- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตดันเจี้ยนไร้ขีดจำกัดด้วยระบบเลือกพลังขั้นเทพ
- บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา
บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา
บทที่ 23: หญิงสาวผ้าพันแผลผู้ถูกแผดเผา
มู่หรูเฟิงหลับสนิท ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเป็นระยะทำให้เขาหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมามากเกินไป เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงนั้นอย่างสิ้นเชิง เสียงเคาะดังอยู่ไม่นานและเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ ได้เกิดความวุ่นวายบางอย่างขึ้นที่ด้านนอกห้อง ทว่ามู่หรูเฟิงยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา
ในพริบตา เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน ทันทีที่เข็มนาฬิกาผ่านพ้นเวลา 12 นาฬิกา กระแสลมรุนแรงก็พัดกวาดไปทั่วทั้งนิคมคัดสรรสีเลือด หมอกหนาทึบบนท้องฟ้าถูกพัดกระจาย เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดสาดรัศมีลงมา ย้อมทั่วทั้งนิคมโลจิสติกส์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน
มู่หรูเฟิงที่กำลังหลับสนิทพลันสะดุ้งตื่นจากความฝัน เมื่อลืมตาขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าพันแผลก็ปรากฏแก่สายตาในระยะประชิด ภาพตรงหน้าคงทำให้คนทั่วไปขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ทว่ามู่หรูเฟิงกลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คุณหนูผ้าพันแผล ดึกดื่นปานนี้ทำไมไม่นอน แต่กลับมายืนอยู่ข้างเตียงของผมล่ะ"
สิ้นเสียงของเขา ปากของหญิงสาวผ้าพันแผลก็ฉีกกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงรายแน่นขนัด จากนั้นริมฝีปากของเธอก็ขยับเปิดปิดคล้ายกำลังพูด ทว่ากลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา แม้มู่หรูเฟิงจะไม่เชี่ยวชาญการอ่านปาก แต่เขาก็สามารถจับใจความคำพูดง่ายๆ นั้นได้ "แก... พูดได้!" นี่คือสิ่งที่หญิงสาวผ้าพันแผลเอ่ย
"ฉันพูดงั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงครุ่นคิด และในทันใดนั้นเขาก็นึกถึงกฎข้อแรกใน [ข้อควรระวังสำหรับหอพัก] ขึ้นมาได้ "ข้อ 1 โปรดรักษาความเงียบ" ความหมายตรงตามตัวอักษรก็คือต้องห้ามส่งเสียงเด็ดขาด เช่นนั้นแล้ว การที่เขาเอ่ยปากพูดเมื่อครู่ ถือว่าเขาทำผิดกฎข้อนี้แล้วใช่หรือไม่ ไม่สิ ไม่ใช่... ยังมีกฎข้อที่ 7 อีกข้อ "ข้อ 7 เมื่อไม่มีคนนอกอยู่ในหอพัก สถานที่แห่งนี้จะปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง" ทั้งตัวเขาและหญิงสาวผ้าพันแผลต่างก็เป็นผู้พักอาศัยในหอพักแห่งนี้ ไม่ใช่คนนอก ในสถานการณ์เช่นนี้ กฎข้อแรกมิขัดแย้งกับกฎข้อที่ 7 หรอกหรือ
เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่หรูเฟิงจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "คุณคิดจะลงมือกับผมงั้นเหรอ ภายใต้กฎข้อที่ 7 คุณไม่น่าจะโจมตีผมได้ไม่ใช่หรือไง"
"แกรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นผู้พักอาศัยในหอพักนี้" เสียงแหบพร่าของหญิงสาวผ้าพันแผลดังขึ้นอย่างช้าๆ
"หืม? คุณไม่ได้อยู่ห้อง 301 หหรอกเหรอ" มู่หรูเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย
หลังจากเข้ามาในห้อง คนแรกที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวผ้าพันแผล ดังนั้นเขาจึงทึกทักเอาเองโดยสัญชาตญาณว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขา หญิงสาวผ้าพันแผลเป็นพนักงานหญิง ตามหลักเหตุผลแล้วไม่ควรมาอยู่ห้องพักเดียวกับพนักงานชาย แต่ในโลกเร้นลับแห่งนี้จะคิดตามตรรกะปกติไม่ได้ เขาจึงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าความจริงแล้ว...
วินาทีต่อมา หญิงสาวผ้าพันแผลก็ลงมือ ผ้าพันแผลตามร่างกายของเธอพลันคลายออกทั้งหมด เผยให้เห็นร่างที่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกอยู่ภายใน กลิ่นไหม้รุนแรงโชยเข้าจมูกของมู่หรูเฟิงทันที ผ้าพันแผลที่คลายออกพันธนาการรอบกายของมู่หรูเฟิงอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวเขา ก็ถูกมัดไว้แน่นหนา
"มนุษย์เป็นๆ นี่คือมนุษย์ที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ไอ้พวกร่างโคลนไร้วิญญาณในโรงอาหารนั่น มาดูกันซิว่าฉันจะเริ่มกินจากตรงไหนก่อนดี"
หญิงสาวผ้าพันแผลลอบกลืนน้ำลาย ราวกับได้พบเจออาหารอันโอชะที่ไม่มีสิ่งใดเปรียบ
"เลือด... ฉันต้องดื่มเลือดก่อน"
เธอลอยหน้าเลียริมฝีปากแล้วนั่งลงบนขอบเตียง จากนั้นก็ช้อนร่างของมู่หรูเฟิงขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขน ลำคอคือจุดที่ดีที่สุดสำหรับการสูบเลือดเสมอ หญิงสาวผ้าพันแผลเพียงแค่เป่าลมเบาๆ ผ้าพันแผลรอบลำคอก็แยกออก เผยให้เห็นผิวสีทองแดงของมู่หรูเฟิง หญิงสาวผ้าพันแผลไม่อาจสะกดกั้นความกระหายได้อีกต่อไป เธออ้าปากงับลงบนลำคอของมู่หรูเฟิงทันที
เคร้ง—!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ฟันของหญิงสาวผ้าพันแผลราวกับขบลงบนแผ่นเหล็กกล้า "นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น" หญิงสาวผ้าพันแผลถึงกับอึ้งไป เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะไม่สามารถกัดมนุษย์ที่มีชีวิตคนนี้เข้า
กรอด กรอด—
เสียงฟันบดเสียดสีกันดังลอยมา หญิงสาวผ้าพันแผลสับสนทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าเธอจะออกแรงมากเพียงใด ก็ไม่อาจกัดทะลุผิวหนังของมู่หรูเฟิงได้เลยแม้แต่น้อย
ในตอนนั้นเอง มือหนาข้างหนึ่งก็พลันกดลงบนตัวเธอ พละกำลังมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนร่างของหญิงสาวผ้าพันแผลหงายหลังไป มู่หรูเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง เขาหลุดพ้นจากพันธนาการของผ้าพันแผลตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ มือซ้ายของมู่หรูเฟิงยังคงกำขยำกองผ้าพันแผลที่พยายามดิ้นรนขยับเขยื้อนเอาไว้แน่น ทว่ามันกลับไม่อาจหลุดรอดจากการควบคุมของเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ถึงแม้ตัวคุณจะไหม้เกรียมและมีกลิ่นไหม้โชยหึ่ง แต่ฉันยังได้กลิ่นคาวเลือดเนื้อในกายของคุณอยู่ดี ตั้งแต่เกิดมา นอกจากพวกลาบเลือดหมูหรือเป็ดผัดเลือดแล้ว ฉันยังไม่เคยดื่มเลือดชนิดอื่นเลย แม้ว่าสภาพวัตถุดิบจะดูแย่ไปหน่อย แต่ฉันก็ไม่ถือสาหรอกนะ"
สิ้นคำกล่าวของมู่หรูเฟิง เขาอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวซอมบี้อันแหลมคมคู่หนึ่ง
"แก... แก..." หญิงสาวผ้าพันแผลตื่นตระหนกขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอกห้อง
"ชู่... อย่าส่งเสียง"
มู่หรูเฟิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างใบหูของหญิงสาวผ้าพันแผล กองผ้าพันแผลในมือถูกมู่หรูเฟิงยัดเข้าไปในปากของเธอโดยตรง ก่อนที่มือซ้ายของเขาจะปิดปากเธอไว้แน่น ทันใดนั้น มู่หรูเฟิงก็ฝังเขี้ยวลงบนลำคอที่ไหม้เกรียมแต่ยังคงนุ่มนิ่มของเธอทันที มันช่างกรอบกรุบ ร่างกายของหญิงสาวผ้าพันแผลพลันแข็งทื่อในฉับพลัน พร้อมกับอาการสั่นเทาเล็กน้อย
เมื่อเวลาผ่านไป อาการสั่นเทาก็ค่อยๆ เบาบางลงเรื่อยๆ ทว่าร่างกายกลับยิ่งทวีความแข็งทื่อมากขึ้น ในระหว่างนั้น เสียงเคาะประตูที่ด้านนอกยังคงดังไม่หยุดหย่อน และเริ่มเร่งจังหวะรัวกระชั้นชิดยิ่งขึ้น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็หยุดลงดื้อๆ มู่หรูเฟิงได้ยินเสียงคล้ายประตูปิดลงแว่วมาแต่ไกล
มู่หรูเฟิงปล่อยมือจากตัวหญิงสาวผ้าพันแผล ร่างของเธอร่วงผล็อยลงบนเตียงทันที ปากของเธออ้าค้าง ร่างกายบิดเบี้ยว หดลีบลงจนดูค่อมงอ เธอตายแล้ว หญิงสาวผ้าพันแผลสิ้นใจลงแล้ว โลหิตที่หลงเหลืออยู่ในกายรวมถึงพลังงานทั้งหมดถูกมู่หรูเฟิงสูบกินจนแห้งเหือด ในเวลานี้ ดวงตาของมู่หรูเฟิงทอประกายแสงสีแดงฉาน เขาไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด มีเพียงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างถึงที่สุด พละกำลังในร่างกายเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล แท้จริงแล้วซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการดื่มเลือด แม้จะเป็นเลือดของภูตผีปีศาจ หรือแม้กระทั่งไอพลังวิญญาณร้ายในร่างของเธอ ก็ยังถูกมู่หรูเฟิงสูบกินจนหมดสิ้น
"จริงสิ ฉันจำได้ว่าเธอซื้อของมาตั้งเยอะแยะนี่นา"
มู่หรูเฟิงเริ่มลงมือค้นตัวของหญิงสาวผ้าพันแผลทันที ทว่าทันทีที่สัมผัส ร่างของเธอก็สลายกลายเป็นเม็ดทรายสีดำละเอียด และในเวลาต่อมาก็แปรสภาพเป็นกลุ่มควันสีดำจางหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกองผ้าพันแผลที่ยังคงขยับขยุกขยิกอยู่
"ผ้าพันแผลไม่ยอมสลายงั้นเหรอ" มู่หรูเฟิงยื่นมือไปคว้าผ้าพันแผลชิ้นนั้นมา
[ผ้าพันแผลส่งกลิ่น]
เนื่องจากถูกสวมใส่โดยสิ่งลี้ลับร่างไหม้เกรียมตนหนึ่งเป็นเวลานาน จึงส่งกลิ่นเหม็นอับ ทว่ากลิ่นนี้จะจางหายไปหลังจากนำไปซักทำความสะอาด
สรรพคุณ: มีความเหนียวทนทานและยืดหยุ่นสูงเป็นเลิศ ไม่เกรงกลัวต่อของมีคมและเปลวไฟ สามารถยืดขยายความยาวได้สูงสุดถึง 20 เมตร และช่วยเร่งความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผลเมื่อใช้พันแผล
"หืม? ดูเหมือนจะเป็นไอเทม แถมยังเป็นของดีซะด้วย" มู่หรูเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย