เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 หลิงเซวียนดูดซับแก่นเพลิงสุริยัน เซียวฝานเบิกเนตรกายาระดับปฐพี

บทที่ 15 หลิงเซวียนดูดซับแก่นเพลิงสุริยัน เซียวฝานเบิกเนตรกายาระดับปฐพี

บทที่ 15 หลิงเซวียนดูดซับแก่นเพลิงสุริยัน เซียวฝานเบิกเนตรกายาระดับปฐพี


บทที่ 15 หลิงเซวียนดูดซับแก่นเพลิงสุริยัน เซียวฝานเบิกเนตรกายาระดับปฐพี

เซียวฝานรู้สึกว่าการทำตัวแปลกแยกเป็นเรื่องยาก จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากประสานมือคำนับอย่างขอไปที

หลิงเซวียนยิ้มบางๆ แล้วประสานมือตอบกลับ

แววตาอันเต็มไปด้วยความยำเกรงของทั้งสามคนนั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะเขาได้เอาชนะเหลยสยงเจี๋ยต่อหน้าธารกำนัล

ระดับพลังของพวกเขายังไม่มีใครเทียบเคียงเหลยสยงเจี๋ยได้ ดังนั้นเมื่อหลิงเซวียนสามารถโค่นอีกฝ่ายลงได้ พวกเขาจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสุดซึ้ง

หนึ่งในศิษย์หญิงถึงกับรีบเดินตรงเข้ามาหาหลิงเซวียน

แม้หน้าตาของนางจะไม่ได้งดงามหยดย้อย ทว่าเครื่องหน้ากลับจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณขาวผุดผ่อง จัดว่าเป็นหญิงงามที่มองแล้วเพลินตา

โดยเฉพาะเรือนร่างที่เอวคอดกิ่ว ทว่ากลับดูแข็งแรงและปราดเปรียวดุจแม่เสือดาว ชวนให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้เมื่อได้มอง

ศิษย์หญิงผู้นั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิงเซวียนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "ศิษย์พี่หลิง สวัสดีเจ้าค่ะ ข้าชื่อจ้าวโหรว หากมีโอกาส เราไปทำภารกิจด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ?"

ผู้แข็งแกร่งย่อมได้รับการเคารพยกย่องไม่ว่าจะไปที่ใด

และในเวลานี้ หลิงเซวียนก็คือบุคคลผู้นั้น

หลิงเซวียนยิ้มพร้อมกับพยักหน้า "ได้สิ หากมีเวลาข้าจะไปทำภารกิจด้วยอย่างแน่นอน"

เมื่อได้ยินคำตอบรับ จ้าวโหรวก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง นางเริ่มชวนหลิงเซวียนพูดคุยอย่างออกรสอีกครั้ง

เซียวฝานจ้องมองเอวคอดของจ้าวโหรวครู่หนึ่ง พลางรู้สึกผิดหวังในใจลึกๆ

เขาออกจะรูปงาม แข็งแกร่ง แถมยังมีศักยภาพไร้ขีดจำกัดถึงเพียงนี้ เขาต่างหากที่ควรตกเป็นเป้าความสนใจ

ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเบื้องหลัง

หลิงเซวียนหันกลับไปมอง

เขามองเห็นชายวัยกลางคนสามคนกำลังเดินก้าวฉับๆ ตรงเข้ามา

ผู้ที่เดินนำหน้ามีผมสีดอกเลาที่ขมับ สวมชุดคลุมไหมสีม่วง ท่วงท่าการเดินองอาจดุจมังกร บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง

เบื้องข้างเขาคือหญิงสาวร่างระหงรูปโฉมงดงาม

ตามมาด้วยชายวัยกลางคนอีกสองคนที่อายุราวสี่สิบถึงห้าสิบปี ทั้งคู่สวมชุดคลุมสีขาวนวลจันทร์และแผ่ปราณพลังอันกล้าแกร่ง

บนอกเสื้อของพวกเขามีลวดลายภูเขาสีเขียวปักเอาไว้

ชุดคลุมขาวนวลจันทร์ปักลายภูเขาสีเขียว นี่คือเครื่องแต่งกายที่ผู้อาวุโสสายในแห่งสำนักชิงเสวียนเท่านั้นที่มีสิทธิ์สวมใส่!

เมื่อเซียวฝานเห็นหญิงสาวผู้นั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

แต่หลิงเซวียนกลับขมวดคิ้ว นั่นมันหลิวเฟยไม่ใช่หรือ?

ถ้าเช่นนั้น ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างกายหลิวเฟยก็คือ... รองเจ้าสำนักชิงเสวียนงั้นสิ?

พวกเขามาทำอะไรที่นี่กัน?

"รองเจ้าสำนักหลิว เลิกทำตัวลึกลับเสียที ท่านลากพวกเรามาที่นี่ทำไมกัน? นี่มันก็แค่การแช่บ่อยาของศิษย์สายในที่เพิ่งเลื่อนขั้นขึ้นมาไม่กี่คนไม่ใช่หรือ?" ผู้อาวุโสร่างสูงขมวดคิ้วถาม

"ใช่แล้ว ข้ากำลังยุ่งอยู่กับการฝึกตน ท่านกำลังทำให้ข้าเสียเวลาอยู่ไม่ใช่หรือ?" ผู้อาวุโสร่างผอมบางบ่นสบทบ

รองเจ้าสำนักหลิวหยวนเฟิงหัวเราะร่วน "พวกท่านทั้งสองอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย ที่ข้าพาพวกท่านมาที่นี่ ก็เพื่อให้มาดูว่าที่ศิษย์ของข้าต่างหากเล่า!"

ผู้อาวุโสร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่ง "ท่านเคยลั่นวาจาไว้ไม่ใช่หรือว่าจะไม่รับศิษย์เพิ่มอีก? เหตุใดวันนี้จึงได้เปลี่ยนใจเล่า?"

ผู้อาวุโสร่างผอมพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง ข้าจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อน ทั้งท่านหญิงหนานกง ท่านเจ้าสำนัก และท่านรองเจ้าสำนักหลิว ต่างก็เคยประกาศไว้ว่าจะไม่รับศิษย์สายตรงอีกในชาตินี้ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฝึกตน"

หลิวหยวนเฟิงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง "เดี๋ยวพวกท่านก็รู้เอง! หากข้าบอกตอนนี้มันก็จะหมดสนุกน่ะสิ"

ผู้อาวุโสทั้งสองยิ้มอย่างจนใจ "เอาเถอะๆ พวกเราจะรอดูว่าศิษย์แบบไหนกันที่ทำให้ท่านถึงกับยอมแหกกฎของตัวเองได้!"

การปรากฏตัวของคนทั้งสามทำให้บรรดาศิษย์ที่อยู่ที่นั่นต่างรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที

ศิษย์ทุกคนรวมถึงหลิงเซวียนต่างรีบค้อมกายทำความเคารพ

หลิวหยวนเฟิงโบกมือปัด "พวกเจ้าสนใจแค่เรื่องแช่บ่อยาเถอะ ข้ากับผู้อาวุโสทั้งสองแค่แวะมาดูดายๆ เท่านั้น"

หลิวเฟยขยิบตาให้เซียวฝานจากที่ไกลๆ

หัวใจของเซียวฝานเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เขารู้ดีว่าวันนี้หลิวหยวนเฟิงตั้งใจมาหาเขา

วันนี้จะเป็นวันที่เขาสร้างชื่อเสียงในสำนักชิงเสวียนอย่างเต็มภาคภูมิ!

หลิงเซวียนครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

หลิวหยวนเฟิงแค่อยากจะโอ้อวดต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งสองคนนั้นสักหน่อย

ดูสิ ผู้ที่ปลุกกายาอันแข็งแกร่งขึ้นมาได้คือว่าที่ศิษย์ของข้าเชียวนะ!

ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายอาจทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง

หลิงเซวียนลอบยิ้มบางๆ

ในยามนี้ บ่อยาทั้งหมดถูกเติมน้ำยาสมุนไพรลงไปจนเต็มเปี่ยมแล้ว

จางเวยหู่พยักหน้าเล็กน้อย "ศิษย์น้องทั้งห้า น้ำยาพร้อมแล้ว พวกเจ้าเริ่มแช่ตัวได้เลย"

จ้าวโหรวกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าบ่อยาแต่ละบ่อไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นางจึงเดินตรงไปยังบ่อที่สอง

หลิงเซวียนก้าวเท้ายาวๆ ไปยังบ่อยาที่สาม "ข้าเลือกบ่อที่สาม"

เดิมทีเซียวฝานก็ตั้งใจจะเลือกบ่อที่สามเช่นกัน สัญชาตญาณของเขาบอกว่าบ่อยาที่สามมีความผูกพันบางอย่างกับเขา

แต่ในเมื่อหลิงเซวียนชิงตัดหน้าไปก่อน เขาจึงไม่กล้าแสดงความขุ่นเคืองต่อหน้าหลิวหยวนเฟิงและผู้อาวุโสทั้งสอง จึงทำได้เพียงเลือกบ่อที่ห้า

ไม่นานนัก ศิษย์สายในที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นทั้งห้าคนก็เลือกบ่อยาของตนเองเรียบร้อย

จ้าวโหรวรีบปลดชุดคลุมศิษย์ออก เผยให้เห็นชุดรัดรูปสีขาวที่นางเตรียมไว้สวมทับอยู่ด้านใน

มิเช่นนั้น หากนางสวมเพียงชุดเอี๊ยมตัวใน ย่อมเกิดสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจขึ้นเป็นแน่

ศิษย์อีกสี่คนล้วนเป็นบุรุษ จึงไม่จำเป็นต้องระแวดระวังอันใด พวกเขาเปลื้องเสื้อท่อนบนออกแล้วก้าวลงบ่อไป

หลิงเซวียนกระโจนลงน้ำ ดำดิ่งลงสู่ก้นบ่อในทันที

สายตาของเขากวาดมองไปทั่วก้นบ่อ

แล้วเขาก็พบผลึกสีแดงเพลิงขนาดเท่ากำปั้นซุกซ่อนอยู่ในซอกหินที่ไม่สะดุดตาตามคาด

พื้นผิวของมันถูกเคลือบไว้ด้วยคราบน้ำยาที่สะสมมานานนับปี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีใครเคยสังเกตเห็นมันมาก่อน

"นี่คือแก่นแท้เพลิงสุริยันหลากไหล!"

"สมบัติล้ำค่าที่สามารถเบิกเนตรกายาเพลิงสุริยันแผดเผาได้เมื่อดูดซับมันเข้าไป!"

หลิงเซวียนยื่นมือออกไปคว้ามันมากำไว้ในฝ่ามือ

แก่นแท้เพลิงสุริยันหลากไหลไม่ได้ร้อนระอุจนลวกมือ เมื่อกำไว้ กลับสัมผัสได้เพียงความอบอุ่น

จากนั้นหลิงเซวียนจึงโผล่พ้นผิวน้ำ และหลับตาพริ้มลงเช่นเดียวกับเซียวฝาน จ้าวโหรว และคนอื่นๆ เพื่อตั้งใจดูดซับฤทธิ์ยาจากในบ่อ

ทว่า ในขณะที่คนอื่นๆ ทำได้เพียงดูดซับน้ำยา เขากลับกำลังดูดซับพลังจากแก่นแท้เพลิงสุริยันหลากไหลไปพร้อมกันด้วย

วูบ... วูบ... วูบ...

กระแสความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างราวกับอสรพิษน้อยสีแดงเพลิง

คอยหล่อเลี้ยงทุกอณูของผิวหนัง เนื้อเยื่อ และกระดูก

ถัดไปไม่ไกล

บ่อยาที่ห้าของเซียวฝานก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละน้อย

น้ำยาในบ่อกำลังเดือดพล่าน

ทั่วทั้งเรือนร่างของเซียวฝานเริ่มกลายเป็นสีแดงก่ำ

ราวกับว่าเปลวเพลิงพร้อมจะปะทุออกจากตัวเขาได้ทุกเมื่อ!

อุณหภูมิในอากาศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

จางเวยหู่และหลิวเฟยรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวในทันที

ผู้อาวุโสทั้งสองลุกพรวดขึ้นด้วยความตกตะลึง

"ศิษย์ผู้นั้นกำลังจะปลุกกายาของตนแล้ว!"

"กายายังไม่ทันตื่นรู้อย่างสมบูรณ์ ก็ยังส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิในรัศมีหลายสิบจั้งได้ ปรากฏการณ์เช่นนี้... อย่างน้อยต้องเป็นระดับปฐพีขั้นกลางเป็นแน่!"

ทั้งสองหันมองหลิวหยวนเฟิงด้วยดวงตาเป็นประกาย "รองเจ้าสำนักหลิว มิน่าเล่าท่านถึงอยากเรียกพวกเรามาชมดู ที่แท้ท่านก็ตั้งใจจะอวดพวกเรานี่เอง!"

หลิวหยวนเฟิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความปีติยินดี

เดิมทีเขาคิดว่าการที่เซียวฝานปลุกกายาระดับลึกลับขั้นสูงสุดได้ก็นับว่าโชคดีมหาศาลแล้ว

ไม่คาดคิดเลยว่าเซียวฝานจะสามารถปลุกกายาระดับปฐพีขึ้นมาได้จริงๆ

ด้วยกายาระดับนี้ ในอนาคตอย่างน้อยก็สามารถบำเพ็ญเพียรไปถึงระดับแก่นทองคำขั้นสูงสุดได้อย่างแน่นอน!

สำนักชิงเสวียนมีผู้สืบทอดแล้ว!

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ร่างหลายร่างเหาะเหินมาจากทิศทางต่างๆ ของสำนักชิงเสวียนและร่อนลงจอด ณ ที่แห่งนี้

คนเหล่านี้แทบทั้งหมดล้วนสวมชุดคลุมขาวนวลจันทร์ปักลายภูเขาสีเขียว พวกเขาคือผู้อาวุโสสายในแห่งสำนักชิงเสวียน

ปกติแล้วสถานะของพวกเขาสูงส่งยิ่งนัก ศิษย์ทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้พบเห็น

แต่ทว่ายามนี้ ผู้อาวุโสสายในของสำนักชิงเสวียนกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า!

ความแข็งแกร่งของพวกเขาเทียบเคียงได้กับหลิวหยวนเฟิง ถือเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากเจ้าสำนัก

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น?"

"ข้าสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิที่นี่พุ่งสูงขึ้น เลยตั้งใจมาดูเสียหน่อย"

"มีศิษย์กำลังปลุกกายาอยู่! ดูเหมือนว่าจะเป็นระดับปฐพีเสียด้วย!"

"ศิษย์สายในที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นหรือ? เขาเป็นของข้า!"

เหล่าผู้อาวุโสมองไปยังเซียวฝานในบ่อยาที่ห้าด้วยความประหลาดใจ

หลิวหยวนเฟิงกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เขาเป็นศิษย์ของข้าแล้ว ทุกท่านอย่าได้เสียเวลาเกลี้ยกล่อมเลย"

"อ่า..."

เหล่าผู้อาวุโสแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาในทันที

ตาเฒ่าผู้นี้ลงมือเร็วนัก

วูบ... วูบ... วูบ...

น้ำยาในบ่อเดือดพล่าน

ไอน้ำสีเขียวหนาทึบปกคลุมบ่อยาที่ห้าเอาไว้จนมิด

น้ำยาแปรสภาพกลายเป็นไอ ผสานเข้าสู่ร่างกายของเซียวฝานด้วยความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้น

ครู่ต่อมา จู่ๆ เซียวฝานก็เบิกตาโพลงและแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า

ตู้ม!

สายลมกรรโชกแรงปะทุออกมากวาดต้อนไอน้ำจนสลายไป

เผยให้เห็นเรือนร่างอันกำยำปรากฏแก่สายตาทุกคน

ทั่วทั้งร่างของเซียวฝานแดงฉานราวกับคนลุกเป็นไฟ

ยิ่งไปกว่านั้น ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายของเขายังเต้นระรัวดุจลูกไฟที่กระโดดโลดเต้นอยู่ภายใน!

เส้นริ้วสีแดงอมม่วงหลายเส้นทอดยาวจากหัวใจลามไปยังหัวไหล่ แขน และลำขา

ในเสี้ยววินาทีนี้ สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่เซียวฝานเป็นตาเดียว

จบบทที่ บทที่ 15 หลิงเซวียนดูดซับแก่นเพลิงสุริยัน เซียวฝานเบิกเนตรกายาระดับปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว