เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา

บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา

บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา


มู่หรูเฟิงหลับสนิท ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเป็นระยะทำให้เขาหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมามากเกินไป เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงนั้นอย่างสิ้นเชิง เสียงเคาะดังอยู่ไม่นานและเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ ได้เกิดความวุ่นวายบางอย่างขึ้นที่ด้านนอกห้อง ทว่ามู่หรูเฟิงยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา

ในพริบตา เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน ทันทีที่เข็มนาฬิกาผ่านพ้นเวลา 12 นาฬิกา กระแสลมรุนแรงก็พัดกวาดไปทั่วทั้งนิคมคัดสรรสีเลือด หมอกหนาทึบบนท้องฟ้าถูกพัดกระจาย เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดสาดรัศมีลงมา ย้อมทั่วทั้งนิคมโลจิสติกส์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน

มู่หรูเฟิงที่กำลังหลับสนิทพลันสะดุ้งตื่นจากความฝัน เมื่อลืมตาขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าพันแผลก็ปรากฏแก่สายตาในระยะประชิด ภาพตรงหน้าคงทำให้คนทั่วไปขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทว่ามู่หรูเฟิงกลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คุณหนูผ้าพันแผล ดึกดื่นปานนี้ทำไมไม่นอน แต่กลับมายืนอยู่ข้างเตียงของผมล่ะ"

สิ้นเสียงของเขา ปากของหญิงสาวผ้าพันแผลก็ฉีกกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงรายแน่นขนัด จากนั้นริมฝีปากของเธอก็ขยับเปิดปิดคล้ายกำลังพูด ทว่ากลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา แม้มู่หรูเฟิงจะไม่เชี่ยวชาญการอ่านปาก แต่เขาก็สามารถจับใจความคำพูดง่ายๆ นั้นได้ "แก... พูดได้!" นี่คือสิ่งที่หญิงสาวผ้าพันแผลเอ่ย

"ฉันพูดงั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงครุ่นคิด และในทันใดนั้นเขาก็นึกถึงกฎข้อแรกใน [ข้อควรระวังสำหรับหอพัก] ขึ้นมาได้ "ข้อ 1 โปรดรักษาความเงียบ" ความหมายตรงตามตัวอักษรก็คือต้องห้ามส่งเสียงเด็ดขาด เช่นนั้นแล้ว การที่เขาเอ่ยปากพูดเมื่อครู่ ถือว่าเขาทำผิดกฎข้อนี้แล้วใช่หรือไม่ ไม่สิ ไม่ใช่... ยังมีกฎข้อที่ 7 อีกข้อ "ข้อ 7 เมื่อไม่มีคนนอกอยู่ในหอพัก สถานที่แห่งนี้จะปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง" ทั้งตัวเขาและหญิงสาวผ้าพันแผลต่างก็เป็นผู้พักอาศัยในหอพักแห่งนี้ ไม่ใช่คนนอก ในสถานการณ์เช่นนี้ กฎข้อแรกมิขัดแย้งกับกฎข้อที่ 7 หรอกหรือ

เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่หรูเฟิงจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "คุณคิดจะลงมือกับผมงั้นเหรอ ภายใต้กฎข้อที่ 7 คุณไม่น่าจะโจมตีผมได้ไม่ใช่หรือไง"

"แกรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นผู้พักอาศัยในหอพักนี้" เสียงแหบพร่าของหญิงสาวผ้าพันแผลดังขึ้นอย่างช้าๆ

"หืม? คุณไม่ได้อยู่ห้อง 301 หหรอกเหรอ" มู่หรูเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย

หลังจากเข้ามาในห้อง คนแรกที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวผ้าพันแผล ดังนั้นเขาจึงทึกทักเอาเองโดยสัญชาตญาณว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขา หญิงสาวผ้าพันแผลเป็นพนักงานหญิง ตามหลักเหตุผลแล้วไม่ควรมาอยู่ห้องพักเดียวกับพนักงานชาย แต่ในโลกเร้นลับแห่งนี้จะคิดตามตรรกะปกติไม่ได้ เขาจึงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าความจริงแล้ว...

วินาทีต่อมา หญิงสาวผ้าพันแผลก็ลงมือ ผ้าพันแผลตามร่างกายของเธอพลันคลายออกทั้งหมด เผยให้เห็นร่างที่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกอยู่ภายใน กลิ่นไหม้รุนแรงโชยเข้าจมูกของมู่หรูเฟิงทันที ผ้าพันแผลที่คลายออกพันธนาการรอบกายของมู่หรูเฟิงอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวเขา ก็ถูกมัดไว้แน่นหนา

"มนุษย์เป็นๆ นี่คือมนุษย์ที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ไอ้พวกร่างโคลนไร้วิญญาณในโรงอาหารนั่น มาดูกันซิว่าฉันจะเริ่มกินจากตรงไหนก่อนดี"

หญิงสาวผ้าพันแผลลอบกลืนน้ำลาย ราวกับได้พบเจออาหารอันโอชะที่ไม่มีสิ่งใดเปรียบ

"เลือด... ฉันต้องดื่มเลือดก่อน"

เธอลอยหน้าเลียริมฝีปากแล้วนั่งลงบนขอบเตียง จากนั้นก็ช้อนร่างของมู่หรูเฟิงขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขน ลำคอคือจุดที่ดีที่สุดสำหรับการสูบเลือดเสมอ หญิงสาวผ้าพันแผลเพียงแค่เป่าลมเบาๆ ผ้าพันแผลรอบลำคอก็แยกออก เผยให้เห็นผิวสีทองแดงของมู่หรูเฟิง หญิงสาวผ้าพันแผลไม่อาจสะกดกั้นความกระหายได้อีกต่อไป เธออ้าปากงับลงบนลำคอของมู่หรูเฟิงทันที

เคร้ง—!

เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ฟันของหญิงสาวผ้าพันแผลราวกับขบลงบนแผ่นเหล็กกล้า "นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น" หญิงสาวผ้าพันแผลถึงกับอึ้งไป เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะไม่สามารถกัดมนุษย์ที่มีชีวิตคนนี้เข้า

กรอด กรอด—

เสียงฟันบดเสียดสีกันดังลอยมา หญิงสาวผ้าพันแผลสับสนทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าเธอจะออกแรงมากเพียงใด ก็ไม่อาจกัดทะลุผิวหนังของมู่หรูเฟิงได้เลยแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นเอง มือหนาข้างหนึ่งก็พลันกดลงบนตัวเธอ พละกำลังมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนร่างของหญิงสาวผ้าพันแผลหงายหลังไป มู่หรูเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง เขาหลุดพ้นจากพันธนาการของผ้าพันแผลตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ มือซ้ายของมู่หรูเฟิงยังคงกำขยำกองผ้าพันแผลที่พยายามดิ้นรนขยับเขยื้อนเอาไว้แน่น ทว่ามันกลับไม่อาจหลุดรอดจากการควบคุมของเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

"ถึงแม้ตัวคุณจะไหม้เกรียมและมีกลิ่นไหม้โชยหึ่ง แต่ฉันยังได้กลิ่นคาวเลือดเนื้อในกายของคุณอยู่ดี ตั้งแต่เกิดมา นอกจากพวกลาบเลือดหมูหรือเป็ดผัดเลือดแล้ว ฉันยังไม่เคยดื่มเลือดชนิดอื่นเลย แม้ว่าสภาพวัตถุดิบจะดูแย่ไปหน่อย แต่ฉันก็ไม่ถือสาหรอกนะ"

สิ้นคำกล่าวของมู่หรูเฟิง เขาอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวซอมบี้อันแหลมคมคู่หนึ่ง

"แก... แก..." หญิงสาวผ้าพันแผลตื่นตระหนกขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก—

เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอกห้อง

"ชู่... อย่าส่งเสียง"

มู่หรูเฟิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างใบหูของหญิงสาวผ้าพันแผล กองผ้าพันแผลในมือถูกมู่หรูเฟิงยัดเข้าไปในปากของเธอโดยตรง ก่อนที่มือซ้ายของเขาจะปิดปากเธอไว้แน่น ทันใดนั้น มู่หรูเฟิงก็ฝังเขี้ยวลงบนลำคอที่ไหม้เกรียมแต่ยังคงนุ่มนิ่มของเธอทันที มันช่างกรอบกรุบ ร่างกายของหญิงสาวผ้าพันแผลพลันแข็งทื่อในฉับพลัน พร้อมกับอาการสั่นเทาเล็กน้อย

เมื่อเวลาผ่านไป อาการสั่นเทาก็ค่อยๆ เบาบางลงเรื่อยๆ ทว่าร่างกายกลับยิ่งทวีความแข็งทื่อมากขึ้น ในระหว่างนั้น เสียงเคาะประตูที่ด้านนอกยังคงดังไม่หยุดหย่อน และเริ่มเร่งจังหวะรัวกระชั้นชิดยิ่งขึ้น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็หยุดลงดื้อๆ มู่หรูเฟิงได้ยินเสียงคล้ายประตูปิดลงแว่วมาแต่ไกล

มู่หรูเฟิงปล่อยมือจากตัวหญิงสาวผ้าพันแผล ร่างของเธอร่วงผล็อยลงบนเตียงทันที ปากของเธออ้าค้าง ร่างกายบิดเบี้ยว หดลีบลงจนดูค่อมงอ เธอตายแล้ว หญิงสาวผ้าพันแผลสิ้นใจลงแล้ว โลหิตที่หลงเหลืออยู่ในกายรวมถึงพลังงานทั้งหมดถูกมู่หรูเฟิงสูบกินจนแห้งเหือด ในเวลานี้ ดวงตาของมู่หรูเฟิงทอประกายแสงสีแดงฉาน เขาไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด มีเพียงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างถึงที่สุด พละกำลังในร่างกายเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล แท้จริงแล้วซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการดื่มเลือด แม้จะเป็นเลือดของภูตผีปีศาจ หรือแม้กระทั่งไอพลังวิญญาณร้ายในร่างของเธอ ก็ยังถูกมู่หรูเฟิงสูบกินจนหมดสิ้น

"จริงสิ ฉันจำได้ว่าเธอซื้อของมาตั้งเยอะแยะนี่นา"

มู่หรูเฟิงเริ่มลงมือค้นตัวของหญิงสาวผ้าพันแผลทันที ทว่าทันทีที่สัมผัส ร่างของเธอก็สลายกลายเป็นเม็ดทรายสีดำละเอียด และในเวลาต่อมาก็แปรสภาพเป็นกลุ่มควันสีดำจางหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกองผ้าพันแผลที่ยังคงขยับขยุกขยิกอยู่

"ผ้าพันแผลไม่ยอมสลายงั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงยื่นมือไปคว้าผ้าพันแผลชิ้นนั้นมา

[ผ้าพันแผลส่งกลิ่น]

เนื่องจากถูกสวมใส่โดยสิ่งลี้ลับร่างไหม้เกรียมตนหนึ่งเป็นเวลานาน จึงส่งกลิ่นเหม็นอับ ทว่ากลิ่นนี้จะจางหายไปหลังจากนำไปซักทำความสะอาด

สรรพคุณ: มีความเหนียวทนทานและยืดหยุ่นสูงเป็นเลิศ ไม่เกรงกลัวต่อของมีคมและเปลวไฟ สามารถยืดขยายความยาวได้สูงสุดถึง 20 เมตร และช่วยเร่งความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผลเมื่อใช้พันแผล

"หืม? ดูเหมือนจะเป็นไอเทม แถมยังเป็นของดีซะด้วย" มู่หรูเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา

คัดลอกลิงก์แล้ว