- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 251 กลับมาพร้อมความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ตอนที่ 251 กลับมาพร้อมความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ตอนที่ 251 กลับมาพร้อมความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ตอนที่ 251 กลับมาพร้อมความสำเร็จอย่างล้นหลาม
เลี้ยงทหารพันวัน ใช้งานเพียงชั่วขณะ และผลลัพธ์ของช่วงเวลาเพียงชั่วขณะนี้ ก็อาจจะสามารถพลิกผันสถานการณ์ของโลกหล้าได้เลยทีเดียว
"เจียงหู่ ต้าจู้ ขนเงินทองและของมีค่าทั้งหมดมา แล้วไปกันเดี๋ยวนี้เลย" ในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะรั้งอยู่ต่อ หลี่มูจึงออกคำสั่งให้ถอนกำลังทันที
อย่างไรเสียที่นี่ก็คืออำเภอซื่อสุ่ย ไม่ใช่ถิ่นของพวกเขา หอหมาป่าอินทรีน่ะหลี่มูไม่กลัวหรอก แต่ถ้าศาลาว่าการอำเภอและกองทหารรักษาเมืองได้ข่าวแล้วแห่กันมาปิดล้อมพวกตนล่ะก็ เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากแน่
"ขนของ ไป ! " เจียงหู่เป็นผู้นำทัพหน้า เขาสะบัดแขนสองข้างก็ยกหีบไม้ใบเขื่องขึ้นมาได้สบาย ๆ แล้วก้าวยาว ๆ ออกจากลานกว้างของฐานที่มั่นใหญ่ไป
ส่วนทหารที่เหลือก็จับคู่กัน ช่วยกันกวาดต้อนทรัพย์สินมีค่าและเงินทองภายในฐานที่มั่นใหญ่ของหอหมาป่าอินทรีไปจนหมดเกลี้ยง
จากนั้น หลี่มูก็ใช้เท้าเตะคว่ำเตาผิงไฟในห้อง ก้อนถ่านไม้กระเด็นกระจายไปทั่วพื้น และลุกลามติดพรมขนแกะอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงลุกลามอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่นาน ฐานที่มั่นใหญ่ของหอหมาป่าอินทรีก็ถูกแปรสภาพกลายเป็นทะเลเพลิง แสงไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แผดเผาท้องฟ้ายามราตรีจนแดงฉาน
ความวุ่นวายนี้ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายในอำเภอซื่อสุ่ย บรรดาสมาชิกหอหมาป่าอินทรีที่กระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมืองต่างรีบรุดมาอย่างรวดเร็ว และในเวลาต่อมา พวกมือปราบรวมถึงกองทหารรักษาเมืองก็พากันแห่มาเมื่อได้ยินข่าว
ทว่าในเวลานี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกเขา มีเพียงลานฐานที่มั่นใหญ่ที่ถูกเผาจนพังทลาย และซากศพไหม้เกรียมหลายสิบศพในลานที่มองไม่ออกแล้วว่าใครเป็นใคร
"ท่านประมุข ! "
"พี่ใหญ่หู..."
"พี่รอง ! พี่รอง พี่รองของข้า ! "
บรรดาสมาชิกหอหมาป่าอินทรีที่เห็นภาพนี้ต่างตกตะลึงจนตาค้าง บางคนถึงกับเข่าทรุด ร้องไห้ฟูมฟายหมายจะพุ่งกระโจนเข้าไปในทะเลเพลิง แต่ส่วนใหญ่ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ คล้ายกับรูปปั้นที่ถูกสูบวิญญาณออกไป ท่าทางเลื่อนลอยทำอะไรไม่ถูก
หอหมาป่าอินทรีตั้งรกรากอยู่ในอำเภอซื่อสุ่ยมาหลายปี แม้แต่ทางการยังต้องเกรงใจถึงสามส่วน ใครจะไปคาดคิดว่าฐานที่มั่นใหญ่จะมาประสบกับหายนะถึงขั้นถูกล้างโคตรเช่นนี้ ?
"ฝีมือใคร ? ข้าจะต้องหาตัวการใหญ่มาให้ได้ แล้วสับมันเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ! " ชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้หนึ่งกำหมัดคำรามด้วยความโกรธแค้น
แม้แต่กองทหารรักษาเมืองและพวกมือปราบก็ยังมีสีหน้ามืดครึ้มไม่แพ้กัน หลายปีมานี้ หอหมาป่าอินทรีส่งส่วยให้พวกเขามากมายมหาศาล พูดได้ไม่เกินจริงเลยว่า เงินที่พวกเขาใช้จ่ายในแต่ละเดือน ครึ่งหนึ่งล้วนมาจากพี่ใหญ่หูเป็นคนจัดหาให้ มาวันนี้เมื่ออีกฝ่ายต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ ผลประโยชน์ของพวกตนก็ย่อมต้องได้รับผลกระทบไปด้วย !
"ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา... ถึงกับกล้าบุกเข้ามาฆ่าคนวางเพลิงในเมือง ช่างเหิมเกริมยิ่งกว่าพวกโจรป่าโจรภูเขาเสียอีก" หัวหน้ามือปราบคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างกัดฟันกรอด
ส่วนทหารรักษาเมืองก็ก้าวเข้ามาข้างหน้า ตบไหล่ชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้นั้นพลางกล่าวว่า "พี่หลิววางใจได้ พวกเราจะต้องสืบหาความจริงให้กระจ่าง รับรองว่าจะทำให้ฆาตกรผู้นั้นไม่มีที่ฝังศพแน่นอน ! "
เมื่อเห็นภาพนี้ หากเป็นคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงคิดว่านี่คือฉากอันงดงามที่ขุนนางเมตตาและราษฎรเคารพรักเป็นแน่ ทว่าในขณะเดียวกัน บรรดาพ่อค้าวาณิชและชาวบ้านที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากลับหัวเราะร่าด้วยความเบิกบานใจ ถึงขั้นมีคนตะโกนลั่นออกมาตรงนั้นเลยว่า สวรรค์มีตา !
แต่ไม่ว่าจะเป็นความปิติยินดีของชาวบ้าน หรือความโกรธแค้นของหอหมาป่าอินทรีและทางการ ในฐานะผู้ก่อเรื่องอย่างหลี่มูและพรรคพวกย่อมไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะในขณะที่ความสนใจของทุกคนมุ่งไปที่กองเพลิง พวกเขาก็ได้โดยสารเรือสินค้าของพรรคเฉาปัง ลอบหลบหนีออกจากเมืองไปตามเส้นทางน้ำที่ลับตาคนเรียบร้อยแล้ว
กลับมาพร้อมความสำเร็จอย่างล้นหลาม !
……
เที่ยงวันของวันรุ่งขึ้น
ขบวนม้าของหลี่มูเดินทางกลับมาถึงภูเขาต้าหลง เงินทองและของมีค่านับแสนตำลึงถูกนำไปซุกซ่อนไว้ในป้อมค่ายจนหมดสิ้น
"ฟู่..." เร่งเดินทางติดต่อกันมาเจ็ดแปดชั่วยาม ในที่สุดตอนนี้ก็จะได้พักผ่อนเสียที หลี่มูพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมายืดยาว รู้สึกเพียงความเหนื่อยล้าอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง นับตั้งแต่ออกเดินทางไปอำเภอซื่อสุ่ยเมื่อวาน จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทั้งกองทัพรวมถึงตัวเขาเองยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อมองดูเงินทองสีขาวสว่างตา หลี่มูกลับรู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดนั้นคุ้มค่า เขาคำนวณความมั่งคั่งของตนเองในตอนนี้อย่างคร่าว ๆ อยู่ในหัว
เงินทองที่ปล้นชิงมาจากเถ้าแก่ใหญ่และหอหมาป่าอินทรีรวมกันก็มีมากถึงสามแสนสี่หมื่นถึงสามแสนห้าหมื่นตำลึง นอกจากนี้ยังมีโรงกลั่นสุราสองแห่ง หอสุราหนึ่งแห่ง และเหลาอาหารที่ร่วมมือกันอีกห้าแห่ง รวมถึงลานล่าสัตว์บนภูเขาต้าหลงทั้งหมด อีกทั้งเฉินเฮ่อซงยังคอยบริหารจัดการธุรกิจให้เขา ซึ่งก็มีเงินเข้ากระเป๋าทุกวันตกวันละพันกว่าตำลึง
ในยุคสมัยนี้ ก้อนพริกหม่าล่าและสุรากลั่นก็เปรียบเสมือนแท่นพิมพ์แบงก์ สร้างความมั่งคั่งได้อย่างน่าตกตะลึงจนตาค้าง
"ถ้าหากนี่เป็นยุคที่เจริญรุ่งเรือง... ตอนนี้ข้าคงสามารถเป็นเศรษฐีใหญ่ได้อย่างสบายใจ แต่งภรรยาและอนุภรรยาหน้าตาสะสวยสักหลาย ๆ คนแล้วไปเสวยสุขได้เลย" หลี่มูรำพึงออกมา ความมั่งคั่งที่เขามีอยู่ในตอนนี้ หากนำไปแลกเป็นตั๋วเงินทั้งหมด ต่อให้อยู่ในสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างเมืองหลวงก็ยังมากพอที่จะเป็นคหบดีใหญ่ได้
แต่เมื่อเกิดมาในยุคกลียุค ความปรารถนานี้ก็จำต้องสูญเปล่า ภายใต้กีบเท้าม้าของพวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ย ต่อให้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรต้าฉีก็ยังไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถเสวยสุขอย่างสงบได้ แล้วกำลังทรัพย์เพียงเท่านี้ของเขาในตอนนี้ จะนับเป็นอะไรได้ ?
"พี่หลี่ ! " เจี่ยชวนพอได้รับข่าวก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ปฏิบัติการเมื่อคืนราบรื่นดีไหมขอรับ ? มีพี่น้องคนไหนได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ? "
นับตั้งแต่เขากลายเป็นรองแม่ทัพของกองทัพแห่งภูเขาต้าหลงนี้ เขาก็ไม่ได้กลับเข้าเมืองมานานมากแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนร่วมกับบรรดาทหารตลอดเวลา ยามนี้ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยหนวดเคราเฟิ้ม ผิวหน้าแดงก่ำและแห้งแตก คนอายุสามสิบกว่าปี แต่ยามนี้กลับดูแก่ชราลงไปไม่น้อย
"พี่หลี่เป็นคนนำทัพด้วยตัวเอง ข้ากับต้าจู้เป็นทัพหน้า จะไม่ราบรื่นได้อย่างไร ? " เจียงหู่ตบหน้าอกตนเอง เอ่ยอย่างโอ้อวดว่า "อย่าว่าแต่หอหมาป่าอินทรีแค่แห่งเดียวเลย ต่อให้มาอีกแปดหรือสิบแห่งก็ไม่ใช่ปัญหา ! "
"พอเถอะ เลิกคุยโวโอ้อวดได้แล้ว รู้แล้วน่าว่าเจ้าเก่งกาจห้าวหาญ ไม่ต้องย้ำหรอก" เจี่ยชวนเอ่ยรัว ๆ "ครั้งนี้เจ้าไปมาแล้ว งั้นครั้งหน้าก็ต้องถึงตาข้าบ้างล่ะ"
บรรดาพี่น้องต่างรู้ถึงแผนการของหลี่มูดี รู้ว่าเขาจะไม่มีทางหยุดมือเพียงแค่หอหมาป่าอินทรีแห่งเดียว พรรคแก๊งในอำเภอโดยรอบ ล้วนถูกจดลงในบัญชีดำรอการล่าสังหารของเขาเรียบร้อยแล้ว
"แบบนั้นไม่ได้สิ ข้าตามพี่หลี่ไปมาครั้งนึงแล้ว ถือว่ามีประสบการณ์ ครั้งหน้าไปอีกก็ย่อมจะคล่องแคล่วชำนาญกว่า..." เจียงหู่รีบแย้งขึ้นมาทันที
ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา หัวเราะด่าทอกันเบา ๆ ที่พวกเขาแย่งกันจะติดตามหลี่มูไป ย่อมไม่ใช่เพื่อแย่งชิงความดีความชอบหรือชื่อเสียง ทว่าต้องการช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงต่างหาก
ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันมาเนิ่นนาน ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ย่อมมองว่าอีกฝ่ายคือพี่น้องสายเลือดเดียวกันตั้งนานแล้ว การปล้นชิงพรรคอันธพาล แม้ครั้งแรกจะราบรื่นมาก แต่หากข่าวแพร่งพรายออกไป คนอื่น ๆ ในอำเภอโดยรอบก็ย่อมต้องระแวดระวังตัว ความเสี่ยงในการลงมือครั้งที่สองก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
เจี่ยชวนไม่อาจทนเห็นเจียงหู่ต้องไปเสี่ยงอันตรายต่อไปได้ และแน่นอนว่าเจียงหู่กับต้าจู้ต่างก็มีความคิดเช่นเดียวกัน
"เรื่องแบบนี้เอาไว้ค่อยเถียงกันวันหลัง" หลี่มูเอ่ยขัดจังหวะพวกเขา น้ำเสียงอ่อนโยน หันไปกล่าวกับพวกเจียงหู่ว่า "พี่น้องทุกคนไม่ได้พักผ่อนกันมาทั้งคืน สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือไปกินข้าวให้อิ่มท้อง แล้วก็นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มซะ"
"เหล่าเจี่ย เจ้าไปเดินดูรอบ ๆ ป้อมค่ายเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงหู่ก็ไม่พูดอะไรให้มากความอีก พาทหารทั้งสามร้อยนายกลับค่ายเพื่อไปทานอาหารและพักผ่อน ส่วนเจี่ยชวนก็เดินตามอยู่ข้างกายหลี่มู เลิกม่านกระโจมทหารออก แล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปในป้อมค่ายที่ใกล้จะก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แห่งนี้