- หน้าแรก
- ผมจะเป็นเศรษฐีด้วยการปลูกต้นไม้ ต้นละหนึ่งหยวน
- บทที่ 17 - ป่าท้อสิบลี้
บทที่ 17 - ป่าท้อสิบลี้
บทที่ 17 - ป่าท้อสิบลี้
ข่าวมาถึงในอีกสามวันต่อมา
บ่ายวันนั้นเฉินหลินกำลังเดินตรวจงานอยู่บนเขา ขากางเกงเต็มไปด้วยดอกหญ้าเจ้าชู้ที่แกะไม่ออก
จู่ๆ มือถือในกระเป๋าก็สั่นครืดๆ จนต้นขาชา หยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นสายจากผู้เฒ่าหลี่
"หลินจื่อ เอ็งลงมาหน่อย"
"กำลังไปครับ"
เขาวิ่งเหยาะๆ ลงมาจากเนินเขาฝั่งใต้ของตงหลิ่ง พอถึงที่ทำการหมู่บ้าน ก็เห็นผู้เฒ่าหลี่นั่งอยู่หลังโต๊ะ สมุดโน้ตเปิดกางไว้ บนนั้นมีตัวหนังสือขยุกขยิกจดไว้เต็มหน้ากระดาษ
"เมื่อกี้รองนายกโจวเพิ่งโทรมา"
เฉินหลินลากเก้าอี้มานั่งลง พลางปัดเศษดินที่ขากางเกง
"ท่านว่ายังไงบ้างครับ?"
ผู้เฒ่าหลี่ก้มมองสมุดโน้ตแล้วอ่าน "พื้นที่ 327 ไร่ปลูกจริง อัตราการรอดตายสูงกว่าที่คาดไว้มาก บัญชีไม่มีปัญหาอะไร รายงานการตรวจสอบของเสี่ยวจ้าวกับเหล่าฟาง ท่านอ่านหมดแล้ว"
แกหยุดไปนิดหนึ่ง สายตาไล่ลงมาตามบรรทัด
"ส่วนเรื่องที่ดิน 2,300 ไร่... ท่านบอกว่า ในหลักการแล้ว สามารถเดินหน้าต่อได้"
นิ้วของเฉินหลินบนหัวเข่ากระตุกนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว จังหวะหัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
"แต่มีเงื่อนไข"
"เงื่อนไขอะไรครับ?"
"ข้อแรก ท่านต้องการให้เอ็งส่งแผนการปลูกต้นไม้แบบละเอียด"
"ไม่ใช่กระดาษสองแผ่นแบบที่เอ็งเคยเขียนมานะ ต้องมีแผนการลงทุนแบ่งเป็นระยะๆ ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ การจับคู่สายพันธุ์ต้นไม้ แล้วก็มาตรการดูแลรักษา"
"ต้องเป็นทางการ เอาเข้าแฟ้มเอกสารได้ ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ วาดฝันกลางอากาศ"
"ข้อสอง แผนการจ่ายค่าเช่าแบบผ่อนชำระต้องแก้ ท่านขอให้ปรับสัดส่วนการจ่ายงวดแรกในปีแรก จากเดิม 50% เพิ่มเป็น 60%"
"ข้อสาม..."
ผู้เฒ่าหลี่เงยหน้ามองเฉินหลิน "ท่านบอกว่าเรื่องนี้ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพรรคระดับตำบลก่อน ท่านคนเดียวเคาะไม่ได้ แต่ตราบใดที่แผนของเอ็งสมบูรณ์ ท่านจะช่วยดันเรื่องให้"
เฉินหลินพิงพนักเก้าอี้ สมองเริ่มคำนวณตัวเลข
2,300 ไร่ คิดไร่ละ 50 หยวน ปีหนึ่งก็ 115,000 หยวน
ปีแรกจ่าย 60% ก็คือ 69,000 หยวน
แต่ที่ดิน 2,300 ไร่คงไม่ได้เซ็นสัญญาทีเดียวรวดเดียวหมดแน่ ต้องแบ่งเป็นเฟสชัวร์
"ปู่หลี่ครับ ท่านได้บอกไหมว่าแบ่งกี่เฟส?"
"บอก ท่านเสนอให้แบ่งสามเฟส เฟสแรกลองทำก่อน 800 ไร่ ไม่ให้เอ็งกินคำโตเกินไป รอดูผลงานก่อนแล้วค่อยลุยต่อ"
800 ไร่
ปีแรก 60%
800 คูณ 50 คูณ 0.6 เท่ากับ 24,000
สองหมื่นสี่พันหยวน
เงินในบัญชีเขาตอนนี้มีตั้งสองแสนกว่า
สองหมื่นสี่นี่มันขนหน้าแข้งไม่ร่วงเลย
แต่เขาไม่ได้มีแค่ค่าเช่าที่ต้องจ่าย
ค่าต้นกล้า ค่าแรง ค่าอุปกรณ์สำหรับ 800 ไร่... งบลงทุนช่วงแรกอย่างต่ำๆ ต้องเตรียมไว้สักสามแสน
เงินโอนเข้าวันละหมื่นกว่า เดือนหนึ่งก็สามแสนกว่า
ตราบใดที่สายป่านไม่ขาด เกมนี้เขาเป็นต่อเห็นๆ
เวลาพอ เงินพอ
แต่สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือ "แผนงานสวยๆ"
"รับทราบครับ"
เฉินหลินลุกขึ้น "ปู่หลี่ ขอเวลาผมทำแผนสักสองสามวันนะครับ"
"เออ รีบจัดการเข้าล่ะ"
เฉินหลินกลับถึงบ้านก็พุ่งเข้าห้องปิดประตูทันที
เขานั่งลงบนเตียง เปิดแอปโน้ตในมือถือ ไล่อ่านข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่เคยจดไว้
2,300 ไร่ แบ่ง 3 เฟส เฟสแรก 800 ไร่ ปูพื้นด้วยต้นหยางโตเร็ว เฟสสอง เฟสสาม ค่อยๆ ขยายไป
โครงสร้างนี้ไม่มีปัญหา แต่นี่มันแค่ "การปลูกต้นไม้"
แค่ปลูกต้นไม้อย่างเดียวโน้มน้าวรองนายกโจวไม่ได้หรอก
สิ่งที่รองนายกโจวอยากเห็นคือ โครงการนี้มีมูลค่าในระยะยาวไหม สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้หรือเปล่า และเอาไปเขียนใส่ผลงานของเขาได้ไหม
ต้นหยางโตเร็วกับต้นหวยป่า มีมูลค่าทางระบบนิเวศก็จริง แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจมันต่ำ
ไม้ขายไม่ได้ราคา แถมไม่มีผลผลิตอย่างอื่นเลย
เขาต้องหาจุดขาย
จุดขายที่ทำให้รองนายกโจวตาลุกวาว
เฉินหลินจ้องหน้าจออยู่นาน
แล้วเขาก็สร้างโน้ตใหม่ พิมพ์สี่พยางค์ลงไปบรรทัดบนสุด
ป่าท้อสิบลี้
ไอเดียนี้ไม่ได้เพิ่งโผล่มาวันนี้ ตอนหาข้อมูลก่อนหน้านี้ เขาก็สนใจต้นท้ออยู่เหมือนกัน
ต้นท้อเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นสูงเกินสองเมตรสบายๆ ระบบยอมรับ
ปลูกแล้วได้เงิน วันละหนึ่งหยวนต่อต้น เหมือนต้นหยางโตเร็วเป๊ะ
แต่ต้นท้อมีดีกว่าต้นหยางสองอย่าง
หนึ่ง ผลผลิต ต้นท้อใช้เวลาสามถึงสี่ปีก็เริ่มออกผล
พอถึงช่วงให้ผลผลิตเต็มที่ ต้นหนึ่งจะให้ลูกท้อราวๆ ห้าสิบถึงร้อยจิน (ประมาณ 25-50 กิโลกรัม)
ตีราคาตลาดถูกๆ จินละสามสี่หยวน ต้นหนึ่งก็ทำเงินได้สองสามร้อยหยวนต่อปีแล้ว
ยิ่งปลูกเยอะ ชาวบ้านก็ยิ่งมีรายได้เสริม
วิน-วิน-วิน! เพอร์เฟกต์!
สอง ดอก ดอกท้อนั่นไง
พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ดอกท้อจะบานสะพรั่งเต็มภูเขา
เขาหลับตานึกภาพตาม
จากทางเข้าหมู่บ้านลากยาวไปจนถึงหลิ่วซู่ปัวตอนเหนือ ระยะทางห้ากิโลเมตรเต็มไปด้วยสีชมพูบานสะพรั่ง
เศรษฐกิจการชมดอกไม้ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร โฮมสเตย์ สวนผลไม้
คอมโบต่อตีกระบวนท่านี้มันลื่นไหลสุดๆ
ต้นท้อหนึ่งต้น... ระบบจ่าย "เงินเดือนพื้นฐาน" วันละหยวน ลูกท้อขายได้ "ค่าคอม" สองสามร้อย ช่วงดอกท้อบานก็ดึงดูดนักท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นยอดขาย เป็น "Passive Income"
เงินสามเด้ง
เขานั่งพิมพ์รายละเอียดในมือถืออยู่ชั่วโมงกว่า
แผนพัฒนา 2,300 ไร่ แบ่งเป็นสามเฟส
เฟสแรก 800 ไร่: เน้นต้นหยางโตเร็วกับต้นหวยป่าเพื่อสร้างฐานระบบนิเวศให้เร็วที่สุด แบ่งพื้นที่ 200 ไร่มาปลูกต้นท้อ
เฟสสอง 500 ไร่: เน้นต้นท้อเป็นหลัก สร้างพื้นที่แกนกลาง "ป่าท้อสิบลี้" พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างทางเดิน จุดชมวิว
เฟสสาม 1,000 ไร่: ป่าผสมผสาน ปลูกไม้เศรษฐกิจสลับกับไม้ป่าเพื่อระบบนิเวศ
สายพันธุ์ต้นท้อ: ยิ่งซวงหง กับชุนเสวี่ย
พันธุ์หนึ่งสุกช้า พันธุ์หนึ่งสุกเร็ว ช่วยยืดระยะเวลาเก็บเกี่ยว
ยิ่งซวงหงสุกเดือนตุลาคม ส่วนชุนเสวี่ยเดือนมิถุนายนก็เด็ดได้แล้ว
ปลูกคู่กันแบบนี้ จะมีลูกท้อขายตั้งแต่เดือนหกยันเดือนสิบ
เขาพิมพ์จนถึงตีหนึ่งกว่า
พอพิมพ์เสร็จ ก็วาดรูปคร่าวๆ ไว้ใต้โน้ต
ไม่ใช่แบบแปลนสวยหรูอะไรหรอก
แค่ใช้นิ้วลากๆ เส้นยึกยือบนจอ จากต้นหวยแก่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน ลากเส้นขนานไปกับถนนจนถึงตอนเหนือของหลิ่วซู่ปัว สองข้างทางมีวงกลมเรียงกันเป็นพรืด แทนต้นท้อ
ห้ากิโลเมตร
เขาจ้องรูปวาดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วล็อกหน้าจอ
หน้าจอเพิ่งมืดไปได้แป๊บเดียว ก็สว่างวาบขึ้นมาอีก
เที่ยงคืนตรงเป๊ะ
SMS แจ้งเตือนเงินเข้า
10,550 หยวน
ยอดเพิ่มขึ้นมาอีกร้อยห้าสิบ
ต้นกล้าล็อตก่อนๆ ที่ปลูกไป ระบบเริ่มทยอยกดยืนยันให้แล้ว
เขาจดตัวเลขลงในสมุดโน้ต
จำนวนต้นไม้ที่รอด: 10,550 ต้น
รายได้ต่อวัน: 10,550 หยวน
ยอดเงินคงเหลือในบัญชี: 217,664 หยวน
ยอดเงินพุ่งไม่หยุด แต่ไม่มีที่ดินให้ปลูกแล้ว 327 ไร่ปลูกเต็มพิกัดแล้ว
เขาต้องการพื้นที่ 800 ไร่นั่น
เขาต้องการแผนงานฉบับนั้น
เขาวางมือถือลง ไม่ได้ปิดไฟ นั่งพิงกำแพงคิดอะไรเพลินๆ
พรุ่งนี้ต้องไปร้านถ่ายเอกสารในตัวตำบล ปรินต์แผนงานออกมา ส่วนที่ต้องเขียนมือก็ลอกใหม่ให้เรียบร้อย ข้อมูลตัวเลขก็ต้องเช็กอีกรอบ
แล้วก็รูปคอนเซปต์อาร์ตนั่นด้วย... วาดในมือถือมันทุเรศเกินไป ต้องกระดาษแผ่นใหญ่ๆ วาดใหม่ให้ดีๆ หน่อย
เขาคุ้ยหาสมุดจดกับดินสอแท่งหนึ่งจากใต้ตู้
เป็นของสมัยเรียนมหาวิทยาลัย 985 สมุดยังเหลือหน้าว่างอีกตั้งครึ่งเล่ม กระดาษเหลืองนิดๆ ละ
เขาเปิดหน้าว่างๆ แล้วเริ่มลงมือวาด
วาดอยู่ชั่วโมงกว่า
ไม่ได้ถึงขั้นมือโปร
แต่ก็พอดูออกว่าเป็นอะไร... จากทางเข้าหมู่บ้านลากยาวไปตีนเขา ถนนสองข้างทางเป็นแนวต้นท้อ ไกลออกไปเป็นเนินเขา บนเนินเขามีต้นหยางโตเร็ว
ตรงพื้นที่ข้างๆ กลุ่มต้นท้อ เขาเขียนกำกับไว้สามคำ: พื้นที่แกนกลาง
วาดเสร็จก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะ
ปิดไฟ
เข้านอน