- หน้าแรก
- วันพีซ กัปตัน พวกเราถึง “ราฟเทล” แล้ว
- บทที่ 4 ลูฟี่ คนนั้นแหละโซโล
บทที่ 4 ลูฟี่ คนนั้นแหละโซโล
บทที่ 4 ลูฟี่ คนนั้นแหละโซโล
บทที่ 4 ลูฟี่ คนนั้นแหละโซโล
นามิเปลี่ยนจากชุดทำงานที่มอมแมมมาสวมเสื้อแขนสั้นและกระโปรงที่ดูทะมัดทะแมง
แม้จะยังดูเด็ก แต่แววความสวยเริ่มฉายชัด...เป็นประเภทที่จะเติบโตเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีในอนาคตแน่นอน
คาร์ลยักไหล่
เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องความสวยความงามเท่าไหร่
ตั้งแต่พ่อแม่ในโลกนี้เสียชีวิตเพราะโรคภัย ชีวิตของเขาก็ค่อนข้างจืดชืด
จนกระทั่งได้เจอกับลูฟี่ เจ้าคนหัวดื้อจอมงี่เง่านั่นแหละ ชีวิตถึงเริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง
ส่วนเรื่องผู้หญิง คาร์ลชอบสไตล์แบบมากิโนะมากกว่า
ก็นะ หายากจะตายคนแบบนั้น...อ่อนโยน ใจดี สวย เป็นผู้ใหญ่ แถมยังหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้อีกต่างหาก
น่าเสียดายที่มากิโนะมองเขาและลูฟี่เป็นแค่น้องชาย
ส่วนเจ้าแชงค์ คนที่เธอกำลังคำนึงหาอยู่... อืม ไม่พูดถึงดีกว่า
แต่ไม่ว่าหน้าตานามิจะเป็นยังไง ฝีมือการเดินเรือของเธอนี่สิของจริง
การเดินทางไปเชลล์ทาวน์ควรใช้เวลาครึ่งวัน แต่ภายใต้การสั่งการของนามิ พวกเขาไปถึงโดยใช้เวลาเกือบครึ่งเดียว
อาจเป็นเพราะเรือลำใหญ่ขึ้น แต่คาร์ลต้องยอมรับ...เป็นเพราะนามิจริงๆ
และขอบคุณลูฟี่ที่ทำให้พวกเขามาถึงโดยไม่สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้าน
ทำไมน่ะเหรอ?
ก็เพราะลูฟี่เกิดเบื่อระหว่างทาง เลยจัดการละเลงสีทับสัญลักษณ์ธงโจรสลัดเดิมซะ
รูปหัวใจสีแดงหายวับไป...
แทนที่ด้วยรูปกะโหลกสวมหมวกฟางเบี้ยวๆ บูดๆ
ผลลัพธ์น่ะเหรอ?
ธงโจรสลัดที่ทุเรศทุรังที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ “จิตรกรวิญญาณศิลป์” อย่างแท้จริง
“นามิ! เธอสุดยอดไปเลย! เธอต้องเป็นต้นหนของพวกเรานะ!” ลูฟี่ร้องเชียร์
นามิกอดอก “ไม่ย่ะ ชั้นเกลียดโจรสลัด” เธอพูดเสียงแข็ง “แต่... เห็นแก่สมบัติ ชั้นจะร่วมมือกับพวกนายไปก่อน”
หลังจากใช้เวลาบนเรือ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับลูฟี่และคาร์ลมากพอที่จะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง
ถ้ายังเกร็งอยู่ เธอคงไม่กล้าพูดจาเป็นกันเองขนาดนี้
ลูฟี่ยิ้มกว้าง “ฮิฮิ! จริงเหรอ? งั้นก็ตกลง!”
ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าเมืองไปอย่างอารมณ์ดี
โคบี้รีบเดินตาม สายตาจับจ้องไปที่ฐานทัพเรือที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ
หัวใจเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุดเขาก็จะได้เข้าร่วมกองทัพเรือแล้ว!
“นี่ โคบี้” ลูฟี่เอ่ยขึ้น “นักล่าโจรสลัด โซโล ที่นายพูดถึงเมื่อกี้น่ะ...เขาถูกขังอยู่ที่ฐานทัพเรือนี้ใช่ไหม?”
สิ้นเสียงคำถาม...
ผู้คนรอบข้างหยุดชะงักกึก
จากนั้นก็วิ่งหนีแตกกระเจิงด้วยความหวาดกลัวทันที
สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
โคบี้กลืนน้ำลาย “ด-ดูเหมือนว่าแค่เอ่ยชื่อโซโลก็ทำให้คนกลัวหัวหดแล้ว...”
แต่เขาก็ยังพยักหน้า “ใช่ครับ เขาถูกทหารเรือจับขังไว้ที่นี่แน่นอน”
“เขาว่ากันว่าหมอนั่นมันสัตว์ร้ายชัดๆ เป็นปีศาจที่อันตรายสุดๆ... โชคดีที่ทหารเรือจับเขาได้”
“นาวาเอกประจำฐานทัพที่นี่เก่งจริงๆ ครับ! รู้สึกจะชื่อ... มอร์แกน...”
ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกมา...
ชาวเมืองก็วิ่งหนีป่าราบไปอีกรอบ
ราวกับเพิ่งได้ยินชื่อปีศาจยังไงยังงั้น
ลูฟี่ระเบิดหัวเราะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า! คนที่นี่ตลกชะมัด!”
โคบี้งงเป็นไก่ตาแตก
เขาเพิ่งพูดถึงนาวาเอกทหารเรือ ทำไมชาวบ้านถึงกลัวขนาดนั้น?
หรือว่าทหารเรือ... เป็นคนเลว?
ไม่...เป็นไปไม่ได้หรอก!
ใช่มั้ย?
คาร์ลกับนามิเดินตามหลังมา
คาร์ลกดเรดาร์ในมือยิกๆ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ
นามิเหลือบมองอย่างสงสัย
“คุณคาร์ล ทำอะไรอยู่คะ?”
คาร์ลตอบเรื่อยเปื่อย “อ๋อ กำลังหาผลปีศาจอยู่น่ะ นี่คือเรดาร์ผลปีศาจ...ถ้ามีอยู่แถวนี้ มันจะตรวจจับได้”
เขายิ้มมุมปาก
“ผลปีศาจผลเดียวมีค่าตั้ง 100 ล้านเบรีเชียวนะ”
ผลปีศาจ?! 100 ล้านเบรี?!
สมองนามิขาวโพลนไปชั่วขณะ
ดวงตาเปลี่ยนเป็นรูปสัญลักษณ์เงินทันทีขณะจ้องมองเรดาร์
เครื่องมือที่ดมกลิ่นหาผลปีศาจได้...?
นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!
เธอขยับเข้าไปใกล้คาร์ล เอาตัวเบียดแนบชิด
หน้าอกสัมผัสแขนเขาเบาๆ ขณะพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่สุดเท่าที่จะดัดจริตทำได้
“คุณคาร์ลคะ... ขอยืมเรดาร์หน่อยได้ไหมคะ?”
คาร์ลเหลือบมองร่องอกที่เธอจงใจเปิดเผย
แล้วส่ายหน้า
“นามิ” เขาพูดเสียงเรียบ “ยั่วยวนไปก็ไร้ผล เธอไม่ใช่สเปกชั้น”
หางตานามิกระตุกยิก
ถ้าไม่สนแล้วมองทำไมยะ?!
เธออยากจะกรี๊ดออกมา แต่ก็ต้องกลั้นไว้
คาร์ลไม่เคยสู้ให้เห็นก็จริง แต่เขาเป็นอาจารย์ของลูฟี่
และในเมื่อลูฟี่เก่งขนาดนั้น คาร์ลก็ต้องเก่งกว่าแน่นอน
ตอนนี้ต้องอดทนไปก่อน
แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ แม่จะขโมยเรดาร์นั่นแน่!
“อาจารย์คาร์ล! ชั้นจะไปที่ฐานทัพเรือ! จะไปด้วยกันไหม?” ลูฟี่ตะโกนเรียก
คาร์ลหาวหวอด
“อือ เดี๋ยวตามไปดู”
เขาเดินตามลูฟี่ไป...
แต่ก่อนไปก็หยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า
เขาเตรียมมาเป็นพิเศษเพื่อถ่ายรูปลูกศิษย์จอมทึ่มบนเรือ
ความบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ สำหรับตัวเอง
โลกวันพีซมีกล้องถ่ายรูปนี่นา
ถ้าทุกอย่างต้องพึ่งแต่กล้องหอยทากสื่อสาร นักข่าวคงหากินลำบากแย่
ทั้งสี่คนมาถึงฐานทัพเรือในไม่ช้า
ลูฟี่ปีนขึ้นกำแพงสูงอย่างไม่ลังเล
คาร์ลคว้าตัวนามิแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนกำแพงอย่างนิ่มนวล
ทั้งสามคนชะโงกหน้ามองลงไปในฐานทัพ
ดวงตาของลูฟี่เป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คาร์ลชี้ไปที่กลางลานกว้าง
“ลูฟี่ หมอนั่นแหละ โซโล”
ชายคนหนึ่งถูกมัดตรึงอยู่กับไม้กางเขน ร่างกายดูอ่อนแรงแต่ยังแผ่รังสีแห่งเจตจำนงที่ไม่ยอมจำนนออกมา
ผ้าโพกหัวสีเขียวพันอยู่รอบศีรษะ
...เดี๋ยวนะ
มันต้องเป็นสีดำไม่ใช่เหรอ?
คาร์ลขมวดคิ้ว
ข้อมูลดั้งเดิมที่เขาเคยได้ยินมาบอกเสมอว่าโซโลโพกผ้าสีดำ
แต่ดูตอนนี้สิ มันสีเขียวชัดๆ
คนที่นี่ตาบอดสีกันหมดรึไง?
...หรือบางที...
บางทีคุอินะอาจจะไม่ได้ตายจริงๆ
เธออาจจะรอดชีวิต และเมื่อเวลาผ่านไป ผ้าโพกหัวของโซโลก็เปลี่ยนจากดำเป็นเขียวเพื่อระลึกถึงเธอก็ได้
ใช่
เหตุผลนี้ฟังขึ้นสุดๆ
ถ้าโซโลได้ยินความคิดของคาร์ลตอนนี้ เขาคงชักดาบฟันไม่เลี้ยงแน่นอน
เพราะเหตุผลบ้าบอนั่นมันไร้สาระเกินทน
โคบี้กับนามิก็ชะโงกมอง ลมหายใจสะดุดกึก
ชายที่ถูกมัดอยู่กลางลานก้มหน้าต่ำ แต่ขนาดอยู่ในสภาพนั้น เขายังแผ่รังสีอำมหิตของสัตว์ร้ายออกมา
โคบี้กับนามิเป็นแค่คนธรรมดา...ย่อมรู้สึกหวาดหวั่นเป็นธรรมดา
ทว่าลูฟี่กลับไม่รู้สึกอะไร
“อ๋อ! นั่นน่ะเหรอนักล่าโจรสลัด โรโรโนอา โซโล?”
เขาเอียงคอ
“ดูไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่แฮะ”
คาร์ลถอนหายใจ
ไปสู่สุขคตินะโซโล
ในเนื้อเรื่องเดิม ลูฟี่กับโซโลฝีมือสูสีกัน
แต่ตอนนี้?
ตอนนี้ลูฟี่ชนะโซโลได้โดยใช้มือข้างเดียวยังไหว
ไม่แปลกหรอกที่ลูฟี่จะมองว่าโซโลดูอ่อนแอ
คาร์ลยักไหล่
“ลูฟี่ สำหรับอีสต์บลู ฝีมือหมอนั่นถือว่าใช้ได้เลยนะ”
เขายิ้มมุมปาก
“นายแค่แตกต่าง เพราะชั้นเป็นคนฝึกให้ไง”
ลูฟี่ถึงบางอ้อทันที
“อ๋อออ! เข้าใจแล้ว!”
เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง ราวกับค้นพบสัจธรรมอันยิ่งใหญ่
ทันใดนั้น โซโลก็เงยหน้าขึ้น
ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่พวกเขา
“เฮ้ย! พวกแกน่ะเกะกะลูกตา...ไสหัวไปซะ!”
โคบี้กับนามิแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
หน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ เหงื่อแตกพลั่ก
ในขณะเดียวกัน คาร์ลหยิบกล้องออกมาอย่างสบายอารมณ์
เขาปรับมุม กดชัตเตอร์รัวๆ แล้วยิ้มกริ่ม
อย่างน้อยที่สุด...
รูปพวกนี้ต้องใช้แบล็กเมล์โซโลในอนาคตได้แน่ๆ
จังหวะนั้นเอง บันไดไม้ถูกพาดกับกำแพง
เด็กหญิงตัวน้อยปีนขึ้นมา กอดห่อผ้าไว้แน่น
เธอเหลือบมองลูฟี่และคนอื่นแวบหนึ่ง ก่อนจะเมินเฉย แล้วใช้เชือกโรยตัวลงไปในฐานทัพ
พอถึงพื้น เธอก็รีบวิ่งแจ้นไปหาโซโล
โคบี้ตื่นตระหนก
“คุณลูฟี่! ห้ามเธอเร็ว! ถ้าเข้าไปใกล้แบบนั้น เธอจะโดนฆ่านะครับ!”
คาร์ลแค่ยักไหล่
กฎของโลกนี้มันแข็งแกร่งจริงๆ แฮะ
แม้ลูฟี่จะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่พล็อตเรื่องก็ยังดำเนินไปตามปกติ
หมายความว่าเขาต้องเจอเหตุการณ์ที่รู้อยู่แล้วทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?
น่าเบื่อแย่เลยแฮะ
ที่กลางลานกว้าง...
เด็กหญิงยืนอยู่ตรงหน้าโซโล กอดห่อผ้าแน่น
เสียงเล็กๆ ของเธอสั่นเครือแต่แน่วแน่
“พี่ชาย หิวไหมคะ? หนูทำข้าวปั้นมาให้ค่ะ”
โซโลขมวดคิ้ว
“ต้องการอะไร ยัยหนู?”
เด็กน้อยค่อยๆ แกะห่อผ้าออก
ข้างในมีข้าวปั้นทำเองสองก้อน
เธอยิ้มกว้างสดใส
“หนูรู้ว่าพี่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งนานแล้ว หนูเลยทำมาให้ค่ะ!”
เธอหน้าบาน
“นี่ครั้งแรกที่หนูทำเลยนะ แต่หนูตั้งใจทำสุดฝีมือเลยค่ะ!”
สีหน้าโซโลเคร่งขรึมลง
“ชั้นไม่หิว กลับไปซะ”
เด็กหญิงไม่ยอมขยับ
“แต่พี่ชายคะ...”
โซโลกัดฟันกรอด
“บอกว่าไม่กินไงเล่า! ไสหัวไปซะ ไม่งั้นชั้นจะอัดเธอให้น่วมเลย!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═