- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 241 ศูนย์รวมจิตใจประชา
ตอนที่ 241 ศูนย์รวมจิตใจประชา
ตอนที่ 241 ศูนย์รวมจิตใจประชา
ตอนที่ 241 ศูนย์รวมจิตใจประชา
การทำศึกสงครามไม่ใช่เรื่องล้อเล่น สองกองทัพปะทะกันแต่ละครามักใช้กำลังพลนับหมื่น ต้องระดมเสบียงกรังและเงินทองจำนวนมหาศาล สิ่งนี้คือตัวชี้วัดชะตากรรมของเมืองทั้งเมือง รัฐทั้งรัฐ หรือแม้กระทั่งประเทศชาติ จะมายุติลงเพียงเพราะความเป็นความตายของคน ๆ เดียวไม่ได้เด็ดขาด
ในอดีต ภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่องที่หลี่มูเคยดู มักจะมีฉากทำนองนี้ปรากฏให้เห็น พระเอกนำทัพบุกตะลุยมาจนถึงหน้ากำแพงเมืองแล้ว แต่กลับต้องสั่งยุติการโจมตีเพียงเพราะหญิงคนรักถูกกองทัพศัตรูจับตัวไป ยอมทิ้งความได้เปรียบอันมหาศาลที่อุตส่าห์สร้างมา สุดท้ายก็ได้รับฉายาว่า 'รักหญิงงามมากกว่ารักแผ่นดิน'
ทว่าในความเป็นจริง หากต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ การตัดสินใจที่สมจริงที่สุดก็คงมีเพียงปฏิกิริยาของ 'หลี่อวิ๋นหลง' ที่สั่งระดมยิงปืนใหญ่ถล่มเมืองผิงอัน ในซีรีส์เรื่อง 'เลี่ยงเจี้ยน (ชักดาบสู้ฟ้า)' เท่านั้น !
"หลี่มู เจ้า... เจ้ากล้ายิงงั้นรึ ? " โจรป่าคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ มีดที่กดอยู่บนลำคอของหญิงชาวบ้านก็ยิ่งลงน้ำหนักแน่นขึ้นไปอีก
"คนผู้นี้ไม่ใช่ญาติหรือสหายของข้า เหตุใดข้าจะไม่กล้าเล่า ? " หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา วาดวงแขนง้างคันธนูจนสุดล้า แล้วปล่อยสายธนูออกไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ท่ามกลางเสียงแหวกอากาศบาดหู ลูกธนูพลันแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำทะมึนพุ่งทะยานผ่านไปในชั่วพริบตา
"กรี๊ดดดดดด ! " พร้อมกับเสียงร้องโหยหวน ลูกธนูแทงทะลุหน้าท้องของหญิงชาวบ้าน แม้ความเร็วจะลดทอนลงไปบ้าง ทว่าอานุภาพกลับยังคงดุดัน
ม่านตาของโจรป่าหดเกร็ง หัวธนูแทงทะลุแผ่นหลังของหญิงชาวบ้าน พุ่งเข้าเสียบทะลวงร่างของมัน!
"เจ้า... เจ้ามันอำมหิต..." โจรป่าชักกระตุกไปทั้งตัว แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เรี่ยวแรงทั่วร่างกายคล้ายจะมลายหายไปในชั่วขณะนี้ ส่วนบรรดาทหารที่เตรียมพร้อมรออยู่นานแล้ว ครั้นเห็นจังหวะก็กรูกันเข้าไปหา ในพริบตาเดียวก็รุมฟันโจรป่าผู้นั้นจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี!
"ห้ามเลือดให้หญิงสาวท่านนี้ แล้วรีบพานางไปรักษาที่โรงหมอในเมือง" เมื่อเห็นว่าพวกโจรป่าถูกปลิดชีพจนหมดสิ้นแล้ว หลี่มูจึงพลิกตัวลงจากหลังม้า เดินเข้าไปตรวจสอบบาดแผลของหญิงชาวบ้าน ก่อนจะสั่งการให้คนตามไปเก็บกวาดสนามรบให้เรียบร้อย
หลี่มูลอบถอนหายใจยาวอยู่ในอก การกระทำของเขาในครั้งนี้ ประการแรกคือเพื่อเป็นบทเรียนสอนสั่งเหล่าทหาร ประการที่สองคือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดหลังจากชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว
หากเมื่อครู่เขายอมปล่อยโจรป่าผู้นั้นไป รอจนมันรักษาแผลจนหายดี ย่อมต้องกลับมารวบรวมพวกคนโฉดมาก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในละแวกนี้อีกเป็นแน่ ตีงูไม่ตายย่อมแว้งกัด เขาไม่อาจยอมทิ้งชีวิตคนจำนวนมาก เพื่อแลกกับชีวิตของคนเพียงคนเดียว จนกลายเป็นต้นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตายมากยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า
"ทะ... ท่านแม่ทัพหลี่ ท่านคือเทพเซียนจุติลงมาโปรดแท้ ๆ ท่านช่วยชีวิตคนในหมู่บ้านเราไว้หลายร้อยชีวิต" ในตอนนั้นเอง ชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งก็เดินแหวกกลุ่มชาวบ้านออกมา เขาสาวเท้าโซเซเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่มู ก่อนจะคุกเข่าดังตึงด้วยความตื่นเต้นระคนตื้นตัน โขกศีรษะคำนับครั้งแล้วครั้งเล่า: "ตาเฒ่าผู้นี้ขอคารวะขอบพระคุณท่าน ! "
เมื่อเห็นการกระทำของเขา บรรดาชาวบ้านโดยรอบก็พากันคุกเข่าลงบนพื้น เอ่ยคำขอบคุณไม่ขาดปาก
ในยุคสมัยที่ทหารรักษาเมืองและมือปราบต่างกลายเป็นเพียงหุ่นเชิด กลายเป็นพวกอันธพาลที่รู้จักแต่ข่มเหงคนดี ใครจะไปคาดคิดว่าหลี่มู ผู้ซึ่งเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไร้ตำแหน่งขุนนาง จะนำทัพออกมากวาดล้างคนพาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนเช่นนี้ ในสายตาของชาวบ้านเหล่านี้ กองทัพที่ชูธงอักษร 'หลี่' ก็เปรียบเสมือนผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา !
ส่วนหญิงชราบ้านแรกที่ถูกบุกรุกเข้าไป ตอนนี้ก็ค่อย ๆ ได้สติฟื้นคืนมา นางมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดผวา รีบกอดหลานชายตัวน้อยของนางไว้แน่น จนกระทั่งเห็นศพของพวกโจรป่าที่ถูกฟันจนยับเยิน ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ท่านย่า พี่ชายเก่งกล้ามากเลย... เขาช่วยโก่วต้านไว้ แถมยังตีพวกคนเลวตายหมดเลย" เด็กชายตัวน้อยชี้มือไปทางหลี่มู เอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาทว่าเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใส
"ผู้มีพระคุณ ! " หญิงชราหลั่งน้ำตาอาบสองแก้ม กอดหลานชายตัวน้อยไว้พลางโขกศีรษะคำนับปลก ๆ "เมื่อครู่ข้าคิดว่าย่าหลานเราสองคนจะต้องมาตายเสียแล้ว ! บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่าน ยายเฒ่าคนนี้จะจดจำไว้จนวันตาย ! "
เมื่อได้เห็นภาพนี้ ไม่เพียงแต่หลี่มูเท่านั้น แม้แต่เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาของเขาก็ยังรู้สึกสะเทือนใจ การกวาดล้างโจรป่า ไม่เพียงแต่เป็นการฝึกฝนความกล้าให้แก่ทหาร ทว่าการกระทำนี้ยังได้ครอบครองใจของประชาชนอีกด้วย !
ในอดีต เหตุใดลัทธิโพกผ้าเหลืองถึงได้แผ่ขยายอิทธิพลไปได้อย่างรวดเร็วนัก เหตุใดลู่ซิ่วหลินถึงสามารถรวบรวมผู้คนนับหมื่นได้ในเวลาเพียงหนึ่งปี ก็ไม่ใช่เพราะเขาได้ใจคนยากคนจนเหล่านี้มาหรอกหรือ ?
หลี่มูกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเผชิญกับการคุกเข่าขอบคุณจากชาวบ้านมากมาย เขาก็ทำเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ทุกท่านไม่ต้องมากพิธี โปรดรีบลุกขึ้นเถิด ! "
"ตัวข้าหลี่มูก็เคยเป็นลูกชาวบ้านยากจนมาก่อน ย่อมเข้าใจถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตเป็นอย่างดี น่าเสียดายที่ความสามารถของข้ามีจำกัด จึงทำได้เพียงแค่ช่วยกวาดล้างพวกโจรป่าและอันธพาลเท่าที่กำลังจะเอื้ออำนวย นับแต่นี้สืบไป หากมีโจรป่าหรือคนพาลไปก่อความวุ่นวายที่ใด ขอให้ทุกท่านส่งข่าวมาบอกข้าได้เลย"
ชาวบ้านหลายคนได้ยินเช่นนั้นก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ทั้งโจรป่าและทางการต่างก็มองชาวบ้านเป็นเพียงก้อนเนื้ออ้วนพีที่สามารถรีดไถและกัดกินได้ตามใจชอบ เคยมีใครหน้าไหนยื่นมือมาช่วยเหลือพวกเขาบ้าง ?
"ท่านผู้มีพระคุณ ข้าอยากเข้าร่วมกองกำลังของท่าน ข้าอยากรับใช้ท่าน ! " ชายหนุ่มผู้หนึ่งจ้องมองหลี่มูและเหล่าทหารสวมเกราะเบื้องหลัง แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังว่า "ข้าก็อยากฆ่าโจรป่า อยากปกป้องหมู่บ้านเกิดเหมือนกัน"
ท่ามกลางฝูงชน มีคนที่มีความคิดเช่นเดียวกับชายหนุ่มคนนี้อยู่ไม่น้อย ทันทีที่เขาสิ้นคำพูด ก็มีชายหนุ่มอีกกว่าสิบคนลุกพรวดขึ้นยืน ต่างแสดงเจตจำนงว่ายินดีจะติดตามรับใช้หลี่มู โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น!
หลี่มูลอบยินดีอยู่ในใจ ทว่าสีหน้ากลับยังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น การปราบโจรเพื่อฝึกทหาร นับเป็นกลยุทธ์ที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง กาลก่อนยามที่เขารับสมัครทหาร ยังต้องใช้เงินเดือนเป็นสิ่งจูงใจ ทว่าวันนี้ กลับมีผู้คนมากมายยินดีติดตามเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข
นี่ล่ะคือสิ่งที่เรียกว่า ศูนย์รวมจิตใจปวงประชา
"การติดตามข้า ไม่ใช่เพียงแค่การปราบโจรขจัดคนพาลเท่านั้น ในวันข้างหน้าอาจจะต้องสู้รบปะทะกับพวกทูเจวี๋ย ถึงขั้นต้องทิ้งชีวิตได้นะ" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองชายหนุ่มเหล่านั้นที่มีแววตาฮึกเหิม เอ่ยถามอย่างจริงจังว่า "พวกเจ้าแน่ใจแล้วรึว่าจะติดตามข้า ? "
ทูเจวี๋ย ? เมื่อได้ยินชื่อนี้ บรรดาชายหนุ่มต่างก็ชะงักงันไป
นั่นคือกองทัพหมาป่าแห่งทุ่งหญ้าเชียวนะ ! แม้แต่กองทหารชายแดนของต้าฉียังต้องพ่ายแพ้ถอยร่นไม่เป็นท่า หากพวกเขาเข้าร่วมกับหลี่มู วันหน้าก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพสุดเหี้ยมโหดที่ลือกันว่ากินเนื้อมนุษย์เหล่านี้น่ะรึ ?
"ทูเจวี๋ย... ทูเจวี๋ยแล้วจะทำไม ? " ชายหนุ่มคนที่เอ่ยปากเป็นคนแรกขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงของเขาหนักแน่นมั่นคง "สู้ทนอุดอู้อยู่ในหมู่บ้านอย่างขี้ขลาด รอวันถูกพวกโจรป่าหรือทางการมาเอาชีวิตไปวันไหนก็ไม่รู้ ไม่สู้ไปรบกับพวกต่างเผ่าในสนามรบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ต่อให้ต้องตาย ท้ายที่สุดก็ยังได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษ ! "
"ท่านแม่ทัพหลี่ พวกเรายินดีติดตามท่าน โปรดรับพวกเราไว้ด้วยเถิด ! " เหล่าชายหนุ่มประสานเสียงร้องขออย่างพร้อมเพรียง
หลี่มูกวาดสายตามองคนเหล่านี้ ก่อนจะหัวเราะลั่นดังกังวาน "ดี ! ในเมื่อพวกเจ้าไม่กลัวตาย ข้าก็จะให้พวกเจ้ามาร่วมรบในกองทัพของข้า หลิวกุ้ย ไปจดรายชื่อพวกเขาที เดี๋ยวให้ไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ แล้วตามพวกเรากลับไปที่ภูเขาต้าหลงเลย ! "
……
สามวันต่อมา
กองทหารย่อยแต่ละกลุ่มที่แยกย้ายกันไปกวาดล้างโจรป่า ต่างก็ทยอยเดินทางกลับมายังป้อมค่ายบนภูเขาต้าหลง ผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมาหลายวัน ทุกกลุ่มต่างก็มีผลงานที่ยอดเยี่ยม นอกจากจะปลิดชีพโจรป่าไปได้หลายสิบคนแล้ว พวกเขายังได้พาชายฉกรรจ์ที่สนใจเข้าร่วมกองทัพกลับมาด้วยจำนวนหนึ่ง
สำหรับคนเหล่านี้ หลี่มูได้ตรวจสอบสภาพร่างกายและประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอันใด ก็รับเข้ามาอยู่ในสังกัดทั้งหมด จากนั้นเป็นต้นมา จำนวนไพร่พลใต้บังคับบัญชาของเขา ก็เพิ่มจากหนึ่งพันสองร้อยกว่านาย กลายเป็นหนึ่งพันสี่ร้อยยี่สิบนาย !
กองกำลังของหลี่มูกำลังเติบโตขึ้นด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว และความแข็งแกร่งก็เพิ่มพูนขึ้นทุกวี่ทุกวัน !