- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก
ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก
ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก
ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก
ริมฝีปากของเฉินเฮ่อซงสั่นระริก น้ำตาอุ่น ๆ เอ่อล้นออกจากเบ้าตา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ร้องเรียกสรรพนามที่ไม่ได้ใช้มานานหลายปีออกมา "พี่ใหญ่..."
"ในอดีตท่านเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ซ้ำยังไม่รังเกียจที่ข้ามีพื้นเพต่ำต้อย ยอมร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับข้า และยังคอยสนับสนุนส่งเสริมข้ามาโดยตลอด จนทำให้ข้าจากเด็กหนุ่มยากจนกลายมาเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง"
"บุญคุณของท่าน ข้าคงชดใช้ไม่หมดในชาตินี้"
เฉินเฮ่อซงเช็ดน้ำตาอุ่น ๆ กัดฟันเอ่ย "คดีนี้ถูกตัดสินไปแล้ว ข้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คำพูดแบบเมื่อครู่ท่านไม่ต้องพูดอีกแล้ว ! "
เถ้าแก่ใหญ่ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและจนใจ
ส่วนภรรยาที่อยู่ด้านหลังเขากลับเผยรอยยิ้มโล่งอกออกมาอย่างแนบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น
"น้องชาย ข้าขอโทษเจ้าด้วยนะ" เถ้าแก่ใหญ่กัดฟันเอ่ย
"พี่ใหญ่ ข้าได้ขอร้องหลี่มูไว้แล้ว หลังจากข้าตาย เขาจะไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นงานท่านอีก" ตอนนี้เฉินเฮ่อซงอ่อนแอมาก พูดแค่ไม่กี่คำก็ต้องหยุดพักหอบหายใจอยู่พักใหญ่ "ท่านเองก็อย่าไปหาเรื่องเขาอีกเลย"
"ช่วงที่อยู่ในคุกนี้ ข้าได้วางแผนไว้ให้ท่านหมดแล้ว"
"ท่านกับพี่สะใภ้ตอนนี้ก็อายุมากแล้ว ขายหอสุ่ยเซียนทิ้งซะ แล้วเอาเงินก้อนนี้ไปหาที่อยู่ใหม่ ก็ยังพอใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสงบสุข แต่ถ้าหากยังดึงดันจะอยู่ในเมืองอันผิงต่อไป เกรงว่า..."
คำพูดของเฉินเฮ่อซงยังไม่ทันจบ
แต่เถ้าแก่ใหญ่ก็เข้าใจความหมายของเขาได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้เมืองอันผิงได้กลายเป็นอาณาจักรของหลี่มูไปแล้ว ต่อให้เขาไม่มาหาเรื่องหอสุ่ยเซียนด้วยตัวเอง พวกพรรคเฉาปัง ศาลาว่าการอำเภอ และพวกที่อยากจะประจบประแจงเขา ก็ย่อมต้องรวมหัวกันกลั่นแกล้งหอสุ่ยเซียนจนไม่มีที่ยืนอยู่ดี
การจากไป ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
"ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตั้งสามสิบปี ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง" เถ้าแก่ใหญ่หัวเราะอย่างขื่นขม
ทั้งสามคนพูดคุยกันอีกสองสามประโยค เถ้าแก่ใหญ่และภรรยาสบตากัน ก่อนจะหยิบกล่องใส่อาหารที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา "น้องชาย ช่วงที่ผ่านมาเจ้าคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ เลยใช่ไหม ? มา ๆ รีบกินสิ นี่ของโปรดเจ้าทั้งนั้นเลยนะ ! "
เมื่อมองดูอาหารที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างประณีตในกล่อง เฉินเฮ่อซงก็มีน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
ไม่นานนัก ก็มีผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามาเร่งรัด โดยบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว เถ้าแก่ใหญ่และภรรยาจึงจำใจต้องบอกลากับเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินออกจากห้องขังไป
เมื่อมองดูแผ่นหลังของพวกเขาทีค่อย ๆ ลับสายตาไป เฉินเฮ่อซงก็ประสานมือคารวะแต่ไกล เอ่ยเสียงแผ่วเบา "การจากลากันครั้งนี้ ท่านกับข้าคงต้องพรากจากกันไปตลอดกาล... ขอให้พี่ใหญ่จงเจริญรุ่งเรืองและมีอายุยืนยาวด้วยเถิด"
นอกคุก
เถ้าแก่ใหญ่พ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก
"เฮ่อซงยังคงซื่อสัตย์ต่อพวกเราอยู่" หญิงวัยกลางคนเก็บซ่อนความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์เอาไว้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
เถ้าแก่ใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร
"ยังจะลงมือกับเขาอยู่ไหม ? " นางถามต่อ
"ตอนนี้แม้แต่หลินเจี้ยนก็ยังไปเข้าพวกกับหลี่มูแล้ว ข้าไม่มีไพ่ตายอะไรเหลืออยู่ในเมืองอันผิงอีกแล้ว และก็ไม่อาจทนรับความเสี่ยงใด ๆ ได้อีก" ในใจของเถ้าแก่ใหญ่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง ราวกับกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมภรรยา และในขณะเดียวกันก็พยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองด้วย
"เฮ่อซงเป็นน้องชายที่ดี แต่... ข้าไม่แน่ใจว่าหลี่มูจะมีวิธีอื่นง้างปากเขาได้อีกหรือไม่ ! มีเพียงคนตายเท่านั้นที่จะเก็บความลับไว้ได้ตลอดกาล ! "
หญิงวัยกลางคนพยักหน้าช้า ๆ
"ข้าซื้อที่ดินไว้นอกเมืองผืนหนึ่ง พอเฮ่อซงตาย ก็เอาศพเขาไปฝัง จัดงานศพให้สมเกียรติด้วยนะ" เถ้าแก่ใหญ่เอามือไพล่หลัง ก้าวเดินหายไปในความมืดมิดยามราตรี
ส่วนหญิงวัยกลางคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ล้วงเอาตั๋วเงินใบหนึ่งออกจากอกเสื้อ แล้วเดินตรงไปยังผู้คุมที่ยืนอยู่ไม่ไกล
……
ดึกดื่นค่อนคืน
หลี่มูนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง กำลังคำนวณกำไรจากการขายสุราซานเยวี่ยชุนในช่วงที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกประตู
"พี่หลี่ ! "
เจียงหู่ตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับพรวดพราดเข้ามา ในมือหิ้วร่างของชายหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเข้ามาด้วย "ข้าจับขโมยได้คนนึง ! "
"ขโมยรึ ? " หลี่มูได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น
"ใช่แล้ว ! เมื่อกี้ข้าลุกไปฉี่ จู่ ๆ ก็เห็นเงาคนอยู่ในโกดังเก็บของ พอเข้าไปดูก็เจอไอ้หมอนี่กำลังขโมยของอยู่ ! " เจียงหู่แค่นเสียงเย็นชา จับร่างนั้นเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างแรง "สุราในโกดัง โดนมันขโมยไปตั้งเจ็ดแปดไหแล้ว"
มารดามันเถอะ...
กล้ามากระตุกหนวดเสือถึงที่นี่เชียวรึ ?
หลี่มูขมวดคิ้วแน่น
ช่วงนี้เนื่องจากการก่อสร้างป้อมค่ายในภูเขาต้าหลงกำลังวุ่นวาย และกลัวว่าจะมีสัตว์ร้ายพลัดหลงเข้าไปในเขตก่อสร้าง เขาจึงทิ้งเจ้าสยงผีกับเสี่ยวไป๋หลงไว้ที่นั่นเพื่อคอยเฝ้ายาม
คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเหตุให้โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางถูกขโมยขึ้น
"ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ ! ข้าแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ..." หัวขโมยผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น ร้องขอความเมตตาไม่หยุดหย่อน
"ซัดให้พอน่วม แล้วส่งตัวไปเข้าคุกซะ" หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ตอนนี้พวกเราก็มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้ามือปราบและเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการอยู่ ไอ้เดรัจฉานนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย"
เจียงหู่รับคำสั่ง ลากหัวขโมยออกไปซ้อมสั่งสอนที่กลางถนนเสียยกใหญ่
ขณะที่เขากำลังจะพาตัวคนร้ายไปส่งที่คุก หลี่มูก็เดินตามออกมาจากโรงกลั่น "ไป ข้าไปด้วย"
"คุมตัวไอ้สวะนี่ ข้าไปคนเดียวก็พอแล้ว" เจียงหู่เอ่ยขึ้น
"ข้าได้ยินมาว่าเฉินเฮ่อซงใกล้จะโดนประหารแล้ว" หลี่มูมือซ้ายหิ้วไหสุรา มือขวาถือเนื้อรมควันที่หั่นเตรียมไว้ น้ำเสียงเจือไปด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ "ถึงอย่างไรเขาก็เคยช่วยเหลือพวกเราไว้ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะตาย พวกเราก็ควรไปส่งเขาสักหน่อย"
สำหรับเฉินเฮ่อซงแล้ว ตอนนี้หลี่มูไม่ได้มีความเคียดแค้นใด ๆ หลงเหลืออยู่อีก กลับรู้สึกนับถืออยู่บ้าง
คนผู้นี้รู้จักบุญคุณคน กล้าใช้ชีวิตของตนเองตอบแทนบุญคุณเถ้าแก่ใหญ่...
แม้จะเป็นพ่อค้า แต่ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นลูกผู้ชายที่มีความเด็ดเดี่ยวคนหนึ่ง !
"น่าเสียดายเถ้าแก่เฉินจริง ๆ " เจียงหู่ลังเลอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยปากว่า "ช่วงนี้ข้าก็ได้ยินข่าวลือมาบ้าง ว่าเรื่องที่พวกเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเราและขโมยพริกไป ล้วนเป็นความคิดของเถ้าแก่ใหญ่ทั้งสิ้น เถ้าแก่เฉินเคยพยายามห้ามปรามเขาแล้ว แต่ก็... เฮ้อ..."
ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้ คนที่ทำให้หลี่มูรู้สึกนับถือมีอยู่ไม่กี่คน เฉินเฮ่อซงก็นับเป็นหนึ่งในนั้น แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวบนโลกมักไม่เป็นดั่งใจคิด
หลี่มูไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่ตบไหล่เจียงหู่เบา ๆ
ทั้งสองคนกระโดดขึ้นหลังม้า คุมตัวหัวขโมยควบทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ ภายในคุก
เฉินเฮ่อซงได้กินอาหารจนอิ่มท้องเป็นครั้งแรก และดื่มสุราไปครึ่งป้าน ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความมึนงงบนเสื่อฟาง
ส่วนผู้คุมที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรก็เดินเข้ามา ขยิบตาให้กับนักโทษคนหนึ่งที่อยู่ในห้องขังเดียวกันกับเฉินเฮ่อซง
อีกฝ่ายรับรู้ได้ทันที
นักโทษผู้นั้นลุกขึ้นยืน ย่องเบาเข้าไปหาเฉินเฮ่อซง จู่ ๆ ก็คว้าหมอนเน่า ๆ ขึ้นมาอุดปากอุดจมูกของเขา ไม่ให้มีช่องว่างแม้แต่จะหายใจ !
เมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน เฉินเฮ่อซงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดชีวิต
แต่ตัวเขาบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ประกอบกับเพิ่งจะดื่มสุราเข้าไป จึงถูกนักโทษร่างกำยำผู้นี้กดทับไว้จนขยับไม่ได้อย่างรวดเร็ว
แววตาของเขาเริ่มเลื่อนลอย นิ้วมือทั้งห้าจิกเกร็งลงบนพื้นดิน สองขาชักกระตุก ในลำคอเปล่งเสียงอู้อี้ร้องขอความช่วยเหลือ นักโทษคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างเห็นดังนั้น ต่างก็แสร้งทำเป็นหลับต่อไปอย่างรู้หน้าที่
ส่วนผู้คุมก็ทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น
เฉินเฮ่อซงรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของตนเริ่มเลือนราง โลกทั้งใบถูกความมืดมิดเข้ากลืนกิน
แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตวาดลั่นดังมาจากนอกประตูคุก
"เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ! "
"บิดาเอานักโทษมาส่ง ! "