เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 263 เข้าสู่ภูเขา

ตอนที่ 263 เข้าสู่ภูเขา

ตอนที่ 263 เข้าสู่ภูเขา


ตอนที่ 263 เข้าสู่ภูเขา

เส้นทางบนภูเขาว่อหนิวขรุขระสูงชัน ค่ายเวยหู่ก็ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา ตลอดทางมีป้อมยามของพวกโจรป่าดักซุ่มอยู่มากมาย การฝืนนำทัพบุกทะลวงเข้าไปนั้นยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าหากมีพวกโจรป่าเป็นคนนำทาง แล้วแสร้งทำเป็นตัวประกันและขบวนสินค้าที่ถูกปล้นมาล่ะก็ เช่นนั้นก็สามารถผ่านทางเข้าไปได้อย่างฉลุยไร้อุปสรรค !

"ท่าน... ท่านคิดจะกวาดล้างพี่น้องในค่ายของพวกเราให้สิ้นซากเลยรึ ? " น้ำเสียงของชายหน้าบากสั่นเครือ เมื่อได้ยินความต้องการของหลี่มู ความรู้สึกของเขาก็ดิ่งลงเหวในชั่วพริบตา รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว

เป็นโจรป่าอยู่ที่ค่ายเวยหู่มานานหลายปี ชายหน้าบากย่อมรู้ซึ้งถึงกฎระเบียบภายในค่ายเป็นอย่างดี หากผู้ใดกล้าสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ทรยศหักหลังพี่น้อง จุดจบก็คือถูกม้าห้าตัวแยกร่าง ตายอย่างไร้ที่กลบฝัง !

"ทำไม ทำใจไม่ได้รึ ? " หลี่มูเอนกายพิงรถม้า มุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่าโจรป่ากระจอก ๆ อย่างเจ้า มีสิ่งใดคู่ควรให้ข้าให้ความสำคัญงั้นรึ ? "

"หากเจ้าอยากรอดชีวิต ทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวก็คือช่วยข้ากวาดล้างค่ายเวยหู่แห่งนี้ให้สิ้นซาก จับกุมและบั่นคอพวกหัวหน้าโจรเสีย ถึงเวลานั้น ข้าอาจจะปูนบำเหน็จความดีความชอบ รับเจ้าเข้ากองทัพ ให้เป็นนายหมู่ นายสิบ หรือกระทั่งนายร้อยก็ยังได้ ! "

"มิเช่นนั้น..." หลี่มูเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็หยุดชะงัก จู่ ๆ เขาก็ง้างคันธนูแล้วยิงออกไป ลูกธนูดอกนั้นพุ่งเสียบทะลุลำคอของโจรป่าคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างอย่างแม่นยำไร้ที่ติ !

ชั่วพริบตานั้น โลหิตก็สาดกระเซ็น โจรป่าผู้นั้นเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและไม่ยินยอม ร่างกายอ่อนยวบทิ้งตัวลงกองกับพื้น และสิ้นลมหายใจไปอย่างรวดเร็ว

ชายหน้าบากเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบราวกับจะระเบิดออก คนกลุ่มนี้ตรงหน้าจะต้องเป็นพวกเหี้ยมโหดที่ฆ่าคนเป็นผักปลาอย่างแน่นอน พูดคุยหัวเราะกันอยู่ดี ๆ ก็ส่งคนไปปรโลกเสียแล้ว ท่าทีราบเรียบเฉยเมยนั้นราวกับแค่บีบคอลูกเจี๊ยบตายตัวหนึ่งก็มิปาน

"ที่นี่มีคนอยู่เกือบยี่สิบคน หากเจ้าไม่ตกลง โอกาสนี้ก็จะเป็นของคนอื่นแทน" หลี่มูชี้ไปยังพวกโจรป่าที่เหลือซึ่งมีสีหน้าหวาดผวาสุดขีด เอ่ยเร่งเร้าชายหน้าบากด้วยรอยยิ้มที่คล้ายไม่ใช่ยิ้ม "ข้าให้เวลาเจ้าคิดสิบลมหายใจ"

ลมหายใจของชายหน้าบากถี่กระชั้น นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ตัดสินใจยากเย็นอะไรเลย หากให้ความร่วมมือกับหลี่มูกวาดล้างค่ายเวยหู่ เขาก็จะได้ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง หากล้มเหลว ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ตาย แต่ถ้าไม่ให้ความร่วมมือล่ะก็ หลังจากนี้อีกสิบลมหายใจ หัวของเขาก็จะหลุดออกจากบ่าทันที !

"นายท่าน ข้าทำ ! ก็แค่พาทุกท่านเข้าไปในรังค่ายเวยหู่ไม่ใช่หรือ ? ข้าทำ!" ชายหน้าบากเงียบไปเพียงชั่วอึดใจ ก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เขาแสร้งทำสีหน้าเคียดแค้นชิงชังพลางเอ่ย "พวกหัวหน้าใหญ่ในค่ายเวยหู่มันไร้สัจจะ ขาดคุณธรรมน้ำมิตร ทุกครั้งที่ปล้นของมาได้ก็เอาของดี ๆ ไปหมด ทิ้งไว้ให้พวกเราก็แค่เศษอาหารเหลือเดน"

"หากทำงานไม่สำเร็จ ก็มักจะถูกพวกมันทุบตีด่าทอสารพัด"

"พวกเราไม่อยากติดตามรับใช้พวกมันมาตั้งนานแล้ว วันนี้เมื่อท่านเอ่ยปาก ข้ารับรองว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามเลยขอรับ ! "

พอเขาเอ่ยจบ โจรป่าที่เหลือต่างก็พากันเอ่ยสนับสนุนเห็นพ้องต้องกัน

ช่างรู้จักดูทิศทางลมเสียจริง... หลี่มูเผยรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปาก เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าพวกโจรป่าเหล่านี้จะแค่รับปากส่ง ๆ แล้วค่อยไปหักหลังเอาตอนที่เข้าไปในรังโจรแล้ว เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้เขาก็มีป้ายเสือเรียกทัพอยู่ในมือ อย่าว่าแต่โจรป่าแค่กลุ่มเดียวเลย ต่อให้ต้องตกอยู่ในวงล้อมของทหารกล้านับพัน เขาก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะได้

อีกทั้งเมื่อครู่นี้ พอเห็นลูกน้องถูกซัดหมอบ ชายหน้าบากก็หันหลังวิ่งหนีทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด จากจุดนี้ก็พอมองออกแล้วว่ามันไม่ใช่พวกที่มีคุณธรรมน้ำมิตรหรือความกล้าหาญอะไร หลี่มูได้แสดงความแข็งแกร่งให้มันเห็นเป็นประจักษ์แล้ว ซ้ำยังวาดฝันก้อนโตที่ชวนให้คนบ้าคลั่งไว้ให้ด้วย ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ได้สติปัญญาบกพร่อง ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องกลับกลอกเลย

……

หนึ่งเค่อต่อมา สถานที่แห่งนี้ก็ถูกจัดการทำความสะอาดจนเรียบร้อย ทหารที่สวมเกราะกลับขึ้นไปบนรถม้า แล้วใช้ผ้าสักหลาดคลุมร่างเอาไว้ ส่วนพวกเจี่ยชวนและหลี่มูก็วางอาวุธลง นำฝุ่นดินและคราบเลือดมาป้ายตามเสื้อผ้าและใบหน้า แสร้งทำท่าทางพ่ายแพ้อย่างหมดสภาพ ถูกโจรป่ายี่สิบกว่าคนคุมตัวเดินลึกเข้าไปในทางเดินบนเขา

ยิ่งเดินลึกเข้าไปในภูเขาว่อหนิว เส้นทางบนเขาก็ยิ่งคับแคบและสูงชันมากขึ้น บางจุดก็อยู่ติดริมหน้าผา รถม้าต่อให้พยายามชิดด้านในจนสุด ล้อด้านนอกก็ยังแทบจะหมิ่นเหม่บดทับขอบหน้าผาอยู่รอมร่อ หลี่มูเหลือบตามองลงไปเบื้องล่าง เห็นเพียงหน้าผาสูงชันเกือบร้อยเมตร ซ้ำยังไม่มีเนินดินลาดเอียงเลยสักนิด หากตกลงไปคงไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน

แม้แต่คนที่ใจกล้าอย่างเจี่ยชวน ในยามนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะคอยปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากอยู่บ่อยครั้ง เขาลดเสียงลงต่ำพลางเอ่ย "พี่หลี่ ท่านคิดถูกแล้ว ! มารดามันเถอะ ภูเขาว่อหนิวนี่มันมีภูมิประเทศอันตรายกว่าภูเขาต้าหลงตั้งเยอะ ทางเล็ก ๆ ที่จะเข้าเขาก็มีแค่สองสามเส้น ขอแค่เอาก้อนหินมาทำเป็นสิ่งกีดขวางตรงจุดที่แคบ ๆ แล้วให้คนคุมอยู่ไม่กี่คน ก็สามารถป้องกันที่นี่ให้แน่นหนาดุจกำแพงเหล็กได้แล้ว"

"เรียกได้ว่าหนึ่งคนป้องกันด่าน หมื่นคนก็มิอาจทะลวงผ่าน ! "

"มิน่าล่ะ ทางการยกทัพมากวาดล้างกี่ครั้งก็ล้มเหลวกลับไปหมด สถานที่แบบนี้ ต่อให้เป็นกองทัพที่เก่งกาจที่สุดของต้าฉีมาถึง ก็ทำได้แค่มองตาปริบ ๆ เท่านั้นแหละ"

คำพูดของเจี่ยชวนแม้จะดูพูดเกินจริงไปบ้าง ทว่าก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย เมื่อพิจารณาจากสภาพภูมิประเทศแล้ว หากคิดจะฝืนกำลังบุกกวาดล้างค่ายเวยหู่ ย่อมต้องสูญเสียอย่างมหาศาล ทางการก็คงจะประเมินดูแล้วว่าผลลัพธ์ที่ได้มันไม่คุ้มเสีย ถึงได้เลือกที่จะถอดใจไป

ยุคสมัยนี้ไม่มีทั้งเฮลิคอปเตอร์ ไม่มีทั้งร่มชูชีพ การจะเลียนแบบแผนชิงไหวชิงพริบยึดเขาพยัคฆ์ด้วยการใช้ทหารพลร่ม...ก็เป็นเรื่องเพ้อฝันทั้งนั้น เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรต่อ ก็พลันเห็นว่าตรงทางโค้งเบื้องหน้า มีสิ่งกีดขวางที่ทำจากท่อนไม้และก้อนหินวางกองปิดกั้นเส้นทางเอาไว้จนหมด

เมื่อเห็นดังนั้น ชายหน้าบากก็ล้วงนกหวีดออกมาจากอกเสื้อแล้วเป่า เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด ด้านหลังกองดินก็ปรากฏร่างของโจรป่าหลายคนที่สวมเสื้อกันหนาวและชุดเกราะเก่าซอมซ่อ พวกมันเงยหน้าขึ้นมาเห็นชายหน้าบากและขบวนรถม้าที่อยู่ด้านหลัง ตาของพวกมันก็เบิกกว้างแทบถลนออกมา

"น้องหน้าบาก ! "

"มารดามันเถอะ ขบวนรถม้านี่พวกเจ้าปล้นมาได้งั้นรึ ? "

หนึ่งในโจรป่ากลุ่มนั้นมีชายฉกรรจ์หน้าดำผู้หนึ่งทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เขายกมือขยี้ตาแรง ๆ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า "คุณพระช่วย ! ไม่ต้องพูดถึงของอย่างอื่นหรอก แค่ม้าสิบกว่าตัวนี่ก็มีมูลค่าหลายร้อยตำลึงแล้ว ! "

"เฮยสยง... เป็นไง อิจฉาล่ะสิ ? " หน้าบากพอเห็น 'คนกันเอง' ก็รีบสวมบทบาททันที เขาแสร้งทำเป็นโอ้อวดพลางตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ "ข้าเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน พาพี่น้องลงไปเสี่ยงดวงที่ตีนเขา แต่กลับเจอหมูอ้วนตัวใหญ่เข้าให้"

"ดูสิ นอกจากสินค้าสิบกว่าคันรถนี่แล้ว ยังจับตัวประกันกลับมาได้ตั้งเยอะแหนะ ! " หน้าบากเอ่ยพลางเอามือตบหัวเจี่ยชวนเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก แสยะยิ้มเหี้ยม "พวกนี้เป็นผู้คุ้มกันของสำนักคุ้มภัยเฉิงหนาน รอให้พาขึ้นเขาไปได้ก่อน ค่อยส่งจดหมายไปหาสำนักคุ้มภัย ให้พวกมันเอาเงินมาไถ่ตัว"

ชายฉกรรจ์หน้าดำเห็นดังนั้นก็อิจฉาตาร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบหนัก วิ่งเหยาะๆ เข้ามาใกล้ ยื่นมือออกไปหมายจะเลิกผ้าสักหลาดบนรถม้าขึ้น เพื่อดูว่าของที่อยู่ข้างใต้คืออะไร

หลี่มูเลียริมฝีปาก แววตาค่อยๆ เย็นเยียบลง ส่วนทหารสวมเกราะที่อยู่ใต้ผ้าสักหลาด ก็กระชับอาวุธในมือแน่นเตรียมพร้อม

ทว่าในตอนนั้นเอง หน้าบากก็ยื่นมือออกไปผลักอีกฝ่ายอย่างแรง สีหน้าดำคล้ำลงพลางตวาด "เฮยสยง ไอ้เวรนี่ เจ้าคิดจะทำอะไร ? นี่มันสินค้าที่ข้าปล้นมาได้ หรือเจ้าคิดจะมาแย่งความดีความชอบ ขอแบ่งส่วนแบ่งงั้นรึ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 263 เข้าสู่ภูเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว