- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 248 การบดขยี้
ตอนที่ 248 การบดขยี้
ตอนที่ 248 การบดขยี้
ตอนที่ 248 การบดขยี้
"เกิดอะไรขึ้น ? " หูตาบอดได้ยินเช่นนั้นก็ตบโต๊ะดังลั่นก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน
นัยน์ตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึงและแทบไม่อยากเชื่อ
ในอำเภอซื่อสุ่ยแห่งนี้ ยังมีผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาถึงฐานที่มั่นใหญ่ของหอหมาป่าอินทรีอีกงั้นรึ ?
บรรดาหัวหน้าสาขาอีกหลายคนที่กำลังเมามายก็พลันสะดุ้งโหยงกับข่าวนี้เช่นกัน ฤทธิ์สุราในกายสร่างซาลงไปไม่น้อย พวกเขารีบคว้าอาวุธจากโต๊ะด้านข้าง ตั้งท่าเตรียมจะพุ่งออกไปฟาดฟันกับผู้บุกรุก
"ช่างไม่เจียมกะลาหัว รนหาที่ตายเสียจริง ! " หางคิ้วของหูตาบอดกระตุกอย่างรุนแรง เขาหันไปตะคอกถามลูกสมุนที่เนื้อตัวอาบชุ่มไปด้วยเลือดและวิ่งเข้ามารายงานว่า "มองเห็นชัดหรือไม่ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด ? "
"ไม่ขอรับ" ชายผู้นั้นส่ายหน้าไปมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คนพวกนั้นล้วนใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ห้าวหาญดุดันผิดมนุษย์มนา ซ้ำยังสวมใส่ชุดเกราะกันทุกคน ! พอพังประตูเข้ามาได้ก็เปิดฉากเข่นฆ่าฟันแทงอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้จวนจะทะลวงเข้ามาถึงเรือนหลังแล้วขอรับ"
สีหน้าของหูตาบอดดำทะมึนลง
เขาเค้นสมองครุ่นคิดอย่างหนัก ทว่าก็นึกไม่ออกเลยว่าช่วงนี้ตนไปล่วงเกินกลุ่มคนเหี้ยมโหดปานนี้ตั้งแต่เมื่อใด
อีกฝ่ายเป็นผู้ใดกันแน่ ?
สวมชุดเกราะงั้นรึ ?
หรือว่าจะเป็นกองทหารรักษาเมือง ?
ทว่ากองทหารรักษาเมืองของอำเภอซื่อสุ่ยก็ถูกเขาติดสินบนไปจนหมดสิ้นแล้ว แม้แต่แม่ทัพผู้รักษาเมืองก็ยังเรียกขานเขาเป็นพี่เป็นน้อง ย่อมไม่มีเหตุผลอันใดที่จะพลิกหน้าหันมาลอบกัดกันเช่นนี้
"เดี๋ยวก่อน เจ้าเป็นพี่น้องจากสาขาใดกัน เหตุใดข้าจึงดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าเลย ? "
ทันใดนั้น สายตาของหูตาบอดก็เพ่งพินิจไปบนใบหน้าของลูกสมุนที่อาบเลือดผู้นั้น ฝ่ามือค่อย ๆ เลื่อนไปแตะด้ามมีดสั้นที่พกติดตัวไว้ตรงบั้นเอว
หอหมาป่าอินทรีมีลูกสมุนมากถึงสามสี่ร้อยคน ผู้ที่ประจำการอยู่ ณ ฐานที่มั่นใหญ่ก็มีอยู่หลายสิบคน
ในฐานะประมุขพรรค หูตาบอดย่อมจดจำหน้าตาและชื่อแซ่ของคนเหล่านี้ได้จนขึ้นใจ ทว่าคนที่วิ่งพรวดพราดเข้ามารายงานตรงหน้านี้... เขากลับเพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก
สิ้นคำกล่าวของเขา บรรดาหัวหน้าสาขาคนอื่น ๆ ต่างก็เบนสายตาจับจ้องมาเป็นตาเดียว
"บิดาคือ... คนของสาขาภูเขาต้าหลงอย่างไรเล่า ! "
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาเคลือบแคลงสงสัยของทุกคน ชายผู้นั้นก็กระตุกยิ้มหยันที่มุมปาก จู่ ๆ ก็ชักดาบเหล็กกล้าที่ข้างเอวออกมา แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับพายุบ้าคลั่ง
คมดาบยาวสาดประกายเย็นเยียบ หมายมุ่งบั่นคอของหูตาบอด
ในฐานะหัวหน้าพรรคอันธพาลที่เลื่องชื่อลือนามด้านความชั่วร้ายในอำเภอซื่อสุ่ย หูตาบอดย่อมไม่ใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน ครั้นเห็นศัตรูบุกประชิดตัว เขาก็ตาไวรีบชักมีดสั้นออกมายกขึ้นต้านรับกลางอากาศในทันควัน
ได้ยินเพียงเสียง "เคร้ง ! " ดังสนั่น ประกายไฟแตกกระจายสาดกระเซ็น
ดาบเหล็กในมือชายผู้นั้นถูกหูตาบอดสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที บรรดาหัวหน้าสาขาคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็ไม่กล้ารั้งรอ รีบพุ่งตัวโอบล้อมเข้ามาจากทุกสารทิศ
……
หนึ่งเค่อ ก่อนหน้านี้
ด้านนอกกำแพงฐานที่มั่นใหญ่ของหอหมาป่าอินทรี
หลี่มูจ้องมองบานประตูใหญ่สีแดงชาด ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้คนด้านหลัง
เห็นเพียงทหารสองนายกระโดดพลิกตัวข้ามกำแพงเข้าไปด้วยท่วงท่าปราดเปรียวว่องไว แล้วปลดดาลดึงประตูเปิดออกกว้างจากด้านใน !
"จับกุมตัวหัวหน้าของพวกมัน เค้นถามที่ตั้งคลังสมบัติของหอหมาป่าอินทรีมาให้ได้ ส่วนคนที่เหลือ หากมีผู้ใดบังอาจขัดขืน... ฆ่าทิ้งเสีย ! "
หลี่มูตวัดมือสั่งการ เหล่าทหารเบื้องหลังต่างแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าไปในลานกว้าง
เพียงไม่นาน ลูกสมุนหอหมาป่าอินทรีที่อยู่เฝ้ายามหลายคนก็สังเกตเห็นพวกเขา จึงตวาดลั่นขึ้นทันที "พวกเจ้าเป็นใครกัน ? "
สิ่งที่ตอบรับคำถามของมันก็คือห่าลูกธนูแหลมคม
ลูกศรพุ่งทะยานมาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศอันบาดหู ในพริบตาเดียวก็ปักทะลุร่างของพวกมันจนพรุนราวกับเม่น โลหิตแดงฉานเจิ่งนองอาบพื้น
หลี่มูก้าวเดินผ่านซากศพเหล่านั้นไปโดยที่สีหน้ายังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
ยามนี้เป็นช่วงหัวค่ำ ซ้ำยังเป็นวันต้นปีใหม่
สภาพอากาศหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ลูกสมุนหอหมาป่าอินทรีส่วนใหญ่ล้วนหลบซ่อนตัวอยู่ในเรือนเตรียมจะเข้านอนตั้งแต่เนิ่น ๆ ครั้นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ท่ามกลางความตื่นตระหนกลนลาน ย่อมไม่มีทางตั้งรับได้ทันท่วงที
เจียงหู่ยกเท้าถีบประตูเรือนพักจนเปิดผางออก
ภายในเรือนปรากฏร่างของชายฉกรรจ์แห่งหอหมาป่าอินทรีกว่าสิบคนที่เปลือยท่อนบนและเพิ่งจะผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตา บ้างก็เพิ่งตื่นจากภวังค์ฝันด้วยอาการงัวเงีย บ้างก็มีสีหน้าหวาดผวาขีดสุด ซ้ำยังมีบางคนที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ขยี้ตาไปมาอย่างแรง
จนกระทั่งทหารสวมเกราะหลายนายพุ่งพรวดเข้ามา ลากตัวพวกมันที่ไร้ซึ่งอาวุธออกมาจากผ้าห่ม แล้วจับมัดจนแน่นหนา พวกมันถึงได้ตระหนักว่าทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้คือความจริง
"พวกเจ้าเป็นใครกัน ! บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในฐานที่มั่นใหญ่ของหอหมาป่าอินทรีเชียวรึ ? "
"พวกเจ้ากำลังก่อเรื่องใหญ่คับฟ้าแล้ว ! "
"ในอำเภอซื่อสุ่ยแห่งนี้ แม้แต่ทางการและทหารรักษาเมืองล้วนเป็นสหายของพวกเรา พวกเจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า ไม่กลัวจะถูกประหารล้างโคตรหรืออย่างไร ? "
คล้ายกับว่าลูกสมุนหอหมาป่าอินทรีเหล่านี้จะยังอ่านสถานการณ์ไม่ออก แม้นจะถูกสยบลงแล้วก็ยังคงอวดเบ่งอำนาจบารมี แหกปากตะโกนข่มขู่ไม่หยุดหย่อน
เจียงหู่รำคาญเสียงหนวกหู จึงเงื้อดาบเล่มเขื่องขึ้นมาแล้วฟันฉับลงไป
เห็นเพียงสายโลหิตสาดกระเซ็นพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
ศีรษะมนุษย์ร่วงหล่นกลิ้งหลุน ๆ ไปกับพื้น บนใบหน้ายังคงฉายแววหวาดกลัวและตกตะลึงก่อนสิ้นใจ
ไอ้พวกที่กำลังแหกปากด่าทอข่มขู่เมื่อครู่ พลันหุบปากเงียบกริบราวกับเป็ดที่ถูกบีบคอ กลายเป็นคนใบ้ไปในชั่วพริบตา
"ฐานที่มั่นใหญ่ของพวกเจ้ามีคนทั้งหมดเท่าใด ? "
หลี่มูก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ราว ๆ แปดสิบกว่าคนขอรับ..." ใครบางคนเอ่ยตอบ
"ท่านประมุขผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเจ้าอยู่ที่นี่หรือไม่ ? "
"อยู่ขอรับ เมื่อครู่ข้าออกไปทำธุระส่วนตัวยังบังเอิญเจอท่านประมุขหู ยามนี้เขากำลังดื่มสุราหารือธุระกับบรรดาหัวหน้าสาขาอยู่ที่หอจงอี้ ขอรับ"
ครั้นชีวิตตกอยู่ในอันตราย ชายฉกรรจ์แห่งหอหมาป่าอินทรีเหล่านี้ก็ไร้ซึ่งความจงรักภักดีใด ๆ อีกต่อไป รีบขายเจ้านายของตนเองจนหมดเปลือกในทันที
เมื่อได้รับคำตอบตามที่ต้องการ หลี่มูก็ช้อนตามองไปยังทิศทางของเรือนหลัง "ไปลากตัวท่านประมุขหูผู้นั้นมาให้ข้า"
เจียงหู่และต้าจู้ได้ยินดังนั้น ก็รีบนำกำลังพลหมุนตัวจากไปทันที
ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งที่มีรอยสักรูปหัวหมาป่าอยู่บนหัวไหล่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น เอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า "นายท่าน หอหมาป่าอินทรีของพวกข้าไปล่วงเกินท่านที่ใดกัน ขอท่านโปรดชี้แนะด้วยเถิด แม้จะต้องตาย ก็ขอให้พวกเราได้เป็นผีที่ตายตาหลับด้วยเถิดขอรับ ! "
หลี่มูไม่ได้แยแสจะตอบคำถาม ทำเพียงตวัดดาบกลับหลังปาดคออีกฝ่ายในฉับเดียว
เพียงไม่นาน คนในเรือนเหล่านี้ก็ถูกส่งไปเฝ้ายมบาลจนหมดสิ้น
หอหมาป่าอินทรีมีหนี้แค้นกับเขาอยู่ก่อนแล้ว กาลก่อนพวกมันเคยส่งคนนับสิบชีวิตไปปิดล้อมล่าสังหารทีมล่าสัตว์ถึงเชิงเขาต้าหลง ไม่ว่าการกระทำของพวกมันจะถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์หรือเหตุผลอันใดก็ตาม ท้ายที่สุด... พวกมันก็ได้ลงมือทำไปแล้ว !
ในวันนี้ ประการหนึ่งหลี่มูลงมือเพื่อกอบโกยทรัพย์สมบัติ ทว่าอีกประการหนึ่งก็เพื่อชำระล้างหนี้แค้น กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก
ครั้นหันกลับมามองลานกว้าง ก็เห็นบรรดาทหารกำลังประจันบานกับคนของหอหมาป่าอินทรีอยู่
เห็นเพียงชายฉกรรจ์จำนวนมากที่สวมใส่เพียงเสื้อผ้าบาง ๆ หรือไม่ก็เปลือยท่อนบน กำลังถือดาบพุ่งทะยานออกมา ใบหน้าของพวกมันเหี้ยมเกรียม แผดเสียงคำรามดังกึกก้อง
แต่เมื่อมองกลับมาที่เหล่าทหารกล้าใต้บังคับบัญชาของหลี่มู กลับสงบนิ่งเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่เพียงไร้ซึ่งเสียงโห่ร้อง แม้แต่จังหวะการหายใจก็ยังราบเรียบสม่ำเสมอ
ความสงบนิ่งนี้ คือตัวแทนของความมั่นใจ
เหล่าทหารจัดกระบวนทัพค่ายกลห้าคน เบื้องต้นต่างง้างคันธนูระดมยิงห่าฝนลูกศรออกไป จากนั้นก็ยกหอกยาวในมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าจู่โจม
ฉึก !
ฉึก ! ฉึก !
ท่ามกลางท้องนภายามราตรี มีเสียงทึบ ๆ ของคมอาวุธทะลวงเนื้อและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไม่ขาดสาย
แม้นหอหมาป่าอินทรีจะตั้งตนเป็นใหญ่และหยั่งรากฝังลึกในที่แห่งนี้มานานปี ทว่าถึงกระนั้นพวกมันก็เป็นเพียงกลุ่มอันธพาลท้องถิ่น แม้พลังการต่อสู้จะเหนือกว่าชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ทว่าหากนำไปเปรียบเทียบกับทหารที่ผ่านการฝึกปรือมาอย่างมีแบบแผนแล้ว ย่อมไม่อาจนำมาเทียบเคียงได้เลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่การปะทะกันในยกแรก ก็มีคนกว่าสามสิบคนถูกห่าลูกศรและหอกยาวแทงทะลุร่างเสียแล้ว !
มีชายฉกรรจ์ที่ห้าวหาญบางคนไม่สนใจความเจ็บปวดจากบาดแผล พุ่งประชิดตัวเข้ามาแล้วเงื้อดาบฟันฉับลงไป ทว่าจนกระทั่งถึงวินาทีนี้ พวกมันถึงได้ซาบซึ้งใจว่าความสิ้นหวังที่แท้จริงนั้นรสชาติเป็นเช่นไร
คมดาบฟาดฟันลงบนร่างของศัตรู ส่งเสียงกระทบโลหะดังกราว
ฝ่ามือที่กำด้ามดาบสั่นสะท้านจนชาหนึบ ทว่าอีกฝ่ายกลับไร้ซึ่งรอยขีดข่วน !
"ชุดเกราะ ! "
ชายผู้นั้นเบิกตากว้าง แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง "พวกมันถึงกับสวมชุดเกราะมาด้วย ! "