- หน้าแรก
- เมื่อข้าบรรลุเป็นเทพ ทั้งสำนักต่างต้องอ้อนวอนขอขมา
- บทที่ 11 วิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำ
บทที่ 11 วิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำ
บทที่ 11 วิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำ
บทที่ 11 วิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำ
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่หยางก็กลับมาที่บ้านของลู่เฟิงพร้อมกับของที่แลกเปลี่ยนมา
"พี่ลู่ ข้าเอาของที่ท่านต้องการมาแล้ว ตำราวิชาอาคมสองเล่มนี้คือวิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำ ลองตรวจดูเถิด"
ลู่เฟิงรับถุงที่หลี่หยางยื่นให้ ภายในนั้นมีหินวิญญาณระดับต่ำ 5 ก้อน ข้าววิญญาณ 100 จิน และตำราเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร 3 เล่ม
เขาเปิดตำราและพลิกดูอย่างรวดเร็ว เพื่อยืนยันว่าวิชาอาคมทั้งสองคือวิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำตามที่หลี่หยางกล่าวจริงๆ
วิชาอาคมสองวิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร จัดอยู่ในระดับเหลืองขั้นต่ำ ซึ่งมีมูลค่าไม่มากนัก
เมื่อก่อนตอนที่ลู่เฟิงยังอยู่ในสำนักเทียนหลิง เขาไม่เคยเห็นค่าวีชาขยะพวกนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขามีหน้าต่างความชำนาญแล้ว ทุกอย่างจึงไม่เหมือนเดิม
"อืม ของครบถ้วนดี เช่นนั้นวันนี้ข้าจะเริ่มสอนวิธีเพาะปลูกให้เจ้าเลยก็แล้วกัน" ลู่เฟิงกล่าว
"ตกลง เช่นนั้นคงต้องรบกวนพี่ลู่แล้ว"
"ตามข้ามาสิ"
ลู่เฟิงพาหลี่หยางไปยังนาปราณเป็นอันดับแรก จากนั้นก็อธิบายวิธีเพาะปลูกของเขาให้ฟังทีละขั้นตอน
เขาอธิบายข้อควรระวังทุกอย่างอย่างละเอียดและชัดเจน
หลี่หยางเรียนรู้ได้ไวมาก ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ความจำของเขาย่อมดีกว่าคนธรรมดาทั่วไป ลู่เฟิงอธิบายเพียงสองครั้ง หลี่หยางก็จดจำได้ทั้งหมด
"ขอบคุณสำหรับการชี้แนะขอรับพี่ลู่ ข้าจะกลับไปลองทำเดี๋ยวนี้เลย!" หลี่หยางกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
"อืม หากมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ เจ้าก็มาถามข้าได้ตลอด"
"ได้เลยขอรับ เช่นนั้นพี่ลู่ ข้าขอตัวลาไปก่อน"
เมื่อเห็นหลี่หยางจากไป ลู่เฟิงก็ร่ายวิชาพิรุณวิญญาณอีก 3 ครั้งเพื่อรดน้ำในนาปราณ
【ท่านใช้วิชาพิรุณวิญญาณ 1 ครั้ง ค่าความชำนาญ +1】
...
【ท่านปฏิบัติภารกิจรดน้ำข้าววิญญาณ 1 ครั้ง ค่าความชำนาญเกษตรกรวิญญาณ +1】
หลังจากนั้น ลู่เฟิงก็เปิดตำราเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรทั้ง 3 เล่มที่หลี่หยางนำมาให้ และเริ่มอ่านพวกมัน
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ลู่เฟิงก็อ่านเคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ระดับเหลืองขั้นกลาง จบลง ในตอนนั้นเอง ก็มีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาจากด้านล่างของหน้าต่างความชำนาญ
【ท่านได้เรียนรู้ "เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ" ระดับความชำนาญปัจจุบันคือ ขั้นเริ่มต้น】
พร้อมกับการปรากฏของข้อความ ลู่เฟิงก็มีวิธีการบำเพ็ญเพียรของเคล็ดวิชาอายุวัฒนะประทับอยู่ในหัวทันที
"หืม?! บรรลุขั้นเริ่มต้นแล้วงั้นหรือ?"
ลู่เฟิงมีสีหน้าประหลาดใจ โดยทั่วไปแล้ว การจะเรียนรู้เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรสักวิชาหนึ่ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือน
เขาไม่คาดคิดเลยว่า เพียงแค่อ่านอย่างละเอียดไปเพียงรอบเดียว เขาก็สามารถเรียนรู้มันได้สำเร็จแล้ว
ดูเหมือนว่าหน้าต่างความชำนาญนี้จะยังมีฟังก์ชันลับบางอย่างซ่อนอยู่อีก
เมื่อเข้าใจดังนี้ ลู่เฟิงจึงไม่รอช้า หยิบวิชาลูกไฟและวิชาเกราะทองคำขึ้นมาอ่านจนจบอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
【ท่านได้เรียนรู้ "วิชาลูกไฟ" ระดับความชำนาญปัจจุบันคือ ขั้นเริ่มต้น】
【ท่านได้เรียนรู้ "วิชาเกราะทองคำ" ระดับความชำนาญปัจจุบันคือ ขั้นเริ่มต้น】
เมื่อมองดูข้อความที่กะพริบแจ้งเตือนบนหน้าต่างความชำนาญ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของลู่เฟิง
เวลา 3 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่หยางไม่ได้มาหาเขาเลยในช่วง 3 วันนี้ ดูเหมือนว่าจะยุ่งอยู่กับการเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าววิญญาณให้งอก
ส่วนลู่เฟิงก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ นอกจากการรดน้ำและกำจัดวัชพืชในนาปราณทุกวัน เขาก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับการทำสมาธิและบำเพ็ญเพียรเพื่อยกระดับตบะของตนเอง
ในตอนนี้ ช่องตบะบารมีของเขามาถึง 99 แล้ว ขาดค่าประสบการณ์อีกเพียงนิดเดียวก็จะเต็ม
ดังนั้นลู่เฟิงจึงโคจรเคล็ดวิชาพฤกษาเขียวขจีต่อไปอย่างไม่ลังเล หนึ่งชั่วยามต่อมา ข้อความใหม่สองข้อความก็เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างความชำนาญอีกครั้ง
【ท่านโคจรเคล็ดวิชาพฤกษาเขียวขจี 1 ครั้ง ค่าความชำนาญ +1】
【ท่านปฏิบัติการยกระดับตบะบารมี ค่าประสบการณ์ +1】
【ค่าประสบการณ์ตบะบารมีของท่านบรรลุ 100 สำเร็จการทะลวงสู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 2】
ทันใดนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ลู่เฟิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง
ใช่แล้ว! ความรู้สึกนี้คือความรู้สึกของการทะลวงระดับบำเพ็ญเพียรนั่นเอง
แม้จะเป็นเพียงการทะลวงจากขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 1 ไปสู่ระดับ 2 แต่นั่นก็หมายความว่าเขาจะไม่ถูกจำกัดด้วยรากวิญญาณขยะอีกต่อไป และสามารถบำเพ็ญเพียรต่อไปได้เรื่อยๆ
หลังจากตื่นเต้นดีใจอยู่พักหนึ่ง ลู่เฟิงก็รวบรวมสมาธิและตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงในหน้าต่างความชำนาญ
【ชื่อ: ลู่เฟิง】
【อายุ: 20 / 60】
【ตบะบารมี: ขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 2 (0 / 100)】
【เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาพฤกษาเขียวขจี (ขั้นต้น 145 / 300), เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ (ขั้นเริ่มต้น 0 / 100)】
【วิชาอาคม: วิชาเถาวัลย์พฤกษา (ขั้นเชี่ยวชาญ 1 / 200), วิชาพิรุณวิญญาณ (ขั้นเชี่ยวชาญ 90 / 200), วิชาลูกไฟ (ขั้นเริ่มต้น 0 / 100), วิชาเกราะทองคำ (ขั้นเริ่มต้น 0 / 100)】
【ร้อยวิชาบำเพ็ญเพียร: เกษตรกรวิญญาณ (ระดับ 1 75 / 100)】
"ฮ่าฮ่า ในที่สุดตบะของข้าก็พัฒนาขึ้นแล้ว"
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าความชำนาญของเกษตรกรวิญญาณก็ใกล้จะเต็มแล้วด้วย เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นหลังจากที่มันเต็มแล้ว
หลังจากตรวจสอบหน้าต่างความชำนาญเสร็จ ลู่เฟิงก็กำลังจะลุกขึ้นไปทำข้าวต้มวิญญาณสักชาม ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"พี่ลู่ ท่านอยู่หรือไม่?"
เสียงของหลี่หยางดังมาจากนอกประตู ลู่เฟิงเปิดประตูแล้วส่งยิ้มให้ "โอ้ สหายเต๋าหลี่นี่เอง เชิญเข้ามาด้านในก่อนสิ"
หลี่หยางดูตื่นเต้นมาก ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านเขาก็พูดขึ้นว่า "พี่ลู่ วิธีที่ท่านสอนข้ามันได้ผลจริงๆ! เมล็ดข้าววิญญาณพวกนั้นงอกออกมาแล้ว ข้าเอาเมล็ดทั้งหมดไปลงแปลงเพาะกล้าแล้ว คาดว่าอีกไม่นานพวกมันคงเติบโตเป็นต้นกล้าแน่ๆ"
"หึหึ เช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะสหายเต๋าหลี่"
"ยินดีเช่นกัน! ข้าตั้งใจมาขอบคุณพี่ลู่โดยเฉพาะ โปรดรับเนื้อสัตว์อสูรวิญญาณนี่ไว้ด้วยเถิด"
ลู่เฟิงมองดูเนื้อสัตว์อสูรวิญญาณราวๆ 10 จินที่อยู่ตรงหน้า ความหิวโหยในกระเพาะของเขาก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที
ตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา เขาเอาแต่กินข้าวต้มวิญญาณ จนรู้สึกว่าตัวเขากลายเป็นรสข้าวต้มวิญญาณไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น ลู่เฟิงก็ไม่ปฏิเสธและรับน้ำใจของหลี่หยางมา "พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก อีกอย่าง เจ้าก็เอาของที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันมาแลกเปลี่ยนกับวิธีเพาะปลูกแล้วด้วย"
"สมควรแล้ว สมควรแล้ว! วันหน้าข้ายังต้องพึ่งพาคำชี้แนะจากสหายเต๋าลู่อีกมาก น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เพียงแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรหรอก"
เมื่อเห็นว่าหลี่หยางเป็นคนรู้ความ ลู่เฟิงจึงชวนเขาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันที่บ้าน
สำหรับมื้อนี้ ลู่เฟิงหุงข้าววิญญาณหนึ่งหม้อและนำเนื้อสัตว์อสูรวิญญาณมาหั่นผัด ทั้งสองคนดื่มด่ำกับมื้ออาหารแสนอร่อยอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกินจนอิ่มหนำ จู่ๆ หลี่หยางก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา "พี่ลู่ ท่านทะลวงระดับแล้วงั้นหรือ?"
"ใช่ ข้าทะลวงระดับแล้ว! ว่าแต่ สหายเต๋าหลี่ ตบะบารมีของท่านอยู่ในระดับใดแล้วหรือ?"
ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับหลี่หยางแล้ว การถามเรื่องระดับบำเพ็ญเพียรจึงไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทแต่อย่างใด
"เฮ้อ ข้าติดอยู่ที่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 4 มา 3 ปีแล้ว" หลี่หยางถอนหายใจ "ปีนี้ข้าอายุ 32 ชาตินี้คงไม่มีหวังได้สร้างรากฐานแล้วล่ะ"
หัวใจของลู่เฟิงกระตุกวูบ เขาไม่คาดคิดเลยว่าระดับบำเพ็ญเพียรของหลี่หยางจะอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 4 เท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว โอกาสที่ผู้บำเพ็ญเพียรจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้สำเร็จ มีเพียง 3 ถึง 4 ส่วนเท่านั้น หากมีโอสถสร้างรากฐานเข้ามาช่วย อัตราความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นอีก 3 ส่วน
หากไม่สามารถบรรลุถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 9 ซึ่งเป็นขั้นรวบรวมลมปราณระดับสมบูรณ์ได้ก่อนอายุ 30 ปี โอกาสในการสร้างรากฐานสำเร็จจะลดลง 1 ส่วน
หากไม่สามารถสร้างรากฐานได้ก่อนอายุ 60 ปี อัตราความสำเร็จก็จะลดลงไปอีก 1 ส่วน
ดังนั้น หลังจากอายุ 60 ปี โอกาสที่ผู้บำเพ็ญเพียรจะสร้างรากฐานสำเร็จจึงริบหรี่จนน่าเวทนา เรียกได้ว่าแทบจะหมดหวังในการทะลวงระดับโดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น โอสถสร้างรากฐานยังถูกผูกขาดโดยบรรดาสำนักและตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร การที่ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรธรรมดาจะหาโอสถสร้างรากฐานมาครอบครองได้นั้น จึงยากเย็นยิ่งกว่าการปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก