- หน้าแรก
- พลังร้อยเท่าตั้งแต่เริ่ม แต่ผมดันเป็นแค่สายซัพพอร์ต!
- บทที่ 9 - ลากมอนสเตอร์แบบขบวนรถไฟ
บทที่ 9 - ลากมอนสเตอร์แบบขบวนรถไฟ
บทที่ 9 - ลากมอนสเตอร์แบบขบวนรถไฟ
บทที่ 9 - ลากมอนสเตอร์แบบขบวนรถไฟ
พอพวกเขาเห็นว่าเป็นฉินเทียนที่ก้าวเข้ามารับความเสียหายแทน ก็ต่างพากันเป็นห่วง
"ทำไมฉินเทียนถึงไปยืนอยู่ข้างหน้าอิงอู่โฉ่วล่ะ"
"เขาเป็นนักบวชนะ ถึงพลังโจมตีของเขาจะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ร่างกายของนักบวชขึ้นชื่อเรื่องความบอบบางนะ ข้อเสียของอาชีพนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาความสูงใหญ่มาทดแทนได้หรอก"
เวลานี้อิงอู่โฉ่วก็ร้อนใจเร่งให้ฉินเทียนหลบไป
"ฉินเทียน นายต้านไม่ไหวหรอก รีบหลบไป"
ฉินเทียนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เปิดใช้งานทักษะเงียบๆ
"ขุนเขาไม่หวั่นไหว"
ฉินเทียนใช้ทักษะป้องกันที่ได้มาจากหลี่เจิ้ง
ขุนเขาไม่หวั่นไหว ติดตัว
ข้อกำหนดอาชีพ: ไม่มี
คำอธิบาย: ตั้งท่าป้องกัน พลังป้องกันตัวเองเพิ่มขึ้น 5%
เมื่อฉินเทียนลงมือ เสาน้ำนั้นก็หยุดการพุ่งเข้ามาทันที
"พระเจ้า ฉินเทียนรับการโจมตีนี้ไว้ได้จริงๆ"
"นี่มันน่าเหลือเชื่อสุดๆ ไปเลย"
"ฉันอิงอู่โฉ่วยอมยกให้นายแข็งแกร่งที่สุดเลย"
เมื่อฉินเทียนหยุดการโจมตีนี้ไว้ได้ การโต้กลับของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
สู้กันไปสู้กันมา เลือดของหัวหน้าสัตว์ประหลาดก็ถูกลดระดับลงมาเหลือแค่หนึ่งในสิบแล้ว เวลานี้ ร่างกายของหัวหน้าสัตว์ประหลาดก็เปล่งออร่าสีแดงเลือดออกมา นี่คือการแสดงออกของการใช้ทักษะคลุ้มคลั่ง
"ระวังตัวด้วย" อิงอู่โฉ่วเตือนทุกคน
หัวหน้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นพุ่งทะยานขึ้นจากผิวน้ำ เข้าใส่ทุกคน
ในตอนนั้นเอง ฉินเทียนกลับพุ่งสวนทางเข้าไปหาหัวหน้าสัตว์ประหลาดในระยะประชิด
"ฉินเทียน อย่าเข้าไป"
"หัวหน้าสัตว์ประหลาดคลุ้มคลั่งแล้ว นายรับความเสียหายไม่ไหวหรอก"
ฉินเทียนไม่หันกลับไปอธิบาย เพียงแค่ยื่นฝ่ามือออกไปอย่างใจเย็น รวบรวมพลังแล้วตบลงไปหนึ่งฉาด
"โฮก"
เสียงร้องโหยหวนดังก้องออกมาจากปากอันกว้างใหญ่ของหัวหน้าสัตว์ประหลาด ร่างกายที่ยาวกว่าสิบเมตรของมันถึงกับลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็อาศัยแรงกระแทกพลิกตัวไปอยู่ด้านหลังของฉินเทียน แล้วตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ผ่านไปครึ่งค่อนวันก็ยังลุกไม่ขึ้น
"อะไรนะ"
"พระเจ้า ฉินเทียนป่าเถื่อนเกินไปแล้ว ขนาดหัวหน้าสัตว์ประหลาดที่คลุ้มคลั่งยังโดนตบซะสลบเหมือดได้"
"มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า นี่มันหัวหน้าสัตว์ประหลาดระดับเงินระดับ 10 เลยนะ นายช่วยไว้หน้าคนอื่นเขาบ้างได้ไหม"
"เห็นแบบนี้แล้วฉันอดคิดถึงพี่โล้นซ่าข้างบ้านไม่ได้เลย"
ถึงจะบ่นยังไง แต่ยังไงก็ต้องจัดการหัวหน้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้ได้ รีบเข้าไปรุมสกรัมซ้ำ ไม่กี่นาทีต่อมา ด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายที่ร่วงหล่นลงมา ความเสียหายจากธาตุต่างๆ ก็พวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของหัวหน้าสัตว์ประหลาด หัวหน้าสัตว์ประหลาดแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า นัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความไม่ยอมจำนน ก่อนจะค่อยๆ หรี่ลงในที่สุด
ถ้าหากตอนนี้หัวหน้าสัตว์ประหลาดพูดได้ มันคงอยากจะพูดประโยคหนึ่งเหลือเกิน
"ในเมืองมันอันตรายเกินไป ฉันอยากกลับบ้านไปหาแม่ พวกคนเมืองนี่มันเล่นกันแรงจริงๆ"
"ตาย ตายแล้วเหรอ"
จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พวกเขาจะเอาชนะหัวหน้าสัตว์ประหลาดได้ง่ายดายขนาดนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ พวกเขาไม่มีทางเอาชนะหัวหน้าสัตว์ประหลาดได้ง่ายๆ แบบนี้หรอกนะ ถ้าไม่บาดเจ็บกันไปบ้าง
ทุกคนเริ่มจัดการกับอุปกรณ์สวมใส่ที่ตกมาจากหัวหน้าสัตว์ประหลาดกัน
สนับแข้งเปอร์เซียร่วงหล่น
ชั้นเยี่ยม
ระดับที่ต้องการสวมใส่: 10
จำกัดอาชีพ: สายนักรบ
ความทนทาน +100
พละกำลัง +90
พลังป้องกัน +5%
ทักษะเสริม: เสาน้ำ สร้างเสาน้ำขึ้นมาหนึ่งต้น สร้างความเสียหาย 120% ต่อพื้นที่ด้านหน้า เวลาคูลดาวน์หนึ่งชั่วโมง
คำอธิบาย: ถ้าอยากดูก็คลิกเข้ามาสิ
ฉินเทียนดูสถานะของมัน อืม ไม่เลวเลย
จำกัดอาชีพสายนักรบตรงช่วงเอว บ้าเอ๊ย ของขยะ
ฉินเทียนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา การลุยด่านมิติครั้งแรกของตัวเอง จะตกของที่นักบวชอย่างฉันใช้ได้บ้างไม่ได้เลยหรือไง
อิงอู่โฉ่วเดินเข้ามา พูดด้วยความตื่นเต้นว่า
"ฉินเทียน นายเป็นตัวนำโชคของพวกเราจริงๆ พอนายมา ผลตอบแทนจากการล่าสัตว์ประหลาดของพวกเราก็ดีขึ้นเยอะเลย"
อันฉีเอ๋อร์ก็พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน
"ฉินเทียน นายเก่งมากจริงๆ ตอนแรกนึกว่าพวกเรามาพานายที่เป็นหน้าใหม่เก็บระดับ ที่ไหนได้ กลายเป็นนายที่เป็นคนพาพวกเราซะงั้น"
เชียนอิงเดินเข้ามา เพียงแค่กล่าวคำขอบคุณฉินเทียนสั้นๆ หนึ่งคำ แล้วก็กลับไปอยู่ในโหมดเงียบขรึมตามเดิม
ฉินเทียนทำเพียงแค่ยิ้ม เขารู้สึกดีกับประสบการณ์การลงด่านมิติครั้งแรกในโลกนี้ของตัวเอง ไม่น้อยเลย เพียงแต่รู้สึกว่าประสิทธิภาพมันช้าไปหน่อย
ฉินเทียนจึงพูดกับอิงอู่โฉ่วว่า
"การค่อยๆ หาสัตว์ประหลาดไปทีละตัวแล้วสู้แบบนี้มันช้าเกินไป ครั้งหน้าพอเข้าไปแล้ว นายดึงสัตว์ประหลาดทั้งหมดลากยาวไปจนถึงหัวหน้าสัตว์ประหลาดตัวสุดท้ายเลยนะ แล้วเราค่อยไปจัดการพวกมันรวดเดียวตรงนั้นเลย"
พวกเขาก็คล้อยตามแนวคิดบ้าๆ นี้ไปแล้วด้วย เอาจริงๆ นะ แผนนี้ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนไม่เคยคิดจะทำ แต่ตอนนั้นทีมของพวกเขาขาดความสามารถในการฟื้นฟูพลังอย่างหนัก แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว เมื่อมีฉินเทียนเข้ามา วิธีการที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ขึ้นมา
"เอาสิ บัดซบเอ๊ย ทำไมจะไม่ทำล่ะ ฉันอยากลองทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว"
หลังจากนั้น ในด่านมิติริมทะเลสาบชิงเฟิงแห่งนี้ก็เกิดภาพแปลกประหลาดขึ้น มีคนไม่กี่คนวิ่งนำหน้า โดยมีฝูงสัตว์ประหลาดต่อแถวยาวเหยียดวิ่งตามมาเป็นพรวน ราวกับเป็นขบวนรถไฟที่กำลังแล่นอยู่ มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีหัวหน้าสัตว์ประหลาดตัวสุดท้ายอยู่อย่างคึกคัก
ห้านาทีต่อมา เมื่อสัตว์ประหลาดทะเลสาบชิงเฟิงล้มลง แสงแห่งการเลื่อนระดับก็สว่างวาบขึ้นบนร่างของทั้งสามคนอีกครั้ง
สามยอดฝีมือที่เคยเป็นความภาคภูมิใจแห่งยุค รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นปลาเค็มที่ไม่ได้ทำอะไรเลยเป็นครั้งแรก
ไม่ต้องสนใจอะไร ไม่ต้องถามอะไร กลยุทธ์หรือวิธีต่อสู้อะไร ไม่ต้องใช้ทั้งนั้น
แค่วิ่งไปหาหัวหน้าสัตว์ประหลาดให้เร็วที่สุด แล้วรัวทักษะใส่ฝูงสัตว์ประหลาดที่ลากมาก็พอแล้ว
ยังไงซะความสามารถในการสนับสนุนของฉินเทียนก็ทำให้คนรู้สึกอุ่นใจมากๆ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"นี่ นี่เพิ่งผ่านไปแค่ไหนเอง สรุปว่าใช้เวลายี่สิบนาที หรือว่าสิบห้านาทีกันแน่"
"ประสิทธิภาพแบบนี้ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว"
"สะใจ สะใจจริงๆ"
พวกเขาทนความรู้สึกนี้ไม่ไหวอีกต่อไป สายตาที่มองฉินเทียนตอนนี้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความตกตะลึง
ฉินเทียนไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่เอ่ยปากมาสองคำสั้นๆ
"ทำต่อ"
หนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ
นอกจากรอบแรกที่ค่อยๆ ฆ่าสัตว์ประหลาดไปทีละตัวจนถึงจุดสุดท้ายแล้ว รอบต่อๆ มาล้วนแต่ใช้วิธีลากแบบขบวนรถไฟทั้งนั้น
โดยเฉพาะการที่มีอุปกรณ์สวมใส่ตกออกมาเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ทั้งสามคนเริ่มสงสัยขึ้นมาตงิดๆ ว่า จริงๆ แล้วฉินเทียนไม่ได้มาฆ่าสัตว์ประหลาดหรอก แต่มาหาของไปขายมากกว่า
นอกจากอุปกรณ์สวมใส่ไม่กี่ชิ้นที่พวกเขาหมายตาไว้แล้ว อุปกรณ์ที่เหลือทั้งหมดฉินเทียนก็เก็บเรียบ
ทำไงได้ ก็ฉันมันจนนี่นา
ฉันยังกะว่าจะเอาของพวกนี้ไปขาย แล้วเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านที่ค้างอยู่เลย
ด้วยวิธีนี้ หลังจากลุยกันมาทั้งบ่าย ฉินเทียนและเพื่อนร่วมทีมก็แยกย้ายกัน
ฉินเทียนลองคิดทบทวนแผนการต่อไป
"เอาของที่หามาได้วันนี้ไปขายก่อนดีกว่า"
"แล้วก็ เลิกงาน"
หลังจากเงาของฉินเทียนหายวับไปจากหน้าด่านมิติ คนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มซุบซิบนินทากัน
"พวกนายสังเกตไหมว่า ออร่าของพี่เบิ้มคนนั้นเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะ"
"แข็งแกร่งขึ้นไม่เบาเลยล่ะ ก่อนหน้านี้เจอเขาฉันยังรู้สึกแค่ว่าเขาดูน่าเกรงขามเฉยๆ แต่ตอนนี้ฉันแทบจะไม่กล้ามองหน้าเขาแล้วเนี่ย"
"สรุปเขาเป็นอาชีพอะไรกันแน่ ฉันเดาว่าร้อยทั้งร้อยต้องเป็นอาชีพลับแน่ๆ"
"หรือว่าจะเป็นนักรบไดโนเสาร์ในตำนาน"
"ไม่มีทาง ถ้าเมืองผิงเจียงมีอัจฉริยะแบบนั้นโผล่มาล่ะก็ ข่าวคงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองภายในชั่วข้ามคืนแล้วล่ะ"
"ก็จริงนะ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังทึ่งอยู่นั้น ฉินเทียนก็เดินทางมาถึงสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสำหรับผู้มีพลังพิเศษแล้ว
เขาไม่ได้ปิดหน้าปิดตาแต่อย่างใด ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยรูปร่างแบบเขา ต่อให้ปิดหน้าไป คนอื่นเขาก็มองปราดเดียวก็จำได้อยู่ดี
ฉินเทียนสุ่มเลือกร้านค้าที่ชื่อว่า "หอการค้าปาฟาง" แล้วเดินเข้าไป
"มาขายอุปกรณ์"
เสียงทุ้มต่ำของฉินเทียนดังกังวานขึ้น พนักงานต้อนรับเป็นชายหนุ่มท่าทางงัวเงีย ก่อนหน้านี้เขากำลังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็สะดุ้งตื่นเต็มตาในทันที
"ผม ผม ผม นี่มันถิ่นของหอการค้าปาฟางนะ คุณ คุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ"
ดวงตาที่เบิกโพลงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลังพิงกำแพง หน้าซีดเผือด
"..."
ฉินเทียนไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีหวาดกลัวของพนักงาน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาจนถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกินข้าวอาบน้ำไปแล้ว
เขายื่นมือขวาออกไปที่เคาน์เตอร์ แสงสว่างวาบขึ้น กองอุปกรณ์สวมใส่ก็ร่วงกราวลงมาจากกระเป๋า ท่ามกลางแสงสีเขียวอ่อนๆ ก็มีแสงสีฟ้าประกายแซมอยู่ประปราย
"ให้ตายเถอะ"
"นี่ๆๆ อุปกรณ์เยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
พนักงานหนุ่มอึ้งไปเลย เขากลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
"พระเจ้าช่วย คนคนนี้เป็นโจรภูเขามาจากภูเขาลูกไหน เอาของโจรมาปล่อยที่นี่หรือเปล่าเนี่ย"
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ได้สติกลับมา ตาลุกวาว
"คุณมาขายอุปกรณ์จริงๆ ด้วย แถมยังมีอุปกรณ์ชั้นเลิศอีก"
"เสนอราคามาสิ"
ฉินเทียนไม่ได้พูดอะไรมาก
"ได้ครับ ได้ครับ ผมจะประเมินราคาเดี๋ยวนี้เลย"
พนักงานหนุ่มพยักหน้ารับรัวๆ เขารีบตรวจสอบค่าสถานะต่างๆ พอตรวจสอบเสร็จ สีหน้าก็ยิ่งตื่นเต้น
"ของดีทั้งนั้น ของดีๆ ทั้งนั้นเลย"
จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ รู้สึกว่าพูดแบบนี้แล้วจะกดราคาไม่ได้ ท้ายที่สุดที่นี่คือหอการค้า ตัวเขาเองก็ต้องทำกำไร จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
"อะแฮ่ม คือว่าระดับมันค่อนข้างต่ำไปหน่อย เลยอาจจะขายไม่ได้ราคามากนัก"
"ในสถานที่แบบนี้ ระดับต่ำมันขายง่ายกว่าไม่ใช่เหรอ"
ฉินเทียนหรี่ตาลง ที่นี่รับซื้อขายอุปกรณ์สำหรับระดับต่ำกว่าเปลี่ยนอาชีพครั้งแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านระดับเท่านั้น ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีช่องทางระบายของ
ความคิดที่จะเล่นตุกติกของพนักงานหนุ่มถูกดับลงในพริบตา ขนลุกซู่ชันขึ้นมาทันที ไม่ควรไปแหย่ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้เด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตน้อยๆ ของเขาคงรักษาไว้ไม่ได้แน่
"ใช่ครับ ใช่ครับ ขายง่ายครับ ขายง่าย งั้นผมจะเสนอราคานะครับ"
เขาไม่กล้าพูดจาพล่อยๆ อีก ได้แต่คำนวณราคาอย่างขะมักเขม้น สุดท้ายก็เสนอราคาออกมา
"ราคาเหมาเจ็ดหมื่นเจ็ดครับ ลูกพี่ ผมดูแล้วคุณก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เรามาผูกมิตรกันไว้เถอะ ผมปัดเศษให้คุณเป็นแปดหมื่นเลย"
"แปดหมื่นเหรอ"
ฉินเทียนคำนวณในใจ พยักหน้า ราคานี้ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับราคาที่เขาประเมินไว้ก่อนหน้านี้เลย
"ตกลง"
ยื่นหมูแมว จ่ายเงินรับของเสร็จสรรพ ฉินเทียนก็เดินจากไปทันที
จนกระทั่งเขาเดินจากไป พนักงานหนุ่มถึงได้เอามือลูบอกด้วยความตกใจที่ยังไม่จางหาย
"พระเจ้า นี่มันคนเหรอเนี่ย"
"เมื่อกี้ฉันเกือบจะเสนอราคาให้เขาแปดหมื่นแปดแล้ว ออร่าแบบนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว"
"แต่ก็ช่างเถอะ อุปกรณ์พวกนี้ล้วนแต่เป็นของชั้นยอดทั้งนั้น ต่อให้เขาจะเป็นยมบาล แต่การที่เขามาขายของที่นี่ สำหรับฉันแล้วเขาก็คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภล่ะนะ"