- หน้าแรก
- ขีดเขียนบทกวี พลิกปฐพีโลกแดนกลาง
- บทที่ 97 - ชายชราผู้นี้ อนุญาตให้จ้าวเจิ้งแต่งตั้งเทพได้!
บทที่ 97 - ชายชราผู้นี้ อนุญาตให้จ้าวเจิ้งแต่งตั้งเทพได้!
บทที่ 97 - ชายชราผู้นี้ อนุญาตให้จ้าวเจิ้งแต่งตั้งเทพได้!
บทที่ 97 - ชายชราผู้นี้ อนุญาตให้จ้าวเจิ้งแต่งตั้งเทพได้!
จ้าวหมิงหวาดผวา!
ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่!
ในวินาทีนี้
ไม่หลงเหลือความเยือกเย็นสงบนิ่งเฉกเช่นวันวาน และไร้ซึ่งจิตสังหารอันดุดันรวมถึงท่าทีเย่อหยิ่งจองหองเหมือนเมื่อครู่!
สิ่งที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงความหวาดผวา!
"เจ้า! เจ้าไม่ใช่ เจ้าไม่ใช่จ้าวเจิ้ง! เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นใครกันแน่"
เขามองจ้าวเจิ้งด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ!
ในตอนนี้เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจ้าวเจิ้งผู้นี้คือจ้าวเจิ้งคนเดียวกับในความทรงจำ!
เพราะจ้าวเจิ้งคนนี้ แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
สิบแปดปีที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ต้องทนรับการกลั่นแกล้งจากตระกูลจ้าว!
หลังจากสิบแปดปีผ่านไป เพียงแค่สองเดือนสั้นๆ เขากลับเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้อย่างนั้นหรือ
เป็นไปไม่ได้!
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
"เทพมาร! เจ้าคือ เจ้าคือเทพมาร! เจ้าคือเทพมารที่ยึดครองร่างของไอ้โง่นั่น! เจ้าคือ..."
ตูม...
จ้าวเจิ้งหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนักพรต มรรคาแห่งนี้ ราวกับแตกต่างจากมรรคาใดๆ ในโลกใบนี้!
รวมไปถึงผู้ใช้มนตราด้วย!
นี่คือ...
มรรคาแห่งโอสถทองคำ!
จ้าวเจิ้งกระจ่างแจ้งในใจ
กลืนโอสถทองคำลงท้อง ชะตาข้าข้าลิขิตใช่ฟ้ากำหนด!
นี่คือมรรคาแห่งกระบี่โอสถทองคำที่ควบคุมการเข่นฆ่าอย่างแท้จริง!
ในเวลานี้
มรรคาอันยิ่งใหญ่นี้ ถูกเขาทำให้ปรากฏเป็นจริงขึ้นมาด้วยวิถีทางของบัณฑิต ด้วยรูปแบบของบทกวี!
มรรคานี้ แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
มันสะกดข่มมรรคาทั้งปวงและพลังทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้มนตราบนร่างของจ้าวหมิงเอาไว้จนหมดสิ้น!
กระทั่งควบคุมเอาไว้เบ็ดเสร็จ!
ทั่วทั้งร่างของจ้าวหมิง ไม่สามารถรีดเร้นพลังใดๆ ออกมาได้เลยแม้แต่น้อย!
เขาทำได้เพียงถูกปกคลุมด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่อันไร้ปรานี และปล่อยให้กระบี่เล่มนั้นฟาดฟันลงมา!
ตูม!
ห้วงมิติสั่นสะเทือน
ฟ้าดินสั่นสะเทือน
ในวินาทีนี้ ทั่วทั้งฟ้าดินมืดมิดลงชั่วขณะ แม้แต่แสงสีทองแห่งกุศลผลบุญที่สาดส่องเต็มท้องฟ้าก็ราวกับถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างบดบังเอาไว้
ปรากฏเป็นเงาร่างผอมแห้งที่ดูไม่สูงใหญ่นัก สูงราวกับคนธรรมดาทั่วไป ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ยื่นมือหมายจะคว้าตัวจ้าวเจิ้ง!
"หืม"
เงาร่างนั้นเปล่งเสียงประหลาดใจ
"มรรคาที่แข็งแกร่งยิ่งนัก นี่คือมรรคาอันใดกัน นี่มัน..."
โลงศพโลงหนึ่งพุ่งชนห้วงมิติแตกสลาย และครอบคลุมเงาร่างผอมแห้งนั้นเอาไว้ภายในพริบตา
โลงศพพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
แต่ในขณะเดียวกัน ณ ทุ่งน้ำแข็งไพศาล รูปปั้นเทพมารนับไม่ถ้วนที่สังกัดขั้วอำนาจต่างกัน ต่างเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นพร้อมกัน
พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่พันเกี่ยวอยู่รอบกายพวกมัน
"มรรคานี้... แข็งแกร่งยิ่งนัก!"
"นี่คือ... พลังที่ไม่ได้เป็นของโลกใบนี้!"
"เด็กคนนี้... ต้องฆ่าทิ้ง เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม!"
ฆ่า!
ฆ่า!
ฆ่า!
เจตจำนงหลายสายพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน
หลังจากการพันเกี่ยว
ท่ามกลางทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้ จู่ๆ ก็มีรูปปั้นตนหนึ่งราวกับฟื้นคืนชีพขึ้นมา มีเลือดมีเนื้อ!
"การไปของข้าในครั้งนี้ เป็นตายยากจะคาดเดา! หากทำสำเร็จ วันข้างหน้าจงใช้พลังแห่งวิถีเทพยุคหลังนี้ เซ่นไหว้ข้า! แล้วข้า จะรอด!"
รูปปั้นตนนั้นกล่าว
จากนั้น
วูบ...
เลือดเนื้อบนร่างของเขา ก็ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์!
ทั่วทั้งทุ่งน้ำแข็งไพศาล พลังอำนาจจากรูปปั้นนับไม่ถ้วนหลั่งไหลมารวมกันที่เขา
ในชั่วพริบตา เขากลายร่างเป็นบุรุษรูปงามร่างสูงใหญ่สง่างาม ผู้มีดวงตาที่สามอยู่ตรงหว่างคิ้ว!
รูปปั้นแต่ละตน ซึ่งก็คือเทพมารแต่ละองค์ ต่างพยักหน้าเงียบๆ และส่งผ่านเจตจำนงไปให้เขา!
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้ม
ก้าวเท้าออกไป
วินาทีต่อมา
เขากลับปรากฏตัวขึ้นที่มัชฌิมทวีปแล้ว!
ปรากฏตัวที่อาณาจักรเฉียน และปรากฏตัวที่นครหลวงฮ่าวจิง!
ในเวลาเดียวกัน
เลยทะเลตะวันออกออกไป บนทวีปโบราณแห่งนั้น สุสานเก่าแก่ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ระเบิดออก ศพหญิงสาวผู้งดงามล่มเมืองทะยานออกมาจากภายใน
ศพหญิงสาวลืมตาขึ้น
วินาทีต่อมา นางก็ร่อนลงมาเหนือท้องฟ้าของนครหลวงฮ่าวจิง!
ฟ้าดินเปลี่ยนสี
แม้แต่บุรุษสามตาผู้นั้น ก็ยังต้องเปลี่ยนสีหน้า
ทว่า
ระหว่างทั้งสองไม่ได้มีการนัดแนะ และก็ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ
ต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวออกมา พุ่งเป้าไปที่จ้าวเจิ้งพร้อมกัน!
จะบอกว่าพุ่งเป้า สู้บอกว่าถาโถมเข้าใส่จะถูกกว่า!
เพียงพริบตาเดียว ก็ห่อหุ้มร่างของจ้าวเจิ้งเอาไว้!
รวมไปถึงจ้าวหมิงด้วย!
ตูม!
จ้าวหมิงที่เดิมทีก็ได้รับบาดเจ็บจากมรรคาแห่งโอสถทองคำของจ้าวเจิ้งจนเลือดอาบไปทั้งตัวอยู่แล้ว ในเวลานี้ทั่วร่างยิ่งเกิดรอยปริแตก!
ปัง!
จากนั้นก็ระเบิดแหลกละเอียด!
ทิ้งไว้เพียงเด็กน้อยหน้าตาน่ารักปากแดงฟันขาวคนหนึ่งในจุดเดิม!
ส่วนจ้าวเจิ้ง ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเช่นกัน!
ของวิเศษแห่งกุศลผลบุญ พู่กัน หมึก และแท่นฝนหมึกบนร่าง ระเบิดออกในพริบตา ภายในห้วงจิตแห่งปัญญา จิตวิญญาณดั้งเดิมที่อาบไล้ด้วยแสงสีทองปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา พลังทั่วร่างของจ้าวเจิ้งถูกผลักดันไปจนเกือบถึงระดับมหาปราชญ์!
แต่ทว่า
ทั่วทั้งร่าง ก็ยังคงมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเริ่มมีเลือดซึมออกมา!
องค์จักรพรรดินีมีสีหน้าหวาดผวาและโกรธเกรี้ยว ทว่าภายใต้พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของศพหญิงสาวและบุรุษสามตา นางไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย!
ท่ามกลางฟ้าดิน ตัวตนที่กำลังห้ำหั่นกัน ตัวตนจากดินแดนสุดขอบโลกทั้งสี่ บัณฑิตและผู้ใช้มนตรา รวมไปถึงเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ล้วนตกตะลึงหน้าถอดสี
ทั้งหมดถูกข่มขวัญด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของตัวตนทั้งสอง!
"นี่ก็คือ... เทพมารอย่างนั้นหรือ"
"เทพมาร!"
"พวกมันปรากฏตัวอีกครั้ง! มัชฌิมทวีปและเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา... ภัยพิบัติครั้งใหญ่ มาเยือนแล้ว!"
ผู้คนแทบทั้งหมด เริ่มรู้สึกสิ้นหวังในใจ!
บนใบหน้า ก็เผยให้เห็นถึงความสิ้นหวังเช่นกัน!
เทพมารยุคบรรพกาล คือสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นจากฟ้าดินและได้รับการหล่อเลี้ยงจากฟ้าดิน!
อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่พวกเขารับรู้
เทพมารกลุ่มนี้คือตัวตนที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
ภายใต้อำนาจของเทพมารกลุ่มนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ตกเป็นทาส เป็นข้ารับใช้ และยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นอาหาร ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส!
เป็นเพราะบรรพชนนักปราชญ์ที่ยอมเสียสละตนเองอย่างต่อเนื่อง อุทิศเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ เพื่อบุกเบิกดินแดนมัชฌิมทวีปแห่งนี้ให้เป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
เทพมาร...
อันที่จริงแล้วเทพมารนั้น แข็งแกร่งจนไม่อาจเอาชนะได้!
พวกมันควบคุมมรรคาและกฎเกณฑ์ทั้งหมดของโลกใบนี้มาตั้งแต่กำเนิด!
อาจกล่าวได้ว่าวาจาสิทธิ์ แค่ขยับตัว ทุกการกระทำล้วนสอดคล้องกับหลักการอันสูงสุดแห่งฟ้าดิน!
การจากไปของพวกมัน...
ความจริงแล้วพวกมัน ไม่ได้จากไปเองโดยสมัครใจ!
แต่ในยุคสมัยหนึ่ง ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภายนอกห้วงดารา มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวและดึงดูดพวกมันอย่างมหาศาล!
ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกมัน หรือจะเรียกว่าผู้ที่แข็งแกร่งทั้งหมด แทบจะพากันจากไปพร้อมกันในชั่วข้ามคืน!
สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้...
เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเทพมารที่ไม่อาจฝ่าฟันออกไปจากโลกใบนี้ได้เท่านั้น!
และเศษเสี้ยวของเทพมารเหล่านี้ ก็ทำให้บรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์นับไม่ถ้วน ต้องยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตอย่างต่อเนื่อง!
จนในที่สุดก็สามารถบุกเบิกพื้นที่อยู่อาศัยที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นมัชฌิมทวีปแห่งนี้ในโลกใบนี้ได้!
เทพมาร แข็งแกร่งมากจริงๆ!
บุรุษสามตาและศพหญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้ ย่อมเป็นเทพมารอย่างไม่ต้องสงสัย!
เดิมทีเป็นการต่อสู้ภายในของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เป็นสงครามกลางเมืองระหว่างผู้ใช้มนตราและบัณฑิตภายในเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ทว่าในชั่วพริบตา กลับดึงดูดเทพมารให้มาเยือน!
เพราะเหตุใดกัน
"หยุดมือกันก่อนดีหรือไม่ โลกใบนี้ เดิมทีก็เป็นโลกของเผ่าพันธุ์มนุษย์เราอยู่แล้ว! ไยต้องให้เทพมารเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย"
ณ กรมโหรหลวง ท่ามกลางห้วงมิติที่มีคลื่นกระเพื่อมเป็นระลอก หรือจะให้ถูกคือห้วงเวลาที่สับสนอลหม่าน
จู่ๆ เจ้ากรมโหรหลวงก็เอ่ยปากพร้อมรอยยิ้ม
เขาก้าวถอยหลัง พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั่วร่างถูกรั้งกลับไปอย่างรวดเร็ว
เขากลับคืนสู่สภาพปกติ
"ข้าเพิ่งจะคำนวณได้ว่า สำหรับข้าแล้ว เขาไม่ใช่ลางร้ายครั้งใหญ่อีกต่อไป!"
เจ้ากรมโหรหลวงยิ้มและกล่าวต่อ
"แน่นอนว่า สิ่งที่ชายชราผู้นี้ให้ความสำคัญยิ่งกว่าก็คือ... ข้าถูกใจเขาเข้าแล้ว! โอสถทองคำ! โอสถทองคำเชียวนะ! หนทางข้างหน้าของชายชราผู้นี้ สว่างไสวขึ้นมากแล้ว!"
เจ้ากรมโหรหลวงยิ้มจนตาหยี
"ชายชราผู้นี้ อนุญาตให้จ้าวเจิ้งแต่งตั้งเทพได้!"
เจ้ากรมโหรหลวงกล่าว
ปรมาจารย์ขงชิวผู้สูงใหญ่และสง่างาม ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ เสมอ ในวินาทีนี้ เขาไม่พูดไม่จา ยื่นมือออกไป ไม้เรียวปราชญ์ในมือทะลวงผ่านห้วงเวลาและมิติโดยตรง...
ปัง!
ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน และฟาดลงบนร่างของบุรุษสามตาอย่างไม่ปรานี!
ในวินาทีนี้
เงาร่างของเจ้ากรมโหรหลวงก็ไม่ยอมน้อยหน้า เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ตูม!
ทั่วทั้งร่าง ก็ไปปรากฏอยู่เหนือศพหญิงสาวในพริบตา ฝ่าเท้าข้างหนึ่ง กระทืบลงไปที่ศพหญิงสาว!
ศพหญิงสาว... ลุกพรวดขึ้นมาทันที!
ในวินาทีนี้ ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกคน ทั้งผู้ใช้มนตราและบัณฑิต ต่างหยุดมือพร้อมกัน!
ร่วมมือต้านศึกนอก!
จิตสังหารและเจตนาฆ่า พุ่งเป้าไปที่แขกผู้มาเยือนจากทุ่งหญ้าและป่าดงดิบทั้งหมด!
[จบแล้ว]