือคนสามแสนกว่าคน สองเขตที่รวมเข้ามา เขตหนึ่งดีหน่อยเหลือสี่แสนกว่าคน อีกเขตขึ้นต้นด้วยเลขสองเลย"
"เขตที่มีคนสองแสนกว่าคนนั่น ว่ากันว่าในเขตมีแก๊งต้มตุ๋นอยู่ เป็นคนยี่สิบกว่าคนที่ถูกส่งไปอยู่ที่เดียวกัน แล้วบังเอิญเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่งในเขต"
"สถานที่ที่พวกเขาถูกส่งไปมีสัตว์ประหลาดตัวเล็กๆ ประเภทสัตว์เลื้อยคลานเยอะมาก แต่ทรัพยากรอื่นๆ กลับมีน้อย จึงเกิดไอเดียที่จะขายเนื้อสัตว์ประหลาด พวกเขามีคนเยอะ เลยรวมหัวกันหลอกคนอื่นว่าเนื้อสัตว์ประหลาดกินได้ ที่กินแล้วเป็นพิษเพราะวิธีกินไม่ถูกต้อง แค่เติมเกลือ ย่างให้สุก กินแล้วจะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายอะไรเทือกนั้น"
"พวกเขาซื้อขายกันเองภายใน สร้างภาพลวงตาในช่องแลกเปลี่ยนว่าเนื้อสัตว์ประหลาดเป็นที่นิยมมาก และยังใช้โอกาสนี้ปั่นราคาเนื้อสัตว์ประหลาดหนึ่งชิ้นให้เท่ากับน้ำหนึ่งขวด"
"เนื้อสุกมีความเป็นพิษต่ำกว่า จะไม่แสดงอาการเป็นพิษทันที และเลือดก็ลดช้าด้วย ต่อให้มีคนเลือดลด พวกเขาก็แก้ตัวว่าใส่เกลือไม่พอหรือย่างไม่สุก"
"พวกเขาขายทั้งเกลือทั้งเนื้อ ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ หลายคนหิวจนหน้ามืดก็หลงเชื่อ ไม่เพียงเอาเสบียงที่มีค่าไปแลกเนื้อ แต่ยังพากันแห่ไปฆ่าสัตว์ประหลาดอีก"
"สัตว์ประหลาดหลายตัวมีอันตรายมากกว่าสัตว์ร้าย และทุกคนคุ้นเคยกับนิสัยของสัตว์ร้าย แต่ไม่คุ้นเคยกับสัตว์ประหลาด สุดท้ายคนที่ตายเพราะไปฆ่าสัตว์ประหลาดยังมีมากกว่าคนที่ตายเพราะกินเนื้อมีพิษเสียอีก"
"แก๊งต้มตุ๋นพวกนั้นไม่สนเรื่องนี้หรอก ยังฉวยโอกาสที่ความตื่นตระหนกแผ่ขยายไปหลอกคนอื่นด้วยวิธีใหม่ กอบโกยผลประโยชน์ไปอีกระลอก"
"ตอนนี้คนที่เหลืออยู่ในเขตนั้น ถ้าไม่สูญเสียครอบครัวไปก็ตกใจจนสติแตก ไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย คนที่พิมพ์ข้อความก็มีไม่กี่คน"
หลินเสี่ยวอวิ๋นพูดไม่ออก
เธอรู้อยู่แล้วว่า พอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์มารวมกลุ่มกัน ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
คนเยอะพลังเยอะก็เรื่องหนึ่ง ข้อได้เปรียบจากการร่วมมือกันฆ่าสัตว์ประหลาดไม่ใช่สิ่งที่หมาป่าโดดเดี่ยวจะเทียบได้
แต่ยิ่งคนเยอะ เรื่องวุ่นวายก็ยิ่งเยอะ ความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์ น่ากลัวกว่ามอนสเตอร์ระดับอีลีทเสียอีก
เธอเปลี่ยนเรื่อง: "นายเลือกสถานที่ตั้งถิ่นฐานได้แล้วใช่ไหม"
จี้เหอ: "เลือกได้แล้ว อยู่ห่างจากพื้นที่ชุ่มน้ำไม่กี่ร้อยเมตร มีเนินเขาเล็กๆ ที่ภูมิประเทศสูง จะได้สะดวกในการตักน้ำ และหลีกเลี่ยงความชื้นด้วย"
"บริเวณใกล้เคียงเป็นจุดตัดของหลายภูมิประเทศ ทั้งป่าสนแดง แม่น้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ เดินออกไปไม่กี่กิโลเมตรก็จะเป็นพื้นที่รกร้างและภูเขาหิมะ ทรัพยากรหลากหลายมาก และยังมีสัตว์ป่ากับสัตว์ประหลาดหลายชนิดที่มักจะมากินน้ำ ฉันเคยเห็นทั้งฝูงหมูป่าและฝูงวัวป่าด้วย"
สถานที่ที่เขาเลือกถือว่าดีมาก ไม่เพียงแต่ทรัพยากรรอบๆ จะอุดมสมบูรณ์ บนเนินเขายังมีหน้าผาที่เกือบจะตั้งฉาก เขาตั้งใจจะสร้างกระท่อมไม้ติดกับหน้าผา
วิธีนี้จะทำให้ด้านหลังของกระท่อมไม้พิงหน้าผา มีเถาวัลย์และกิ่งไม้ใบไม้ห้อยลงมาจากหน้าผา คลุมหลังคาและด้านข้างทั้งสองด้านเอาไว้ ส่วนที่เปิดเผยออกมาก็มีเพียงด้านหน้าที่ใช้เข้าออกเท่านั้น
หากเจออันตราย ก็สามารถใช้เถาวัลย์ที่กองอยู่บนหลังคามาปิดบังด้านหน้าไว้ อย่างน้อยภายนอกก็มองเห็นได้ยากมาก ซ่อนตัวได้ดีเยี่ยม
เมื่อได้ยินจี้เหอพูดแบบนี้ หลินเสี่ยวอวิ๋นก็ส่งแผ่นไม้ที่ผ่านกระบวนการแล้วกว่าห้าร้อยแผ่นในกระเป๋าเป้ไปให้เขา
จี้เหอ: "นี่คือของที่ดรอปจากปีศาจต้นเอล์มที่เธอฆ่าไปคราวก่อนงั้นเหรอ เป็นแผ่นไม้ที่ดีจริงๆ ตัดแต่งมาอย่างเป็นระเบียบ แถมยังเป็นไม้เอล์มอีกด้วย พวกเราหาของดีๆ แบบนี้เองไม่ได้หรอก"
การฆ่ามอนสเตอร์ระดับอีลีทให้ผลตอบแทนสูง ปีศาจต้นเอล์มก็จัดการง่าย เขาถึงกับตั้งใจไปหา "ต้นเอล์มที่ขยับได้" ในทุ่งหญ้า แต่โชคร้ายที่หาไม่เจอ
"อ้อ ใช่แล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งฆ่ากิ้งก่าลายตาข่ายไปสองสามตัว นอกจากเนื้อสัตว์ประหลาดแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย"
"ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าเนื้อสัตว์ประหลาดมีประโยชน์ใช่ไหม ฉันให้เธอหมดเลยแล้วกัน"
หลินเสี่ยวอวิ๋นรับมา มันหน้าตาเหมือนเนื้อสัตว์ประหลาดของมดและปีศาจต้นเอล์มที่เธอฆ่าไปก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
มอนสเตอร์ระดับทั่วไปมีแค่เนื้อสัตว์ประหลาด ไม่มีกล่องสมบัติและวัสดุอื่นๆ งั้นเหรอ
หลังจากเก็บเนื้อสัตว์ประหลาดแล้ว จี้เหอก็ฝากข้อความสุดท้ายถึงเธอ: "วันนี้ฉันจะทำที่จุดไฟรุ่นประณีตที่เราสองคนจะใช้ก่อน จะเริ่มสร้างบ้านเลยยังไม่ได้ การทำฐานรากต้องใช้ท่อนซุงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตรขึ้นไป หลังจากตัดต้นไม้แล้วยังต้องใช้เวลาตากแดดให้ลำต้นแห้งอีกสองสามวัน"
"เธอช่วยดูให้หน่อยว่าในเขตของเรามีหวายขาวขายไหม เส้นใยของหวายขาวมีความแข็งแรงสูง ต้องใช้ตอนมัดลำต้นเข้าด้วยกัน"
หลินเสี่ยวอวิ๋นรับปาก หลังจากเจอหวายขาวในช่องแลกเปลี่ยน เธอก็แลกมามัดใหญ่แล้วเริ่มถักเป็นเชือก
ฝีมือการถักเชือกของเธอตอนนี้ดีกว่าเมื่อหลายวันก่อนมาก เชือกที่ถักออกมาเรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่มีตรงไหนหลุดลุ่ยเลย
แบบนี้ถักเป็นเกลียวเล็กๆ ก่อน พอส่งให้จี้เหอ เขาก็สามารถเอาไปใช้ได้เลย
ตกกลางคืน จี้เหอก็ส่งที่จุดไฟที่ใช้ก้อนกรวดทำเป็นตัวถ่วงน้ำหนักมาให้ตามนัด คราวนี้ทำได้ประณีตกว่าเดิม ด้านล่างไม่ได้รองด้วยเปลือกไม้แล้ว แต่ใช้ขวานผ่าลำต้นที่ตัดมาเป็นแท่งไม้ จากนั้นก็บากร่องด้านบน ยัดเศษไม้และเศษหญ้าเข้าไปข้างใน
ที่จุดไฟสองอันที่ปลดระวางก็อยู่ในมือของหลินเสี่ยวอวิ๋น เธอแขวนขายบนช่องแลกเปลี่ยนทันที
เวลาผ่านไปจนมืดค่ำโดยไม่รู้ตัว พักผ่อนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ดีกว่า
เธอค่อยๆ ก่อไฟกับจูจู ที่จุดไฟรุ่นประณีตนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แค่สามนาทีก็เกิดประกายไฟแล้ว
หลังจากก่อเตาให้สูงขึ้น เอากระป๋องเหล็กออกมา หั่นเนื้อรมควันกินคู่กับผักป่าและเผือกชิ้นเล็กๆ ที่ขุดได้ก่อนหน้านี้ไปต้มซุปดื่ม
ฝังมันเทศสองหัวไว้ใต้กองไฟ พอสุกแล้วก็ลอกเปลือกออก น้ำเชื่อมสีส้มอมเหลืองก็ไหลเยิ้มออกมา