เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 208 ใบสวามิภักดิ์

ตอนที่ 208 ใบสวามิภักดิ์

ตอนที่ 208 ใบสวามิภักดิ์


ตอนที่ 208 ใบสวามิภักดิ์

"ท่านแม่ทัพหลิน ที่ดินผืนนี้พวกข้าพี่น้องใช้เวลาเลือกอยู่นานเลยนะ ท่านดูสิ ด้านหลังพิงเขา ด้านหน้าโอบล้อมด้วยแม่น้ำ เป็นทำเลฮวงจุ้ยชั้นยอดเลยล่ะ" เจียงหู่เดินเข้ามาพร้อมกับแสยะยิ้ม ปัดฝุ่นที่ฝ่ามือเบา ๆ "หากฝังอยู่ที่นี่ ชาติหน้าท่านจะได้ดิบได้ดีในหน้าที่การงาน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องได้เป็นขุนนางขั้นสองแน่"

"พอลงไปถึงยมโลก ก็อย่าลืมขอบคุณพวกข้าพี่น้องต่อหน้าท่านพญายมด้วยล่ะ ! "

"จุ๊ ๆ ที่ดินดี ๆ แบบนี้ยกให้ท่านมันเสียของจริง ๆ ! "

บรรดาชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์ต่างก็พากันพูดจาเย้าแหย่และหัวเราะร่วนอย่างไม่เกรงใจ

ม่านตาของหลินเจี้ยนหดเกร็ง ใบหน้าซีดเผือด แขนขาแข็งทื่อไปหมด ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าหลี่มูจะกล้าฆ่าเขาจริง ๆ แต่ตอนนี้...

ตุบ !

เขาถูกโยนลงไปในหลุมดินอย่างป่าเถื่อน ตามมาด้วยดินเย็นเฉียบที่ถูกสาดกลบลงมาทีละจอบ ๆ

"หลี่มู หลี่มู ! เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ ! "

ในที่สุดหลินเจี้ยนก็ลุกลนทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายจะปีนขึ้นมาจากหลุมดินอย่างสุดชีวิต "ข้าเป็นถึงขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นเจ็ด ถ้าข้าตาย ราชสำนักไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่..."

แม้จะเป็นสภาพจิตใจที่ถูกหล่อหลอมมาจากการอยู่ในกองทัพนับสิบปี เวลานี้ก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

เขาเป็นถึงรองแม่ทัพแห่งค่ายทหารรักษาเมือง ในเมืองอันผิงนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นฮ่องเต้น้อยที่มีอำนาจเป็นรองเพียงคนๆ เดียว หากใช้ชีวิตสงบสุขต่อไป ก็ยังมีเกียรติยศและทรัพย์สินเงินทองอีกมากมายนับไม่ถ้วนรอให้ไปเสวยสุข

ทว่าตอนนี้ อาหารรสเลิศ สุราชั้นดี หญิงงาม และอำนาจบารมีเหล่านั้น กำลังจะมลายหายไปพร้อมกับจุดจบของชีวิตเขา !

"ถ้าข้าไม่ฆ่าเจ้า พอกลับค่ายทหารไปแล้ว เจ้าจะยอมปล่อยข้าไปงั้นรึ ? " หลี่มูหยิบจอบขึ้นมา แล้วฟาดลงไปที่หลินเจี้ยนที่กำลังจะปีนขึ้นมาจากหลุมอย่างแรง "ในเมื่อไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือตาย ข้าก็ต้องเดือดร้อนอยู่ดี สู้จัดการให้มันจบ ๆ ไปเลยดีกว่า"

พลั่ก !

ศีรษะของหลินเจี้ยนถูกฟาดเข้าอย่างจัง เลือดสด ๆ ไหลอาบหน้า ร่างทรุดฮวบลงไปกองอยู่ก้นหลุมทันที

"อีกอย่าง เจ้าคิดจริง ๆ รึว่าข้ากล้าฆ่าเจ้าโดยไม่มีไพ่ตายอะไรเลย ? " หลี่มูนั่งยอง ๆ ลง สีหน้าภายใต้แสงจันทร์ดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งนัก "ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะบอกความจริงให้เจ้าฟังหรอกนะ..."

"ที่พึ่งพิงของข้าก็คือเจิ้นหนานอ๋อง ! "

"ที่อื่นน่ะข้าไม่กล้ารับประกัน แต่ในเขตดินแดนศักดินาของท่านอ๋อง ต่อให้ข้าฆ่าเจ้าไป ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรข้าหรอก"

แม้ก่อนหน้านี้หลินเจี้ยนจะคาดเดาไว้แล้วว่าผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังหลี่มูอาจจะเป็นท่านอ๋องผู้ทะเยอทะยานผู้นี้ แต่การคาดเดากับการได้ยินอีกฝ่ายยอมรับจากปากตัวเองนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย

"ตอนนี้ที่ชายแดนมีพวกคนเถื่อนก่อความวุ่นวาย ในราชสำนักก็มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจกัน บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะศึกในภัยนอก ต่อให้องค์ฮ่องเต้และท่านไท่เวยจะรู้ว่าคนของท่านอ๋องเป็นคนฆ่าเจ้า พวกเขาก็ต้องจำใจกลืนเลือด ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้... เจ้าเชื่อไหมล่ะ ? " หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

ตอนนี้อาณาจักรต้าฉีกำลังสั่นคลอนราวกับพายุฝนกระหน่ำ ไม่มีใครอยากจะบีบให้ท่านอ๋องผู้ทรงอิทธิพลต้องก่อกบฏในเวลาแบบนี้หรอก !

หลินเจี้ยนราวกับถูกตีจนสติหลุดไปแล้ว

เขานั่งเหม่อลอยอยู่ก้นหลุม ปล่อยให้ดินกลบฝังร่าง จู่ๆ เขาก็ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ รีบละล่ำละลักว่า "หลี่มู ! ข้า... ข้าก็เต็มใจรับใช้ท่านอ๋อง ข้าก็เป็นคนของพวกเจ้าได้นะ"

"ทหารในสังกัดของข้าแม้จะมีไม่มาก แต่ถ้าได้รับการฝึกฝน ก็ถือเป็นกองทหารชั้นยอดได้เลยนะ ! "

"ข้ายินดีนำกองทหารรักษาเมืองมาสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋อง ถวายความจงรักภักดีและรับใช้อย่างสุดความสามารถ ! " สิ้นคำพูดนี้ ท่าทางการกลบดินของทุกคนในที่นั้นก็ชะลอลงทันที

หลี่มูเลิกคิ้วขึ้น

คำพูดของหลินเจี้ยนไม่ใช่เรื่องโกหก

กองทหารรักษาเมืองหลายปีมานี้ละเลยการฝึกฝน พลังการต่อสู้นั้นอ่อนหัดจริง ๆ แต่หลังจากที่ไปยึดทรัพย์ตระกูลหวังคราวก่อน อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทหารนี้ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ล้วนแต่เป็นชุดเกราะใหม่และหอกแหลมคม อีกทั้งยังมีม้าศึกที่ยังหนุ่มและแข็งแรงอีกจำนวนหนึ่ง

ปัจจัยพื้นฐานของกองทหารนี้ไม่ถือว่าอ่อนแอ ขอเพียงได้รับการฝึกฝนสักหน่อย พลังการต่อสู้ย่อมต้องยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

"เจ้าน่ะรึ ? "

แม้ในใจหลี่มูจะลิงโลด แต่กลับไม่แสดงออกให้เห็นแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่มองสำรวจอีกฝ่ายหัวจรดเท้าแล้วเอ่ยว่า "หลินเจี้ยน เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้ารึ ? "

"ถ้าเจ้าไม่เชื่อ ข้าสาบานได้เลย ! " หลินเจี้ยนชูมือขึ้น ร่างกายสั่นเทา "หากข้ากล้าผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่าดินสูบเลย"

"สาบานมันจะมีประโยชน์บ้าอะไร" เจียงหู่แค่นเสียงหยัน "บนโลกนี้มีพวกกลืนน้ำลายตัวเองเยอะแยะไป สวรรค์ผ่าหัวพวกมันไม่ทันหรอก"

"งั้น... งั้นเจ้าว่าควรทำยังไงล่ะ ? " หลินเจี้ยนในตอนนี้ไม่กล้ามีท่าทีแข็งกร้าวใด ๆ อีกแล้ว เขาฟังออกว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายดูเหมือนจะผ่อนปรนลงบ้าง จึงรีบเอ่ยถามทันที

ทุกคนต่างหันไปมองหลี่มูเป็นตาเดียว

"กองทหารรักษาเมือง... ก็พอจะถูไถใช้งานได้บ้าง เก็บไว้เป็นหมากในเงามืด ท่านอ๋องก็อาจจะไม่ปฏิเสธหรอกมั้ง"

หลี่มูแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็โน้มตัวลงไป จ้องเขม็งไปที่หลินเจี้ยน "แต่ถ้าวันหน้าเจ้าเกิดตลบตะแลงขึ้นมา ท่านอ๋องย่อมต้องมาคิดบัญชีนี้กับข้าแน่"

"เจ้าต้องเอา 'ใบสวามิภักดิ์' มาแสดงให้ดูหน่อย ข้าถึงจะเชื่อเจ้าได้"

……

ทางเหนือของเมือง

เถ้าแก่ใหญ่นั่งอยู่ในห้องอุ่น พบว่าแม้จะออกจากศาลมาได้สองชั่วยามแล้ว แต่ฝ่ามือของเขาก็ยังคงสั่นไม่หยุด

"นายท่าน ครั้งนี้พวกเรานอกจากจะต้องจ่ายภาษีที่ขาดไปแล้ว ยังต้องโดนปรับอีกตั้งหลายพันตำลึง ข้าล่ะปวดใจจะตายอยู่แล้ว..." หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองและโมโหอย่างยิ่ง

เถ้าแก่ใหญ่จิบน้ำชาอุ่น ๆ ขมวดคิ้วพลางเอ่ย "ครั้งนี้ข้าสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ก็นับว่ายากลำบากมากแล้ว ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน"

ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเขาเสียทั้งขึ้นทั้งล่องจริง ๆ

ไม่เพียงแต่ต้องสูญเสียการจัดส่งสุราซานเยวี่ยชุนเท่านั้น แต่ยังไปล่วงเกินหลี่มูเข้าอีก สุดท้ายกลับไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับมาเลยสักนิด

"ข้าประมาทไปเอง ไม่คิดเลยว่าหลี่มูจะมีความสัมพันธ์กับท่านนายอำเภอด้วย เฉาหย่างอี้ไม่รู้ว่าได้รับผลประโยชน์อะไรจากเขา ถึงได้ยอมช่วยเหลือเขาขนาดนี้ ? " เถ้าแก่ใหญ่กำหมัดแน่น แม้จะผิงไฟอยู่หน้ากระถางไฟ แต่เขาก็ยังรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว

หลังจากออกจากศาลมา เขาก็ได้รับข่าวมาข่าวหนึ่ง

หลินเจี้ยนแห่งกองทหารรักษาเมือง ถึงกับถูกจับตัวไปแล้วเหมือนกัน !

แววตาของเถ้าแก่ใหญ่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเกรงกลัวอย่างเห็นได้ชัด

หลี่มูผู้นี้กำเริบเสิบสานไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตาเช่นนี้ เบื้องหลังของเขาจะต้องมีขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าคอยหนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน...

เขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ตอนนั้นไม่ยอมฟังคำเตือนของเฉินเฮ่อซง และด่วนตัดสินใจแตกหักกับหลี่มูไป

"นายท่าน แล้วเฉินเฮ่อซงนั่น... จะไม่หักหลังท่านใช่ไหม ? " หญิงวัยกลางคนรู้สึกกังวลอยู่บ้าง "ข้าได้ยินมาว่าผู้คุมในคุกเชี่ยวชาญเรื่องการทรมานคนนัก หากเขาทนไม่ไหว แล้วซัดทอดมาถึงท่าน..."

"เป็นไปไม่ได้หรอก" เถ้าแก่ใหญ่ส่ายหน้า "เฮ่อซงกับข้ารักกันดุจพี่น้อง อีกอย่างข้าก็เคยมีบุญคุณช่วยชีวิตเขาไว้ หากวันนี้ไม่ได้เขา ข้าก็คงไม่มีชีวิตรอดกลับมาถึงบ้านได้หรอก"

"เฮ่อซงเป็นคนเห็นแก่น้ำใจก็จริง แต่ข้าแค่กลัวว่าหลี่มูนั่นจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว" หญิงวัยกลางคนชั่งใจเลือกใช้คำพูด "คดีนี้ตราบใดที่ยังไม่ปิด ข้าก็ไม่อาจวางใจได้เลย"

"เจ้าหมายความว่ายังไง ? " เถ้าแก่ใหญ่รู้สึกว่าภรรยาของตนมีนัยยะแอบแฝงในคำพูด

"คดีนี้หากต้องรายงานขึ้นไปยังราชสำนัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าจะปิดคดีและสั่งประหารได้ เวลาตั้งนานขนาดนี้ยากที่จะรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุแทรกซ้อนอะไรขึ้นมา แต่ถ้าหากเฉินเฮ่อซงตายอยู่ในคุกซะ..." น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนลดต่ำลง "นักโทษในคดีตายไปแล้ว คดีย่อมต้องถูกปิดลงอย่างรวดเร็วแน่นอน"

"ท่านกับข้าก็จะได้ไม่ต้องมานั่งหวาดผวาแบบนี้อีก"

เถ้าแก่ใหญ่ได้ยินดังนั้น เดิมทีคิดจะตวาดด่าภรรยาของตนที่ไร้ซึ่งความเมตตาปรานี แต่เขาเพิ่งจะตบโต๊ะผุดลุกขึ้น ก็ค่อย ๆ จมลงสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง

เฉินเฮ่อซงผูกพันลึกซึ้งและมีน้ำใจต่อเขามากจริง ๆ

แต่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ถูกกำหนดให้ต้องรับโทษประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอย่างแน่นอนแล้ว...

ถึงอย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี ตายช้าหรือตายเร็ว แล้วมันจะต่างกันตรงไหนล่ะ ?

จบบทที่ ตอนที่ 208 ใบสวามิภักดิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว