- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 10 - ซุ่มยิงโต้กลับ
บทที่ 10 - ซุ่มยิงโต้กลับ
บทที่ 10 - ซุ่มยิงโต้กลับ
บทที่ 10 - ซุ่มยิงโต้กลับ
หลังจากสาดกระสุนจนหมดไปสองแม็กกาซีน ความโกรธของชายร่างยักษ์ก็ทุเลาลงบ้าง เขาเองก็รู้ดีว่าพวกศัตรูซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบ ยิงไปก็ไม่โดน ปืนกลมือรุ่น 38 ไม่สามารถยิงทะลุหินหนาๆ ได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะลงไปข้างล่าง ไม่อย่างนั้นก็คงยิงใครไม่โดนจากมุมนี้
ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์อยู่ข้างล่าง แต่เขากลัววิชาปาหินของเฉากัง จึงไม่กล้าเข้าไปใกล้ เขาไม่แน่ใจว่าสมาชิกคนอื่นจะมีไม้ตายอะไรซ่อนไว้อีกหรือไม่ ดังนั้น หลังจากยิงเลี่ยโก่วตาย เขาก็มัดอาวุธที่ยึดมาได้แล้วปีนกลับขึ้นไปบนหน้าผา
เป้าหมายหลักของพวกมันคือทรัพย์สิน ในเมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว การฆ่าคนก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป หลี่จวีซวีและคนอื่นๆ ทำได้แค่มองดูอย่างจนปัญญา บนหัวมีปืนกลมือรุ่น 38 ของชายร่างยักษ์จ่ออยู่ ในมุมมืดก็มีพลซุ่มยิงคอยจับตาดู ยิ่งไปกว่านั้น ก็ไม่มีใครรู้ว่าศัตรูจะมีสมาชิกซ่อนอยู่อีกหรือไม่
กู่โส่วส่งสัญญาณมือให้หลี่จวีซวีเป็นคนเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้เขาไปเอาอาวุธสำรองมา นอกจากหวังเสี่ยวซินแล้ว สมาชิกคนอื่นๆ ล้วนรู้ดีว่าหลี่จวีซวีมีปืนซุ่มยิงสองกระบอก เมื่อครู่ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์เพิ่งยึดไปกระบอกเดียว หลี่จวีซวีได้ซ่อนปืนซุ่มยิงสำรองไว้อีกที่หนึ่งแล้ว
หลี่จวีซวีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลง นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพลิกสถานการณ์ หากไม่ลองดู ก็เท่ากับว่าที่ทำมาทั้งปีสูญเปล่า แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าพลซุ่มยิงของศัตรูนั้นเก่งกาจมาก ไม่รู้ว่ากู่โส่วจะหลบพ้นหรือไม่ หากโหวจื่อยังอยู่ โอกาสสำเร็จคงสูงกว่านี้
กู่โส่วส่งสัญญาณให้สมาชิกคนอื่นๆ เตรียมพร้อม แทบจะในเวลาเดียวกัน เย่จูกับฮ่าวจื่อ สมาชิกอีกคนในทีม ก็โกยฝุ่นหินขึ้นสาดกระจายขึ้นไปในอากาศ เพื่อบดบังทัศนวิสัยของศัตรู ในเมื่อไม่มีระเบิดควัน ก็ต้องใช้วิธีบ้านๆ แบบนี้แหละ ส่วนเฉากังก็ปาหินสองก้อน ก้อนหนึ่งเล็งไปที่ชายร่างยักษ์ อีกก้อนเล็งไปที่ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์
กู่โส่วพุ่งออกจากที่กำบัง วิ่งซิกแซ็กมุ่งหน้าไปทางชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ กระสุนไล่หลังเขามาติดๆ เฉียดเป้าไปเพียงนิดเดียว แต่ก็ยังไม่โดน หินสองก้อนของเฉากังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม หินที่เล็งไปทางชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ถูกชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ใช้เชือกปัดทิ้งไปได้ แต่หินที่เล็งไปทางชายร่างยักษ์กลับพุ่งชนปืนกลมือรุ่น 38 เข้าอย่างจัง ชายร่างยักษ์คงไม่คิดว่าแรงปะทะของหินจะมหาศาลขนาดนี้ ปืนกลมือรุ่น 38 จึงหลุดมือร่วงลงพื้น เขาตอบสนองไวมาก แทนที่จะก้มลงเก็บปืน เขากลับชักปืนพกที่เอวออกมากราดยิงใส่เฉากังจนต้องมุดหัวหลบอยู่หลังก้อนหิน ไม่กล้าโผล่ออกมา การปาหินระลอกสองจึงต้องล้มเลิกไป
ทว่า ชายร่างยักษ์คิดผิดที่พุ่งเป้าไปที่เฉากัง เขานึกไม่ถึงว่าภัยคุกคามที่แท้จริงคือหลี่จวีซวี ในจังหวะที่กู่โส่วพุ่งออกจากที่กำบัง ความสนใจของหลี่จวีซวีก็ไปจดจ่ออยู่ที่หน้าผาฝั่งตรงข้ามแล้ว ทันทีที่พลซุ่มยิงลั่นไก เขาก็รู้ตำแหน่งของอีกฝ่ายทันที เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ พลซุ่มยิงซ่อนตัวอยู่ในดงหญ้า เขาพุ่งตัวหลบเลี้ยวลดคี้ยวไปตามซอกหิน ก้อนหินมีไม่มากนัก สูงบ้างต่ำบ้าง บางก้อนก็เตี้ยเกินกว่าจะบังมิดตัว แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย สัญชาตญาณของพลซุ่มยิงมักจะแม่นยำเสมอ ทันทีที่หลี่จวีซวีไปถึงจุดซ่อนปืนซุ่มยิงสำรอง พลซุ่มยิงของศัตรูก็เหมือนจะรู้ตัวว่ามีอันตราย จึงเลิกสนใจกู่โส่วแล้วหันมาเล็งเขาแทน
ในพริบตานั้น หลี่จวีซวีรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ กลิ่นอายมรณะถาโถมเข้าใส่ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ภายใต้ความกดดันถึงขีดสุด ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวเต็มที่ สมองปลอดโปร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการประเมินว่าพลซุ่มยิงของศัตรูยังอยู่ในระหว่างการเล็ง เขายังพอมีเวลา เขาหยิบปืน ขึ้นลำ และเล็ง ทุกอย่างเสร็จสิ้นในรวดเดียว เขาไม่เคยเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและลื่นไหลขนาดนี้มาก่อนเลย ในจังหวะที่ลั่นไก เขามองผ่านกล้องเล็ง เห็นดวงตาของพลซุ่มยิงฝั่งตรงข้ามเบิกโพลง จากความสงบเยือกเย็นกลายเป็นความตกตะลึง และจบลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—
แปะ!
หัวของพลซุ่มยิงระเบิดกระจาย เลือดสาดกระเซ็น กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้า ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็คงช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ กระสุนนัดนี้สูบเรี่ยวแรงทั้งหมดของหลี่จวีซวีไปจนหมดสิ้น ร่างของเขาทรุดฮวบลง ปืนซุ่มยิงหนักอึ้งราวกับเหล็กกล้า แทบจะยกไม่ขึ้น เขารู้ดีว่านี่คือผลจากความตึงเครียดของจิตใจ ในเสี้ยววินาทีเมื่อครู่ ร่างกายและจิตใจถูกใช้งานอย่างหนัก เมื่อสังหารศัตรูได้สำเร็จ ความโล่งใจก็ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แม้เขาอยากจะนอนแผ่หลาพักผ่อนบนพื้นแค่ไหน แต่การต่อสู้ยังไม่จบ เพื่อนร่วมทีมยังตกเป็นเป้าของปืนศัตรูอยู่
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกแรงกลับคืนมาได้บ้าง กลั้นหายใจและเงี่ยหูฟัง อาศัยจังหวะที่ชายร่างยักษ์ยิงปืนพกจนหมดแม็กกาซีนและกำลังเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่ โผล่ปลายกระบอกปืนออกไป แล้วลั่นไกใส่ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์
ปุ๊—
กระสุนยิงโดนเชือกอย่างแม่นยำ ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขาปีนขึ้นไปได้ประมาณสี่สิบเมตรแล้ว อีกนิดเดียวก็จะถึงยอดผา แต่กลับต้องร่วงหล่นลงมา ด้วยฝีมือของเขา หากเชือกขาด เขายังพอมีโอกาสคว้าหน้าผาเพื่อทรงตัวไว้ได้ แต่สัมภาระที่เขาแบกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธหรือของมีค่าอื่นๆ น้ำหนักรวมเกือบสี่ร้อยชั่ง แรงถ่วงมหาศาลจึงดึงเขาร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว
ตู้ม—
ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ร่วงหล่นลงมากระแทกกับกองหิน ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป กระดูกหักไปกี่ซี่ก็ไม่อาจทราบได้ สภาพดูน่าสยดสยอง แม้จะไม่ตายในทันที แต่เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดและเลือดที่ทะลักออกจากปากก็บ่งบอกได้ว่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่นาที
ชายร่างยักษ์ยิงสวนกลับมาทางหลี่จวีซวีสามนัดซ้อน ทว่าน่าเสียดาย หลังจากยิงเสร็จ หลี่จวีซวีก็หดหัวกลับไปซ่อนแล้ว กระสุนจึงไปโดนก้อนหินแตกกระจาย แต่ก็ไม่ได้สร้างบาดแผลใดๆ ให้เขา หลังจากนั้น ชายร่างยักษ์ก็ไม่มีเวลามาสนใจเขาอีก เย่จูกับฮ่าวจื่อต่างแยกย้ายกันตีวงล้อมเข้าไปหาชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ไปดูอาการบาดเจ็บ แต่พุ่งเป้าไปที่อาวุธ เฉากังก็ฉวยโอกาสนี้ปาหินเพื่อขัดขวางการยิงของชายร่างยักษ์
ชายร่างยักษ์คนเดียวต้องรับมือถึงสามคน จึงเริ่มออกอาการรวน ทว่าฝีมือการยิงปืนของเขาก็ร้ายกาจนัก เขาใช้เวลาไม่นานก็ยิงเย่จูที่เคลื่อนที่ช้ากว่าเข้าที่ไหล่ซ้ายจนแขนใช้การไม่ได้ เมื่อเห็นว่าฮ่าวจื่อเข้าใกล้ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์แล้ว หากอีกฝ่ายคว้าอาวุธไปได้ เขาคงหมดหนทางรอด ชายร่างยักษ์จึงทิ้งปืนพกที่กระสุนหมดเกลี้ยง รีบก้มลงหยิบปืนกลมือรุ่น 38 ที่ทำตกไว้ขึ้นมา ทันทีที่เขาเล็งปากกระบอกปืนไปที่ฮ่าวจื่อ ดอกไม้สีเลือดก็เบ่งบานกลางแสกหน้า แรงปะทะอันทรงพลังของกระสุนซุ่มยิงฉีกกระชากกะโหลกศีรษะของเขาไปครึ่งซีก ชายร่างยักษ์ไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ล้มตึงหงายหลังลงไปกองกับพื้นทันที
รอบข้างเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาอีก ทีมของชายร่างยักษ์มีแค่สี่คน ไม่มีใครอื่นอีกเลย ลองคิดดูสิ สี่คนก็สมเหตุสมผลดีแล้ว ขืนมีคนเยอะกว่านี้ ก็คงไม่ต้องมาใช้แผนลวงตาหรอก ซุ่มโจมตีฆ่าล้างบางไปเลยก็สิ้นเรื่อง ที่ต้องใช้อุบายก็เพราะกำลังคนไม่พอนั่นแหละ
ฮ่าวจื่อพุ่งเข้าไปหักคอชายหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังโอดครวญ แม้อีกฝ่ายจะหมดสภาพต่อสู้ไปแล้ว แต่คนตายเท่านั้นที่ไม่มีพิษสง ฮ่าวจื่อไม่อยากปล่อยให้มีเสี้ยนหนามหลงเหลืออยู่
แม้จะชนะการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีใครยิ้มออก ความสูญเสียมันมากเกินไป โหวจื่อกับเลี่ยโก่วตาย กู่โส่วถูกยิงที่ท้อง เย่จูถูกยิงที่ไหล่ซ้าย ฮ่าวจื่อถูกกระสุนถากที่ต้นขา เฉากังเองก็ได้รับบาดเจ็บ เขาถูกเศษหินที่กระเด็นจากกระสุนบาดหูแหว่งไปครึ่งหนึ่ง เลือดอาบดูน่ากลัว แต่โชคดีที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
คนที่รอดมาได้โดยไร้รอยขีดข่วนมีแค่หลี่จวีซวีกับหวังเสี่ยวซินเท่านั้น หลี่จวีซวีใช้แรงไปมาก จึงยืนพิงก้อนหินหอบหายใจอย่างหนัก สองมือยังคงกอดปืนซุ่มยิงไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย ส่วนหวังเสี่ยวซินยังคงตกใจไม่หาย หน้าซีดเผือด สองมือกำหมัดแน่น ร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
(จบแล้ว)