- หน้าแรก
- อาณาจักรตัดสวรรค์
- บทที่ 38 - การค้า
บทที่ 38 - การค้า
บทที่ 38 - การค้า
บทที่ 38 - การค้า
ซูเจิ้นซานกวาดตามองผู้อาวุโสทั้งสี่ กล่าวเสียงเข้ม
"นับจากวันนี้ไป ข้าและผู้อาวุโสทั้งสี่จะร่วมกันฝึกฝนเคล็ดวิชาเล่มนี้และทักษะยุทธ์ทั้งสามเล่ม ส่วนโอสถเสวียนหยวน ผู้อาวุโสแต่ละท่านรับไปคนละสองเม็ด ก่อนอื่นต้องทุ่มสุดกำลังทะลวงคอขวดในตอนนี้ให้ได้ ทุกท่านมีข้อโต้แย้งหรือไม่"
"ไม่มี"
ผู้อาวุโสทั้งสี่ต่างส่ายหน้า
การจัดสรรเช่นนี้เรียกได้ว่ายุติธรรมและสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าของเหล่านี้ล้วนเป็นซูเฉินที่มอบให้ เพียงแค่ระดับพลังมหาคุรุยุทธ์ของซูเจิ้นซาน ก็จำต้องใช้ทรัพยากรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
พลังต่อสู้ของมหาคุรุยุทธ์หนึ่งคนเทียบเท่ากับคุรุยุทธ์ขั้นสิบถึงสามคน และทุกครั้งที่เลื่อนระดับขึ้นหนึ่งขั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล
ซูเจิ้นซานหันไปมองซูเฉิน สายตาอ่อนโยนลง
"เฉินเอ๋อร์ เจ้าสังหารหลินเฮ่าไปแล้ว เป็นคนที่ตระกูลหลินเกลียดชังที่สุด การต่อสู้ระหว่างตระกูล เจ้าก็สอดมือเข้าช่วยไม่ได้ จงอยู่แต่ในบ้าน อย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาด"
"รับทราบ"
ซูเฉินรับคำ
ซูเจิ้นซานพยักหน้า โบกมือกล่าว
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนก็ไปทำหน้าที่ของตนเถอะ"
ซูเฉินเดินออกจากโถงประชุมตระกูล แต่ไม่ได้กลับไปฝึกฝนที่ห้องพักของตน กลับวิ่งฉิวออกจากตระกูลซูไป เห็นได้ชัดว่าโยนคำกำชับของซูเจิ้นซานทิ้งไว้เบื้องหลังเสียแล้ว
"ตระกูลหลินคิดจะลงมือกับตระกูลซูของเรา คาดว่าอันดับแรกคงเล็งไปที่กิจการของตระกูลเรา จุดนี้สามารถไปขอความช่วยเหลือจากหอการค้าเฮยอวิ๋นได้"
"ทว่า หากข้าเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยเหลือตระกูลซู ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกสงสัย เอ๊ะ จริงสิ ข้ายังมีศิษย์ที่ได้มาเปล่าๆ อยู่อีกคนไม่ใช่หรือ"
ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ในหัวครู่หนึ่ง บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ตนเองในฐานะอาจารย์ของซูชิงอวิ๋น การช่วยเหลือตระกูลที่ซูชิงอวิ๋นสังกัดอยู่ นี่ก็สมเหตุสมผลดีไม่ใช่หรือ
ทันใดนั้น หลังจากออกจากตระกูลซู ซูเฉินก็ใช้หมวกสานปีกกว้างปกปิดรูปลักษณ์ มุ่งหน้าไปยังหอการค้าเฮยอวิ๋น
ที่หน้าประตูหอการค้าเฮยอวิ๋น มียามรักษาการณ์สวมเครื่องแบบยืนอยู่สองฝั่ง
แม้ทั้งสองจะเป็นเพียงยาม แต่การได้เฝ้าประตูให้หอการค้าเฮยอวิ๋นก็ถือว่าไม่ธรรมดา บนใบหน้าของพวกเขามีความเย่อหยิ่ง แม้แต่เวลาจ้องมองผู้คนก็ยังเชิดหน้าใช้รูจมูกมอง
แต่เมื่อทั้งสองเห็นซูเฉิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ความเย่อหยิ่งจองหองในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นประจบสอพลอในพริบตา
"ท่านผู้อาวุโสเฉิน"
ยามทั้งสองรีบปรี่เข้ามาหา โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"ข้ามาหาเซียวเยวี่ยหาน"
ซูเฉินกล่าวเสียงเรียบ
"เข้าใจแล้วขอรับ"
ยามคนหนึ่งพยักหน้ารัวๆ เพราะยิ้มกว้างจนเกินไป มุมปากจึงฉีกไปถึงใบหู
"ท่านประธานหอการค้าของพวกเราสั่งการไว้ว่า ขอเพียงท่านมาถึง ให้รีบแจ้งนางทันที ท่านผู้อาวุโสเฉินเชิญขึ้นไปจิบชาบนชั้นสองก่อน ผู้น้อยจะรีบไปรายงานท่านประธานหอการค้าเดี๋ยวนี้"
"อืม"
ซูเฉินเพียงพยักหน้า ส่งเสียงในลำคอถือเป็นการตอบรับ
"ท่านผู้อาวุโสเฉิน เชิญขอรับ"
ยามอีกคนค้อมกาย เอียงตัวเดินนำซูเฉินขึ้นบันได
ภาพฉากนี้ ทำให้ผู้คนรอบข้างประหลาดใจอยู่บ้าง
"คนที่สวมหมวกสานผู้นี้มีฐานะอะไรกัน ถึงกับทำให้คนของหอการค้าเฮยอวิ๋นเคารพนบนอบถึงเพียงนี้ ซ้ำยังให้ประธานหอการค้าเซียวเป็นผู้ต้อนรับ"
"เจ้าไม่รู้จักแม้กระทั่งท่านผู้อาวุโสเฉินหรือ โอสถรวมปราณคุณภาพ 'สมบูรณ์แบบ' สองเม็ดที่ประมูลไปเมื่อช่วงก่อน ก็มาจากฝีมือของท่านผู้อาวุโสเฉิน ตอนนี้หลายคนคาดเดากันว่า ท่านผู้อาวุโสเฉินอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นนักปรุงโอสถระดับสาม"
"ซี๊ด นักปรุงโอสถระดับสามเชียวหรือ เช่นนั้นฐานะนี้ไม่นับว่าพลิกฟ้าพลิกดินเลยหรือ"
ซูเฉินถูกจัดให้ไปรอในห้องส่วนตัว มีคนรับใช้สองคนรินน้ำชาให้เขา
"ฮ่าๆ ท่านผู้อาวุโสเฉิน ไม่พบกันเสียนาน เหตุใดจึงมีเวลามาเยี่ยมเยือนหอการค้าเฮยอวิ๋นของเราได้เล่า หรือเตรียมจะนำโอสถมาขายอีก"
ผ่านไปไม่นาน เสียงไพเราะราวกับกระดิ่งเงินก็ดังขึ้น ร่างอรชรงดงามของเซียวเยวี่ยหานก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
"ท่านประธานหอการค้าเซียว"
ซูเฉินลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะ
เซียวเยวี่ยหานโบกมือ คนรับใช้ทั้งสองก็รู้ความรีบถอยออกไป ภายในห้องเหลือเพียงเซียวเยวี่ยหานและซูเฉินสองคน
"ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว ท่านผู้อาวุโสเฉินมีธุระอะไรก็ว่ามาเถิด"
เซียวเยวี่ยหานยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม
"ข้ามาครานี้ ไม่ได้มาเพื่อขายของ แต่มาเพื่อเจรจาการค้ากับท่านประธานหอการค้าเซียว"
ซูเฉินกดเสียงต่ำ กล่าวอย่างเชื่องช้า
"โอ้ ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสเฉินเตรียมสิ่งใดมาเจรจากับพวกเราหรือ"
เซียวเยวี่ยหานเลิกคิ้ว บนใบหน้าปรากฏความอยากรู้อยากเห็น
ซูเฉินพลิกฝ่ามือ ถ่ายเทพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในแหวนมิติ พริบตานั้น ขวดยกยี่สิบขวดก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะระหว่างทั้งสอง
"นี่คือโอสถรวมปราณยี่สิบเม็ด แต่ละเม็ดล้วนมีคุณภาพสมบูรณ์แบบ ไม่ทราบว่าท่านประธานหอการค้าเซียวสนใจโอสถเหล่านี้หรือไม่"
เซียวเยวี่ยหานยิ้มบาง
"โอสถเหล่านี้มูลค่าไม่น้อย หอการค้าเฮยอวิ๋นของเราย่อมสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ต้องขอดูก่อนว่าท่านผู้อาวุโสเฉินต้องการให้พวกเราทำสิ่งใด"
"ง่ายมาก"
ซูเฉินจ้องมองเซียวเยวี่ยหานเขม็ง
"ข้าต้องการให้หอการค้าเฮยอวิ๋นยุติการติดต่อค้าขายกับตระกูลหลินทั้งหมด"
"เรื่องนี้"
เซียวเยวี่ยหานขมวดคิ้วเล็กน้อย บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความลำบากใจ
"เหตุใดกัน ข้อเสนอที่ข้าให้ยังไม่เพียงพอหรือ ถึงไม่อาจทำให้ท่านประธานหอการค้าเซียวหวั่นไหวได้"
ซูเฉินใช้เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม
เซียวเยวี่ยหานหัวเราะพลางส่ายหน้า
"ท่านผู้อาวุโสเฉินเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้รังเกียจว่ามันน้อยไป ความเป็นจริง ผลกำไรที่ได้จากโอสถรวมปราณคุณภาพสมบูรณ์แบบยี่สิบเม็ดนี้ มีมากกว่าการร่วมมือกับตระกูลหลินเสียอีก เพียงแต่ข้าในฐานะประธานหอการค้าเฮยอวิ๋น จำเป็นต้องรักษากฎระเบียบของหอการค้าเฮยอวิ๋นไว้"
"กฎระเบียบหรือ"
ซูเฉินเลิกคิ้ว
เซียวเยวี่ยหานอธิบายว่า
"หอการค้าเฮยอวิ๋นเป็นหอการค้ายักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วทั้งจักรวรรดิเสียเยวี่ย สาขาย่อยในเมืองเทียนสุ่ยเป็นเพียงสาขาระดับต่ำสุดที่ไร้ความสำคัญเท่านั้น พวกเราจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานใหญ่ หากจู่ๆ ยกเลิกความร่วมมือกับตระกูลอื่น ก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของหอการค้าเฮยอวิ๋นเราได้ นี่คือสิ่งที่สำนักงานใหญ่ไม่อนุญาต"
"อย่างนั้นหรือ"
ซูเฉินยังคงสงบนิ่ง เพียงแค่สะบัดมืออีกครั้ง ขวดยกอีกยี่สิบขวดก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
"นี่คือ"
สายตาเซียวเยวี่ยหานหรี่ลงเล็กน้อย
"นี่คือโอสถเจี้ยงเฉินยี่สิบเม็ด และแน่นอนว่าเหมือนกับโอสถรวมปราณ พวกมันล้วนมีคุณภาพสมบูรณ์แบบ ไม่ทราบว่าข้อเสนอเหล่านี้พอจะทำให้ท่านประธานหอการค้าเซียวฉีกกฎระเบียบได้หรือไม่"
ซูเฉินกล่าวเรียบๆ
"อะไรนะ"
เซียวเยวี่ยหานตกตะลึง พรวดพราดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตางดงามมองซูเฉินอย่างไม่อยากเชื่อ ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
สิ่งที่นางตกใจไม่ใช่เพราะมูลค่าของโอสถเจี้ยงเฉินคุณภาพสมบูรณ์แบบยี่สิบเม็ด แต่เป็นฐานะของซูเฉินต่างหาก
โอสถเจี้ยงเฉินเป็นโอสถระดับสอง แต่หากเป็นโอสถเจี้ยงเฉินคุณภาพสมบูรณ์แบบถึงยี่สิบเม็ด จำต้องใช้นักปรุงโอสถระดับสี่จึงจะหลอมรวมออกมาได้
หรือว่าคนที่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้ จะเป็นถึงนักปรุงโอสถระดับสี่ขึ้นไป
การดำรงอยู่ระดับนี้ ทั่วทั้งจักรวรรดิเสียเยวี่ยนับว่าหาได้ยากยิ่ง
หากสามารถดึงดูดความสนใจจากนักปรุงโอสถระดับสี่เช่นนี้ได้ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแย่งชิงตำแหน่งนั้นของเซียวเยวี่ยหาน
ซูเฉินเห็นเซียวเยวี่ยหานลังเล จึงกล่าวว่า
"ท่านประธานหอการค้าเซียวสงสัยว่าโอสถของข้าเป็นของจริงหรือของปลอมอย่างนั้นหรือ หากไม่เชื่อ ก็ให้คนของพวกเจ้ามาตรวจสอบดูได้"
เซียวเยวี่ยหานสงบสติอารมณ์ลงได้ บนใบหน้ากลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง
"ท่านผู้อาวุโสเฉินล้อเล่นแล้ว ในเมื่อเป็นโอสถที่ท่านหลอมขึ้น ย่อมไม่มีปัญหาใดๆ แน่นอน พูดตามตรง ข้อเรียกร้องของท่านทำให้ข้าลำบากใจมาก ทว่า เห็นแก่หน้าท่านผู้อาวุโสเฉิน สาขาย่อยของเรายินดีที่จะยกเว้นกฎให้สักครั้ง"
"ดีมาก"
ซูเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"ข้าเชื่อว่าวันข้างหน้าท่านประธานหอการค้าเซียวจะต้องรู้สึกโชคดีกับการตัดสินใจในวันนี้"
เซียวเยวี่ยหานลังเลเล็กน้อย เอ่ยถามว่า
"การที่ท่านผู้อาวุโสเฉินให้หอการค้าเฮยอวิ๋นของเรายุติความร่วมมือกับตระกูลหลิน เป็นไปเพื่อช่วยเหลือตระกูลซูใช่หรือไม่"
"ฮ่าๆ"
ซูเฉินยิ้มบาง
"ข้าทำเพื่อตระกูลซูจริงๆ ซูชิงอวิ๋นเจ้าเด็กนั่นมีวาสนากับข้า ในเมื่อข้ารับเขาเป็นศิษย์แล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะติดธุระจนยังไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนเขา แต่จะให้ข้ามองดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร"
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้"
เซียวเยวี่ยหานพยักหน้า
"ท่านผู้อาวุโสเฉินช่างมีน้ำใจและให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์จริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราไม่เพียงแต่จะระงับการค้าทั้งหมดกับตระกูลหลิน แต่ยังจะโอนการค้าทั้งหมดในเมืองเทียนสุ่ยไปร่วมมือกับตระกูลซูแทน ท่านผู้อาวุโสเฉินเห็นว่าอย่างไร"
"เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านประธานหอการค้าเซียวแล้ว"
ซูเฉินประสานมือ
เซียวเยวี่ยหานกล่าว
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสเฉินเดินทางไปตระกูลซูพร้อมกับข้า เพื่อหารือเรื่องการค้าร่วมกับผู้นำตระกูลซู ท่านเห็นเป็นอย่างไร"
กล่าวจบ ดวงตาเปล่งประกายของเซียวเยวี่ยหานก็จ้องมองซูเฉิน ราวกับต้องการมองทะลุหมวกสานเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของซูเฉิน
"เรื่องนี้"
ซูเฉินอดลังเลไม่ได้ ผู้นำตระกูลซูก็คือบิดาแท้ๆ ของเขา การแต่งกายเช่นนี้อาจตบตาเซียวเยวี่ยหานได้ แต่คาดว่าคงหลอกบิดาของตนไม่พ้น
ทว่า การที่ตนเองช่วยเหลือตระกูลซูถึงเพียงนี้ หากไม่ยอมไปเยือนตระกูลซูสักครั้ง ย่อมต้องทำให้เซียวเยวี่ยหานเกิดความสงสัยเป็นแน่
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินก็หัวเราะเบาๆ
"ในเมื่อท่านประธานหอการค้าเซียวมีความตั้งใจเช่นนี้ พวกเราก็ไปกันสักรอบเถิด"