เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก

ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก

ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก


ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก

ริมฝีปากของเฉินเฮ่อซงสั่นระริก น้ำตาอุ่น ๆ เอ่อล้นออกจากเบ้าตา

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ร้องเรียกสรรพนามที่ไม่ได้ใช้มานานหลายปีออกมา "พี่ใหญ่..."

"ในอดีตท่านเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ซ้ำยังไม่รังเกียจที่ข้ามีพื้นเพต่ำต้อย ยอมร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับข้า และยังคอยสนับสนุนส่งเสริมข้ามาโดยตลอด จนทำให้ข้าจากเด็กหนุ่มยากจนกลายมาเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง"

"บุญคุณของท่าน ข้าคงชดใช้ไม่หมดในชาตินี้"

เฉินเฮ่อซงเช็ดน้ำตาอุ่น ๆ กัดฟันเอ่ย "คดีนี้ถูกตัดสินไปแล้ว ข้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คำพูดแบบเมื่อครู่ท่านไม่ต้องพูดอีกแล้ว ! "

เถ้าแก่ใหญ่ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและจนใจ

ส่วนภรรยาที่อยู่ด้านหลังเขากลับเผยรอยยิ้มโล่งอกออกมาอย่างแนบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น

"น้องชาย ข้าขอโทษเจ้าด้วยนะ" เถ้าแก่ใหญ่กัดฟันเอ่ย

"พี่ใหญ่ ข้าได้ขอร้องหลี่มูไว้แล้ว หลังจากข้าตาย เขาจะไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นงานท่านอีก" ตอนนี้เฉินเฮ่อซงอ่อนแอมาก พูดแค่ไม่กี่คำก็ต้องหยุดพักหอบหายใจอยู่พักใหญ่ "ท่านเองก็อย่าไปหาเรื่องเขาอีกเลย"

"ช่วงที่อยู่ในคุกนี้ ข้าได้วางแผนไว้ให้ท่านหมดแล้ว"

"ท่านกับพี่สะใภ้ตอนนี้ก็อายุมากแล้ว ขายหอสุ่ยเซียนทิ้งซะ แล้วเอาเงินก้อนนี้ไปหาที่อยู่ใหม่ ก็ยังพอใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสงบสุข แต่ถ้าหากยังดึงดันจะอยู่ในเมืองอันผิงต่อไป เกรงว่า..."

คำพูดของเฉินเฮ่อซงยังไม่ทันจบ

แต่เถ้าแก่ใหญ่ก็เข้าใจความหมายของเขาได้เป็นอย่างดี

ตอนนี้เมืองอันผิงได้กลายเป็นอาณาจักรของหลี่มูไปแล้ว ต่อให้เขาไม่มาหาเรื่องหอสุ่ยเซียนด้วยตัวเอง พวกพรรคเฉาปัง ศาลาว่าการอำเภอ และพวกที่อยากจะประจบประแจงเขา ก็ย่อมต้องรวมหัวกันกลั่นแกล้งหอสุ่ยเซียนจนไม่มีที่ยืนอยู่ดี

การจากไป ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตั้งสามสิบปี ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง" เถ้าแก่ใหญ่หัวเราะอย่างขื่นขม

ทั้งสามคนพูดคุยกันอีกสองสามประโยค เถ้าแก่ใหญ่และภรรยาสบตากัน ก่อนจะหยิบกล่องใส่อาหารที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา "น้องชาย ช่วงที่ผ่านมาเจ้าคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ เลยใช่ไหม ? มา ๆ รีบกินสิ นี่ของโปรดเจ้าทั้งนั้นเลยนะ ! "

เมื่อมองดูอาหารที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างประณีตในกล่อง เฉินเฮ่อซงก็มีน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาสวาปามอย่างตะกละตะกลาม

ไม่นานนัก ก็มีผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามาเร่งรัด โดยบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว เถ้าแก่ใหญ่และภรรยาจึงจำใจต้องบอกลากับเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินออกจากห้องขังไป

เมื่อมองดูแผ่นหลังของพวกเขาทีค่อย ๆ ลับสายตาไป เฉินเฮ่อซงก็ประสานมือคารวะแต่ไกล เอ่ยเสียงแผ่วเบา "การจากลากันครั้งนี้ ท่านกับข้าคงต้องพรากจากกันไปตลอดกาล... ขอให้พี่ใหญ่จงเจริญรุ่งเรืองและมีอายุยืนยาวด้วยเถิด"

นอกคุก

เถ้าแก่ใหญ่พ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก

"เฮ่อซงยังคงซื่อสัตย์ต่อพวกเราอยู่" หญิงวัยกลางคนเก็บซ่อนความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์เอาไว้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที

เถ้าแก่ใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร

"ยังจะลงมือกับเขาอยู่ไหม ? " นางถามต่อ

"ตอนนี้แม้แต่หลินเจี้ยนก็ยังไปเข้าพวกกับหลี่มูแล้ว ข้าไม่มีไพ่ตายอะไรเหลืออยู่ในเมืองอันผิงอีกแล้ว และก็ไม่อาจทนรับความเสี่ยงใด ๆ ได้อีก" ในใจของเถ้าแก่ใหญ่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง ราวกับกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมภรรยา และในขณะเดียวกันก็พยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองด้วย

"เฮ่อซงเป็นน้องชายที่ดี แต่... ข้าไม่แน่ใจว่าหลี่มูจะมีวิธีอื่นง้างปากเขาได้อีกหรือไม่ ! มีเพียงคนตายเท่านั้นที่จะเก็บความลับไว้ได้ตลอดกาล ! "

หญิงวัยกลางคนพยักหน้าช้า ๆ

"ข้าซื้อที่ดินไว้นอกเมืองผืนหนึ่ง พอเฮ่อซงตาย ก็เอาศพเขาไปฝัง จัดงานศพให้สมเกียรติด้วยนะ" เถ้าแก่ใหญ่เอามือไพล่หลัง ก้าวเดินหายไปในความมืดมิดยามราตรี

ส่วนหญิงวัยกลางคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ล้วงเอาตั๋วเงินใบหนึ่งออกจากอกเสื้อ แล้วเดินตรงไปยังผู้คุมที่ยืนอยู่ไม่ไกล

……

ดึกดื่นค่อนคืน

หลี่มูนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง กำลังคำนวณกำไรจากการขายสุราซานเยวี่ยชุนในช่วงที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกประตู

"พี่หลี่ ! "

เจียงหู่ตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับพรวดพราดเข้ามา ในมือหิ้วร่างของชายหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเข้ามาด้วย "ข้าจับขโมยได้คนนึง ! "

"ขโมยรึ ? " หลี่มูได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น

"ใช่แล้ว ! เมื่อกี้ข้าลุกไปฉี่ จู่ ๆ ก็เห็นเงาคนอยู่ในโกดังเก็บของ พอเข้าไปดูก็เจอไอ้หมอนี่กำลังขโมยของอยู่ ! " เจียงหู่แค่นเสียงเย็นชา จับร่างนั้นเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างแรง "สุราในโกดัง โดนมันขโมยไปตั้งเจ็ดแปดไหแล้ว"

มารดามันเถอะ...

กล้ามากระตุกหนวดเสือถึงที่นี่เชียวรึ ?

หลี่มูขมวดคิ้วแน่น

ช่วงนี้เนื่องจากการก่อสร้างป้อมค่ายในภูเขาต้าหลงกำลังวุ่นวาย และกลัวว่าจะมีสัตว์ร้ายพลัดหลงเข้าไปในเขตก่อสร้าง เขาจึงทิ้งเจ้าสยงผีกับเสี่ยวไป๋หลงไว้ที่นั่นเพื่อคอยเฝ้ายาม

คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเหตุให้โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางถูกขโมยขึ้น

"ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ ! ข้าแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ..." หัวขโมยผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น ร้องขอความเมตตาไม่หยุดหย่อน

"ซัดให้พอน่วม แล้วส่งตัวไปเข้าคุกซะ" หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ตอนนี้พวกเราก็มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้ามือปราบและเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการอยู่ ไอ้เดรัจฉานนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย"

เจียงหู่รับคำสั่ง ลากหัวขโมยออกไปซ้อมสั่งสอนที่กลางถนนเสียยกใหญ่

ขณะที่เขากำลังจะพาตัวคนร้ายไปส่งที่คุก หลี่มูก็เดินตามออกมาจากโรงกลั่น "ไป ข้าไปด้วย"

"คุมตัวไอ้สวะนี่ ข้าไปคนเดียวก็พอแล้ว" เจียงหู่เอ่ยขึ้น

"ข้าได้ยินมาว่าเฉินเฮ่อซงใกล้จะโดนประหารแล้ว" หลี่มูมือซ้ายหิ้วไหสุรา มือขวาถือเนื้อรมควันที่หั่นเตรียมไว้ น้ำเสียงเจือไปด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ "ถึงอย่างไรเขาก็เคยช่วยเหลือพวกเราไว้ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะตาย พวกเราก็ควรไปส่งเขาสักหน่อย"

สำหรับเฉินเฮ่อซงแล้ว ตอนนี้หลี่มูไม่ได้มีความเคียดแค้นใด ๆ หลงเหลืออยู่อีก กลับรู้สึกนับถืออยู่บ้าง

คนผู้นี้รู้จักบุญคุณคน กล้าใช้ชีวิตของตนเองตอบแทนบุญคุณเถ้าแก่ใหญ่...

แม้จะเป็นพ่อค้า แต่ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นลูกผู้ชายที่มีความเด็ดเดี่ยวคนหนึ่ง !

"น่าเสียดายเถ้าแก่เฉินจริง ๆ " เจียงหู่ลังเลอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยปากว่า "ช่วงนี้ข้าก็ได้ยินข่าวลือมาบ้าง ว่าเรื่องที่พวกเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเราและขโมยพริกไป ล้วนเป็นความคิดของเถ้าแก่ใหญ่ทั้งสิ้น เถ้าแก่เฉินเคยพยายามห้ามปรามเขาแล้ว แต่ก็... เฮ้อ..."

ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้ คนที่ทำให้หลี่มูรู้สึกนับถือมีอยู่ไม่กี่คน เฉินเฮ่อซงก็นับเป็นหนึ่งในนั้น แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวบนโลกมักไม่เป็นดั่งใจคิด

หลี่มูไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่ตบไหล่เจียงหู่เบา ๆ

ทั้งสองคนกระโดดขึ้นหลังม้า คุมตัวหัวขโมยควบทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

เวลานี้ ภายในคุก

เฉินเฮ่อซงได้กินอาหารจนอิ่มท้องเป็นครั้งแรก และดื่มสุราไปครึ่งป้าน ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความมึนงงบนเสื่อฟาง

ส่วนผู้คุมที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรก็เดินเข้ามา ขยิบตาให้กับนักโทษคนหนึ่งที่อยู่ในห้องขังเดียวกันกับเฉินเฮ่อซง

อีกฝ่ายรับรู้ได้ทันที

นักโทษผู้นั้นลุกขึ้นยืน ย่องเบาเข้าไปหาเฉินเฮ่อซง จู่ ๆ ก็คว้าหมอนเน่า ๆ ขึ้นมาอุดปากอุดจมูกของเขา ไม่ให้มีช่องว่างแม้แต่จะหายใจ !

เมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน เฉินเฮ่อซงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดชีวิต

แต่ตัวเขาบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ประกอบกับเพิ่งจะดื่มสุราเข้าไป จึงถูกนักโทษร่างกำยำผู้นี้กดทับไว้จนขยับไม่ได้อย่างรวดเร็ว

แววตาของเขาเริ่มเลื่อนลอย นิ้วมือทั้งห้าจิกเกร็งลงบนพื้นดิน สองขาชักกระตุก ในลำคอเปล่งเสียงอู้อี้ร้องขอความช่วยเหลือ นักโทษคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างเห็นดังนั้น ต่างก็แสร้งทำเป็นหลับต่อไปอย่างรู้หน้าที่

ส่วนผู้คุมก็ทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น

เฉินเฮ่อซงรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของตนเริ่มเลือนราง โลกทั้งใบถูกความมืดมิดเข้ากลืนกิน

แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตวาดลั่นดังมาจากนอกประตูคุก

"เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ! "

"บิดาเอานักโทษมาส่ง ! "

จบบทที่ ตอนที่ 211 ฆ่าปิดปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว