- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 201 ซุ่มยิงระยะไกลพิเศษ
บทที่ 201 ซุ่มยิงระยะไกลพิเศษ
บทที่ 201 ซุ่มยิงระยะไกลพิเศษ
บทที่ 201 ซุ่มยิงระยะไกลพิเศษ
ยามค่ำคืน ไร้ลมพัดพา อากาศร้อนอบอ้าว หลี่จวีซูนอนหมอบนิ่งไม่ไหวติงอยู่ในซอกหิน ความร้อนที่ระเหยขึ้นมาจากใต้ผืนดินแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่ขาดสาย เหงื่อค่อยๆ ซึมจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มและแนบติดไปกับผิวหนัง
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มที่เขานอนนิ่งอยู่เช่นนั้น หลี่จวีซูกลมกลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว เสียงแมลงร้องระงมฟังดูคึกคัก ที่คึกคักยิ่งกว่าคือสารพัดแมลงตัวเล็กตัวน้อยที่วิ่งพล่านไปมา ทั้งแบบสี่ขา หกขา แปดขา และหลายสิบขา... แต่ที่น่ารำคาญที่สุดคือพวกที่ไม่มีขา
หลี่จวีซูทำเป็นมองไม่เห็นแมลงตัวเล็กๆ ที่ไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนตัว ตราบใดที่มันไม่ใช่แมลงมีพิษร้ายแรงที่อาจคุกคามถึงชีวิต เขาก็จะไม่สนใจมันเลย เขากำลังปรับจังหวะการหายใจ เพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจลดต่ำกว่าระดับปกติ เมื่อก่อนเขาไม่สามารถทำแบบนี้ได้ หัวใจมีแต่จะเต้นเร็วขึ้น ไม่มีทางเต้นช้าลง ทว่าหลังจากการทะลวงระดับในครั้งนี้ เขาพบว่าร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อย่างแรกเลยคือการเปลี่ยนแปลงด้านพละกำลังและความเร็ว ซึ่งสามารถใช้คำว่า ‘ก้าวกระโดด’ มาอธิบายได้เลย ต่อมาคือการเต้นของหัวใจ การเปลี่ยนแปลงในด้านนี้แม้จะเล็กน้อยมาก แต่มันราวกับประตูบานหนึ่งที่นำไปสู่ดินแดนลี้ลับได้แง้มเปิดออก
คนปกติในสภาวะพักผ่อน หัวใจจะเต้นอยู่ระหว่าง 60-100 ครั้งต่อนาที ซึ่งแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง สำหรับคนที่เคยใช้ยาปรับแต่งร่างกาย ภาระที่ร่างกายต้องแบกรับจะสูงขึ้น การเต้นของหัวใจก็จะเร็วกว่าคนปกติ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 140 ครั้งต่อนาที
แต่หลี่จวีซูกลับสามารถใช้เคล็ดวิชากดตัวเลขนี้ให้ลดต่ำลงเหลือไม่ถึง 80 ครั้งต่อนาทีได้ แน่นอนว่านี่คือในสภาวะพักผ่อน หากอยู่ในสภาวะเคลื่อนไหว ตัวเลขนี้ย่อมพุ่งกลับขึ้นไปอย่างแน่นอน
ประโยชน์ของการที่หัวใจเต้นช้าลงสำหรับนักล่านั้นเป็นที่ประจักษ์ชัด หลี่จวีซูรู้สึกขอบคุณหลัวชูฉิงมาก หากไม่ได้เธอ ต่อให้เขากินยาปรับแต่งร่างกายเข้าไปมากแค่ไหน ก็คงไม่มีความแข็งแกร่งอย่างในตอนนี้ และหากต้องเผชิญหน้ากับนักล่าสายพละกำลังอย่าง ‘ไห่เซินโย่ว’ (ปลิงทะเลขวา) เขาคงถูกอัดจนเละเทะไปแล้ว
ปืนซุ่มยิงเทียนฮั่ว รุ่นแซดแซดศูนย์สอง (Tianhuo-zz02) วางสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง เปล่งประกายเย็นเยียบอันเยือกเย็น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารไร้รูปหรืออย่างไร พวกแมลงและมดถึงได้พากันหลีกทางให้ปืนกระบอกนี้และไม่กล้าเข้าใกล้
เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงฟ้าก็จะสาง ลำแสงดวงหนึ่งสาดส่องแหวกความมืดมิด ตามมาด้วยแสงไฟอีกหลายร้อยดวงกะพริบไหว แววตาที่สงบนิ่งของหลี่จวีซูพลันสว่างวาบ... ขบวนรถมาถึงแล้ว
แสงสว่างเป็นพลังงานที่น่าสนใจมาก ดวงตาของมนุษย์ต้องการแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน แต่เมื่อแหล่งกำเนิดแสงส่องตรงเข้าตา ดวงตากลับจะมองไม่เห็นอะไรเลย เหตุผลที่เติ้งม่านหยาชอบเดินทางในเวลากลางคืนก็เพราะเหตุนี้เช่นกัน รถรบที่เปิดไฟหน้ารถบวกกับไฟสปอตไลต์กำลังสูง สามารถส่องให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีครึ่งกิโลเมตรได้อย่างชัดเจน หากมีใครอยู่ในรัศมีนี้ พวกเขาย่อมไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในขบวนรถได้เลย
ไฟสปอตไลต์กำลังสูงนั้นกินไฟมาก แต่เติ้งม่านหยาไม่สนใจหรอก เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว ค่าไฟเพียงเล็กน้อยแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้
บนรถรบที่หรูหราที่สุดซึ่งอยู่ตรงกลางขบวน เติ้งม่านหยาสวมชุดกระโปรงสีสันสดใส เธอรักษารูปร่างได้เป็นอย่างดี แม้ว่าลูกชายของเธอจะอายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่กาลเวลากลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนใบหน้าของเธอเลย ทุกครั้งที่เธอออกไปข้างนอกกับลูกชาย คนอื่นมักจะคิดว่าทั้งคู่เป็นพี่สาวกับน้องชาย มากกว่าจะเป็นแม่กับลูก
ในมือของเติ้งม่านหยาอุ้มปืนไว้ สีหน้าระแวดระวัง ไม่ใช่ว่าเธอรู้ว่ามีใครกำลังจะมาฆ่าเธอ อันที่จริงเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอันตรายรออยู่หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดีก็คือ อันตรายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง หากไม่เป็นเช่นนั้น เติ้งม่านหยาคงไม่หาคนมาเป็นตัวแทน (สแตนด์อิน) ของเธอหรอก
ในบรรดารถรบกว่ายี่สิบคัน เติ้งม่านหยาอยู่ที่ไหน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ คนอื่นๆ รวมถึงคนสนิทของเธอ อาจจะไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดด้วยซ้ำ เติ้งม่านหยารวยมาก แต่ก็กลัวตายมากเช่นกัน ทุกครั้งที่ออกเดินทาง จะมีบอดี้การ์ดนับร้อยคน และจะต้องมีตัวแทนร่วมเดินทางไปด้วยเสมอ
ตัวแทนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวแทนคนที่เท่าไหร่ของเติ้งม่านหยา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดี นั่นคือเธอต้องแสดงเป็นเติ้งม่านหยาให้แนบเนียน ห้ามเผยพิรุธเด็ดขาด มิฉะนั้นเธอจะต้องตกงาน
อาชีพตัวแทนเป็นอาชีพที่อันตราย แต่ก็ให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน เงินเดือนห้าล้านเหรียญทองแดงต่อปีเป็นรายได้มหาศาลที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการถึง ผู้หญิงที่ทำงานในย่านโคมแดงตรากตรำทำงานทั้งปี ยังอาจจะหาเงินได้ไม่ถึงหนึ่งล้านเลยด้วยซ้ำ แต่เธอที่เป็นตัวแทน ในแต่ละปีทำงานนับครั้งได้ สามารถนับด้วยนิ้วมือข้างเดียวได้เลย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนรับเงินจะมีความสุข แต่ในระหว่างการทำงานกลับต้องอกสั่นขวัญแขวน ทุกครั้งที่ตามเติ้งม่านหยาออกไปข้างนอก แม้ใบหน้าของตัวแทนจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับตื่นตระหนกถึงขีดสุด ภายในห้องโดยสารของรถรบสุดหรู มีเพียงเธอคนเดียวที่ได้เพลิดเพลินกับมัน แต่เธอกลับไม่มีอารมณ์จะเสพสุขเลยสักนิด ตลอดการเดินทาง หัวใจของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา
"เกือบไปแล้ว!" ห่างออกไปหลายกิโลเมตร หลี่จวีซูซึ่งกำลังจะลั่นไกปืนจำต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน หากไม่ใช่เพราะหญิงสาวบังเอิญแสดงความแข็งทื่อออกมาจนทำให้เขาสงสัย เขาคงไม่คาดคิดเลยว่าคนที่นั่งอยู่ในรถรบจะเป็นเพียงตัวปลอม
คนเราเวลาอยู่ในบ้านของตัวเองกับบ้านของคนอื่นย่อมไม่เหมือนกัน ความเป็นธรรมชาติแบบนั้นไม่สามารถเสแสร้งได้ หญิงสาวนั่งอยู่ในรถรบ ทุกการเคลื่อนไหวดูไร้ที่ติ แต่กลับให้ความรู้สึกขัดหูขัดตา ราวกับว่าเธอไม่คู่ควรกับห้องโดยสารนี้ ดูเข้ากันไม่ได้เลย
ในฐานะเจ้าของขบวนรถทั้งหมด เป็นไปไม่ได้เลยที่เติ้งม่านหยาจะแสดงอาการเช่นนี้ เมื่อค้นพบจุดนี้ หลี่จวีซูก็เพ่งมองหญิงสาวในห้องโดยสารให้ละเอียดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ เส้นผม หรือแววตา เขาก็พบพิรุธมากมายทันที ต่อให้เติ้งม่านหยาจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน ก็เป็นได้แค่คนหน้าเด็กเหมือนหญิงสาวเท่านั้น แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นหญิงสาวจริงๆ แววตาของหญิงสาวในรถนั้น ขาดประสบการณ์ชีวิตอย่างที่คนอายุสี่สิบกว่าปีควรจะมี
เติ้งม่านหยาคงคิดไม่ถึงหรอกว่า ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ จะยังมีคนสามารถสังเกตรายละเอียดได้ถี่ถ้วนขนาดนี้ การที่เธอเลือกเดินทางในเวลากลางคืน คนปกติทั่วไปแค่เห็นคนนั่งอยู่ในรถรบ ก็คงคิดว่าเป็นเธอแล้ว แม้จะมีความคล้ายคลึงเพียงห้าถึงหกส่วน แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน จึงยากที่จะมองเห็นพิรุธ ทว่าเธอกลับไม่คาดคิดว่าจะมีคนอย่างหลี่จวีซู ที่มีสายตาเฉียบแหลมดุจเหยี่ยวโผล่มา
"ตัวแทน... ตัวแทน... ตัวแทน!" หลี่จวีซูพึมพำกับตัวเอง ในเมื่อเติ้งม่านหยาเตรียมตัวแทนเอาไว้ แสดงว่าเธอคาดการณ์ว่าอาจจะมีอันตราย ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้เธอจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน? สถานที่ที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สายตาของหลี่จวีซูกวาดมองไปที่กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์หลายรอบแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิบรรเจิด สายตาเลื่อนไปที่หลังคารถรบ เริ่มจากคันนำหน้า... เมื่อมองไปถึงรถรบคันที่สาม มุมปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น
"เจอตัวแล้ว!"
บนหลังคารถรบคันที่สาม ด้านหลังแผ่นเหล็กกำบังของปืนกลต่อสู้อากาศยานลำกล้องคู่ แม้ว่าเติ้งม่านหยาจะสวมเสื้อเกราะกันกระสุนถึงสองชั้นเพื่ออำพรางรูปร่าง สวมหมวกเหล็ก และเผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่เดียว แต่หลี่จวีซูก็มองออกในพริบตา ตอนนี้ขบวนรถอยู่ห่างจากเขาประมาณ 3,200 เมตร เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย... ลั่นไกปืนทันที
ปัง—!
เมื่อกระสุนพุ่งเข้ามาในระยะ 300 เมตร เติ้งม่านหยาก็สัมผัสได้ถึงอันตราย หลี่จวีซูเห็นประกายแห่งความหวาดกลัวและสิ้นหวังฉายชัดในดวงตาของเธอ เธอพยายามจะหลบ แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว แสงสว่างวาบขึ้น กระสุนเจาะทะลุกลางหน้าผาก กะโหลกศีรษะและหมวกเหล็กปลิวว่อนไปในพริบตา กระสุนพุ่งทะลวงต่อไปอีกหลายร้อยเมตร ก่อนจะฝังลึกจมลงไปในผืนดิน
หลี่จวีซูไม่ได้มองขบวนรถนั้นอีกต่อไป เขาเก็บปืนแล้วจากไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเหล่านักล่าจากขบวนรถค้นพบตำแหน่งซุ่มยิงของเขา ก็ไม่เหลือแม้แต่เงาของหลี่จวีซูเสียแล้ว พวกเขาไม่พบอะไรเลย