- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตดันเจี้ยนไร้ขีดจำกัดด้วยระบบเลือกพลังขั้นเทพ
- บทที่ 24: เปิดประตูตรวจหอพัก!
บทที่ 24: เปิดประตูตรวจหอพัก!
บทที่ 24: เปิดประตูตรวจหอพัก!
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มู่หรูเฟิงก็นำผ้าพันแผลมาพันรอบตัว แม้จะมีกลิ่นเหม็นอยู่บ้าง อย่างน้อยมันก็สามารถใช้เป็นเสื้อผ้าชั่วคราวให้เขาได้ ผ้าพันแผลชิ้นนี้ราวกับมีชีวิตและมันได้ยอมรับมู่หรูเฟิงเป็นเจ้านายแล้ว ทันทีที่มู่หรูเฟิงยื่นมือออกไป ผ้าพันแผลก็คลี่ตัวออกเองและพันรอบกายของเขาทันที คราวนี้มันไม่ได้ปกคลุมทั่วทั้งร่างเหมือนก่อน แต่ปรับเปลี่ยนไปตามความคิดของมู่หรูเฟิง โดยพันรอบท่อนบนที่เปลือยเปล่าจนกลายเป็นเสื้อแขนสั้นผ้าพันแผล การสวมเสื้อแขนสั้นผ้าพันแผลนี้ให้ความรู้สึกเย็นสบายดี ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่ทำจากผ้าพันแผลกลับดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง
ทันใดนั้น จมูกของมู่หรูเฟิงก็กระตุกยิกๆ กลิ่นน้ำมันฉุนกึกโชยเข้าจมูกอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำมันนี้ช่างแสนคุ้นเคย มู่หรูเฟิงนึกออกทันทีว่ามันคือกลิ่นของเทียนสูตรลับของผู้ดูแลหอพัก หากพูดให้ถูกต้อง นี่ควรเป็นกลิ่นกายของผู้ดูแลหอพักเอง กลิ่นทั้งสองอย่างนั้นเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน มู่หรูเฟิงมั่นใจว่ากลิ่นนี้ไม่ได้ลอยมาจากเทียนที่เขาตั้งไว้ข้างเตียงอย่างแน่นอน แต่มันลอยมาจากด้านนอกประตูห้อง
"ผู้ดูแลหอพักมางั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงเอียงหูฟัง ทว่ากลับไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใดๆ จากภายนอก
ตึง—!
เสียงกระแทกประตูดังสนั่น มู่หรูเฟิงยังคงนิ่งเฉย ทว่าบนใบหน้ากลับปรากฏแววประหลาดใจ เขาไม่ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ที่นอกประตูจริงๆ ทว่ากลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาซะอย่างนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก— เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก 3 ครั้ง มู่หรูเฟิงยังคงไม่ขยับเขยื้อน
ปัง ปัง ปัง—
คนที่อยู่หลังประตูกระหน่ำเคาะด้วยแรงที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น พร้อมกับมีเสียงตะโกนลอยเข้ามา "เปิดประตู ตรวจหอพัก!"
มู่หรูเฟิงจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของผู้ดูแลหอพักนั่นเอง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนหัวเตียงโดยไม่มีการตอบรับใดๆ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตรวจดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 12 นาฬิกา 10 นาที ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ติดตั้งซิมการ์ดของโลกเร้นลับ แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเขาก็พุ่งจาก 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจนเต็มเปี่ยมทันที! ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว แบตเตอรี่ก็ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่เช่นเดิม
ปัง ปัง ปัง—
"เปิดประตู! ฉันรู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน รีบเปิดประตูเร็วเข้า ตรวจหอพัก!"
ผู้ดูแลหอพักเพิ่มแรงทุบประตูอีกครั้ง เธอทุบประตูอยู่อีกสองสามหน เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในจึงยอมล่าถอยไป แม้เธอจะจากไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าการจางหายไปของกลิ่นน้ำมันอันรุนแรงก็เป็นหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ดูแลหอพักได้จากไปแล้วจริงๆ
มู่หรูเฟิงเอนตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง เตรียมจะหลับนอนต่อ เขาเพิ่งได้นอนไปเพียง 5 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลา 19 นาฬิกา จึงยังคงรู้สึกง่วงงาหาวนอนอยู่มาก ทว่าทันทีที่หัวถึงหมอน จมูกของเขากระตุกยิกๆ อีกสองสามครั้ง
"กลิ่นมันมาจากใต้เตียง"
มู่หรูเฟิงลุกขึ้นจากเตียงทันที เขาเดินตรงไปยังเตียงฝั่งตรงข้าม ซึ่งเคยเป็นที่นอนของหญิงสาวผ้าพันแผลก่อนหน้านี้ มู่หรูเฟิงก้มตัวลงมองสำรวจที่ใต้เตียง และเป็นไปตามคาด มีร่างของใครบางคนนอนคุดคู้อยู่ใต้เตียงนั้นจริงๆ กลิ่นเน่าเปื่อยที่เขาได้กลิ่นโชยออกมาจากร่างนี้ หญิงสาวผ้าพันแผลไม่ได้พักอยู่ห้อง 301 ดังนั้นสิ่งลี้ลับตนนี้น่าจะเป็นเจ้าของเตียงตัวจริงเสียงจริง
มู่หรูเฟิงยื่นมือไปคว้าตัวมันไว้ ก่อนจะออกแรงดึงร่างนั้นออกมาจากใต้เตียงโดยตรง เจ้านี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง หัวของมันใหญ่โตราวกับหัววัว ทว่าร่างกายกลับเล็กจิ๋วและค่อมงอ นอกจากกลิ่นเน่าเปื่อยแล้ว ตามตัวยังมีกลิ่นไหม้ปะปนอยู่ด้วย แม้จะถูกมู่หรูเฟิงลากตัวออกมา ทว่าหมอนี่ก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เห็นได้ชัดว่ามันโดนหญิงสาวผ้าพันแผลสั่งสอนจนสลบเหมือดและยังไม่ฟื้นขึ้นมา
"กลิ่นเหม็นไปหน่อย แต่พอยอมรับได้"
มู่หรูเฟิงใช้มือลูบบริเวณลำคอของผีหัวโต เผยเขี้ยวแหลมคมออกมาแล้วฝังลงไปบนคอของมันทันที รสชาติที่ยากจะพรรณนาด้วยวาจาพลันอบอวลไปทั่วทั้งปากของมู่หรูเฟิง สิ่งนี้ไม่ใช่เลือดเลยสักนิด แต่มันคือน้ำเหลืองศพล้วนๆ! มู่หรูเฟิงรีบถอนปากออกแล้วบ้วนน้ำเหลืองศพคำโตทิ้งลงพื้นทันที
แม้ประสาทรับรสของมู่หรูเฟิงจะไม่ได้มีความผิดปกติใดๆ ทว่าการกลืนกินน้ำเหลืองศพสดๆ เข้าไปก็ยังเป็นเรื่องที่เขยากจะยอมรับได้ในทางจิตใจ เขารีบหยิบเครื่องดื่มดวงตาสีเลือดขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งเพื่อกลั้วล้างปาก ความรู้สึกสะอิดสะเอียนในใจจึงค่อยๆ มลายหายไป มู่หรูเฟิงเช็ดปาก ก้าวไปข้างหน้าแล้วฝังเขี้ยวลงบนคอของผีหัวโตอีกครั้ง คราวนี้มู่หรูเฟิงมีประสบการณ์แล้ว เขาเลือกสูบกินเฉพาะส่วนที่เป็นเลือดและหลีกเลี่ยงน้ำเหลืองศพอย่างหมดจด
เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ร่างกายของผีหัวโตก็เริ่มหดเล็กลง ค่อยๆ หลังค่อมและบิดเบี้ยว แม้แต่ศีรษะที่เคยใหญ่โตก็ค่อยๆ หดเหลือขนาดเท่ากับคนปกติ ในขณะที่ร่างกายของมันหดเล็กลงจนมีสภาพราวกับเด็กน้อย
"เฮ้อ..." มู่หรูเฟิงโยนร่างของผีหัวโตทิ้งลงพื้นแล้วผ่อนลมหายใจยาว ในเวลานี้ ความรู้สึกของมู่หรูเฟิงราวกับคนสูบบุหรี่จัดที่อดบุหรี่มานานนับเดือนแล้วได้สูบบุหรี่ชั้นดีเข้าไปคำหนึ่ง
"ฉันแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว"
มู่หรูเฟิงเหวี่ยงหมัดไปมา สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่พลุ่งพล่านอยู่ในกาย ผีหัวโตตายตกไปแล้ว ทว่าซากศพของมันกลับไม่ได้สลายหายไป มู่หรูเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหิ้วร่างไร้วิญญาณของผีหัวโตเดินตรงไปยังประตูระเบียง เขายื่นมือออกไปผลักประตูเปิดออกแล้วก้าวเท้าออกไปยืนที่ระเบียงห้อง
ทัศนียภาพภายนอกไม่ได้มืดมิดสนิท ทว่ามีดวงจันทร์เต็มดวงสีเลือดลอยเด่นตระหง่านอยู่บนท้องฟ้าแห่งห้วงมิติอันว่างเปล่า แสงจันทร์สีแดงฉานสาดส่องลงมาย้อมเรือนร่างของมู่หรูเฟิงจนกลายเป็นสีแดงเช่นกัน มู่หรูเฟิงยกมือขึ้นแล้วโยนซากศพของผีหัวโตทิ้งลงจากระเบียง เดิมทีเขาตั้งใจจะกลับไปนอนต่อ ทว่าในตอนนี้กลับหมดความง่วงงันไปเสียดื้อๆ ด้วยเหตุผลบางประการ มู่หรูเฟิงสัมผัสได้ว่าความกระหายเลือดในกายของตนกำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น
มู่หรูเฟิงคาดเดาว่าสิ่งนี้คงเป็นผลกระทบมาจากดวงจันทร์สีเลือด ทว่าเขลับไม่ได้รู้สึกว่ามันมีข้อเสียอะไร ตรงกันข้ามเขากลับเลียริมฝีปากด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ "ในตึกนี้มีสิ่งลี้ลับอยู่ตั้งมากมาย ถ้าฉันสูบพวกมันจนแห้งเหือดหมดทุกตัว ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนกันนะ" มู่หรูเฟิงคิดในใจ ตอนนี้มู่หรูเฟิงมีคุณลักษณะความกระหายเลือดอยู่แล้ว และหลังจากได้กลืนกินสิ่งลี้ลับติดต่อกันถึงสองตน ความกระหายเลือดของเขาก็ถูกดวงจันทร์สีเลือดจุดชนวนจนลุกโชน ในเวลานี้ความมั่นใจของเขาพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
แม้เมื่อมู่หรูเฟิงจะเดินกลับเข้ามาในห้องและไม่ได้รับแสงจากดวงจันทร์สีเลือดโดยตรงแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงรักษาภาวะกระหายเลือดเอาไว้ได้ มู่หรูเฟิงชื่นชอบสภาพของตนเองในตอนนี้เป็นอย่างยิ่ง หลังจากกลับเข้าห้องมา เขาก็เริ่มลงมือรื้อค้นทั่วทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ เตียงนอน ทว่าน่าเสียดายที่เขาไม่พบของดีอะไรเลย เขาเจอเงินเพียง 30 หยวนซุกซ่อนอยู่ใต้ฟูกนอนของผีหัวโตเท่านั้น แม้แต่โทรศัพท์มือถือของโลกเร้นลับเขาก็ไม่เห็นแม้เงา หรือว่าผีหัวโตตนนี้จะไม่มีโทรศัพท์มือถือกันแน่
แกรก—!
มู่หรูเฟิงดึงเปิดประตูห้อง 301 ออกโดยตรง ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่ประตูห้อง 302 ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปิดออกพร้อมกันพอดี สิ่งลี้ลับตนนี้มีรูปร่างผอมโซจนเหลือแต่กระดูก บนใบหน้าของมันมีเพียงดวงตาข้างเดียวและปากเท่านั้น โดยส่วนของปากกินพื้นที่ไปถึง 2 ใน 3 ของใบหน้าทั้งหมด ดูน่าเกลียดน่ากลัวและสยดสยองอย่างถึงที่สุด ผีปากกว้างเห็นมู่หรูเฟิงเปิดประตูออกมา มันชะงักไปแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความปลาบปลื้มยินดี พูดตามตรง ผีปากกว้างไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หลังจากที่มันมาเพียรพยายามเคาะประตูตั้งหลายหนแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จู่ๆ ประตูห้องจะเปิดออกเองเช่นนี้?