- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 213 ตัวตนของผู้บงการ
ตอนที่ 213 ตัวตนของผู้บงการ
ตอนที่ 213 ตัวตนของผู้บงการ
ตอนที่ 213 ตัวตนของผู้บงการ
"หลี่มู เจียงหู่ ! "
สายตาของเฉินเฮ่อซงจับจ้องไปที่ใบหน้าของทั้งสอง จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต "พวกเจ้าจะฆ่าข้า ! "
"ข้าถูกตัดสินโทษประหารชีวิตไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็ต้องหัวหลุดจากบ่า พวกเจ้ามีความจำเป็นอะไรต้องทำเรื่องยุ่งยาก ซ้ำยังต้องยอมเสี่ยงเพื่อมาฆ่าข้าด้วย ? ! " เฉินเฮ่อซงใช้สองมือกระชากคอเสื้อของหลี่มูไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือ
"พวกเจ้ารออีกแค่ไม่กี่วันก็ไม่ได้รึ ถึงกับต้องให้ข้าตายคาคุกเลยหรือไง ? "
เจียงหู่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น ตวาดเสียงกร้าว "เฉินเฮ่อซง เจ้าพล่ามบ้าอะไรของเจ้า! ใครบอกว่าพี่หลี่จะฆ่าเจ้า ? เมื่อกี้เจ้าขาดใจตายไปแล้ว พี่หลี่นี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตเจ้าไว้ ! "
"เถ้าแก่เฉิน มีคนจะฆ่าเจ้ารึ ? " หลี่มูจับประเด็นสำคัญในคำพูดของเฉินเฮ่อซงได้ "ตกลงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ? "
เฉินเฮ่อซงมองหน้าทั้งสองคนอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของพวกเขาไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ถึงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "เมื่อกี้ตอนที่ข้ากำลังหลับสนิท จู่ ๆ ก็มีคนเอาหมอนมาอุดหน้าข้า หวังจะเอาชีวิตข้าให้ได้"
สิ้นคำพูดนี้ ภายในห้องขังก็เงียบสงัดลงทันที
หลี่มูค่อย ๆ หันหน้าไปมองผู้คุมหวังอู่ที่อยู่ข้าง ๆ "ข้ากำชับไว้เป็นพิเศษแล้วว่าให้ดูแลเถ้าแก่เฉินให้ดี เจ้าควรจะมีคำอธิบายให้ข้าหน่อยนะ ว่าไหม ? "
เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาอันเย็นเยียบ หวังอู่ก็รู้สึกราวกับมีมีดมากรีดลงบนผิวหนัง ความหวาดกลัวและกังวลใจผุดขึ้นมาในใจทันที "ข้า... ข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะขอรับ เมื่อครู่นี้ข้าเผลอหลับไป อาจจะเป็นความแค้นส่วนตัวระหว่างนักโทษด้วยกันเอง ท่านก็รู้ดีว่าในคุกนี้ การชกต่อยวิวาทกันเป็นเรื่องปกติ"
"การจะพลั้งมือฆ่ากันตาย ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นเสียหน่อย..."
"หมายความว่าเจ้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำสินะ ? " หลี่มูถามกลับ
"ไม่รู้ขอรับ" หวังอู่กัดฟันตอบ
"ดี เจียงหู่ ลากตัวนักโทษในห้องขังออกไปให้หมด แล้วโบยเรียงตัวคนละสามสิบไม้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะเค้นความจริงออกมาไม่ได้" น้ำเสียงของหลี่มูราบเรียบ แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับชวนให้ขนลุกขนพอง "บอกพี่น้องทุกคนว่าไม่ต้องออมมือ ตีให้ตายหรือบาดเจ็บสาหัสก็ช่างมัน ตามสบายเลย ! "
"อะไรนะ ? "
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกข้าเลยนะ ! "
"ใต้เท้า พวกข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยนะ ท่านทำแบบนี้มันไร้เหตุผลเกินไปแล้ว ! "
"ร่างกายอ่อนแออย่างข้า ขืนโดนตีสามสิบไม้ มีหวังได้ตายจริง ๆ แน่ ? "
พวกนักโทษแตกตื่นกันไปหมด พากันคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อร้องขอความเมตตา
ทางด้านหวังอู่เองก็หน้าถอดสี รีบขยับเข้ามาใกล้เพื่อเกลี้ยกล่อม "พี่หลี่ เฉินเฮ่อซงก็เป็นแค่นักโทษประหารที่รอวันตาย ซ้ำยังมีความแค้นกับพวกท่าน การที่เขาถูกคนฆ่าตาย ก็ถือว่าช่วยระบายแค้นให้พวกท่านได้พอดี แล้วเหตุใดจะต้องทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตด้วยล่ะขอรับ ? "
"หากเรื่องนี้ไปเข้าหูใต้เท้าเฉา มันจะดูไม่งามนะขอรับ ! "
หมับ !
หลี่มูยื่นมือใหญ่ไปคว้าหลังคอของหวังอู่ หรี่ตาลง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งนักว่า "เรื่องนี้ เจ้ารู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี"
เขาใช้รูปประโยคบอกเล่าที่เป็นการฟันธง ไม่ใช่ประโยคคำถาม
เมื่อมองดูดวงตาที่ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจของหลี่มูในระยะประชิด ลมหายใจของหวังอู่ก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้น "พี่หลี่ ข้ารับรองว่าเรื่องนี้จะไม่สร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกท่านอย่างแน่นอน ท่านช่วยละเว้นสักครั้ง เลิกตามสืบเรื่องนี้เถอะนะขอรับ ? "
"เจียงหู่ ลากนักโทษพวกนี้ออกไปตี ตีจนกว่าพวกมันจะยอมรับสารภาพ" หลี่มูคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับหวังอู่อีก เขายืดเส้นยืดสายพลางเอ่ยว่า "หากเค้นความจริงได้ว่าใครเป็นผู้บงการ ก็รายงานให้ใต้เท้าเฉาทราบโดยตรง แล้วจัดการตามกฎหมายได้เลย ! "
"ไป ! " เจียงหู่แสยะยิ้มเหี้ยม คว้ากระบองที่เต็มไปด้วยตะปูจากด้านข้าง เตะและตีเพื่อเตรียมจะไล่ต้อนพวกนักโทษออกไป
"ข้า... ข้าจะพูด เป็นฝีมือของไอ้เฉินไล่จื่อ (ไอ้เฉินหัวขี้กลาก) ! " ท่ามกลางฝูงชน จู่ ๆ นักโทษชราผมหงอกคนหนึ่งก็เอ่ยปากขึ้น พลางชี้มือไปทางชายผิวคล้ำที่อยู่ข้าง ๆ
"ใช่แล้ว เป็นมันนั่นแหละ เมื่อกี้ข้าเห็นกับตาเลยว่ามันเอาหมอนกดหน้าเฉินเฮ่อซง ! "
"บนเสื้อของมันยังมีรอยมือของเฉินเฮ่อซงอยู่เลย!"
"เรื่องที่ไอ้เวรนี่ทำ อย่าให้มาเดือดร้อนถึงพวกข้าเลยนะ..."
บรรดานักโทษต่างก็พากันชี้ตัวยืนยันอย่างพร้อมเพรียง
เจียงหู่ตวัดมือวูบเดียว ก็หิ้วคอเสื้อของเฉินไล่จื่อขึ้นมาราวกับหิ้วลูกไก่
ตอนแรกปากของมันก็ยังแข็งอยู่ ไม่ยอมรับสารภาพท่าเดียว แต่พอโดนกระบองตะปูฟาดเข้าไปสองที ไอ้นี่ก็ยอมคายความจริงออกมาทันที
"เป็นท่านอู่ ท่านอู่เป็นคนสั่งให้ข้าทำ"
เฉินไล่จื่อชี้ไปที่ผู้คุม ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "เขาบอกว่าขอแค่ฆ่าเฉินเฮ่อซงได้ ก็จะหาทางช่วยให้ข้าได้ออกจากคุกเร็วขึ้น แล้วก็ยังจะให้เงินข้าอีกก้อนหนึ่งด้วย"
เมื่อเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาเป็นจุดเดียว หวังอู่ก็รู้ว่าเรื่องนี้ปิดบังต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงทรุดตัวลงคุกเข่าดังกึกต่อหน้าหลี่มูทันที
"พี่หลี่ ข้าน้อยหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ท่านไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ได้โปรดอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใต้เท้าเฉานะขอรับ ! "
ตำแหน่งผู้คุมถือเป็นงานที่กอบโกยผลประโยชน์ได้มหาศาล ญาติของนักโทษไม่ว่าจะมาเยี่ยมหรือเอาของมาให้ ล้วนต้องผ่านมือผู้คุมทั้งสิ้น หลายปีมานี้หวังอู่กอบโกยผลประโยชน์จากตำแหน่งนี้ไปไม่น้อย เขาจึงไม่อยากล่วงเกินหลี่มูเพราะเรื่องนี้ จนต้องสูญเสียงานนี้ไป !
"หวังอู่ ? " เฉินเฮ่อซงหอบหายใจแรง ๆ ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสับสน "ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าถึงต้องฆ่าข้าด้วย ? "
ทว่าในเวลานี้ มุมปากของหลี่มูกลับเผยรอยยิ้มเย็นชา ราวกับคาดเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว
"รับเงินเขามา ก็ต้องทำงานปัดเป่าภัยให้เขาน่ะสิ"
หวังอู่ก้มหน้างุด
"ใครจ้างให้เจ้าฆ่าเขา ? " หลี่มูโน้มตัวลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "จงพูดความจริงมาให้หมด ห้ามปิดบังแม้แต่นิดเดียว มิฉะนั้นอย่าว่าแต่ชุดเครื่องแบบนี้เลย แม้แต่หัวของเจ้าก็คงรักษาไว้ไม่ได้"
หวังอู่ได้ยินดังนั้นก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาย่อมรู้ดีว่าหลี่มูมีความสามารถถึงขั้นนั้นจริง ๆ จึงรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เป็น... เป็นเถ้าแก่ใหญ่แห่งหอสุ่ยเซียนขอรับ"
"พวกเขาสองผัวเมียกลัวว่าเฉินเฮ่อซงจะเปลี่ยนคำให้การในคุก ก็เลยเอาตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาให้ข้า สั่งให้ข้าฆ่าปิดปากเขาเสีย ! "
วิ้ง !
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเฮ่อซงก็ราวกับถูกอสนีบาตฟาดฟัน
สีหน้าของเขาเหม่อลอย ม่านตาเลื่อนลอยไปในพริบตา ชั่วขณะนั้น ราวกับวิญญาณแหลกสลายไปจนหมดสิ้น
"พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้งั้นรึ ? ไม่ ไม่มีทาง ! "
"เจ้าหลอกข้า... พวกเขามีพระคุณกับข้าล้นฟ้า ข้าถึงกับยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อทดแทนคุณ แล้วพวกเขาจะมาจ้างคนฆ่าข้าได้อย่างไร ? "
สีหน้าของเฉินเฮ่อซงเริ่มดูคลุ้มคลั่ง เขาคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
จู่ ๆ เขาก็ราวกับคิดอะไรบางอย่างตก จึงหันไปจ้องมองหลี่มูกับเจียงหู่ "ข้าเข้าใจแล้ว เป็นพวกเจ้านี่เอง ! พวกเจ้าอยากจะยุยงให้ข้าผิดใจกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ อยากให้ข้าเปลี่ยนคำให้การ ก็เลยจงใจจัดฉากเล่นละครตบตาข้าใช่ไหม ? "
"พวกเจ้าอย่าเปลืองแรงเปล่าเลย เฉินเฮ่อซงผู้นี้ ต่อให้ตายก็ไม่มีทางหลงกลพวกเจ้าหรอก ! "
ในแววตาของหลี่มูไม่มีความโกรธเกรี้ยวเจือปนอยู่เลย มีเพียงความสมเพชและเวทนาอย่างสุดซึ้ง
เขามองดูเฉินเฮ่อซงที่สูญเสียการควบคุมอารมณ์ จู่ๆ ภายในใจก็เกิดความสงสารอีกฝ่ายขึ้นมา
"เถ้าแก่เฉิน ความซื่อสัตย์จงรักภักดีถือเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง แต่การจงรักภักดีอย่างโง่เขลาหูหนวกตาบอด นั่นเรียกว่าสมองมีปัญหาแล้วล่ะ"
หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเสียงเบาว่า "ในเมืองอันผิงตอนนี้ หากข้าต้องการจะกำจัดเถ้าแก่ใหญ่และภรรยา ข้าแทบจะไม่ต้องเปลืองแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"แค่ใช้เงินห้าตำลึงจ้างขอทานสักคน ก็สามารถส่งพวกเขาสองผัวเมียและหอสุ่ยเซียนให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้แล้ว"
เวลานี้ เถ้าแก่ใหญ่ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลี่มูเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะเขายังมีความชื่นชมในตัวเฉินเฮ่อซงอยู่บ้าง หลี่มูก็คงคร้านที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องโสมมระหว่างพวกเขา
แต่ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเมื่อความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้าเฉินเฮ่อซง เถ้าแก่ใหญ่กับเฉินเฮ่อซงจะมีปฏิกิริยาอย่างไร !
"ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อข้า งั้นข้าก็จะให้เจ้าได้เห็นกับตาตัวเอง... ว่าคนที่เจ้าไว้ใจที่สุด มีธาตุแท้เป็นอย่างไร" หลี่มูลูบคาง หันไปกวักมือเรียกหวังอู่ "เจ้าจงไปแจ้งข่าวให้เถ้าแก่ใหญ่ทราบ บอกเขาว่า... จัดการเรื่องเรียบร้อยแล้ว ! ให้พวกเขามารับศพได้ ! "