- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมพลังคลีน พลิกชีวิตด้วยร้านรับซื้อของเก่า
- บทที่ 12 - จุดเปลี่ยนของสถานีรับซื้อของเก่า
บทที่ 12 - จุดเปลี่ยนของสถานีรับซื้อของเก่า
บทที่ 12 - จุดเปลี่ยนของสถานีรับซื้อของเก่า
จักรเย็บผ้ายี่ห้อเซี่ยงไฮ้ รุ่น JA2-1 ที่สมบูรณ์แบบหนึ่งเครื่อง มีทั้งหัวจักรและฐานเหยียบ ครบชุด
หัวจักรเหล็กหล่อสีเทาอมฟ้าผิวด้าน แผ่นป้ายยี่ห้อสีทองส่องประกายวับวาว หน้าโต๊ะไม้จริงเห็นลายไม้ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยการใช้งานที่ผ่านกาลเวลามาบ้าง แต่ก็สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ลวดลายเถาไม้เลื้อยบนขาตั้งเหล็กหล่อดูประณีตงดงาม ลายกันลื่นบนแป้นเหยียบยังชัดเจน ล้อขับเคลื่อนหมุนได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
นอกจากรอยด่างจากคราบน้ำวงใหญ่ทางด้านซ้ายของโต๊ะ และรอยบิ่นเล็กๆ ตามมุมหัวจักรไม่กี่จุดแล้ว จักรเย็บผ้าเครื่องนี้ก็แทบจะหาที่ติไม่ได้เลย
ฟังก์ชันครบถ้วน สภาพจัดว่าอยู่ในระดับพรีเมียม
เขาเดินกลับเข้าบ้านไปหยิบมือถือออกมา ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุมกว่าสามสิบรูป ทั้งภาพรวม ด้านข้าง ซูมหัวจักร ซูมป้ายยี่ห้อ ซูมลวดลาย ซูมแป้นเหยียบ ซูมล้อขับเคลื่อน รวมถึงรูปผลงานฝีเข็มบนเศษผ้า ถ่ายเก็บไว้ครบทุกรายละเอียด
เขาเปิดแอปซื้อขายของมือสอง หาโพสต์ขายหัวจักรเย็บผ้าที่เพิ่งลงไปเมื่อคืน
กดลบโพสต์
แล้วสร้างโพสต์ขายสินค้าใหม่—
หัวข้อ: "จักรเย็บผ้ายี่ห้อเซี่ยงไฮ้ รุ่น JA2-1 ครบชุด ผลิตช่วงปลายยุค 70 หัวจักร + ฐานเหยียบของแท้ดั้งเดิม ฟังก์ชันใช้งานได้สมบูรณ์ 100% สภาพนางฟ้า"
รายละเอียด: "ของเก่าจากยุค 'สามหมุนหนึ่งดัง' ผลิตจากโรงงานจักรเย็บผ้าเซี่ยงไฮ้ หัวจักรเหล็กหล่อ + หน้าโต๊ะไม้จริง + ฐานเหยียบเหล็กหล่อ ครบชุด ลวดลายเหล็กหล่อสมบูรณ์ ระบบขับเคลื่อนลื่นไหล ใช้งานเย็บผ้าได้จริง (แนบรูปผลงานฝีเข็มมาให้ดูด้วย) สายพานขับเคลื่อนเพิ่งเปลี่ยนใหม่ สภาพนางฟ้าครบชุดพร้อมฐานแบบนี้ หาเครื่องที่สองบนแพลตฟอร์มไม่ได้แล้ว คนเล่นของเก่ารู้ดี งดต่อราคา"
ส่วนเรื่องราคา... ตอนขายแค่หัวจักร เขาตั้งไว้ที่หนึ่งพันแปดร้อยหยวน แต่พอรวมฐาน หน้าโต๊ะ แป้นเหยียบ และระบบขับเคลื่อนของแท้เข้าไปด้วย ราคาก็ต้องขยับขึ้นไปอีกระดับ
จักรรุ่น JA2-1 แบบครบชุดพร้อมฐานบนแพลตฟอร์ม ถ้าสภาพดีๆ ราคาจะอยู่ที่สามถึงสี่พันหยวน เครื่องของเขาสภาพกินขาดรุ่นเดียวกันไปไกลลิบ แถมยังเป็นหัวจักรกับฐานคู่ตัวดั้งเดิม ไม่ใช่ของที่เอามาประกอบจับฉ่ายทีหลัง
เขาพิมพ์ตัวเลข: 3800
กดโพสต์
หลินเฟิงวางมือถือลง หยิบซาลาเปาสามลูกที่เหลือบนโต๊ะมานั่งกินบนเก้าอี้ข้างจักรเย็บผ้า
ซาลาเปาเย็นชืดไปแล้ว ไส้หมูก็ไม่ร้อนลวกปาก แป้งก็เริ่มแข็งเคี้ยวฝืดคอ แต่เขากลับเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
พอกินไปได้สองลูก เขาก็เริ่มนับนิ้วคำนวณรายได้ของวันนี้... พัดลมยี่ห้อหวาเซิงขายได้สองพัน หักค่าส่งไปหกสิบ เหลือเข้ากระเป๋าหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบหยวน
เมื่อเช้าซื้อสายพานห้าหยวน น้ำมันเครื่องสามหยวน ซาลาเปาสิบห้าหยวน รวมเป็นยี่สิบสามหยวน
ทรัพย์สินรวมตอนนี้...
เงินสดในมือ: หนึ่งพันหกร้อยหกสิบ บวกกับหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบ เท่ากับสามพันห้าร้อยหกสิบหยวน
หักค่าอาหารและค่าใช้จ่ายจิปาถะสองวัน: แปดร้อยสามสิบหก บวกรวมกับยี่สิบสาม เป็นแปดร้อยห้าสิบเก้าหยวน
รายได้สุทธิ: สองพันเจ็ดร้อยเอ็ดหยวน
ของที่โพสต์ขายรอคนมาซื้อ: จักรเย็บผ้าครบชุดสามพันแปดร้อยหยวน กาต้มน้ำสแตนเลสสี่สิบห้าหยวน
ยอดรายได้ที่คาดหวังทั้งหมด: หกพันห้าร้อยสี่สิบหกหยวน
แค่สามวันเท่านั้น...
หลินเฟิงยัดซาลาเปาลูกสุดท้ายเข้าปาก แก้มตุ่ย เคี้ยวไปบ่นพึมพำไปว่า "สามวัน... หาเงินได้เท่ากับสองเดือนของชาติที่แล้วเลยแฮะ..."
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ "ปุเลงๆๆ" ก็ดังก้องมาจากหน้าประตู
มีคนมา
หลินเฟิงลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองไปที่ประตู รถสามล้อการเกษตรคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาในลานบ้าน ท้ายรถมีกล่องกระดาษเก่าอัดแน่นวางซ้อนกัน มัดเชือกฟางไว้อย่างแน่นหนาสามสี่ชั้น
คนขับเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมดำ สวมชุดทำงานสีเทาหม่น ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่กรำแดดกรำฝนอยู่ข้างนอกเป็นประจำ
หลินเฟิงจำเขาได้ พี่จ้าว หรือ จ้าวต้าจวิน เขาเป็นคนรับซื้อของเก่าอิสระตามหมู่บ้านใกล้เคียงแล้วเอามาขายส่งที่นี่ เดือนหนึ่งจะแวะมาสักสองสามรอบ ชาติที่แล้วหลินเฟิงก็เคยติดต่อค้าขายกับเขา คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
"พี่จ้าว มาแล้วเหรอ"
จ้าวต้าจวินดับเครื่องรถสามล้อ กระโดดลงมาปัดฝุ่นตามตัว "น้องหลิน ยุ่งอยู่เหรอ"
"ไม่ยุ่งๆ วันนี้พี่บรรทุกอะไรมาบ้างล่ะ"
"ก็กระดาษลังเก่านั่นแหละ เก็บสะสมมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว แล้วก็มีเศษเหล็กอีกนิดหน่อย นายลองมาดูสิ"
หลินเฟิงเดินเข้าไปปีนขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อดูของ กระดาษลังถูกอัดมาอย่างแน่นหนา มัดด้วยเชือกไนลอน มีอยู่ประมาณสี่ถึงห้าฟ่อน ตรงมุมมีกระสอบใส่เศษเหล็กวางกองอยู่... ท่อเหล็กหักๆ ลวดตาข่ายเบี้ยวๆ ถังเหล็กผุๆ ปนเปกันมั่วไปหมด
"กระดาษลังคิดยังไง"
"นายก็ลองเอาไปชั่งดูสิ"
หลินเฟิงเข็นเครื่องชั่งน้ำหนักที่มุมลานออกมา ทั้งสองคนช่วยกันยกกระดาษลังลงมาชั่งทีละฟ่อน
ฟ่อนแรก สิบหกกิโลกรัม ฟ่อนที่สอง สิบสี่กิโลกรัม ฟ่อนที่สาม สิบเจ็ดกิโลครึ่ง ฟ่อนที่สี่ สิบห้ากิโลครึ่ง ฟ่อนที่ห้า สิบสามกิโลกรัม
รวมทั้งหมดเจ็ดสิบหกกิโลกรัม
ราคารับซื้อกระดาษลังตอนนี้อยู่ที่เก้าเหมาต่อกิโลกรัม หลินเฟิงให้ราคาตามนี้
เจ็ดสิบหกคูณศูนย์จุดเก้า... ได้หกสิบแปดหยวนสี่เหมา
"หกสิบแปดหยวนห้าเหมา ปัดเศษให้ถ้วนๆ ไปเลยละกัน" หลินเฟิงบอก
จ้าวต้าจวินพยักหน้า "ตกลง"
กระสอบเศษเหล็กชั่งได้ยี่สิบเอ็ดกิโลครึ่ง ราคารับซื้อเศษเหล็กขึ้นอยู่กับประเภท ถ้าเป็นเหล็กล้วนๆ จะอยู่ที่สองหยวนสี่เหมาต่อกิโลกรัม แต่ถ้าเป็นเศษเหล็กปนๆ กันแบบนี้จะคิดที่หนึ่งหยวนหกเหมา จ้าวต้าจวินเอาของมาปนกันมั่วไปหมด หลินเฟิงคุ้ยดู ท่อเหล็กก็ท่อเหล็ก ลวดตาข่ายก็ลวดตาข่าย ถังผุก็ถังผุ ถือเป็นเศษเหล็กแบบผสม
ยี่สิบเอ็ดกิโลครึ่งคูณหนึ่งจุดหก... ได้สามสิบสี่หยวนสี่เหมา
"สามสิบสี่หยวนห้าเหมา"
"โอเคตามนั้น"
รวมสองอย่างเป็นหนึ่งร้อยสามหยวน
หลินเฟิงล้วงเงินจากกระเป๋ามานับแล้วยื่นให้ จ้าวต้าจวินรับไปนับทวนอีกรอบก่อนจะยัดใส่กระเป๋าตัวเอง
"น้องหลิน ลานบ้านนายจัดซะสะอาดสะอ้านเชียวนะ" จ้าวต้าจวินกวาดสายตามองไปรอบๆ สายตาไปสะดุดเข้ากับจักรเย็บผ้าที่ตั้งอยู่กลางลาน มองอยู่นานสองนาน "โห... จักรเย็บผ้านี่เพิ่งรับซื้อมาเหรอ สภาพนี้... ของใหม่ปะเนี่ย"
"ของเก่าครับ เอามาล้างทำความสะอาด"
"ล้างเหรอ" จ้าวต้าจวินเดินเข้าไปก้มๆ เงยๆ ดู เอื้อมมือไปลูบลวดลายบนขาตั้งเหล็กหล่อ "นายใช้อะไรล้างวะเนี่ย ขาตั้งเหล็กหล่อถึงได้สะอาดเอี่ยมขนาดนี้... ฉันรับซื้อของเก่ามาตั้งหลายปี ไม่เคยเห็นจักรเย็บผ้าเก่าสภาพดีขนาดนี้มาก่อนเลย"
หลินเฟิงยิ้มบางๆ "น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทางครับ นำเข้าจากต่างประเทศ แพงเอาเรื่องอยู่"
จ้าวต้าจวินยืดตัวขึ้น เดาะลิ้นเบาๆ "สุดยอดเลยว่ะ แล้วนายจะขายไหม"
"ลงขายในแพลตฟอร์มแล้วครับ สามพันแปด"
จ้าวต้าจวินสูดปากดังซี้ด "สามพันแปด? จักรเย็บผ้าเครื่องเดียวนี่นะ"
"มันครบชุดเลยครับ ยี่ห้อเซี่ยงไฮ้ ของยุคเจ็ดศูนย์ พี่ลองไปค้นในแอปดูสิ สภาพแบบนี้หาเครื่องที่สองไม่ได้แล้ว"
จ้าวต้าจวินส่ายหน้า "พวกวัยรุ่นอย่างนายลูกเล่นเยอะจริงๆ ฉันล่ะไม่ค่อยเข้าใจของพวกนี้หรอก จักรเย็บผ้าเก่าๆ แบบนี้ยังขายได้ตั้งสามพันแปด ที่บ้านฉันก็มีโยนทิ้งไว้เครื่องนึง สนิมเขรอะจนดูแทบไม่ได้แล้ว"
"ว่างๆ พี่ก็ลากมาสิครับ ผมรับซื้อ"
"เครื่องนั้นฉันว่าสภาพมันเละกว่าของนายอีกนะ กลัวจะไม่ได้ราคาน่ะสิ"
"ไม่เป็นไรครับ ลากมาให้ผมดูก่อนเถอะ"
"เอ้อ... จริงสิ" หลินเฟิงเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เลยเรียกเขาไว้ "ต่อไปที่นี่ผมจะรับซื้อแค่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ากับมอเตอร์ไซค์เก่าแล้วนะ พวกกล่องกระดาษ เศษเหล็ก ขวดเหล้า ผมไม่รับแล้ว จะโยนให้พี่หมดเลย ให้ราคาดีด้วย"
จ้าวต้าจวินชะงักไปนิด "อ้าว ทำไมล่ะ กระดาษลังมันขายไม่ได้ราคาแล้วเหรอ"
"เปล่าหรอกครับ พี่ไม่ต้องสนใจหรอก เอาเป็นว่าผมให้ราคาดีก็แล้วกัน"
จ้าวต้าจวินแม้จะยังงงๆ แต่ก็รับปาก ขี่รถสามล้อออกไป
หลินเฟิงยกกองกระดาษลังไปเก็บที่โกดัง จัดเรียงตามประเภท ส่วนเศษเหล็กก็เทกองรวมไว้ข้างบ้านสังกะสี
ของพวกนี้เอามาทำความสะอาดไม่ได้ และไม่มีมูลค่าเพิ่มในการนำกลับมาใช้ใหม่ ขืนรับซื้อต่อไปก็เสียเวลาเปล่า กำไรมันน้อยเกินไป
ดวงอาทิตย์เริ่มลอยสูงขึ้น อากาศในลานบ้านก็ร้อนอบอ้าวตามไปด้วย เขาเดินกลับเข้าบ้านไปกระดกน้ำเย็นอึกใหญ่ นั่งพักเหนื่อย หยิบมือถือขึ้นมาเช็กแอปของมือสอง
โพสต์ขายจักรเย็บผ้าครบชุดเพิ่งลงไปได้แค่ยี่สิบนาที แต่มีคนกดถูกใจไว้สองคนแล้ว ส่วนกาต้มน้ำราคาสี่สิบห้าหยวนยังไม่มีใครเข้ามาดูเลย
เขาวางมือถือลง ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย แล้วส่งรูปไปให้หลี่เหวินเฉวียนทางวีแชต "ลูกพี่ จักรเย็บผ้ากับกาต้มน้ำนี่รับไหม"
กองของเก่าที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของลานบ้านยังมีของรอให้ค้นอีกเพียบ ถึงเขาจะย้อนเวลากลับมาสามปี แต่ก็จำไม่ได้หรอกว่ากองนั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
วันนี้สภาพร่างกายยังโอเคอยู่ การใช้พลังพิเศษกินแรงน้อยกว่าเมื่อวาน... คงเป็นเพราะใช้บ่อย ร่างกายเลยเริ่มปรับตัวได้ อาหารในกระเพาะก็ยังมีเหลือเฟือ น่าจะพอให้ทำความสะอาดของชิ้นเล็กๆ ได้อีกสักสองสามชิ้น
ลุยต่อดีกว่า
เขาเดินตรงไปยังกองของเก่า ก้มตัวลงเริ่มคุ้ยหาของ