เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น

บทที่ 26 สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น

บทที่ 26 สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น


หลังจากที่คนอื่นๆ เลือกคู่ฝึกเสร็จ หวังหยานหรานก็ยิ้มและกล่าวว่า "ศิษย์พี่หลิว ท่านเลือกก่อน"

หลิวเหมยมองไปมาระหว่างคนทั้งสี่คนอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันเห็นหลินเฟิงเหมียน พยายามหลบนางราวกับว่านางคือสัตว์ร้ายที่มีพิษ นางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากเล็กน้อย

นางยกนิ้วขึ้นและชี้ไปที่หลินเฟิงเหมียน ทำเอาเขาสะดุ้งเพราะความตกใจ

แต่ใครจะรู้ว่านางเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่เซี่ยกุ้ยนั่งอยู่พร้อมกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นศิษย์น้องเซี่ยล่ะกัน ศิษย์น้องคงไม่รังเกียจข้าใช่ไหม?

เซี่ยกุ้ยฝืนยิ้มพลางพูดว่า “นับเป็นเกียรติยิ่งนัก”

หวางหยานหรานมองไปที่เฉินชิงเยี่ยน แต่เฉินชิงเยี่ยนก็กล่าวอย่างใจเย็น “เจ้าเลือกก่อนเถอะข้าขอเลือกคนสุดท้าย”

หวางหยานหรานปิดปากและยิ้ม จากนั้นจึงเลือกชายหนุ่มหน้าขาวที่ดูเหมือนนักปราชญ์ เขามีชื่อว่า ตงเกาอี้

ท้ายที่สุดแล้ว พวกนางต่างรู้ดี ขนาดหลิวเม่ยยังไม่กล้าแตะต้องหลินเฟิงเหมียนแล้วคนอื่นจะกล้าแตะต้องเขาได้อย่างไร?

เมื่อถึงคราวของ เฉินชิงเยี่ยน ในที่สุด เหลือเพียง หลินเฟิงเหมียนและ หยวนเจียจื้อ

ดวงตาเย็นชาของเฉินชิงเยี่ยนค่อย ๆ จ้องมองไปที่ทั้งสองคน จากนั้นจึงมองไปที่เซี่ยอวิ๋นซี จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย

หลินเฟิงเหมียน ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ ดูเหมือนว่าเขาจะปลอดภัยในคืนนี้!

ใครจะรู้คิดว่า เฉินชิงเยี่ยนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย ชี้ไปที่หลินเฟิงเหมียน และพูดว่า "ศิษย์น้องหลิน มากับข้าเถอะ"

เมื่อคำกล่าวนี้ถูกกล่าวออกไป ทุกคนในห้องต้องตกตะลึง ไม่ต้องพูดถึงหลินเฟิงเหมียนและเซี่ยอวิ๋นซี แม้แต่หลิวเม่ยก็ยังมองมาที่นางด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยอวิ๋นซีรู้สึกเสียใจในใจอย่างยิ่ง กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับสบเข้ากับดวงตาเย็นเยียบของเฉินชิงเยี่ยน

เฉินชิงเยี่ยนมองด้วยสายตาสงบนิ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ศิษย์น้องเซี่ย เจ้าควรเรียนรู้บทเรียนนี้ไว้ สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น อย่ามอบสิทธิ์ในการเลือกให้ใคร”

เมื่อพูดจบ นางก็หมุนตัวอย่างไม่ลังเล แล้วพูดอย่างเรียบเฉยว่า “ศิษย์น้องหลิน ไปกันเถอะ”

"

เซี่ยอวิ๋นซี ยืนนั่งเงียบ แต่เสียงของเฉินชิงเยี่ยนส่งผ่านลมปราณเข้ามายังหูของนาง: "ศิษย์น้องเซี่ย วางใจ ข้าจะไว้ชีวิตเขา"

ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากซีดเผือก กลายเป็นกัดฟันราวกับว่านางกำลังจะร้องไห้

หลิวเม่ยไม่คิดว่าจะเห็นสถานการณ์ที่น่าสนใจเช่นนี้ นางหัวเราะกับทุกคนและพูดว่า "งั้นข้าขออวยพรให้น้องๆ ทุกคนมีความสุขในค่ำคืนนี้"

ภายในถ้ำมีเสียงหัวเราะที่ฟังดูมีนัยแฝง ทุกคนต่างพากันจับคู่เดินเข้าไปในถ้ำทีละคู่

เว้นแต่หยวนเจียจื้อที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังเพราะเซี่ยอวิ๋นซีไม่ได้เลือกเขา ทำให้เขายืนอยู่กลางลานด้วยความสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

เขาต้องการให้เซี่ยอวิ๋นซีเปลี่ยนใจและเลือกเขา แต่ใครจะรู้ว่านางกลับถ้ำไปแล้วปล่อยให้เขายืนอยู่ด้วยความหมึนงง

เซี่ยอวิ๋นซีร้องให้อย่างไร้สติหลังจากได้ฟังบทเรียนนี้จากเฉินชิงเยี่ยน!

หลินเฟิงเหมียนเดินตามเฉินชิงเยี่ยนอย่างกังวลใจไปยังถ้ำของนาง

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวและวิตกกังวล แต่ก็มีความคาดหวังเล็กน้อยด้วยเช่นกัน

หลังจากเข้าไปในถ้ำแล้ว เฉินชิงเยี่ยนก็ปิดประตูหินของถ้ำ โดยแยกส่วนภายในและภายนอกออกจากกันอย่างสมบูรณ์

นางถอดเสื้อคลุมออกแล้วแขวนไว้ จากนั้นนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นางค่อยๆ หยิบปิ่นปักผมออกมา ปล่อยผมสีดำยาวสยายลงมา และเริ่มหวีผมอย่างระมัดระวัง

เสื้อผ้าที่บางของนาง พร้อมท่านั่งที่งามสง่า เผยให้เห็นส่วนเว้า ส่วนโค้ง ซึ่งยากที่จะละสายตามองได้

ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้านั้นช่างงดงาม และเย้ายวนใจ แต่เขาไม่สามารถจินตนาการต่อได้ เพราะ ราคาที่ต้องจ่ายนั้นอาจสูงเท่าชีวิตของเขา

เมื่อได้กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากร่างกายของนาง หลินเฟิงเหมียนก็อดจะรู้สึกประหม่าไม่ได้

นี่มิใช่ กลิ่นหอมพันธนาการ หรอกหรือ?

“ศิษย์น้องดูเหมือนจะกลัวเข้ามาก” เฉินชิงเยี่ยนถามด้วยความสงสัย

หลินเฟิงเหมียนหัวเราะแห้งๆ และกล่าวว่า "จะเป็นอย่างนั้นได้เช่นไร?"

“ศิษย์น้อง เจ้าโทษข้าที่ทำให้พวกเจ้าสองคนเข้าใจผิดกันหรือ?” เฉินชิงเยี่ยนกล่าวอย่างใจเย็น

“ศิษย์พี่ ท่านอย่าล้อเล่น ข้ากับศิษย์น้องเล็กเซี่ยเราเป็นเพียงสหายกัน”

แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่หลินเฟิงเหมียนจะยอมรับเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนถ่อย แต่การยอมรับเรื่องนี้มีแต่จะทำให้เซี่ยอวิ๋นซีเดือดร้อนเท่านั้น

“คำพูดของข้าเมื่อครู่ ก็ใช้ได้กับเจ้าด้วยเช่นกัน สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น” เฉินชิงเอี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังบอกเล่าความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“ขอครับ ศิษย์พี่ ขอบคุณที่ชี้แนะ” หลินเฟิงเหมียนกล่าวอย่างเต็มใจ

เฉินชิงเยี่ยนดูเหมือนไม่ได้แต่งหน้า นางเพียงแค่หวีผมยาวของนางแล้วลุกขึ้นเดินไปที่เตียง

“ดึกมากแล้ว หากไม่มีอะไรสำคัญ เจ้าก็ควรนอนได้แล้ว”

หลินเฟิงเหมียนตอบรับเสียงเบาๆ ก่อนจะขยับตัวไปที่ข้างเตียง คิดจะหาข้ออ้างอะไรบางอย่าง

แต่ใครจะรู้ว่าเฉินชิงเยี่ยนจะโยนหมอนและผ้าห่มมาให้แล้วพูดว่า "เจ้านอนบนพื้นนั่น"

หลินเฟิงเหมียนรับหมอนและผ้าห่มไว้ รู้สึกสับสนเล็กน้อย

เฉินชิงเยี่ยนนั่งอยู่บนเตียงและยิ้มจางๆ: "พวกนางไม่กล้าแตะต้องตัวเจ้า แม้แต่ตัวข้าก็ตาม"

“สตรีดีจะไม่แย่งสิ่งของของผู้อื่น แต่ข้าไม่ใช่สตรีดี ข้าเองไม่มีอย่างอื่นให้ทำ ข้าแค่แกล้งศิษย์น้องเซี่ยเล่น”

“นางมีนิสัยอ่อนแอเกินไป ถ้าออกไปข้างนอกจะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ต้องรีบปรับเปลี่ยนเสียแต่ตอนนี้ นี่มันดึกแล้ว เจ้าควรพักผ่อนเถอะ”

นางนอนลงบนเตียง คลุมร่างด้วยผ้าห่ม แล้วโบกมือเพื่อดับแสงตะเกียง ที่ส่องสว่างด้วยพลังวิญญาณ

หลินเฟิงเหมียนกอดผ้าห่มยืนอยู่กลางถ้ำ ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ในที่สุดก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

เฉินชิงเยี่ยน ลืมตาขึ้นมาเผยให้เห็นดวงตาอันสดใส เป็นประกายในความมืด นางถามด้วยความสงสัย "ศิษย์น้อง เจ้าอยากนอนบนเตียงหรือ?"

หลินเฟิงเหมียนส่ายหัว วางเสื่อลงบนพื้นและนอนลง แต่เขาก็ยังข่มตาหลับไม่ได้

จากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงตะโกน และเสียงหายใจดังฮืดฮาด ดังมาจากอีกฟากของถ้ำ

พวกนางดูเหมือนกำลังแข่งกันอยู่ เสียงดังขึ้นมาไม่หยุด แต่ละรอบนั้นเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกหน้าแดงและหัวใจเต้นแรง

เฉินชิงเยี่ยนเหมือนจะชินกับเสียงเหล่านั้นแล้ว จึงไม่มีท่าทีตกใจหรือเคลื่อนไหวใดๆ

หลินเฟิงเหมียนซึ่งเป็นชายหนุ่ม  ยังมีเลือดลมพลุ่งพล่าน การได้ยินเสียงเหล่านั้นทำให้เขานอนไม่หลับได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนาง ผู้เป็นสตรีในดวงใจนอนอยู่ข้างๆ เขาอีก

เขานอนพลิกไปมาอยู่บนพื้น ไม่อาจหลับได้ จึงตัดสินใจลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ เพื่อขจัดอารมย์

"เจ้าพวกนี้ ส่งเสียงรบกวนข้านัก ข้าคิดว่าพวกเขาคงจะได้ไปถึงสวรรค์เร็วๆ นี้แน่"

ผ่านไปสักพัก เฉินชิงเยี่ยนก็ถามด้วยความสงสัยว่า "ศิษย์น้อง เจ้านอนไม่หลับหรือ?"

หลินเฟิงเหมียนยิ้มขมขื่นและกล่าวว่า "ท่านก็นอนไม่หลับเหมือนกันใช่ไหม ศิษย์พี่?"

เฉินชิงเยี่ยนกล่าวอย่างใจเย็น: "มีคนอยู่ในห้อง เข้าอึดอัดนิดหน่อย"

หลินเฟิงเหมียนจำได้ว่านางจะดูดพลังจากคู่ฝึกจนแห้งจากนั้น จึงขอให้เขามาเก็บศพเหล่านั้น

นางอาจจะไม่เคยอยู่ร่วมห้องกับชายใดเลย และ นางอาจจะอดขำข้าก็ได้

ข้าอาจเป็นชายคนแรกที่สามารถรอดชีวิตจากการอยู่ร่วมห้องนาง ?

“ข้าออกไปข้างนอกได้หรือไม่?”

เฉินชิงเยี่ยนส่ายหัวและพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอก ข้านอนไม่หลับเพราะ พวกเขาส่งเสียงดังเกินไป”

หลินเฟิงเหมียนพยายามฟังเสียงที่ดังจากอีกฟาก เพื่อจำแนกว่าเป็นเสียงใคร จากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "อย่างที่ท่านว่า เสียงดังจริงๆ"

เฉินชิงเยี่ยนยิ้มมุมปาก "เข้ามีวิธีทำให้พวกเขาสงบลงได้"

“อย่างไรหรือ?” หลินเฟิงเหมียนถามด้วยความอยากรู้

"อืมม~"

จู่ๆ เฉินชิงเยี่ยนก็เปล่งเสียงออกมาเป็นคาถาบางอย่าง เบาๆ เสียงนั้นไม่ดังนัก แต่ช่างเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้นเสียงที่ดังจากอีกฟากก็เงียบลงราวพวกเขาเหล่านั้นได้ตายไปแล้วขณะที่นางท่องคาถา

ในขณะนี้ เซี่ยอวิ๋นซี ร้องไห้หลังพิงกำแพงถ้ำ นางรู้สึกเสียใจอย่างมากจนอ้าปากค้างและมีน้ำตาไหลออกมา

ศิษย์พี่ท่านต้องทุกข์ทรมาน มันเป็นความผิดของเข้าเอง!

อีกฝั่งหนึ่ง หลิวเม่ยหยุดชะงักไปเล็กน้อย พลางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

"เจ้านี่มันเอาจริงหรือ?"

นางรีบเดินไปที่ผนังแล้วเงี่ยหูฟัง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว

สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกคันในใจ

"น่าโมโห!"

จบบทที่ บทที่ 26 สิ่งที่เจ้าชอบ จงจับมันไว้ให้แน่น

คัดลอกลิงก์แล้ว