- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 39 แผนซ้อนแผน
บทที่ 39 แผนซ้อนแผน
บทที่ 39 แผนซ้อนแผน
ลูกพี่จิตวิญญาณไม่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมิติยังอยู่ เหออวี่จู้คงคิดว่าตัวเองถูกทิ้งไปแล้ว
"ลูกพี่ เก็บตัวบำเพ็ญเพียรเหรอ"
"เปล่า ฉันกำลังหาผู้ซื้ออยู่"
"บอกหน่อยได้ไหมว่ามีผู้ซื้อแบบไหนบ้าง"
จิตวิญญาณตอบว่า "เรื่องนี้บอกไม่ได้จริง ๆ จากการทดลองหลายครั้งก่อนหน้านี้ ฉันพบว่าผู้ซื้อที่หามาตอนแรกยากจนเกินไป พวกเราเสียเปรียบมาก ตอนนี้คนที่ฉันหาล้วนเป็นผู้ที่มีโชคชะตายิ่งใหญ่ในสวรรค์หมื่นภพ"
"คนพวกนี้ ในอนาคตอาจจะกลายเป็นปรมาจารย์แห่งมรรคาได้ ดังนั้นเรื่องของพวกเขาจึงไม่สามารถนำมาวิพากษ์วิจารณ์ได้"
จิตวิญญาณไม่อยากพูด เหออวี่จู้ก็เข้าใจดีถึงผลกำไรมหาศาลที่อยู่ในนั้น โลกใบเล็ก ๆ ใบนี้ โชคชะตาของพ่อครัวคนเดียวยังมีความสามารถมหัศจรรย์ขนาดนั้น แล้วโลกใบใหญ่พวกนั้น ของที่อยู่ในมือของว่าที่ปรมาจารย์แห่งมรรคาผู้มีโชคชะตายิ่งใหญ่จะแย่ได้ยังไง
เรื่องน่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือ ตอนนี้เหออวี่จู้ทำได้แค่มอง แต่เอามาใช้ไม่ได้
ตอนนี้ เมล็ดพันธุ์ที่กัดกินโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิมในโลกนี้ถูกรวบรวมไว้ครบแล้ว เหออวี่จู้ก็แค่รอต่อไปก็พอ
เมื่อไหร่จะได้แต่งเมียสักทีนะ ไม่งั้นตอนกลางคืนมันน่าเบื่อเกินไปแล้ว
ถึงฉินหวยหรูจะเดินจากไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ตัดใจ ยังคงคิดถึงเนื้อก้อนนั้นในมือของเหออวี่จู้ เธอคอยจ้องมองผ่านหน้าต่างอยู่ในบ้านตลอด
แต่พอเหออวี่จู้กลับมา ในมือกลับว่างเปล่า
เนื้อไปไหน ใครเอาเนื้อของบ้านเธอไป
ฉินหวยหรูคิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าเหยียนปู้กุ้ยมีสิทธิ์อะไรถึงหลอกเอาเนื้อในมือเหออวี่จู้ไปได้ เธอจดจำความแค้นนี้ไว้ในใจ และตั้งมั่นว่าจะต้องหาสาเหตุให้ได้
ในลานสี่ประสานมีคนฝีมือฉกาจอยู่ไม่น้อย แต่ช่วงนี้ต่างก็พ่ายแพ้ให้กับเหออวี่จู้กันหมด เหยียนปู้กุ้ยที่เป็นแค่ลุงสามผู้ไม่โดดเด่น มีสิทธิ์อะไรถึงได้ก้าวขึ้นมาเหนือทุกคน
ขอแค่รู้สาเหตุความสำเร็จของเขา ก็จะสามารถแย่งช่องทางของเหยียนปู้กุ้ยมาได้ แถมยังสามารถกลับมาควบคุมเหออวี่จู้ได้อีกครั้ง ขอแค่ควบคุมเหออวี่จู้ได้ บ้านเจี่ยก็จะกลับมาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้อีก
ครั้งนี้ ฉินหวยหรูกับเจี่ยจางซื่อร่วมมือกัน ใช้เวลาอยู่หลายวัน ในที่สุดก็สืบรู้สาเหตุความสำเร็จของเหยียนปู้กุ้ยจนได้
ให้อภัยไม่ได้ ทนไม่ได้เด็ดขาด
นี่คือเสียงในใจที่ตรงกันของฉินหวยหรูกับเจี่ยจางซื่อ
บ้านพวกเธอก็แนะนำคู่ดูตัวให้เหออวี่จู้เหมือนกัน แถมยังพาคนมาแล้วด้วย มีสิทธิ์อะไรถึงไม่เอาเนื้อมาให้บ้านเธอ
เนื้อก้อนนั้นมันควรจะเป็นของบ้านเธอสิ
การใช้เรื่องดูตัวมาหลอกล่อเหออวี่จู้ก็เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของบ้านเธอ คนอื่นห้ามเข้ามายุ่ง เหยียนปู้กุ้ยล้ำเส้นแล้ว
เรื่องนี้ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
ทุกคนต่างก็จ้องจะเอาเปรียบเหออวี่จู้ แต่ละคนก็มีช่องทางของตัวเอง นี่คือข้อตกลงที่รู้กันดี ลุงใหญ่พึ่งพาการมัดมือชกด้วยศีลธรรม ลุงรองพึ่งพาอำนาจ ลุงสามพึ่งพาการคิดคำนวณ ส่วนเรื่องมารยาหญิงคือถิ่นของฉินหวยหรู
เหยียนปู้กุ้ยถึงกับใช้มารยาหญิงมาหลอกเอาเปรียบเหออวี่จู้ นี่มันจงใจแย่งซีนฉินหวยหรูชัด ๆ ถ้าทุกคนทำแบบนี้กันหมด มันจะไม่วุ่นวายไปหมดหรือไง
ฉินหวยหรูตัดสินใจว่าจะต้องสั่งสอนเหยียนปู้กุ้ยสักหน่อย แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของฉินหวยหรูคือผู้อ่อนแอและน่าสงสาร ย่อมไม่มีทางลงมือเองอยู่แล้ว
การจะจัดการเหยียนปู้กุ้ย ก็ไม่ต้องให้เธอลงมือเอง เหออวี่จู้นั่นแหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด
ที่โรงอาหารของโรงงานรีดเหล็ก ฉินหวยหรูจงใจเลือกเวลาที่ไม่ได้ทำกับข้าว เวลานี้คนในโรงอาหารต่างก็กำลังทำความสะอาดกันอยู่ ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ เหออวี่จู้ก็คงหาข้ออ้างปฏิเสธที่จะเจอเธอไม่ได้
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ฉินหวยหรูคาดคิดไว้ เพื่อให้เธอรีบ ๆ ไปพ้น ๆ ทางโรงอาหารจึงจำใจต้องเรียกเหออวี่จู้ออกมา
"จู้จื่อ ตกลงพี่ไปทำอะไรให้เธอโกรธเนี่ย เธอถึงได้ทำกับพี่แบบนี้"
เหออวี่จู้ตอบว่า "หยุดเลย มีอะไรก็รีบพูดมา ถ้าไม่มีก็รีบไสหัวไป"
จากการคลุกคลีกันมานาน ฉินหวยหรูรู้ดีว่าเหออวี่จู้ในตอนนี้ไม่มีความอดทนมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับเธอหรอก
ตอนนี้เหออวี่จู้จัดการเรื่องราวได้อย่างเด็ดขาด ถ้าจัดการไม่ได้ก็แจ้งความทันที
ครั้งนี้เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ฉินหวยหรูไม่อยากจะยอมแพ้
"จู้จื่อ พี่สืบข่าวมาได้เรื่องนึง เธอเอาหมั่นโถวมาให้พี่ห้าลูก แล้วพี่จะบอก"
เหออวี่จู้คิดในใจ ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ทำอะไรนี่นา จะมีข่าวสำคัญอะไรได้
"ถ้าพี่อยากพูด ก็รีบพูดมา ถ้าไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ ผมไม่มีเวลามานั่งฟังพี่พูดไร้สาระหรอกนะ"
ฉินหวยหรูโกรธจนลมออกหู แต่ก็ยังอดกลั้นไว้ แล้วพูดว่า "ถ้าเธอไม่อยากฟัง พี่ก็ไม่พูดแล้ว ข่าวเกี่ยวกับครูหร่านน่ะ เธอไม่อยากฟังก็ช่างเถอะ"
เหออวี่จู้ลองคิดดู ครูหร่านก็น่าจะเป็นคนที่เหยียนปู้กุ้ยตั้งใจจะแนะนำให้เขานั่นแหละ เดิมทีก็ไม่ได้หวังให้เหยียนปู้กุ้ยแนะนำให้อยู่แล้ว คราวก่อนก็ลืมถามชื่อครูคนนั้นไปด้วย
ฉินหวยหรูจะมีข่าวอะไรได้ ค่าเทอมของป้างเกิงที่บ้านหล่อนก็ยังไม่ได้จ่าย เจอหน้าครูก็แทบจะอยากหายตัวไปซะให้พ้น ๆ ยังจะมาอ้างข่าวครูหร่านอีก หลอกเด็กชัด ๆ
เหออวี่จู้ไม่สนใจท่าทางเสแสร้งของฉินหวยหรู หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องครัวด้านหลังทันที
ฉินหวยหรูกำลังรอให้เหออวี่จู้อ้อนวอนเธออยู่ แต่ผลปรากฏว่าข้างหลังกลับเงียบกริบ พอหันไปดู ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเหออวี่จู้แล้ว
ฉินหวยหรูกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเหออวี่จู้ถึงไม่ยอมหลงกล
ไม่มีทางเลือกอื่น ฉินหวยหรูจึงจำใจต้องไปตามหลิวหลานมา
"หลิวหลาน เธอช่วยไปเรียกจู้จื่อออกมาให้ฉันอีกรอบหน่อยสิ"
หลิวหลานแกล้งทำเป็นไขสือถามว่า "เมื่อกี้พวกเธอคุยกันไม่รู้เรื่องเหรอ จู้จื่อต้องเตรียมตัวทำกับข้าวรับรองผู้บริหารแล้วนะ ไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นกับเธอหรอก"
ฉินหวยหรูเองก็ไม่พอใจท่าทีของหลิวหลานเหมือนกัน เมื่อก่อนก็เห็นเอาแต่ประจบประแจงเธอ ตอนนี้ไม่เพียงแต่จะเขย่าทัพพีเวลาตักข้าวให้ แถมยังพูดจาไม่ดีใส่อีก
"เธอวางใจเถอะ ไม่รบกวนเวลาเขามากหรอก"
หลิวหลานไม่มีทางเลือก จึงต้องไปหาเหออวี่จู้อีกครั้ง "นายรีบไปไล่ฉินหวยหรูไปพ้น ๆ เถอะ มีเรื่องสำคัญอะไรหนักหนา ถึงต้องมาคุยกับนายให้ได้เนี่ย"
เหออวี่จู้เพิ่งจะคิดได้ว่า ต้องสั่งสอนฉินหวยหรูสักหน่อย ถ้างั้นก็ซ้อนแผนซะเลยก็แล้วกัน
"ฉินหวยหรู หมั่นโถวน่ะไม่มีหรอกนะ มีอะไรก็รีบพูดมา"
สถานการณ์แบบนี้ คงหมดหวังจะได้หมั่นโถวแล้ว ฉินหวยหรูจึงจำใจต้องยอมแพ้
"จู้จื่อ เธอเข้าใจพี่ผิดไปมากเลยนะ ไว้ต่อไปเธอจะรู้เองว่าพี่ดีกับเธอขนาดไหน พี่จะบอกให้นะ ลุงสามไม่มีความคิดจะแนะนำคู่ดูตัวให้เธอเลยสักนิด พี่ให้ป้างเกิงไปถามครูหร่านมาแล้ว หล่อนไม่เคยได้ยินชื่อเธอด้วยซ้ำ"
ฉินหวยหรูพูดอย่างได้ใจว่า "เข้าใจหรือยังล่ะ ลุงสามหลอกเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ ป่านนี้เธอก็คงยังถูกปิดหูปิดตาอยู่แน่ ๆ"
"เธอว่าสิ เพื่อเรื่องของเธอ พี่อุตส่าห์ให้ป้างเกิงไปเป็นธุระให้ การขอหมั่นโถวเธอแค่ไม่กี่ลูกมันจะเป็นไรไป"
"จู้จื่อ เชื่อพี่นะ รออีกสักพักพี่จะกลับบ้านนอก แล้วพาจิงหรูมาให้พวกเธอได้เจอกัน เธอเองก็อย่าไปโทษลุงสามเลย เขาก็แค่หลอกเอาเนื้อก้อนนั้นในมือเธอเท่านั้นแหละ"
"ลุงสามก็เป็นผู้อาวุโสในลานบ้าน เธออย่าไปแก้แค้นเขาเพราะเรื่องแค่นี้เลยนะ ขืนลุงทั้งสามในลานบ้านรู้เข้า เขาต้องมาหาเรื่องเธอแน่"
เหออวี่จู้ปรายตามองฉินหวยหรูที่กำลังทำหน้าได้ใจแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า "เอาล่ะ ผมรู้แล้ว พี่กลับไปเถอะ"
ท่าทีของเหออวี่จู้ทำให้ฉินหวยหรูคาดเดาไม่ถูก และไม่กล้าจะดื้อด้านอยู่ต่อ จึงทำได้เพียงกลับไปที่โรงซ่อมด้วยความอาลัยอาวรณ์
เหออวี่จู้พอจะเข้าใจแล้วล่ะ วันนั้นตอนที่เอาเนื้อให้เหยียนปู้กุ้ย ฉินหวยหรูคงจะเห็นเข้า หล่อนก็เลยเก็บความแค้นนี้ไว้ แล้วกะจะยืมดาบฆ่าคนสินะ
ไม่สิ เกรงว่าจุดประสงค์คงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นแน่
ฉินหวยหรูเคยกลับไปมือเปล่าโดยไม่บีบน้ำตาทิ้งไว้สักหยดด้วยเหรอ การที่หล่อนยอมจากไปง่าย ๆ แบบนี้ แน่นอนว่าต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่แน่
ถ้าเหออวี่จู้หลงกลหล่อน แล้วไปแก้แค้นเหยียนปู้กุ้ยจริง ๆ นั่นก็เท่ากับว่าเขามีจุดอ่อนอยู่ในมือหล่อน วันข้างหน้าก็คงจะถูกหล่อนแบล็กเมล์เอาได้
ฝันหวานไปเถอะ
ความจริงการจะแก้แค้นเหยียนปู้กุ้ย มันก็ไม่ง่ายเลย เขาเห็นเงินสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แม้แต่ลูกชายก็ยังเทียบไม่ได้ แต่การจะแก้แค้นเขาด้วยเรื่องเงิน มันก็ยากเอาการอยู่ เพราะเหยียนปู้กุ้ยมีความอ่อนไหวเรื่องเงินสูงมาก
จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือ รถจักรยานมือสองที่เขารักปานดวงใจคันนั้นนั่นแหละ
เหออวี่จู้ตัดสินใจแล้วว่าจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
(จบบท)