- หน้าแรก
- หลับใหลในมหาบรรพกาลพันล้านปี ตื่นมาอีกทีเจ้าวานรก็มาขอฝากตัวเป็นศิษย์
- บทที่ 209 อิ๋งเจิ้งโกรธแค้น จัดระเบียบขุนเขาและแม่น้ำ รวมแผ่นดินหัวเซี่ยอีกครั้ง!
บทที่ 209 อิ๋งเจิ้งโกรธแค้น จัดระเบียบขุนเขาและแม่น้ำ รวมแผ่นดินหัวเซี่ยอีกครั้ง!
บทที่ 209 อิ๋งเจิ้งโกรธแค้น จัดระเบียบขุนเขาและแม่น้ำ รวมแผ่นดินหัวเซี่ยอีกครั้ง!
บทที่ 209 อิ๋งเจิ้งโกรธแค้น จัดระเบียบขุนเขาและแม่น้ำ รวมแผ่นดินหัวเซี่ยอีกครั้ง!
“ท่านอาจารย์ หรือว่ามีคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?”
ปฐมกิเลนก้มหน้าลง น้ำเสียงของเขามวลไปด้วยความไม่ยินยอมและความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน!
โจวเสวียนพยักหน้า สายตาลึกล้ำดั่งห้วงเหว ราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสรรพสิ่ง:
“ถูกต้อง การต่อสู้ของเผ่ามังกร หงส์ และกิเลน เป็นเพียงหมากในแผนการของหงจวินและกฎสวรรค์เท่านั้น”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่ทุกถ้อยคำดั่งคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจของปฐมกิเลน:
“พวกเขาร่วมมือกันเพื่อที่จะควบคุมยุคบรรพกาลได้เบ็ดเสร็จยิ่งขึ้น โดยแลกกับการให้สรรพชีวิตตกอยู่ในสังสารวัฏ ทำให้อ่อนแอลง แบ่งแยกเผ่าพันธุ์ต่างๆ เพื่อบั่นทอนพลังอำนาจแห่งยุคบรรพกาล!”
“เช่นนี้ กฎสวรรค์ก็จะสามารถครอบงำยุคบรรพกาลได้อย่างแท้จริง! และจะไม่มีสรรพชีวิตใดกล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของกฎสวรรค์ได้อีก!”
ปฐมกิเลนฟังแล้วร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความโกรธแค้นถาโถมขึ้นมาดั่งคลื่นยักษ์ เขาขบฟันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ:
“ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!”
เขาคำรามต่ำ เสียงดังก้องสะท้อนอยู่ในลานเต๋า:
“กฎสวรรค์เลวทราม! ทำชั่วสารพัด! ยังมีตาเฒ่าหงจวินที่คอยช่วยคนชั่วทำเลวอีก!”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวเสวียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและกล่าวต่อไป:
“มังกร หงส์ และกิเลน เดิมทีถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการก่อเกิดฟ้าดิน ได้รับการรังสรรค์จากไอหยางแห่งจักรวาล!”
“สามเผ่าพันธุ์ล้วนมีต้นกำเนิดเดียวกัน เดิมทีควรจะอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ สามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน! แต่กลับเพราะแผนการสกปรกของหงจวินและกฎสวรรค์ ทำให้สรรพชีวิตต้องล้มตายเป็นเบือและตกต่ำถึงเพียงนี้!”
“ช่างน่าเศร้าและน่าสังเวชยิ่งนัก!”
คำพูดของโจวเสวียนแต่ละคำทิ่มแทงเข้าไปในส่วนลึกของใจปฐมกิเลน
เขาไม่เคยสงสัยในคำพูดของโจวเสวียนแม้แต่น้อย เพราะพลังของโจวเสวียนนั้นเหนือล้ำเกินจินตนาการ เพียงนิ้วเดียวก็เพียงพอที่จะดับสูญกฎสวรรค์และทำลายยุคบรรพกาลให้สิ้นซากได้!
ยอดฝีมือไร้เทียมทานเช่นนี้ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมุสา!
ปฐมกิเลนหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในปฐมมหันตภัยมังกรฮั่น!
สามเผ่าแย่งชิงความเป็นใหญ่ บาดเจ็บล้มตายคณานับ!
โลหิตไหลนองเป็นสายธาร ซากศพกองพะเนินเทินทึกดั่งภูเขา!
เพื่อนร่วมเผ่านับไม่ถ้วนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แม้แต่ทารกที่เพิ่งลืมตาก็ยังต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับเสียงร่ำไห้!
“ที่แท้... ทั้งหมดนี้ก็เป็นพวกมันที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง!”
เสียงของปฐมกิเลนสั่นเทา แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอันเย็นเยียบ:
“ท่านอาจารย์ หวังไฉต้องการล้างแค้น!”
“หวังไฉจะทำให้พวกมันต้องชดใช้หนี้เลือดนี้ด้วยเลือด!”
โจวเสวียนมองเขาอย่างเงียบๆ ด้วยสายตาลึกล้ำ:
“ล้างแค้นรึ? นั่นมันง่ายเกินไป ข้าผู้เป็นอาจารย์จะพาเจ้าบุกวังจื่อเซียวเสียตอนนี้เลย ไปลากตัวหงจวินออกมาสับเป็นหมื่นชิ้น!”
“แล้วจากนั้นค่อยพาเจ้าไปยังสุดขอบฟ้า ทำลายกฎสวรรค์ทิ้งเสีย แล้วสร้างยุคบรรพกาลขึ้นมาใหม่!”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของโจวเสวียน ปฐมกิเลนถึงกับตะลึงไปชั่วครู่!
เขาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยสายตาแน่วแน่ว่า:
“ท่านอาจารย์ ศิษย์รู้ว่าท่านมีพลังลึกล้ำไม่อาจหยั่งถึง! กฎสวรรค์ต่อหน้าท่านก็เป็นเพียงตั๊กแตนตำข้าวที่บังอาจขวางรถศึก! แต่ศิษย์ปรารถนาจะล้างแค้นด้วยพลังของตนเอง อย่างสง่าผ่าเผยและยุติธรรม!”
โจวเสวียนหรี่ตาลงมองปฐมกิเลนแวบหนึ่ง ก่อนจะโยนไข่มังกรบรรพชนให้เขาแล้วกล่าวว่า:
“เจ้าอยากจะล้างแค้นด้วยมือตัวเองรึ? นั่นก็ย่อมได้ เจ้าไปฟักไข่มังกรบรรพชนนี้ให้สำเร็จก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะถ่ายทอดวิชาให้เจ้าสักเล็กน้อย ซึ่งมันก็เพียงพอจะให้เจ้าบุกวังจื่อเซียวไปเด็ดหัวหงจวินได้แล้ว!”
ปฐมกิเลนกำไข่มังกรไว้แน่น ปลายนิ้วขาวซีดด้วยความตื่นเต้น โลหิตในกายพลุ่งพล่านด้วยความฮึกเหิม
เขาคุกเข่ากราบกรานอย่างสุดซึ้ง:
“ท่านอาจารย์โปรดวางใจ หวังไฉจะไปฟักบรรพชนมังกรออกมาให้ได้เดี๋ยวนี้!”
“ไปเถอะ ไปเถอะ! อ้อ... อย่าลืมรดน้ำต้นหลิวกลวงต้นนั้นทุกวันด้วยนะ!”
“ขอรับ ศิษย์น้อมรับคำสั่ง!”
ปฐมกิเลนกล่าวจบก็โอบอุ้มไข่มังกรบรรพชนแล้วถอยออกไป
มุมปากของโจวเสวียนประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ สายตาลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
สายลมพัดผ่านใต้ต้นหลิวโบราณ พัดพาใบไม้ร่วงหล่นลงมาเป็นระลอก
โจวเสวียนหาวหวอดหนึ่งที ก่อนจะเอนกายลงบนเก้าอี้โยกแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสงบ
ในอีกด้านหนึ่ง ข้าจะนำพาพวกเจ้าไปพบกับศิษย์คนที่สองของโจวเสวียน—ฉินสื่อหวงอิ๋งเจิ้ง
หลังจากที่อิ๋งเจิ้งได้สำเร็จ "เคล็ดวิชาราชวงศ์แห่งวิถีกษัตริย์หมื่นปีไม่เสื่อมสลาย" ซึ่งเชื่อมโยงโชคชะตาของตนเข้ากับราชวงศ์ต้าฉินจนบรรลุธรรมเป็นไท่อี่จินเซียนภายในวันเดียว
อิ๋งเจิ้งได้อำลาท่านอาจารย์โจวเสวียน เดินทางออกจากลานเต๋าหลิงเสวียน มุ่งหน้ากลับสู่ราชวงศ์ต้าฉินแห่งทวีปตงเซิ่งเสินโจว
ในฐานะไท่อี่จินเซียน เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็กลับถึงนครฉางอาน เมืองหลวงของฉิน
ทว่าในยามนี้ แผ่นดินกลับลุกเป็นไฟ สถานการณ์พลิกผันเกินคาดเดา
เฉินเซิ่งและอู๋กว่างได้ชูธงปฏิวัติที่ต้าเจ๋อเซียง คำรามก้องกัมปนาทสะท้านฟ้า: “เหล่าอ๋อง ขุนนาง แม่ทัพ ใช่ว่าจะมีสายเลือดสูงส่งมาแต่เกิด!” เสียงนั้นดั่งอสนีบาตฟาดฟัน ปลุกราษฎรที่ถูกกดขี่ให้ตื่นจากการหลับใหล
กองทัพกบฏที่ใช้ชื่อว่า “จางฉู่” ลุกฮือขึ้น เปลวไฟแห่งการต่อต้านลุกลามไปทั่วทั้งสี่ทิศอย่างรวดเร็ว
ที่แคว้นฉู่ เซี่ยงเหลียงและเซี่ยงอวี่สองอาหลานก็เคลื่อนไหวตามกระแส รวบรวมขุมกำลังเก่าก่อการขึ้นที่อู๋เซี่ยน
ในศึกจวี้ลู่ เซี่ยงอวี่ถึงขั้นสั่งทุบหม้อข้าวทิ้ง เข้าสู่การสู้รบอย่างบ้าคลั่งสามวันสามคืนโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนสามารถทำลายล้างกองทัพหลักของฉินลงได้อย่างราบคาบในสนามรบ!
ในวินาทีนั้น ธงทัพฉู่สะบัดพริ้วอย่างทระนง เซี่ยงอวี่ใช้พลังอันมหาศาลสถาปนาตนเองเป็นผู้นำที่แท้จริงของเหล่าขุนศึกต่อต้านฉิน
ขณะเดียวกัน หลิวปังก็เริ่มก่อการที่เพ่ยเซี่ยน ตั้งตนเป็น “เพ่ยกง”
แม้เขาจะสวมใส่เพียงเสื้อผ้าธรรมดาสามัญ แต่ภายในใจกลับบรรจุความทะเยอทะยานที่จะครอบครองใต้หล้า
ยอดคนอย่างเซียวเหอ จางเหลียง หานซิ่น และคนอื่นๆ ต่างทยอยมาเข้าร่วม จนในค่ายของเพ่ยกงเต็มไปด้วยผู้มีความสามารถประหนึ่งหมู่เมฆที่รวมตัวกัน
แคว้นฉี เถียนตานสังหารผู้ว่าการเมืองที่ตี๋เซี่ยน สถาปนาตนเป็นฉีหวาง ยึดดินแดนเก่ากลับคืนมาอย่างดุเดือด
แคว้นเว่ย องค์ชายเว่ยจิ้วตอบรับการเรียกร้องของเฉินเซิ่ง ตั้งตนเป็นเว่ยหวาง สาบานว่าจะฟื้นฟูเกียรติยศของแคว้นตนเอง
วีรบุรุษและขุนศึกจากทั่วทุกสารทิศลุกฮือขึ้น ภูเขาและแม่น้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
ราษฎรและกองโจรนับไม่ถ้วนต่างลุกขึ้นสู้ บ้างยึดครองขุนเขาเป็นใหญ่ บ้างปล้นคนมั่งมีเพื่อช่วยคนยากไร้ ความแค้นที่สั่งสมมานานระเบิดออก เปลวไฟสงครามลุกโชนสะท้อนท้องฟ้า เสียงกลองแห่งยุคสมัยอันโกลาหลดังกึกก้องไปทั่วทุกหัวระแหง
เพียงชั่วพริบตา โชคชะตาของราชวงศ์ต้าฉินก็ตกอยู่ในภาวะวิกฤต ประหนึ่งเปลวเทียนที่วูบไหวท่ามกลางพายุฝน!
ณ เบื้องหน้าพระราชวังเสียนหยาง อิ๋งเจิ้งกวาดสายตามองออกไป เห็นเพียงภาพซากปรักหักพังและกำแพงที่พังทลาย
เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของโชคชะตาแห่งต้าฉินที่ผันผวนอย่างรุนแรง จิตใจของเขาชาวาบ
“น่ารังเกียจนัก ต้าฉินของข้าตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวรึ?!”
“มิน่าเล่า... พลังบำเพ็ญของข้าถึงได้หยุดชะงักอยู่ที่ระดับไท่อี่จินเซียน ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้!”
อิ๋งเจิ้งขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายรัศมีเย็นเยียบ
“หากต้าฉินยังคงอยู่ในจุดสูงสุด ข้าคงก้าวเข้าสู่ระดับต้าหลัวจินเซียนไปนานแล้ว!”
“แต่ยามนี้โชคชะตาของต้าฉินเสื่อมถอย แม้แต่ตัวข้าก็ยังถูกพันธนาการไว้... พลังบำเพ็ญยากจะรุดหน้า!”
“ช่างน่าแค้นใจนัก!”
เขาทอดถอนหายใจยาว สีหน้ามืดมนดุจน้ำหมึก
“ยามข้ามีชีวิต แผ่นดินสงบราบคาบ ราษฎรนับหมื่นล้วนศิโรราบ”
“พอข้าสิ้นใจเพียงลำพัง พวกเศษซากจากหกแคว้นก็พากันกำเริบ... น่าขันและน่าสมเพชยิ่ง!”
“ฝูซู... ข้าส่งเจ้าไปประจำการที่ชายแดนเหนือ เหตุใดเจ้าถึงไม่นำทัพมาปราบกบฏ? ความเมตตาปรานีแบบสตรีของเจ้า ในที่สุดก็ขัดขวางความสำเร็จจนได้!”
“ยังมีเหมิงเถียนและหวังหลี พวกเจ้ามีทหารม้าเหล็กชั้นยอดของต้าฉินสามแสนนายอยู่ในมือ กลับปล่อยให้พวกโจรป่าอาละวาดได้ถึงเพียงนี้เชียวรึ?”
อิ๋งเจิ้งโกรธจัดจนหัวเราะออกมา ในฝ่ามือมีประกายอสนีบาตแลบแปลบปลาบ กลิ่นอายกดดันรุนแรงจนแทบจะกลายเป็นมวลสาร
เขานึกถึงวินาทีที่ตนเองสิ้นชีพอย่างกะทันหันที่วังซาชิวจากการลงทัณฑ์สวรรค์ของจักรพรรดิหยก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
เขารีบใช้นิ้วคำนวณอนุมาน เพียงครู่เดียวความจริงก็ปรากฏชัด
“ที่แท้มันเป็นเช่นนี้เอง...”
น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบประหนึ่งดังมาจากขุมนรกอเวจี
“จ้าวเกาและหลี่ซือ—พวกเจ้าบังอาจปลอมแปลงราชโองการ ถอดถอนและแต่งตั้งรัชทายาทตามใจชอบ!”
“จ้าวเกาสอดแทรกการเมือง หลี่ซือสมคบคิด หูไห่ขึ้นครองราชย์จนบ้านเมืองพินาศย่อยยับ... ช่างเป็นทัณฑ์สวรรค์ที่วางแผนมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ คิดจะทำให้ต้าฉินของข้าล่มสลายลงภายในสองชั่วอายุคนสินะ!”
อิ๋งเจิ้งไม่อาจสะกดกลั้นความพิโรธได้อีกต่อไป อสนีบาตเทวะสีทองระเบิดออกจากฝ่ามือจนห้วงมิติรอบข้างสั่นสะเทือน
“จ้าวเกา! หลี่ซือ! ข้าจะทำให้พวกเจ้ากลายเป็นเถ้าธุลี!”
“ยังมีจักรพรรดิหยก และกฎสวรรค์นั่นอีก! ข้าจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปเด็ดขาด!”
หลังจากความโกรธเริ่มทุเลาลง สติของอิ๋งเจิ้งก็กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังขอบฟ้าทางทิศเหนือ ดวงตาคมปราบแฝงด้วยเจตนาสังหาร
“ราชโองการของหูไห่และจ้าวเกาที่สั่งประหารฝูซูและเหมิงเถียนยังคงอยู่ระหว่างทาง... ขอเพียงข้าไปถึงดินแดนทางเหนือก่อน ก็จะสามารถช่วยพวกเขาไว้ได้!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น อิ๋งเจิ้งก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว
“แคว้นซ่างจวินทางเหนือ คือปราการเหล็กสุดท้ายของต้าฉิน! เหมิงเถียน ฝูซู ข้ามาแล้ว!”
เขาบินข้ามภูเขาและสายน้ำนับไม่ถ้วน มองลงไปเบื้องล่างเห็นเปลวไฟสงครามโชติช่วงในโลกมนุษย์
ธงกบฏตั้งตระหง่านอยู่ทุกหนแห่ง!
เหล่าโจรและผู้ลี้ภัยกระจายไปทั่วแผ่นดิน!
เมืองถูกเผาวอด หมู่บ้านรกร้างว่างเปล่า!
ขุนเขาและแม่น้ำแตกสลายย่อยยับ!
“หึ! ในเมื่อแผ่นดินหัวเซี่ยแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เช่นนี้ ก็ให้ข้าผู้เป็นจักรพรรดินำทหารม้าเหล็กสามแสนนายกวาดล้างสยบใต้หล้าอีกครั้ง ให้ภูเขาและแม่น้ำกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียว!”
“ตราบเท่าที่ข้ายังอยู่ ต้าฉินจะไม่มีวันล่มสลาย!”
สิ้นเสียงประกาศศักดา มังกรทองขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือหมู่เมฆ เสียงคำรามของมันสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งเก้าแคว้น
อิ๋งเจิ้งในร่างมังกรทองพุ่งทะยานมุ่งสู่ดินแดนทางเหนือด้วยความเร็วแสง สาบานว่าจะใช้กองทัพสามแสนนายแห่งแคว้นเหนือ จัดระเบียบขุนเขาและแม่น้ำ รวมแผ่นดินหัวเซี่ยให้กลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง!