- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 276 การลักพาตัวเรียกค่าไถ่
ตอนที่ 276 การลักพาตัวเรียกค่าไถ่
ตอนที่ 276 การลักพาตัวเรียกค่าไถ่
ตอนที่ 276 การลักพาตัวเรียกค่าไถ่
หลี่มูหยุดมือลง หากคนของชุนอี้ฟางได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้จริง ๆ และถูกคนที่ฮว่าซานเยว่ส่งไปจับตัวไว้ เขาก็จะฆ่าคนผู้นี้ทิ้งไม่ได้เด็ดขาด เพราะถึงอย่างไร การมีตัวประกันอยู่ในมือ เวลาเจรจาต่อรองในภายหน้าย่อมมีความได้เปรียบ
พลั่ก ! เขาเตะฮว่าซานเยว่จนล้มคว่ำ ทหารสองนายที่อยู่ด้านข้างก็พุ่งเข้าไปกดตัวอีกฝ่ายไว้แน่น หลี่มูปลดกระบอกไม้ไผ่ที่ข้อเท้าของเสี่ยวไป๋หลงออก ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากด้านในแล้วเพ่งสายตาอ่าน
เห็นเพียงบนกระดาษมีตัวอักษรขนาดเล็กเขียนไว้สองสามบรรทัด "พี่ชาย มีคุณชายเซียวจากเมืองฉีโจวมาตามหาท่าน ท่าทางร้อนรนมาก กำชับให้ข้าส่งข้อความถึงท่านว่า หากท่านพบกับคนชื่อฮว่าซานเยว่ จงจำไว้ว่าอย่าได้ปะทะกับเขาเด็ดขาด เพียงแค่อ้างชื่อเจิ้นหนานอ๋อง เซียวจงอี๋ และคำสั่งลับ ก็สามารถทำให้เขาล่าถอยไปได้" "คำสั่งลับคือ: สวรรค์คุ้มครองจวนใต้ ! "
ลายมือบนกระดาษนั้นอ่อนช้อยงดงาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลายมือของหลี่ไฉ่เวยเขียนด้วยตนเอง เมื่ออ่านเนื้อหาจนกระจ่าง หลี่มูก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าความกังวลของเขาจะสูญเปล่า...
การที่ฮว่าซานเยว่แอบเคลื่อนกำลังพลมาล้อมสังหารเขา ข่าวนี้ย่อมปิดบังคนของจวนเจิ้นหนานอ๋องไม่มิด ด้วยเหตุนี้ แม่นางเซียวถึงขั้นเดินทางมายังเมืองผิงอันด้วยตนเอง เพื่อส่งคำสั่งลับของจวนเจิ้นหนานอ๋องมา เพียงเพื่อหยุดยั้งการปะทะกันในครั้งนี้ หลี่มูลูบคาง รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดูเหมือนว่าหญิงสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ผู้นี้ จะแอบมีใจให้เขาอยู่บ้างจริง ๆ สินะ ?
ขณะที่หลี่มูกำลังคิดเตลิดเปิดเปิงอยู่นั้น บนท้องฟ้าก็มีเสียงกระพือปีกดังขึ้นอีกครั้ง เห็นเพียงนกขนาดใหญ่สองตัวกำลังบินวนเวียนอยู่เหนือหน้าผา ลำตัวของพวกมันเป็นสีเทาอมน้ำตาล มีเพียงขนที่หางเท่านั้นที่เป็นสีส้มแดง เสียงร้องของมันแหบพร่า
"นั่นมันเหยี่ยวเยี่ยนอิง ไม่ใช่รึ ? " ทหารม้าเกราะดำใต้บังคับบัญชาของฮว่าซานเยว่เงยหน้าขึ้นมอง ก็รีบเอานิ้วเข้าปากผิวปากทันที เสียงผิวปากดังกังวาน เห็นเพียงเหยี่ยวเยี่ยนอิงทั้งสองตัวราวกับค้นพบเป้าหมาย โฉบลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว และเกาะลงบนท่อนแขนของทหารม้าอย่างมั่นคง ที่ข้อเท้าของพวกมันก็มีกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ ผูกติดอยู่เช่นกัน
เมื่อหลี่มูเห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณหยุดการเคลื่อนไหวของกองทหารม้าเป้ยกุย ไม่ให้พุ่งเข้าเข่นฆ่าอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นการล้อมกรอบฮว่าซานเยว่และลูกน้องของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนาแทน เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าจวนเจิ้นหนานอ๋องเลี้ยงนกประหลาดฝูงหนึ่งเอาไว้ มีชื่อว่าเหยี่ยวเยี่ยนอิง นกชนิดนี้มีความอดทนสูงเป็นเลิศ ซ้ำยังบินได้รวดเร็วมาก มักถูกนำมาใช้เพื่อส่งข่าวสารและสืบราชการลับโดยเฉพาะ แม้ระดับสติปัญญาและพละกำลังของพวกมันจะเทียบกับเสี่ยวไป๋หลงไม่ได้ ทว่าก็เก่งกาจกว่าพิราบสื่อสารทั่วไปจนไม่เห็นฝุ่น !
เมื่อครู่นี้หลี่มูคิดจะฆ่าฮว่าซานเยว่และกวาดล้างกองทหารม้ากลุ่มนี้จริง ๆ ทว่าเมื่อได้เห็นจดหมายที่หลี่ไฉ่เวยส่งมา เขากลับรู้สึกว่าการทำเช่นนั้นดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก จวนเจิ้นหนานอ๋องถึงอย่างไรก็เป็นดั่งฮ่องเต้น้อยแห่งสามเมืองชายแดน หากเขาสังหารผู้บัญชาการใต้สังกัดของอีกฝ่ายไป ไม่ว่าเรื่องนี้จะมีต้นสายปลายเหตุมาจากอะไร หรือใครเป็นฝ่ายผิดก่อน เพื่อรักษาหน้าตาของตนเอง เจิ้นหนานอ๋องย่อมไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน
หมู่บ้านที่หลี่มูสร้างขึ้นในภูเขาต้าหลง ก็เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันพวกคนเถื่อนในอนาคต หากต้องมาเป็นศัตรูกับจวนเจิ้นหนานอ๋องก่อนเวลาอันควร ย่อมมีแต่ผลเสียไม่มีผลดีเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางเซียวยอมอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงเมืองผิงอันเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก็เพียงพอจะมองเห็นถึงความจริงใจของนางแล้ว... ในยุคกลียุคเช่นนี้ มิตรภาพถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง
หากเขาไม่สนสี่สนแปดอันใด ลงมือสังหารฮว่าซานเยว่ไปเพียงเพราะความโกรธชั่ววูบ ก็มีแต่จะทำให้แม่นางเซียวต้องเป็นคนกลางที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้านหนึ่งคือจวนอ๋องที่ชุบเลี้ยงนางมา อีกด้านหนึ่งคือ "สหาย" ที่แลกเปลี่ยนของแทนใจกัน... แม่นางเซียวย่อมไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายต้องกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้
อีกด้านหนึ่ง หลังจากทหารม้านายนั้นปลดกระบอกไม้ไผ่ออกจากข้อเท้าของเหยี่ยวเยี่ยนอิง และดึงกระดาษออกมาอ่านเพียงปราดเดียว สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างหนัก รีบกระโดดลงจากหลังม้าพุ่งเข้ามาหาฮว่าซานเยว่ เอ่ยเสียงเครียด "ท่านผู้บัญชาการ คำสั่งลับจากท่านอ๋องขอรับ ! "
"อ่าน ! " แม้ในยามนี้จะถูกทหารสองนายจับไพล่หลังและมัดตัวไว้อย่างแน่นหนา ทว่าท่าทีของฮว่าซานเยว่ก็ยังคงดุดันไม่คลาย
"ผู้บัญชาการฮว่าซานเยว่แห่งจวนอ๋อง เคลื่อนกำลังพลโดยพลการไม่ได้รับอนุญาต บัดนี้ขอสั่งให้มัดมือตนเองแล้วกลับมารับโทษที่ค่ายใหญ่ทันที หากล่าช้า จะถูกลงโทษตามกฎอัยการศึก ! " ทหารม้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
สีหน้าของฮว่าซานเยว่เขียวคล้ำลงทันที คำสั่งลับฉบับนี้ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเขาฉาดใหญ่
หากสถานการณ์ในสนามรบตอนนี้คือเขาสามารถสยบหลี่มูได้ เมื่อคำสั่งลับนี้มาถึง เขาคงไม่รู้สึกอับอายขายหน้าอะไรนัก ทว่าตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง เขาถูกหลี่มูเอาชนะ ซ้ำยังถูกจับมัดราวกับเชลยศึก แล้วจะให้เอาหน้าตาที่ไหนคุมทหารกลับไปรับโทษอีก ? คราวนี้ ถือว่าเสียทั้งหน้าเสียทั้งศักดิ์ศรีจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแล้ว !
"ลงโทษตามกฎอัยการศึก... หึ ! " ฮว่าซานเยว่ได้ยินดังนั้น หน้าก็เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้หัวเราะอย่างขมขื่น "ท่านอ๋อง แม่ทัพผู้นี้เกรงว่าจะไม่มีโอกาสนั้นแล้วล่ะขอรับ ! "
"ฮว่าซานเยว่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง ไม่มีหน้าจะกลับไปพบท่านอีกแล้ว ชาติหน้าค่อยขอตอบแทนพระคุณที่ท่านเมตตาชุบเลี้ยง"
เอ่ยจบ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมา สลัดการควบคุมของทหารสองนายจนหลุด เชิดหน้าขึ้น แล้วพุ่งลำคอเข้าหาคมดาบอันแหลมคมในมือของหลี่มูทันที ในฐานะผู้บัญชาการที่อายุน้อยที่สุดและมีอนาคตไกลที่สุดของจวนอ๋อง ทว่ายามนี้กลับมาตกม้าตายที่เมืองผิงอัน พ่ายแพ้ให้กับคนต่ำต้อยที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา แล้วเขาจะมีหน้ากลับไปที่จวนอ๋องได้อย่างไร ? สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแล้ว ศักดิ์ศรีย่อมสำคัญยิ่งกว่าชีวิต หนทางเดียวในยามนี้คือความตายเท่านั้น ถึงจะสามารถรักษาเกียรติยศเฮือกสุดท้ายเอาไว้ได้
ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา หลี่มูกลับพลิกข้อมือเก็บดาบ ใช้มือเดียวคว้าเข้าที่เกราะหน้าอกของอีกฝ่าย แล้วจับทุ่มลงกระแทกพื้นอย่างแรง "คิดจะตาย มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้มหยอกเย้า "ข้าเกือบจะลืมไปเลยว่าเจ้าเป็นถึงผู้บัญชาการ หากจับเจ้าเป็นตัวประกันล่ะก็ ข้าต้องรีดไถเงินค่าไถ่จากจวนอ๋องมาได้ก้อนโตแน่ ๆ "
"เจ้าคิดว่าตัวเองมีค่าตัวสักเท่าไหร่ล่ะ ? "
"แสนตำลึง ? หรือสักสองแสนตำลึงดี ? "
เมื่อได้ยินว่าหลี่มูคิดจะจับเขาเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่จากจวนอ๋อง ฮว่าซานเยว่ที่อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้วก็ชะงักงัน โกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาอีกคำโตในทันที ถ้าแค่ตกม้าตายเพราะประมาท แม้จะน่าอาย ทว่าก็ยังไม่ถึงขั้นขายขี้หน้าจนกู่ไม่กลับ แต่ถ้าเรื่องราวมันเป็นไปอย่างที่หลี่มูพูดจริง ๆ ล่ะก็... เขาคงถูกจารึกชื่อไว้บนเสาประจานความอัปยศของจวนอ๋องไปชั่วชีวิตแน่
ขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมยังเสียข้าวสารไปอีกกำมือ เป็นถึงผู้บัญชาการผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับมาหึงหวงแย่งผู้หญิงกับไอ้หนุ่มบ้านนอก พาทหารองครักษ์นับร้อยมาล้อมสังหารเขา แต่สุดท้ายตัวเองกลับถูกจับเป็นตัวประกัน ซ้ำยังต้องเดือดร้อนให้จวนอ๋องเอาเงินมาไถ่ตัวอีก... แค่คิดถึงภาพเหตุการณ์นั้น ฮว่าซานเยว่ก็รู้สึกว่าจิตวิญญาณแห่งความทะนงตนของตนแตกสลายไม่มีชิ้นดี
"หลี่มู ไอ้สารเลว เจ้าฆ่าข้าเถอะ ! " เส้นเลือดบนขมับของฮว่าซานเยว่ปูดโปน ท่าทางบ้าคลั่งยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก แผดเสียงด่าทออย่างเสียสติ "หากวันนี้เจ้าไม่ฆ่าข้า วันหน้า ข้าจะต้องฆ่าล้างโคตรเจ้า ถลกหนังเลาะกระดูกเจ้าออกมาให้ได้..."
พลั่ก ! หลี่มูคว้าเศษผ้าขาด ๆ แถวนั้นมายัดอุดปากอีกฝ่ายอย่างลวก ๆ จากนั้นก็ปัดฝุ่นที่มือด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หันไปเอ่ยกับทหารม้าเกราะดำเหล่านั้นว่า "วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะยอมละเว้นปล่อยพวกเจ้าไปสักครั้ง"
"กลับไปบอกท่านอ๋องของพวกเจ้า ว่าหากยังอยากให้ผู้บัญชาการฮว่ามีชีวิตรอดกลับไป ก็ให้เอาเงินมาไถ่ตัวที่เมืองผิงอันด้วยตัวเองเถอะ"