- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 253 เผชิญหน้า
ตอนที่ 253 เผชิญหน้า
ตอนที่ 253 เผชิญหน้า
ตอนที่ 253 เผชิญหน้า
สิ้นเสียงนั้น ประตูของโถงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกกว้างจากด้านนอก
เห็นเพียงหลี่มูก้าวยาว ๆ เข้ามา โดยมีเจียงหู่ ต้าจู้ และพี่น้องอีกสองสามคนเดินตามมาติด ๆ ด้วยสีหน้าถมึงทึง
"ผู้ใดบังอาจมาพูดจาโอหังที่นี่ ? รนหาที่ตายรึ ! " นายอำเภอซื่อสุ่ยเดือดดาลจนหน้าดำหน้าแดง หันไปตวาดใส่เฉาหย่างอี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ใต้เท้าเฉา ไอ้พวกโอหังพวกนี้คือบ่าวรับใช้ของบ้านท่านงั้นรึ ? เจ้านายกำลังพูดคุยกัน พวกมันมีสิทธิ์อะไรมาสอดปากสอดคำ สมควรโดนลงโทษ ! "
หลายปีมานี้ แม้การที่ศาลาว่าการและกองทหารรักษาเมืองลอบจับมือสมรู้ร่วมคิดกับหอหมาป่าอินทรี จะเป็นเรื่องที่ผู้คนรู้กันทั่ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นขุนนาง ยังต้องรักษาหน้าตาและภาพลักษณ์อันดีงามเอาไว้บ้าง
แต่คำพูดของหลี่มูเมื่อครู่ กลับทิ่มแทงเข้ากลางใจดำของเขาอย่างจัง ราวกับฉีกหน้ากากจอมปลอมของเขาออกมาแล้วโยนลงไปกระทืบซ้ำบนพื้นอย่างไรอย่างนั้น !
"ใต้เท้าหลิวจำไม่ได้รึว่าเขาเป็นใคร ? " ใต้เท้าเฉาเลิกคิ้วขึ้น ถามด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
"ทำไมล่ะ ? หรือว่ามันจะเป็นเชื่อพระวงศ์ที่ไหน ? " นายอำเภอซื่อสุ่ยกวาดสายตามองพวกหลี่มูตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าพวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไป ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"ใต้เท้าเฉาคิดว่าหมาแมวที่ไหน ข้าก็ต้องลดตัวลงไปมองอย่างนั้นรึ ? "
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศภายในห้องก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
แววตาของเจียงหู่ทอประกายดุร้าย แค่นเสียงเย็นชาพลางก้าวอาด ๆ ออกไปข้างหน้า รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน !
เมื่อเห็นดังนั้น แม่ทัพรักษาเมืองซื่อสุ่ยที่นั่งเงียบมาตลอดก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาก้าวออกมายืนขวาง ทำท่าจะชักดาบยาวที่เอวออกมา ตวาดเสียงกร้าว
"ไอ้พวกโอหังมาจากที่ใดกัน ถึงได้กล้ามาล่วงเกินขุนนางของราชสำนัก หยุดอยู่ตรงนั้น แล้วไสหัวออกไปซะ ! "
หมับ !
สิ้นเสียงตวาด ฝ่ามือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กของเจียงหู่ก็คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของเขาเสียแล้ว
ในชั่วพริบตานั้น แม่ทัพรักษาเมืองซื่อสุ่ยก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นปราดเข้ามา แขนทั้งแขนชาหนึบไร้เรี่ยวแรงในทันที จนต้องร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
"รูปร่างบอบบางอย่างกับลูกไก่แบบนี้ ยังมีหน้ามาเป็นขุนนางบู๊อีกรึ ? มิน่าเล่า หลายปีมานี้ต้าฉีของเราถึงได้โดนพวกคนเถื่อนตีจนถอยร่นไม่เป็นท่า ! "
เจียงหู่สยบเขาได้ในกระบวนท่าเดียว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน เขาผลักอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใส่ใจ "นั่งลงไป แล้วก็หุบปากซะ ! "
โครม !
แม่ทัพรักษาเมืองซื่อสุ่ยถูกผลักจนเซถอยหลังไปสามสี่ก้าว ก่อนจะทรุดฮวบลงไปนั่งแหมะบนเก้าอี้ไท่ซือ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง แววตาแฝงความไม่อยากจะเชื่อ
แม้เขาจะเป็นเพียงขุนนางบู๊ขั้นเจ็ด แต่หลายปีมานี้ก็ไม่เคยมีใครตาบอดกล้ามาล่วงเกินเขาเลยสักครั้ง ไอ้พวกชายฉกรรจ์ตรงหน้าเหล่านี้แต่งตัวซอมซ่อ ดูยังไงก็ไม่ใช่ลูกหลานขุนนางหรือเชื่อพระวงศ์แน่ ๆ ...
พวกมันไปเอาความกล้ามาจากไหน ถึงได้เหิมเกริม โอหังปานนี้ ?
หว่างคิ้วของแม่ทัพรักษาเมืองซื่อสุ่ยกระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นในพริบตา เขารู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก จนแทบอยากจะชักดาบออกไปฟันหัวไอ้พวกโอหังพวกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือนอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
เขามีลางสังหรณ์ว่า หากตัวเองชักดาบออกมาจริง ๆ เกรงว่าวินาทีต่อไปคนที่ตายคงไม่ใช่พวกชายฉกรรจ์เหล่านี้ แต่จะเป็นตัวเขาเองต่างหาก !
"ใต้เท้าเฉา ท่านคิดจะทำอะไร ? " นายอำเภอซื่อสุ่ยเห็นภาพนั้น ในใจก็กระตุกวูบ
อีกฝ่ายกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่งพอตัว
ที่นี่คือเมืองอันผิง ไม่ใช่ถิ่นของเขา หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา สถานการณ์ก็คงไม่เป็นผลดีต่อเขาแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงทันที "ท่านกับข้าต่างก็เป็นขุนนางรับใช้ราชสำนัก ข้าเดินทางมาเพื่อสืบคดี ต่อให้ท่านไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็ไม่เห็นต้องเรียกพวกนักเลงหัวไม้มาข่มขู่พวกข้าเลยนี่"
"ใต้เท้าหลิวเข้าใจผิดแล้ว"
ใต้เท้าเฉานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา เขาผายมือไปทางหลี่มู "คนผู้นี้ ก็คือหลี่มูที่พวกท่านกำลังตามหาอยู่นั่นแหละ"
คำพูดประโยคนี้ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางลานกว้าง !
นายอำเภอซื่อสุ่ยและแม่ทัพรักษาเมืองอุทานออกมาพร้อมกันว่า "อะไรนะ ? ! "
พวกเขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า แม้การมาในครั้งนี้ พวกเขาจะมีเป้าหมายเพื่อจับกุมตัวหลี่มู แต่พวกเขากลับไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหลี่มูมาก่อน เพียงแค่ได้ยินจากคำบอกเล่าของพยานหอหมาป่าอินทรีว่า อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันเท่านั้น
"ผู้น้อยหลี่มู ขอคารวะใต้เท้าทั้งสอง" หลี่มูแสร้งทำท่าประสานมือคารวะอย่างขอไปที ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซืออย่างถือวิสาสะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เมื่อครู่ผู้น้อยอยู่หน้าห้อง ได้ยินใต้เท้าทั้งสองป่าวประกาศว่าข้าคือฆาตกรที่ล้างบางหอหมาป่าอินทรี หากไม่ฆ่าข้าก็ไม่อาจดับความโกรธแค้นของประชาชน ไม่อาจอธิบายต่อราษฎรได้..."
"ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า พวกท่านมีหลักฐานมัดตัวข้าว่าเป็นฆาตกรหรือไม่ แต่ข้าอยากจะขอถามพวกท่านสักประโยคหนึ่งก่อน"
"ศาลาว่าการของอำเภอซื่อสุ่ย ตกลงแล้วเป็นผู้หนุนหลังให้กับหอหมาป่าอินทรี หรือว่าเป็นสถานที่ที่คอยให้ความเป็นธรรมแก่ราษฎรกันแน่ ? "
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร ? " สีหน้าของนายอำเภอซื่อสุ่ยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง พยายามข่มอารมณ์ให้สงบลง
"ศาลาว่าการย่อมต้องเป็นสถานที่ผดุงความยุติธรรมอยู่แล้ว เจ้ากล้ามาใส่ร้ายป้ายสีว่าพวกเราเป็นผู้หนุนหลังให้พวกพรรคอันธพาล โทษฐานนี้สมควรตายนัก ! "
หลี่มูมองดูใบหน้าของอีกฝ่ายที่แสร้งทำเป็นผดุงคุณธรรมทั้ง ๆ ที่เนื้อแท้ก็คือขุนนางกังฉิน ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"ข้าได้ยินมาว่า หลายปีมานี้หอหมาป่าอินทรีวางอำนาจบาตรใหญ่ในอำเภอซื่อสุ่ย ข่มเหงรังแกคนดี รีดไถเงินทองจากพวกพ่อค้าวาณิชอย่างหน้าด้าน ๆ หากใครไม่มีเงินจ่าย ก็จะบุกไปจับตัวลูกเมียไปขายซ่อง จนมีคนต้องตายเพราะเรื่องนี้ไปไม่น้อย"
หลี่มูใช้นิ้วเคาะพนักวางแขนเก้าอี้เบา ๆ เอ่ยถามอย่างจริงจังว่า "ข้าอยากจะถามใต้เท้าเหลือเกิน สำหรับคดีพวกนี้ ท่านตัดสินอย่างไรหรือ ? "
นายอำเภอซื่อสุ่ยและแม่ทัพรักษาเมืองสบตากัน กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกยิก ๆ
หลายปีมานี้ พวกเขารับสินบนจากหอหมาป่าอินทรีมามากมาย ย่อมต้องช่วยอีกฝ่ายแก้ปัญหาบางอย่างอยู่แล้ว สำหรับพวก 'ราษฎรหัวหมอ' ที่กล้ามาตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลาว่าการ พวกเขามีสารพัดวิธีที่จะทำให้คนพวกนั้นถอนฟ้อง หรือถึงขั้นตัดสินคดีให้กลายเป็นการฟ้องเท็จไปเลยก็ยังได้ !
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปฟังข่าวลือพวกนี้มาจากไหน อำเภอซื่อสุ่ยของข้าบ้านเมืองสงบสุข ราษฎรอยู่ดีกินดี ไม่เคยเกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นแน่นอน" นายอำเภอซื่อสุ่ยแค่นเสียงเย็นชา ปฏิเสธเสียงแข็งทันที
"คำพูดของข้าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก ในใจของท่านและข้าย่อมรู้ดีที่สุด" หลี่มูเอ่ยเสียงแผ่วเบา
"..."
นายอำเภอซื่อสุ่ยกัดฟันกรอด ไม่ปริปากเถียง
เมื่อเห็นว่า 'พวกเดียวกัน' กำลังตกเป็นรอง แม่ทัพรักษาเมืองซื่อสุ่ยก็ลุกพรวดขึ้นมา เอ่ยเสียงเครียด "ใต้เท้าหลิว อย่าลืมจุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่ในวันนี้สิ"
คำเตือนนั้น ทำให้นายอำเภอซื่อสุ่ยได้สติกลับมาทันที
พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อจับกุมหลี่มู และชิงเงินหลายแสนตำลึงที่ถูกปล้นไปกลับคืนมา จะมามัวต่อปากต่อคำกับมันที่นี่ไปทำไม ?
"ใต้เท้าเฉา พวกเรามีพยานบุคคลยืนยันได้ว่าหลี่มูคือฆาตกร"
นายอำเภอซื่อสุ่ยหน้าดำคร่ำเครียด เอ่ยปากว่า "วันนี้ไม่ว่าท่านจะปกป้องมันอย่างไร พวกเราก็ต้องพาตัวมันกลับไปไต่สวนที่อำเภอซื่อสุ่ยให้ได้"
สิ้นเสียงของเขา พวกมือปราบอำเภอซื่อสุ่ยหลายคนที่อยู่ในห้องก็ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมใจกันชักดาบออกจากฝัก เสียงดาบเสียดสีฝักดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง
"พยานบุคคลรึ ? ไอ้พวกสวะจากหอหมาป่าอินทรีน่ะรึ ? "
ใต้เท้าเฉาไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขายกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ พลางกล่าว "ถ้าใต้เท้าหลิวอ้างแบบนั้น... ข้าเองก็มีพยานบุคคลเหมือนกัน พยานที่สามารถยืนยันได้ว่าช่วงหลายวันนี้ หลี่มูอยู่แต่ในเมืองอันผิง ไม่เคยออกไปไหนเลย"
นายอำเภอซื่อสุ่ยหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
นับตั้งแต่ใต้เท้าต่งสิ้นอำนาจ เขาก็ได้ยินมาว่าหลี่มูมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองอันผิง
แต่เขาคิดมาตลอดว่า ต่อให้อีกฝ่ายจะเก่งกาจแค่ไหน อย่างมากก็เป็นได้แค่ฉินเซี่ยหู่คนก่อนเท่านั้น แม้จะวางอำนาจในหมู่ชาวบ้านได้ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทางการ ก็ยังเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่สามารถถูกบีบให้แหลกคามือได้อยู่ดี แต่เมื่อเห็นท่าทีของใต้เท้าเฉาในวันนี้ นายอำเภอซื่อสุ่ยก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดผิดไปแล้ว...
ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบที่เขาคาดเดาไว้เลย... ใต้เท้าเฉายอมแตกหักกับเขา เพื่อปกป้องหลี่มูผู้นี้ !
ความเงียบ ความเงียบงันดุจป่าช้า
บรรยากาศภายในห้อง ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด
หลี่มูกวาดสายตามองพวกมือปราบ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ใต้เท้าหลิว นี่ท่านคิดจะใช้กำลังงั้นรึ ? "
"ข้าขอเตือนท่านสักคำนะ ทางที่ดีล้มเลิกความคิดนั้นซะเถอะ ! "
"ข้าเป็นคนมีเหตุผล มีเมตตาธรรม แต่บรรดาพี่น้องใต้บังคับบัญชาของข้าแต่ละคนอารมณ์ร้อนกันทั้งนั้น พวกเขาไม่เคยร่ำเรียนหนังสือ เป็นแค่พวกอันธพาลที่ไม่รู้จักเหตุผล และยิ่งไม่รู้จักคำว่าเกรงกลัว"
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ
"หากท่านมีหลักฐานที่แน่นหนา ก็มาจับข้าเข้าคุกได้เลย ข้ารับรองว่าจะไม่ขัดขืนต่อกฎหมายของราชสำนักแน่นอน แต่ถ้าหากท่านคิดจะใช้อำนาจบาตรใหญ่มาข่มขู่กันทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานล่ะก็ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร... ข้าเองก็ไม่อาจรับประกันได้"
ราวกับต้องการยืนยันคำพูดของหลี่มู เจียงหู่และต้าจู้ต่างก็กำหมัดแน่น เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังก้องอยู่ในหูของทุกคน
นายอำเภอซื่อสุ่ยจ้องมองบรรดาชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสันที่อยู่เบื้องหลังหลี่มู หน้าตาแต่ละคนดูเหี้ยมเกรียมราวกับสัตว์ร้าย ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก หยาดเหงื่อเย็นเยียบหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามแก้มอย่างช้า ๆ