- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 216 ข้อเสนอของเจียงหู่
ตอนที่ 216 ข้อเสนอของเจียงหู่
ตอนที่ 216 ข้อเสนอของเจียงหู่
ตอนที่ 216 ข้อเสนอของเจียงหู่
"เป็นไปไม่ได้ ! " เถ้าแก่ใหญ่หว่างคิ้วกระตุกอย่างแรง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า "100,000 ตำลึง อย่างมากก็แค่ 100,000 ตำลึง ! "
"150,000 ตำลึงเท่านั้น ขาดไปสักแดงเดียวก็ไม่ได้" หลี่มูชักมีดสั้นที่เอวออกมาตบลงบนแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ สองที เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบจนถึงกระดูก "ข้าให้เวลาเจ้าคิดแค่ 2 ชั่วยามเท่านั้น"
พูดจบ เขากับเจียงหู่และคนอื่น ๆ ก็หมุนตัวเดินจากไป ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เถ้าแก่ใหญ่ได้ต่อรองอีก
เถ้าแก่ใหญ่เป็นพ่อค้า สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการ 'ฟาดฟัน' เรื่องราคาเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบ
แต่เขากลับลืมเรื่องหนึ่งไป
การเจรจาต่อรอง ต้องทำในสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายมีสถานะเท่าเทียมกัน แต่ในเวลานี้ หลี่มูกุมข้อหาของเขาไว้ในมือ เพียงแค่กระดิกนิ้วก็สามารถเอาชีวิตเขาได้แล้ว
เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะมานั่งร่วมโต๊ะเจรจากับหลี่มูเลยแม้แต่น้อย
……
เมื่อเดินออกจากคุกมายืนอยู่ที่ลานกว้างของศาลาว่าการ
หลี่มูก็เห็นเฉินเฮ่อซงนั่งอยู่ใต้ชายคา แววตาเลื่อนลอยทอดมองไปไกลแสนไกล ราวกับว่าทั้งร่างได้กลายเป็นเพียงเปลือกหอยที่ไร้วิญญาณไปแล้ว
"พี่หลี่" เจียงหู่ขยับเข้ามาใกล้ "พวกเราสืบจนรู้ความจริงหมดแล้ว เถ้าแก่เฉินถูกลูกพี่ของเขาหักหลังเต็ม ๆ เลย เรื่องที่พุ่งเป้าไปที่พรรคเฉาปัง หรือเรื่องที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเรา ล้วนไม่เกี่ยวกับเขาทั้งสิ้น ท่านว่า..."
เขาอึกอักคล้ายอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด
"เจ้าอยากจะขอความเมตตาให้เขารึ ? " หลี่มูเอียงคอไปมองสหายร่วมเป็นร่วมตายผู้นี้อย่างประหลาดใจ
เจียงหู่มักจะเป็นพวกเลือดร้อน หยาบคาย และโหดเหี้ยมมาตลอด เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีแบบนี้มาก่อนเลย
"ข้าแค่รู้สึกว่าเถ้าแก่เฉินก็น่าสงสารเหมือนกัน แถมเขา... ก็น่าจะมีประโยชน์กับพวกเราด้วย" เจียงหู่ไม่ได้ปฏิเสธ อธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "พวกพี่น้องของเราน่ะ ถ้าให้ไปรบราฆ่าฟันในสนามรบ แต่ละคนก็ถือว่าเก่งกาจกันทั้งนั้น"
"แต่ถ้าให้มาทำธุรกิจ ทำบัญชี หรือจัดการเรื่องความสัมพันธ์กับผู้คน ก็ไม่มีใครถนัดเลยสักคน ! "
สิ่งที่เจียงหู่พูดมาก็มีเหตุผล
หลี่มูเองก็จมลงสู่ภวังค์ความคิด
เมื่อก่อนตอนที่ธุรกิจของเขายังเล็กอยู่ บัญชีซื้อขายของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง หลี่ไฉ่เวยและคนอื่น ๆ ยังพอจะจัดการได้ แต่ตอนนี้ เขาได้ร่วมมือกับหอสุราและร้านอาหารมากมาย ซ้ำยังขยายกิจการโรงกลั่นสุรา ธุรกิจที่ต้องดูแลก็เพิ่มมากขึ้น บัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละวันก็ซับซ้อนยุ่งยากขึ้นเป็นเงาตามตัว
แม้หลี่ไฉ่เวยจะเฉลียวฉลาด แต่ก็ไร้ซึ่งประสบการณ์ จึงอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย
ในขณะที่เฉินเฮ่อซงดูแลกิจการของหอสุ่ยเซียนมาหลายปี จัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบรัดกุม บัญชีก็ทำได้อย่างชัดเจนโปร่งใส และที่สำคัญที่สุดคือ... เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อตอบแทนบุญคุณ เขายอมเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อรับโทษประหารแทนเถ้าแก่ใหญ่
แม้จะเป็นศัตรูกัน แต่เฉินเฮ่อซงก็ยังได้รับการยอมรับและความเคารพจากบรรดาชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์
"ถ้าเถ้าแก่เฉินยอมมาทำงานให้เรา ก็นับว่าเป็นเรื่องดีทั้งสองฝ่าย" หลี่มูนิ่งเงียบไปพักใหญ่ มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา โบกมือพลางเอ่ย "เอาล่ะ พวกเจ้ากลับกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปคุยกับเขาเอง"
ท้องฟ้ามืดครึ้ม
ลมเหนือพัดกรรโชก
เมฆดำทะมึนเบื้องบนพลิกตัวไปมา ใบไม้แห้งเหี่ยวเพียงไม่กี่ใบที่เหลืออยู่บนต้นหลิวเก่าแก่ในลานศาลาว่าการ ก็ร่วงหล่นลงมาตามแรงลม บรรยากาศดูอ้างว้างและเงียบเหงา
เช่นเดียวกับสภาพจิตใจของเฉินเฮ่อซงในยามนี้
ก่อนหน้าวันนี้ เขาเคยคิดว่าความตายคือสิ่งที่น่ากลัวและทำให้ใจสลายที่สุดในโลก
แต่ตอนนี้ เขาไม่คิดเช่นนั้นแล้ว ที่แท้บนโลกใบนี้ สิ่งที่สามารถทำลายและทรมานคน ๆ หนึ่งได้ยิ่งกว่าความตาย ก็คือการถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลังต่างหาก !
"ชีวิตคนเราย่อมมีเรื่องไม่สมหวังตั้งแปดเก้าส่วน ไม่ใช่ทุกความจริงใจจะได้รับการตอบแทนกลับมาอย่างเท่าเทียม" เงาร่างของหลี่มูปรากฏขึ้นข้างกายเขา เอามือไพล่หลัง น้ำเสียงนุ่มนวล "ลูกผู้ชายทำสิ่งใด ขอเพียงยึดมั่นในสี่คำนี้ก็พอแล้ว"
"สี่คำใดหรือ ? " เฉินเฮ่อซงเอ่ยถาม
"ไร้เรื่องละอายใจ"
"ไร้เรื่องละอายใจ หึ..." เฉินเฮ่อซงพึมพำทวนคำสี่คำนั้น ก่อนจะเอ่ยปากว่า "เจ้าพูดถูก บนโลกนี้มีพวกคนเนรคุณหักหลังอยู่มากมาย พวกเราไม่อาจเปลี่ยนนิสัยใจคอของคนอื่นได้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็เพียงพอแล้ว"
"จะโทษก็ต้องโทษตัวข้าเองที่ตาบอด มองคนผิด"
"ตอนนี้ ข้าชักจะหวังให้ตัวเองตาย ๆ ไปในคุกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว การเป็นผีที่ตายแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างน้อยก็คงไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานใจแบบนี้" เฉินเฮ่อซงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ หันมองหลี่มูพลางเอ่ยว่า "ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะขอบคุณเจ้า หรือว่าควรจะเกลียดเจ้าดี"
"ก่อนตาย ยังต้องมาทนรับความเจ็บปวดจากการถูกพี่น้องหักหลังเพราะเจ้าอีก"
หลี่มูยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
"ข้าได้ยินมาว่าคนเราถ้ามีความแค้นหรือความยึดติดมากเกินไป หลังจากตายไปก็จะกลายเป็นวิญญาณร้าย... ถ้าข้ากลายเป็นผี คนแรกที่ข้าจะกลับมาหา ก็คือเจ้านี่แหละ" เฉินเฮ่อซงพูดทีเล่นทีจริง "ใครใช้ให้เจ้าทำให้ข้าต้องตายอย่างทรมานใจแบบนี้ล่ะ ? "
เงียบงัน
ไร้เสียงตอบรับ
ผ่านไปเนิ่นนาน เฉินเฮ่อซงถึงได้ใช้ประโยคที่ดูเหมือนการพูดคุยระหว่างสหายเอ่ยขึ้นว่า "น้องหลี่ หลังจากข้าตาย ข้าขอฝากเจ้าช่วยนำศพข้ากลับไปที่หมู่บ้านตระกูลเฉินได้ไหม ? ที่นั่นมีสุสานบรรพบุรุษของข้าอยู่"
"ข้าไม่ต้องการกระดาษเงินกระดาษทองหรือวงดนตรีงานศพ ขอแค่โลงศพไม้บาง ๆ กับธูปสามดอกก็พอแล้ว"
"บ้านหลังที่สามในตรอกชิงฮวาทางทิศตะวันออกของเมือง ใต้หัวเตียงในห้องฝั่งตะวันออก มีกล่องไม้อยู่ใบหนึ่ง ข้างในนั้นมีโฉนดบ้าน โฉนดที่ดิน และตั๋วเงินที่ข้าสะสมมาหลายปี เจ้า... เอาไปให้หมดเลยนะ"
"ให้ข้ารึ ? " หลี่มูเลิกคิ้วขึ้น
"คนจะตายอยู่แล้ว จะเอาของนอกกายพวกนี้ไปทำไมอีก ? " เฉินเฮ่อซงยิ้มอย่างปล่อยวาง "ชีวิตนี้ข้าไม่มีลูก มีแต่อนุภรรยาสองคน ถ้าเจ้าถูกใจก็เก็บพวกนางไว้เถอะ แต่ถ้าไม่ถูกใจ ก็เอาเงินให้พวกนางไปสักสองสามร้อยตำลึง แล้วไล่พวกนางไปก็แล้วกัน"
หลายปีมานี้เฉินเฮ่อซงก็สะสมทรัพย์สินไว้ไม่น้อย แต่ในยุคสมัยเช่นนี้ หากทิ้งเงินทองทั้งหมดไว้ให้ผู้หญิงบอบบางสองคน พวกนางอาจจะรักษาไว้ไม่ได้
อย่างที่เขากันว่า การมีของมีค่าไว้ในครอบครองรังแต่จะนำภัยมาสู่ตัว
หากเฉินเฮ่อซงตายไป ไม่รู้ว่าจะมีใครบ้างที่จ้องจะฮุบสมบัติก้อนนี้ ถึงตอนนั้น หญิงสาวทั้งสองคนคงต้องถูกพวก 'หมาป่า' รุมทึ้งจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่นอน
เมื่อไร้ซึ่งอำนาจบารมี ทรัพย์สินเงินทองมากมายจึงไม่ใช่พร หากแต่เป็นคำสาป
"ถ้าข้าบอกว่าเจ้าไม่ต้องตายล่ะ ? " หลี่มูลูบคางอย่างนึกสนุก
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงแข็งค้างไปทันที
"เถ้าแก่เฉิน ข้าช่วยชีวิตเจ้าได้ แต่มีข้อแม้ว่า... หลังจากนี้เจ้าต้องมาทำงานให้ข้า" หลี่มูจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างจริงจัง เอ่ยเน้นย้ำทีละคำ "แน่นอนว่าค่าตอบแทน จะไม่น้อยไปกว่าตอนที่เจ้าอยู่หอสุ่ยเซียนแน่"
เฉินเฮ่อซงแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ความผิดของเขาถูกตัดสินไปแล้ว เอกสารคำสั่งประหารชีวิตจากราชสำนักก็น่าจะส่งมาถึงเมืองอันผิงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ตอนนี้หลี่มูกลับบอกว่าสามารถช่วยให้เขารอดชีวิตได้ ?
สมองของเฉินเฮ่อซงแล่นฉิว
เขารู้ได้ทันทีว่าหลี่มูคงคิดจะใช้ลูกไม้ 'สลับตัวนักโทษ' โดยเอานักโทษประหารคนอื่นมาสวมรอยเป็นเขาแทน
แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงสูงมาก หากความแตกขึ้นมา ไม่ใช่แค่ตัวเขาเอง แม้แต่หลี่มูก็ต้องโดนร่างแหไปด้วย !
"น้องหลี่ เจ้าพูดจริงรึ ? " ลมหายใจของเฉินเฮ่อซงเริ่มติดขัด
หากมีโอกาสรอดชีวิต ใครเล่าจะอยากตาย !
เขาก็ย่อมไม่ต่างกัน
"ข้ามีความจำเป็นต้องหลอกเจ้ารึ ? " มุมปากของหลี่มูค่อย ๆ ยกโค้งขึ้น
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงดูซับซ้อนอย่างยิ่ง ตอนแรกเขารู้สึกดีใจ แต่แล้วก็หัวเราะลั่นออกมา
เพียงแต่ในเสียงหัวเราะนั้นกลับแฝงความขมขื่นเอาไว้
คนที่เขาเคารพรักดุจพี่ชาย กลับต้องการจะเอาชีวิตเขา
แต่หลี่มูที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงสามเดือน กลับยอมเสี่ยงอันตรายถึงขั้นอาจถูกตัดหัวเพื่อช่วยชีวิตเขา !
นี่มันช่าง... ตลกร้ายเสียจริง !