- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมพลังคลีน พลิกชีวิตด้วยร้านรับซื้อของเก่า
- บทที่ 14 - ข้อตกลงแลกเปลี่ยน
บทที่ 14 - ข้อตกลงแลกเปลี่ยน
บทที่ 14 - ข้อตกลงแลกเปลี่ยน
"ตกลง ยี่สิบก็ยี่สิบ"
หลี่เหวินเฉวียนโอนเงินมาให้อีกยี่สิบหยวน
รวมสองรายการ เป็นสามพันสองร้อยยี่สิบหยวน
หลี่เหวินเฉวียนยัดกาต้มน้ำเข้าไปในรถ เดินกลับมาพิงประตูรถ ล้วงบุหรี่ออกมายื่นให้หลินเฟิงมวนหนึ่ง หลินเฟิงโบกมือปฏิเสธ เขาจึงคาบไว้ในปากแล้วจุดไฟแช็กสูบเอง
"น้องหลิน ฉันพูดตรงๆ เลยนะ" เขาพ่นควันบุหรี่ออกมา "ของที่นายขายให้ฉันสองวันมานี้—จักรยานเสือภูเขา วิทยุ คีม ลังไม้ จักรเย็บผ้า—มันมีจุดร่วมอยู่อย่างนึง"
"จุดร่วมอะไรครับ"
"มันสะอาดเกินไป" หลี่เหวินเฉวียนเคาะขี้เถ้าบุหรี่ "ฉันทำร้านของมือสองมาสี่ห้าปี รับซื้อของเก่ามาเป็นพันๆ ชิ้น ของที่รื้อมาจากสถานีรับซื้อของเก่า ต่อให้ล้างทำความสะอาดแล้ว ยังไงมันก็ต้องมีคราบสกปรกฝังลึกที่ล้างไม่ออกเหลืออยู่บ้างแหละน่า—อย่างพวกคราบน้ำมันในซอก รอยสนิมตามขอบรูน็อต หรือคราบออกซิเดชั่นบนชิ้นส่วนเหล็กหล่อที่เช็ดยังไงก็ไม่เกลี้ยง แต่ของที่นายเอามาขายแต่ละชิ้นเนี่ย สะอาดซะจนไม่เหมือนของที่รับซื้อมาจากกองขยะเลย เหมือนเพิ่งแกะกล่องออกมาจากโกดังสินค้าค้างสต๊อกซะมากกว่า"
เขาเหลือบมองหลินเฟิงแวบหนึ่ง
"ตกลงนายใช้อะไรล้างวะเนี่ย"
หลินเฟิงรู้อยู่แล้วว่าคำถามนี้ต้องมาถึงสักวัน
ตั้งแต่วันที่ขายจักรยานเสือภูเขาออกไป เขาก็คิดหาข้ออ้างเตรียมไว้แล้ว ล้างของชิ้นสองชิ้นยังพออ้างได้ว่า "ซักมือ" แต่ถ้าล้างทีละห้าชิ้นหกชิ้นแล้วยังบอกว่าซักมืออีก คนฟังคงไม่ได้โง่ขนาดนั้น
"น้ำยาทำความสะอาดที่ผมผสมเองครับ" เขาตอบหน้าตาย
"ผสมเอง?"
"เมื่อก่อนตอนออกไปทำงานรับจ้าง ผมเคยทำโรงงานสารเคมีอยู่ครึ่งปีน่ะครับ เห็นช่างเขาผสมน้ำยาทำความสะอาดอุตสาหกรรม เลยจำสูตรคร่าวๆ มา พอกลับมาก็ลองซื้อวัตถุดิบมาผสมเองดู ผลลัพธ์ก็พอใช้ได้อยู่ครับ"
"แสดงว่าเป็นสูตรลับเฉพาะเลยสิ"
"สูตรน่ะไม่ใช่ของหายากอะไรหรอกครับ น้ำยาล้างสนิมล้างคราบน้ำมันในอุตสาหกรรมมีขายเกลื่อนตลาดไป ที่สำคัญคือสัดส่วนการผสมกับขั้นตอนการทำต่างหาก คนทั่วไปเขาไม่มีความอดทนมานั่งทำหรอกครับ"
หลี่เหวินเฉวียนอัดบุหรี่เข้าปอดอีึกเฮือก
"ฝีมือนายทำเงินได้นะ" เขาขยี้ก้นบุหรี่ดับไฟแล้วเหยียบซ้ำ "นายรู้ไหมว่าเดือนนึงร้านฉันรับของมือสองเข้ามาเท่าไหร่ แค่เฟอร์นิเจอร์ก็หลายสิบชิ้นแล้ว ยังมีพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า เครื่องมือช่าง อะไหล่เครื่องจักรกลการเกษตรอีก กองเต็มโกดังไปหมด ของบางอย่างสภาพมันขาดไปแค่นิดเดียวเอง—เปลือกนอกสกปรกเกินไป หรือสนิมเกาะหนาไป ลูกค้าเห็นสภาพไม่สวยก็ส่ายหน้าหนีแล้ว ถ้าฉันมีฝีมือแบบนาย เอาของพวกนั้นมาล้างทำความสะอาดใหม่ก่อนตั้งขาย ฉันว่ายอดขายน่าจะพุ่งขึ้นอีกอย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ"
หลินเฟิงฟังแล้วก็เข้าใจเจตนาทันที
หลี่เหวินเฉวียนไม่ได้แค่พูดเล่นๆ เขาคิดจริงจัง อยากจะเอา "ฝีมือทำความสะอาด" ของหลินเฟิงมาเป็นข้อได้เปรียบในเครือข่ายซัพพลายเชนของตัวเอง
"หมายความว่าพี่จะให้ผมช่วยล้างของให้งั้นสิ"
"มาเป็นหุ้นส่วนกันไง" หลี่เหวินเฉวียนยืดตัวขึ้นยืนตรง "นายมีฝีมือ ฉันมีของ ฉันจะขนของที่ต้องล้างมาให้ นายจัดการเสร็จฉันก็มารับกลับไปขาย ส่วนค่าทำความสะอาดเรามาตกลงกันอีกที จะคิดเป็นชิ้นหรือเป็นกิโลก็ว่ามา"
หลินเฟิงยังไม่รีบตอบรับ
หนทางนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดพิจารณา ขืนพึ่งพาแต่ของเก่าในสถานีรับซื้อของตัวเอง ของที่เอามาปัดฝุ่นใหม่ได้มันมีจำกัด หมดแล้วจะทำยังไงล่ะ นั่งกินนอนกินไปวันๆ หรือไง
ร้านของมือสองของหลี่เหวินเฉวียนคือแหล่งวัตถุดิบที่มั่นคง เดือนๆ นึงมีของมือสองผ่านเข้าออกร้านเป็นร้อยๆ ชิ้น ต่อให้มีแค่หนึ่งในสิบที่ต้องการการทำความสะอาดแบบขั้นสุด เดือนนึงก็มีหลายสิบชิ้นแล้ว คิดค่าแรงทำความสะอาดชิ้นละหลายสิบไปจนถึงหลายร้อยหยวน คำนวณดูแล้วคุ้มค่าทีเดียว
แต่มันก็มีความเสี่ยง
ถ้ารับล้างของจำนวนมากๆ เข้า หลี่เหวินเฉวียนต้องสงสัยขึ้นมาแน่ๆ ข้ออ้าง "น้ำยาทำความสะอาดผสมเอง" อาจจะตบตาได้สักพัก แต่พอนานไป อีกฝ่ายก็ต้องอยากรู้สูตร หรือถึงขั้นอยากทำเอง
แต่นั่นมันเรื่องของอนาคต สิ่งที่เขาต้องการด่วนที่สุดในตอนนี้คือกระแสเงินสด
"ได้ครับ" หลินเฟิงพยักหน้า "แต่ผมมีเงื่อนไขสองสามข้อนะ"
"ว่ามาเลย"
"ข้อแรก พี่ต้องเอาของมาให้ผมทำที่นี่ ทำเสร็จแล้วพี่ค่อยมารับ ไม่ไปทำที่ร้านพี่นะ"
หลี่เหวินเฉวียนพยักหน้ารับ "ได้ ไม่มีปัญหา"
"ข้อสอง คิดราคาเป็นชิ้น ของเล็กของใหญ่ราคาไม่เท่ากัน ของชิ้นเล็ก—พวกเครื่องมือ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก คิดชิ้นละสามสิบถึงห้าสิบหยวน แล้วแต่ความสกปรก ส่วนของชิ้นใหญ่—เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ อะไหล่เครื่องจักรเกษตร คิดชิ้นละร้อยหยวนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน"
"แพงไปหน่อยไหม"
"พี่เอาพัดลมเก่าเครื่องนึงไปจ้างบริษัทรับทำความสะอาดล้างให้ แค่ค่าแรงก็เกินราคานี้แล้ว แถมผลงานที่ออกมา พี่ก็เห็นๆ กันอยู่" หลินเฟิงชี้ไปที่จักรเย็บผ้าที่ห่อพลาสติกกันกระแทกอยู่ท้ายรถตู้ "ของที่ผมล้าง สภาพออกมาพี่หาที่ติไม่ได้หรอก"
หลี่เหวินเฉวียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้ต่อราคาอะไรอีก
"ข้อสาม" หลินเฟิงชูนิ้วที่สามขึ้นมา "ห้ามดูตอนทำงานเด็ดขาด"
พอได้ยินข้อนี้ หลี่เหวินเฉวียนก็ชะงักไปนิดนึง
"มันเกี่ยวกับสูตรลับกับขั้นตอนการทำน่ะครับ พี่คงเข้าใจนะ"
หลี่เหวินเฉวียนหัวเราะร่วน โบกมือปัด "เข้าใจๆ ความลับทางการค้า ฉันไม่ดูหรอก เอาของมาทิ้งไว้แล้วก็กลับ เสร็จเมื่อไหร่ก็โทรเรียกมารับ กฎข้อนี้แฟร์ดี"
"งั้นตกลงตามนี้นะครับ"
"ตกลง" หลี่เหวินเฉวียนเดินเข้ามาตบไหล่หลินเฟิง "เดี๋ยวฉันกลับไปคัดของที่สภาพแย่ๆ มาให้นายลองฝีมือดูก่อนละกัน จะได้ปรับตัวเข้าหากัน"
"ได้ครับ"
หลี่เหวินเฉวียนขึ้นรถ สตาร์ตเครื่อง แล้วลดกระจกลงโผล่หน้าออกมาอีก "เออ น้องหลิน น้ำยาทำความสะอาดของนายเนี่ย... ไม่ขายสูตรจริงๆ เหรอ"
"ไม่ขายครับ"
"โอเค งั้นฉันไปละ"
รถตู้ส่งเสียง "ปุเลงๆๆ" แล่นออกจากประตู เลี้ยวขึ้นถนนคอนกรีตแล้วขับออกไป
หลินเฟิงยืนอยู่กลางลานบ้าน มองฝุ่นตลบที่ค่อยๆ จางหายไป
เขาก้มหน้าคำนวณรายได้ทั้งหมดของวันนี้
จักรเย็บผ้าครบชุดสามพันสองร้อยหยวน กาต้มน้ำยี่สิบหยวน หักต้นทุนรับซื้อของเก่าหนึ่งร้อยสามหยวน รายได้สุทธิวันนี้อยู่ที่สามพันหนึ่งร้อยสิบเจ็ดหยวน
บวกกับทุนเดิมที่มีอยู่สองวันก่อน ตอนนี้มีเงินสดในมือปาเข้าไปห้าพันแปดร้อยกว่าหยวนแล้ว
ยังไม่ถึงห้าวันเลยด้วยซ้ำ
เขาถูปลายนิ้วเข้าด้วยกัน บนฝ่ามือยังมีกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตอนที่จับมือตกลงกับหลี่เหวินเฉวียนเมื่อกี้
ถ้ารับจ้างทำความสะอาดได้เป็นกอบเป็นกำ โครงสร้างรายได้ก็จะไม่ต้องพึ่งพาแต่การรื้อค้นของในสถานีรับซื้อขยะของตัวเองอีกต่อไป รับจ้างทำความสะอาดเก็บค่าแรงไปเรื่อยๆ มีรายได้แน่นอน ส่วนของดีๆ ที่เจอในกองขยะก็เอาไปลงขายโก่งราคาในแพลตฟอร์ม เดินเกมได้ทั้งสองทาง
กุญแจสำคัญคือต้องคุมจังหวะให้ดี
ถ้าวันนึงทำมากเกินไป ร่างกายจะรับไม่ไหว พอความอิ่มลดฮวบ พลังพิเศษก็เป็นแค่ของประดับ แถมถ้าล้างเยอะล้างเร็วเกินไป ความสงสัยของหลี่เหวินเฉวียนก็จะยิ่งทวีคูณ—ในโลกนี้มันมีน้ำยาทำความสะอาดบ้าอะไรล้างสนิมเหล็กหล่ออายุสี่สิบปีจนกลับไปเหมือนเพิ่งออกจากโรงงานได้วะ ข้ออ้างเรื่อง "สูตรจากโรงงานสารเคมี" เต็มที่ก็ยื้อเวลาได้แค่เดือนสองเดือน ช้าเร็วก็ต้องหาข้ออ้างใหม่ที่เนียนกว่านี้มาแทนอยู่ดี
แต่นั่นมันเรื่องของอีกเดือนสองเดือนข้างหน้า
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ก่อนที่หลี่เหวินเฉวียนจะขนของมาให้ทำ เขาต้องรีบเคลียร์ของที่เหลืออยู่ในลานบ้านของตัวเองให้เสร็จซะก่อน
ใต้กองของพวกนั้นไม่รู้ว่ามีของมีค่าอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง
หลินเฟิงเก็บมือถือใส่กระเป๋า เดินกลับไปที่กองของเก่าตรงมุมตะวันตกเฉียงเหนือที่ยังค้นไม่เสร็จ
เขาก้มตัวลง สองมือคุ้ยแผ่นไม้บางๆ ชั้นบนออก
ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุบางอย่าง... เย็นเฉียบและหนักอึ้ง