- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 256 ตระกูลเฉิน
ตอนที่ 256 ตระกูลเฉิน
ตอนที่ 256 ตระกูลเฉิน
ตอนที่ 256 ตระกูลเฉิน
"หลิวซาน หลิวซื่อ พวกเจ้าเข้าไปดูในบ้านสิว่าเกิดอะไรขึ้น ? " คุณชายเฉินรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่าก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก
เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คือในตัวเมือง ในอำเภอชิงสุ่ยแห่งนี้ อิทธิพลของตระกูลเฉินไม่เป็นสองรองใคร ลำพังแค่บ่าวไพร่ที่เลี้ยงดูไว้ก็มีนับร้อยคนแล้ว ต่อให้มีโจรป่าโจรภูเขาหลุดเข้ามาในเมือง ก็ไม่มีทางกล้ามาหาเรื่องตระกูลเฉินเป็นอันขาด
"ขอรับ ! " บ่าวรับใช้ทั้งสองรับคำ ก่อนจะลอบเดินเข้าไปทางประตูใหญ่ทันที
เวลาผ่านไปทีละน้อย บ่าวรับใช้ทั้งสองที่เข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเฉินกลับเงียบหายไปราวกับหินจมลงก้นทะเล ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น ทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลเฉินเงียบสงัดราวกับสุสานในยามเที่ยงคืน
"มารดามันเถอะ หรือว่าท่านพ่อจะรู้เรื่องที่ข้าขึ้นศาลแล้ว ก็เลยจงใจดักรอสั่งสอนข้าอยู่ที่บ้าน ? หลิวซานกับหลิวซื่อคงจะถูกท่านพ่อจับตัวไปแล้วกระมัง ? " แม้ในใจของคุณชายเฉินจะรู้สึกหวาดหวั่น ทว่าก็ยังคงไม่คิดเป็นอื่นไปได้
เขาลังเลอยู่นาน ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้ที่เหลืออีกสองคนว่า "อาต้า อาหมัน พวกเจ้าเข้าทางประตูหลังนะ ถ้าท่านพ่ออยู่... พวกเจ้าก็ส่งเสียงเรียกสักคำ ข้าจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน"
"คุณชาย ข้าว่ามันแปลก ๆ นะขอรับ... ต่อให้นายท่านจะโกรธ ก็ไม่น่าจะทำเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้"
อาต้าเป็นคนที่มีความระแวดระวังสูง จึงเอ่ยปากขึ้นทันที "อีกอย่าง ก็แค่ฆ่าหญิงสาวบ้านนอกไปคนนึง เสียเงินให้ศาลาว่าการไปไม่กี่ร้อยตำลึง นายท่านไม่น่าจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้นะขอรับ"
อาหมันที่อยู่ด้านข้างก็รีบเอ่ยสมทบ "คุณชาย สถานการณ์ดูไม่ค่อยชอบมาพากลเลย คืนนี้พวกเราอย่าเพิ่งเข้าบ้านเลยดีหรือไม่ หรือไม่ก็... ไปแจ้งทางการให้มาดูหน่อยเถิดขอรับ ! "
หากเป็นยามปกติ คุณชายเฉินย่อมต้องชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย แล้วไปแจ้งความที่ศาลาว่าการ ทว่าวันนี้เขาดื่มสุรามา ซ้ำยังกลัวว่าบิดาที่บ้านจะพาลโกรธเอาได้ จึงไม่กล้าไปเกณฑ์พวกมือปราบให้แห่กันมาที่บ้าน หากบังเอิญในบ้านไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงอันใด แล้วนายท่านตระกูลเฉินกำลังอารมณ์เสียอยู่พอดี ครั้นมาเห็นภาพนี้เข้า ย่อมต้องลงมือสั่งสอนเขาอย่างหนักเป็นแน่
"กลัวสุนัขผายลมอันใด ! นี่มันบ้านข้า ในบ้านมีบ่าวไพร่เป็นร้อย ล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำทั้งนั้น ต่อให้พวกโจรป่านอกเมืองบุกเข้ามา ก็ต้องถูกตีจนเละเป็นโจ๊ก"
คุณชายเฉินดื่มสุรามาจนเต็มคราบ ยามนี้เมื่อถูกลมหนาวพัดโชยมาก็ยิ่งรู้สึกปวดหัววิงเวียน ทว่าในใจกลับเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขาชักมีดสั้นเล่มเล็กที่เอวออกมาพลางเอ่ย "ตามข้าเข้าบ้านไป"
เมื่อเห็นว่าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว บ่าวรับใช้ทั้งสองก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดให้มากความ ทำได้เพียงเดินตามหลังเขาไป แล้วผลักประตูเข้าไปด้านใน
แอ๊ดดด ! ประตูใหญ่ถูกผลักออก บานพับส่งเสียงดังเสียดหู ภายในคฤหาสน์ยังคงมืดสนิท ทว่ากลิ่นคาวเลือดนั้นกลับทวีความรุนแรงและคละคลุ้งยิ่งขึ้นไปอีก
"ท่านพ่อ ! ท่านแม่ ? " คุณชายเฉินตะโกนเรียกเสียงดัง พลางคลำหาตะเกียงน้ำมันในห้องคนเฝ้าประตู คฤหาสน์ทั้งหลังเงียบกริบ ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ บ่าวรับใช้ทั้งสองคลำหาหินเหล็กไฟท่ามกลางความมืดมิด ครั้นจุดตะเกียงน้ำมันจนสว่างแล้ว ก็ถือตะเกียงเดินนำหน้า มุ่งหน้าไปยังโถงด้านหน้า
ทว่าในตอนนั้นเอง เบื้องหลังกลับมีเสียง "ปัง ! " ดังสนั่นหวั่นไหว นั่นคือเสียงของประตูใหญ่ที่ถูกปิดลง !
คุณชายเฉินสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปมองทางทิศนั้นทันที ตวาดเสียงกร้าว "ใครน่ะ ? "
เห็นเพียงใต้ชายคาและในเงามืดของคฤหาสน์ มีเงาร่างหลายสิบร่างทยอยเดินออกมา ทุกย่างก้าวของพวกเขา ทำให้เกิดเสียงชุดเกราะเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี
เมฆดำบนท้องฟ้าถูกสายลมพัดกระชากออก แสงจันทร์สว่างนวลตาอาบย้อมลงมา ในที่สุดคุณชายเฉินก็มองเห็นรูปลักษณ์ของคนเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
นั่นคือกลุ่มคนแปลกหน้าที่สวมใส่ชุดเกราะเหล็ก บนใบหน้าและเรือนร่างเต็มไปด้วยคราบเลือดที่สาดกระเซ็น ในมือยังกำอาวุธอย่างหอกยาวและดาบเล่มเขื่องเอาไว้แน่น พวกเขาเดินตีวงล้อมเข้ามาใกล้ราวกับฝูงหมาป่า รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปาก ชวนให้ผู้คนรู้สึกขนลุกขนพองด้วยความหวาดกลัว !
"พวกเจ้าเป็นใครกัน ? " คุณชายเฉินตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านพ่อท่านแม่ของข้า แล้วก็คนอื่น ๆ ล่ะ ? "
กลุ่มทหารสวมเกราะไม่ได้เอ่ยตอบ เห็นเพียงชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้าเดินก้าวออกมา สายตาของเขาจับจ้องมองมาที่คุณชายเฉินอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางเอ่ย "ดวงของเจ้านี่มันซวยบัดซบจริง ๆ เลยนะ เดิมทีพวกเราจัดการธุระเสร็จหมดแล้ว และกำลังเตรียมตัวจะถอนกำลังกลับ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกลับมาบ้านในจังหวะนี้พอดี"
"นี่คือสวรรค์ลิขิตไม่ให้เจ้ามีชีวิตรอด ข้าเองก็จนปัญญา ทำได้เพียงโอนอ่อนตามบัญชาสวรรค์เท่านั้น"
ชายฉกรรจ์ผู้นั้นค่อย ๆ เงื้อดาบยาวขึ้นสูง ภายใต้แสงจันทร์ ม่านตาของคุณชายเฉินหดเกร็ง เขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นได้อย่างชัดเจน สิ่งเดียวที่มองเห็นก็คือเหยี่ยวเหินสีขาวปลอดที่เกาะตระหง่านอยู่บนไหล่ของอีกฝ่าย !
"อย่า... อย่าฆ่าข้า ! " คุณชายเฉินเคยเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า หลายปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคภายใต้ร่มเงาของตระกูลเฉินมาโดยตลอด ต่อให้จะกระทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต ตระกูลเฉินก็สามารถใช้พลังแห่งเงินตราแก้ไขปัญหาให้รอดพ้นมาได้ทุกครั้ง
ทว่าค่ำคืนนี้ กลับเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตนเองอยู่ใกล้ชิดกับความตายถึงเพียงนี้! "พวกเรามีความแค้นต่อกันหรือ ? "
"บ้านข้าร่ำรวยมหาศาล พวกเจ้าปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะยกเงินทั้งหมดให้พวกเจ้าเลย ! " คุณชายเฉินหวาดผวาจนต้องถอยกรูดไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง
แต่ทว่า คมดาบก็ยังคงฟาดฟันลงมาอย่างไม่ปรานี เขากรีดร้องเสียงหลง ก่อนจะดึงบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้างเข้ามาเป็นโล่มนุษย์บังหน้าตนเองเอาไว้ !
ได้ยินเพียงเสียงทึบ ๆ ของคมดาบที่สับทะลวงเนื้อ ตามติดมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาของบ่าวรับใช้ผู้นั้น ก่อนที่ร่างจะหงายหลังล้มตึงลงไปกับพื้น บนหน้าอกปรากฏรอยแผลฉกรรจ์ที่ถูกฟันจนเหวอะหวะ โลหิตแดงฉานทะลักทะลวงออกมาในชั่วพริบตา
จนกระทั่งวินาทีนี้ คุณชายเฉินถึงได้มองเห็นอย่างแจ่มชัดว่า ทั่วทั้งลานกว้างในคฤหาสน์ของตนเอง ล้วนเจิ่งนองไปด้วยเลือด !
"ไอ้เดรัจฉานน้อย ถึงกับรู้จักเอาลูกน้องมาเป็นโล่รับดาบแทนด้วยรึ ? " ท่ามกลางกลุ่มทหารสวมเกราะ มีเสียงทุ้มต่ำและอู้อี้ดังขึ้น
"ต่อให้พวกเจ้าคิดจะฆ่าข้า ก็ควรจะให้ข้าได้ตายอย่างตาหลับสิ ! " คุณชายเฉินถูกสาดกระเซ็นไปด้วยเลือดอุ่น ๆ อารมณ์ของเขาพลันแตกสลายในพริบตา น้ำเสียงเจือปนด้วยเสียงสะอื้นไห้ "ตระกูลเฉินไปล่วงเกินพวกเจ้าที่ใดกัน ? "
ชายถือดาบผู้นั้น จะเป็นใครไปได้อีกหากไม่ใช่หลี่มู ? หลังจากออกจากศาลาว่าการอำเภอเมื่อวาน เขาก็ได้วางแผนการใหม่ขึ้นมาทันที และกำหนดเป้าหมายใหม่เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายที่สอง ก็คือตระกูลเฉินแห่งอำเภอชิงสุ่ย !
อำเภอชิงสุ่ยก็เฉกเช่นเดียวกับอำเภอซื่อสุ่ย ซึ่งล้วนมีอาณาเขตติดกับเมืองอันผิง ภายในอำเภอแห่งนี้ไม่มีพรรคแก๊งอันธพาลเจ้าถิ่นที่ตั้งตนเป็นใหญ่ ทว่าตระกูลเฉิน... กลับมีความมั่งคั่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพรรคแก๊งเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ซ้ำการกระทำของพวกมัน ก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเดนมนุษย์แห่งหอหมาป่าอินทรีเลยสักนิด !
หลังจากกำหนดเป้าหมายแล้ว หลี่มูก็พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มไปหนึ่งคืนเต็ม รุ่งสางของวันถัดมา เขาก็นำพาบรรดาพี่น้องออกเดินทางลักลอบเข้าไปในอำเภอชิงสุ่ย
จนกระทั่งดึกดื่นค่อนคืน พวกเขาถึงได้งัดแผนเดิมมาใช้อีกครั้ง บุกทะลวงเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน และเข้าควบคุมตัวบุคคลสำคัญทั้งหมดเอาไว้ ส่วนบ่าวไพร่คนใดที่บังอาจต่อต้านขัดขืน ย่อมต้องถูกบั่นคอทิ้งในดาบเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย
บางทีอาจเป็นเพราะถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน กำลังในการตอบโต้ของตระกูลเฉินจึงไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าหอหมาป่าอินทรีสักเท่าใดนัก
บ่าวไพร่รูปร่างกำยำล่ำสันเหล่านั้น หากเอาไปใช้ข่มเหงรังแกชาวบ้านก็คงจะพอไหว ทว่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับทหารสวมเกราะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีของหลี่มู พวกมันก็กลายสภาพเป็นเพียงลูกแกะที่รอวันถูกเชือด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ ตระกูลเฉินก็ตกอยู่ใต้การควบคุมของหลี่มูอย่างสมบูรณ์
ด้วยวิธีการเค้นคอถาม หลี่มูก็งัดคลังสมบัติของตระกูลเฉินจนเปิดออก กวาดต้อนทรัพย์สินที่สั่งสมมานับสิบปีไปจนหมดเกลี้ยง ในยามที่กำลังเตรียมตัวจะถอนกำลัง กลับบังเอิญมาปะทะเข้ากับคุณชายเฉินที่เมามายกลับมาถึงบ้านพอดี ช่างมาได้จังหวะเหมาะเจาะเสียจริง ๆ
"ตระกูลเฉินไม่ได้ไปล่วงเกินข้าเลยแม้แต่น้อย ทว่าพวกเจ้ามีเงิน ส่วนข้าก็บังเอิญกำลังขัดสนเงินทองอยู่พอดี" หลี่มูรับฟังคำถามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและไม่ยินยอมของคุณชายเฉิน ก่อนจะแย้มยิ้มบาง ๆ พลางตอบ "ส่วนเหตุผลที่ต้องฆ่าพวกเจ้าน่ะรึ ? ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากมายหรอก"
"ตัวละครเล็กจ้อยดั่งมดปลวก นึกอยากจะฆ่าก็ฆ่าทิ้งเสียสิ"