- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 221 รับสมัครทหารอีกครั้ง
ตอนที่ 221 รับสมัครทหารอีกครั้ง
ตอนที่ 221 รับสมัครทหารอีกครั้ง
ตอนที่ 221 รับสมัครทหารอีกครั้ง
"นอกด่านชายแดนต้าฉีคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ อุณหภูมิที่นั่นต่ำกว่าในอาณาจักรต้าฉีมากนัก ในอดีตพวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ยยังสามารถใช้ประโยชน์จากทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ในการเลี้ยงวัวเลี้ยงแกะได้ แต่ถ้าหากความหนาวเย็นในปีนี้ทำให้หญ้าตายไปเป็นบริเวณกว้าง..." สมองของหลี่มูแล่นฉิว จนได้ข้อสรุปที่น่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่ง:
"พอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า เมื่อหมดหนทาง พวกมันจะต้องทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อบุกโจมตีต้าฉี แย่งชิงทรัพยากรไปใช้เพื่อความอยู่รอดของพวกมันเองอย่างแน่นอน ! "
ในอดีต แม้พวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ยจะมักจะมารุกรานชายแดนต้าฉีอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการก่อกวนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
ทุ่งหญ้านอกด่านนั้นอุดมสมบูรณ์ อาศัยเพียงการเลี้ยงสัตว์ พวกมันก็สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้แล้ว
สาเหตุที่พวกมันโจมตีต้าฉี ก็เพราะความโลภในความเจริญรุ่งเรืองของเมืองในแถบจงหยวน หญิงงามและทรัพย์สมบัติเงินทอง ดังนั้นต่อให้ก่อสงคราม พวกมันก็มักจะถอยทัพกลับเมื่อกอบโกยผลประโยชน์ได้ระดับหนึ่งแล้ว
แต่ถ้าหากทุ่งหญ้าและปศุสัตว์ถูกแช่แข็งตายเป็นวงกว้าง จนแม้แต่ความอยู่รอดขั้นพื้นฐานของพวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ยยังเป็นปัญหา พวกมันก็จะต้องกลายเป็นเหมือนฝูงหมาป่าที่หิวโซจนตรอก บุกโจมตีต้าฉีและแย่งชิงดินแดนอย่างบ้าคลั่งแน่นอน !
ในยามที่ขาดแคลนเสบียง การปล้นชิงผู้อื่น คือหนทางเดียวที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้
และในครั้งนี้ หากพวกมันเริ่มทำสงคราม ก็จะไม่ใช่แค่การหยอกล้อเหมือนอย่างที่เคยผ่านมา หากปล้นชิงทรัพยากรและเสบียงได้ไม่มากพอ ก็จะไม่มีทางถอยทัพเด็ดขาด !
"ประสกหลี่ช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ พูดนิดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง" หลวงจีนเฒ่ามีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เอ่ยด้วยความทอดถอนใจ "ทหารของอาณาจักรต้าฉีเรา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานพวกหมาป่านอกด่านที่ดุร้ายพวกนั้นได้หรอก แทนที่จะนั่งรอความตายอยู่ที่นี่ สู้รีบหาทางหนีทีไล่ไปตั้งแต่เนิ่น ๆ เสียยังจะดีกว่า"
"เมืองหลวง ซ่างหยวน และเมืองอื่น ๆ ล้วนตั้งอยู่ใจกลางอาณาจักรต้าฉี ซ้ำยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง กองกำลังป้องกันย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าเมืองเล็ก ๆ อย่างอันผิงเป็นไหน ๆ อาตมาเตรียมตัวจะพาลูกศิษย์หลบหนีไปที่นั่นแหละ"
หลี่มูจู่ ๆ ก็รู้สึกสลดใจขึ้นมา
อาณาจักรต้าฉีในอดีตเคยเป็นถึงจ้าวแห่งแผ่นดิน เคยสร้างความหวาดหวั่นให้กับแว่นแคว้นรอบข้าง ประเทศเล็ก ๆ มากมายรอบด้านต่างก็ต้องส่งเครื่องบรรณาการและยอมศิโรราบให้ทุกปี แต่ตอนนี้กลับตกต่ำลงถึงเพียงนี้
เมื่อต้องเผชิญกับสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝีมือของข้าศึก ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มรบ แต่ราษฎรในประเทศกลับคิดว่าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอนเสียแล้ว ประเทศชาติที่ตกต่ำลงจนมีสภาพเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจและน่าเวทนายิ่งนัก !
"ประสกหลี่ อาตมาได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านทำธุรกิจในเมืองอันผิงใหญ่โตมาก แต่อาตมาขอแนะนำท่านสักประโยคเถอะว่า ควรรีบถอนตัวให้เร็วที่สุด ! " หลวงจีนเฒ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง "แม้ตอนนี้ท่านจะกอบโกยเงินทองได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อกองทหารหมาป่าของพวกคนเถื่อนบุกมาถึง ต่อให้ท่านมีเงินมากแค่ไหน มันก็จะต้องกลายเป็นของคนอื่นอยู่ดี"
……
ครึ่งชั่วยามต่อมา
นอกวัดเป่าฉาน
เจียงหู่มองดูหลี่มูที่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา เขาไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากว่า "พี่หลี่ ท่านมีแผนการอย่างไร ? "
"พวกเราอุตส่าห์บุกเบิกสร้างเนื้อสร้างตัวในเมืองอันผิงมาอย่างยากลำบาก ถ้าจะให้ล้มเลิกไปจริง ๆ ข้าไม่ยอมหรอกนะ ! "
หลี่มูค่อย ๆ กำหมัดแน่น
เขาไม่มีทางลืมหรอกว่ากว่าจะมีทุกอย่างอย่างในวันนี้ได้ เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากแค่ไหน เฉียดเป็นเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน ต้องต่อสู้ฟาดฟันกับศัตรูที่ทั้งร้ายกาจและเหี้ยมโหดมาตั้งหลายต่อหลายครั้ง...
ทุกอย่างมันก็เหมือนภาพวาดที่เขาบรรจงรังสรรค์ขึ้นมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ แต่ตอนนี้กลับต้องมาทำลายมันทิ้งด้วยมือของตัวเองเนี่ยนะ !
ใครมันจะไปยอม ?
ถ้าต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่น รากฐานทั้งหมดที่สร้างมาก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ต้นเลยนะ !
ยิ่งไปกว่านั้น...
แม้แผ่นดินต้าฉีจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่ถ้าพวกทูเจวี๋ยกับคนเถื่อนไม่ยอมยุติสงคราม บุกตีเมืองและยึดครองดินแดนอย่างต่อเนื่อง แล้วเขาจะหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนได้อีกล่ะ ?
คงไม่ใช่ว่าต้องร่อนเร่พเนจรเหมือนจอกแหนไร้ราก หรือหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนสุนัขจรจัดหรอกนะ ?
"พวกเราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อพูดประโยคนี้ออกไป น้ำเสียงของเขาก็แน่วแน่เด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง "การสร้างป้อมค่าย การรับสมัครแรงงานและทหารส่วนตัว ก็เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อยู่แล้ว"
"พวกเราทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายเพื่อสร้างภูเขาต้าหลง หากยังไม่ทันได้ใช้ประโยชน์ก็ต้องหนีตายโดยไม่ได้ต่อสู้เสียแล้ว แบบนั้นจะไม่โดนคนอื่นเขาหัวเราะเยาะเอาหรือ ? "
เมื่อเจียงหู่ได้ยินดังนั้น อารมณ์ของเขาก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
หลี่มูทอดสายตามองไปไกลแสนไกล
แม้พวกคนเถื่อนและทูเจวี๋ยจะดุร้าย แต่กองทหารชายแดนต้าฉีก็ใช่ว่าจะทำมาจากดินโคลน อีกอย่าง ชายแดนก็อยู่ห่างจากเมืองอันผิงตั้งสามร้อยลี้ ต่อให้ชายแดนถูกตีแตก เขาก็ยังมีเวลาเตรียมรับมือได้ทัน
นอกจากนี้ เขายังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีก
ป้ายเสือเรียกพลนั่นยังสามารถใช้งานได้อีกตั้งสี่ครั้ง นี่แหละคืออาวุธสังหารที่ทรงอานุภาพที่สุด
ต่อให้วันหน้าพวกทูเจวี๋ยบุกมาถึงเมืองอันผิง และปิดล้อมป้อมค่ายในภูเขาต้าหลงไว้จริงๆ หากจนตรอกจนไม่มีทางเลือก กองทหารเป้ยกุยก็สามารถคุ้มกันพวกเขาทะลวงวงล้อมออกไปได้
กองทหารหมาป่าทูเจวี๋ยจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางแข็งแกร่งไปกว่ากองทัพชั้นยอดที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ได้หรอก !
"ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าไอ้พวกคนเถื่อนที่ตีทหารชายแดนต้าฉีจนแตกพ่ายถอยร่นกลับมาไม่เป็นขบวน มันจะเก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว" หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"พี่หลี่ ท่านว่ายังไง ข้าก็พร้อมจะลุยตามท่าน ! " เจียงหู่ไม่ได้คิดอะไรให้ซับซ้อน เขามีเพียงความเชื่อมั่นในตัวหลี่มูอย่างหมดหัวใจเท่านั้น
"อ้อ จริงสิ ข้าได้ยินมาว่ากำแพงป้อมค่ายชั้นนอกของภูเขาต้าหลงสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว เดิมทีข้ากะว่าจะรอให้มันสร้างเสร็จสมบูรณ์เสียก่อน ค่อยเปลี่ยนพวกแรงงานให้กลายเป็นทหารส่วนตัว แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงต้องเร่งแผนให้เร็วขึ้นหน่อยแล้วล่ะ"
หลี่มูลูบคางพลางเอ่ยว่า "เจียงหู่ ภายในสองวันนี้ เจ้าไปปล่อยข่าวรับสมัครทหารในนามของศาลาว่าการหน่อยนะ เอาจำนวนสัก..."
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้ตัวเลขในใจ "800 คน ! "
"แล้วก็ สั่งให้ช่างตีเหล็กเร่งมือผลิตอาวุธลอตใหม่มาด้วย ทั้งหอกยาว ดาบ ธนู..."
ตอนนี้ทั้งศาลาว่าการและกองทหารรักษาเมืองต่างก็กลายเป็นคนของหลี่มูไปหมดแล้ว การที่เขารับสมัครทหารและผลิตอาวุธต้องห้ามเอง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทางการตรวจสอบแต่อย่างใด
เพราะถึงอย่างไร หลินเจี้ยนและนายอำเภอเฉาตอนนี้ก็ลงเรือลำเดียวกันกับเขาแล้ว
ทุกการกระทำของเขา จะถูกทั้งสองคนเข้าใจผิดไปเองว่านี่คือคำสั่งของ 'เจิ้นหนานอ๋อง'
ส่วนทหารที่รับสมัครมาและช่างตีเหล็กที่ผลิตอาวุธต้องห้าม เมื่อเห็นหลินเจี้ยนและนายอำเภอเฉามาปรากฏตัวเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้หลี่มู ความกังวลใจของพวกเขาก็จะมลายหายไป และยอมทำงานรับใช้หลี่มูอย่างสบายใจ
ถึงขั้นอาจจะคิดไปเองว่า ตนเองกำลังปฏิบัติตามคำสั่งของราชสำนัก และได้เป็นทหารหลวงที่กินข้าวหลวงอย่างถูกต้องเสียด้วยซ้ำ !
สิ่งที่หลี่มูใช้งานอยู่ตอนนี้ คือการใช้ช่องว่างของข้อมูลเป็นหลัก
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ก็ล่วงเลยมาถึงสองวันให้หลัง
เจียงหู่ปฏิบัติตามคำสั่ง รับสมัครชายฉกรรจ์ร่างกำยำในเมืองอันผิงได้ถึง 800 คน และในวันนี้ ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ภูเขาต้าหลง
และในตอนเช้าตรู่ หลี่มูก็ได้เชิญหลินเจี้ยนและนายอำเภอเฉาให้เดินทางออกนอกเมืองมาพร้อมกัน
ไม่นานนัก รถม้าก็แล่นเข้าสู่ภูเขาต้าหลง
เมื่อหลินเจี้ยนและนายอำเภอเฉาก้าวลงจากรถม้า และได้เห็นป้อมค่ายที่สร้างไปได้กว่าครึ่งแล้ว พวกเขาก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"น้องหลี่ ป้อมค่ายนี้... ก็เป็นคำสั่งของท่านอ๋องเหมือนกันรึ ? " หลินเจี้ยนลดเสียงลงกระซิบถาม
"เป็นเช่นนั้นแน่นอน" หลี่มูตอบกลับหน้าตายโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า "นอกจากนี้ ท่านอ๋องยังสั่งให้ข้าแอบฝึกกองทหารส่วนตัวอย่างลับ ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกด้วย"
"พวกท่านดูสิ ทหาร 800 นายกับพวกแรงงานที่กำลังสร้างป้อมค่ายอยู่นี่แหละ คือคนที่ข้าคัดเลือกมา"
"อีกประเดี๋ยว คงต้องรบกวนพวกท่านทั้งสองออกหน้า ใช้ตำแหน่งขุนนางของพวกท่านช่วยพูดสร้างความมั่นใจให้พวกเขาหน่อยนะ"
เจิ้นหนานอ๋องเป็นผู้มีความทะเยอทะยานสูง หลายปีมานี้การแอบรับสมัครทหารส่วนตัวก็กลายเป็นความลับที่เปิดเผยไปแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเจี้ยนและนายอำเภอเฉากลับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจหรือลำบากใจแต่อย่างใด ซ้ำยังรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาด้วยซ้ำ พวกเขาสบตากัน ในใจต่างก็เกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง
เรื่องแบบนี้ หลี่มูถึงกับไม่ปิดบังพวกเขาแล้ว นั่นหมายความว่าอะไร ?
หมายความว่าเจิ้นหนานอ๋องยอมรับพวกเขาเป็นพวกเดียวกันแล้วยังไงล่ะ !