เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 203 การโต้กลับของหลี่มู

ตอนที่ 203 การโต้กลับของหลี่มู

ตอนที่ 203 การโต้กลับของหลี่มู


ตอนที่ 203 การโต้กลับของหลี่มู

เถ้าแก่ใหญ่ก้าวเท้ายาว ๆ ลงมาที่ชั้นล่างด้วยความเร่งรีบ ภาพที่เห็นคือบริเวณหน้าโต๊ะบัญชีกำลังวุ่นวายโกลาหลไปหมด

ชายฉกรรจ์หลายคนที่สวมชุดเจ้าหน้าที่ของฝ่ายเก็บภาษีได้รื้อค้นข้าวของด้านในจนกระจัดกระจายเละเทะไปหมด สมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ถูกโยนทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ข้าง ๆ กันนั้นยังมีลูกจ้างและผู้ดูแลร้านหลายคนถูกจับใส่โซ่ตรวนเอาไว้แล้ว

สายตาของบรรดาลูกค้ามากมายในโถงใหญ่ต่างก็ถูกดึงดูดให้หันมามอง พวกเขาวางชามและตะเกียบในมือลง ยืดคอชะเง้อมองดูเรื่องสนุกอย่างใจจดใจจ่อ

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! "

เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีเหล่านั้นกำลังจะแตะต้องตู้เก็บเงิน เถ้าแก่ใหญ่ก็ตวาดเสียงกร้าวขึ้นมาทันที จากนั้นก็ก้าวเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าคนเหล่านั้น "ใครสั่งให้พวกเจ้ามา ? "

การทำธุรกิจในเมืองอันผิง หอสุ่ยเซียนย่อมรู้ดีว่าควรจะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้ใครบ้าง

หลายปีมานี้ นอกจากเถ้าแก่ใหญ่จะมีความสัมพันธ์อันดีกับหลินเจี้ยนแล้ว เขายังมักจะไปดื่มสุราหาความสำราญและเข้าออกสถานที่เริงรมย์ร่วมกับหัวหน้าฝ่ายเก็บภาษีอยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมด ย่อมเป็นเขาที่คอยควักกระเป๋าจ่ายให้

เมื่อไปมาหาสู่กันเช่นนี้ ฝ่ายเก็บภาษีจึงเริ่มหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยปละละเลยต่อการหลีกเลี่ยงภาษีและการตุกติกทางบัญชีบางอย่างของหอสุ่ยเซียน และด้วยความสัมพันธ์อันดีกับพวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีนี่เอง ทำให้หอสุ่ยเซียนไม่เคยถูกตรวจสอบหรือถูกเพ่งเล็งเรื่องบัญชีภาษีมาก่อนเลย เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงเหนือความคาดหมายของเถ้าแก่ใหญ่อย่างแท้จริง

"พวกเราได้รับคำสั่งจากท่านรองหัวหน้าฝ่ายเก็บภาษี ให้มาตรวจสอบบัญชีที่นี่โดยเฉพาะ" เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีคนที่เป็นหัวหน้าก็ล้วงเอาป้ายประจำตัวออกมาจากอกเสื้อ แกว่งไปมาต่อหน้าทุกคน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ได้ยิ้ม "เถ้าแก่ใหญ่ ท่านช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริง ๆ หลบเลี่ยงภาษีทั้งที กลับขี้เกียจแม้กระทั่งจะทำสมุดบัญชีปลอมสักเล่ม"

"เดือนที่แล้ว หอสุ่ยเซียนมีกำไร 3,927 ตำลึง 6 เฉียน แต่กลับจ่ายภาษีแค่ร้อยกว่าตำลึง"

"แล้วก็เดือนก่อนหน้านั้นอีก กำไรตั้งสี่พันกว่าตำลึง แต่ภาษีที่จ่ายกลับเป็นศูนย์"

"ท่านรู้หรือไม่ว่าตามกฎหมายต้าฉี ผู้ใดหลบเลี่ยงภาษีเกิน 50 ตำลึงขึ้นไป จะต้องถูกจำคุก ! หากเกิน 300 ตำลึงจะต้องถูกเนรเทศ ! และถ้าเกิน 1,000 ตำลึงล่ะก็... มีโทษถึงขั้นตัดหัวเชียวนะ ! "

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีตบสมุดบัญชีลงบนโต๊ะ ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าอกของเถ้าแก่ใหญ่ "ตั้งแต่หอสุ่ยเซียนเปิดกิจการมาจนถึงตอนนี้ ท่านลองคำนวณดูเอาเองเถอะ ว่าท่านมีหัวให้ตัดกี่หัว ? "

สิ้นคำพูดนี้ ภายในโถงใหญ่ก็เกิดความฮือฮาขึ้นมาทันที

บรรดาลูกค้าที่นั่งอยู่ต่างก็เบิกตากว้าง เงี่ยหูฟัง ราวกับกลัวว่าจะพลาดฉากเด็ดที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป แม้แต่อาหารรสเลิศและสุราชั้นดีที่วางอยู่บนโต๊ะก็หมดความน่าสนใจไปเลย

การชอบดูเรื่องสนุก ถือเป็นสัญชาตญาณดิบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์

สีหน้าของเถ้าแก่ใหญ่ดำทะมึน เขามองดูเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีหลายคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า จู่ ๆ ก็หัวเราะเบา ๆ ออกมาสองสามเสียง เขาไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย แต่กลับเอ่ยปากว่า "พี่น้องหลายท่านนี้ดูหน้าตาไม่ค่อยคุ้นเลยนะ ? ข้ากับใต้เท้าลู่เหลียงโหย่วเป็นสหายสนิทกัน ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าในฝ่ายเก็บภาษียังมีท่านรองหัวหน้าอยู่ด้วย เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้"

ลู่เหลียงโหย่ว ก็คือหัวหน้าฝ่ายเก็บภาษีแห่งเมืองอันผิง

และเถ้าแก่ใหญ่ก็มักคุ้นกับเขาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังรู้จักเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีในสังกัดของเขาทุกคนด้วย แต่คนตรงหน้าสองสามคนนี้กลับดูแปลกหน้าเอามาก ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น... เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าลู่เหลียงโหย่วจะมีผู้ช่วย !

"ใต้เท้าลู่ลางานพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ตอนนี้งานน้อยใหญ่ในฝ่ายเก็บภาษีล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของใต้เท้าเฉินหลิน" เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีผู้นั้นตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย "นี่เป็นคำสั่งที่ท่านนายอำเภอเพิ่งจะประกาศออกมา"

เฉินหลินงั้นรึ ?

เถ้าแก่ใหญ่ชะงักไป

วินาทีนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจากทางประตู เขาประสานมือคารวะพลางเอ่ย "เถ้าแก่ใหญ่ พวกเราได้พบกันอีกแล้วนะ"

"เจ้าคือคนที่เดินตามหลังหลี่มูในคืนนั้น..." พอเถ้าแก่ใหญ่มองเห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ ม่านตาก็หดเกร็งวูบทันที

คืนที่เกิดเรื่องบาดหมางกันที่หอจุ้ยเซียน ในบรรดาชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลี่มู ชายผู้นี้ก็คือหนึ่งในนั้น !

หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม

วินาทีที่เห็นเฉินหลิน เถ้าแก่ใหญ่ก็รู้ซึ้งในทันทีว่า วันนี้ตัวเองคงยากที่จะรอดพ้นจากด่านเคราะห์ตรงหน้านี้ไปได้

หลี่มูถึงกับยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายถึงในศาลาว่าการอำเภอได้เชียวหรือนี่ !

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ดูเหมือนข้าจะประมาทพวกเจ้าเกินไปจริง ๆ " เถ้าแก่ใหญ่เอ่ยเน้นทีละคำ จ้องมองเฉินหลินที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม "กลุ่มพรานป่ากลุ่มหนึ่ง ถึงกับมีลูกไม้แพรวพราวถึงเพียงนี้ เหนือความคาดหมายของข้าจริง ๆ "

"บัญชีพวกนี้ มีข้อโต้แย้งอะไรหรือไม่ ? " เฉินหลินรับสมุดบัญชีมาจากคนข้าง ๆ แล้วแกว่งมันไปมาเบา ๆ

"..." เถ้าแก่ใหญ่ทอดถอนใจออกมาอย่างแผ่วเบา

ใจจริงเขาก็อยากจะแก้ตัวอยู่หรอก แต่สมุดบัญชีเล่มนี้ถูกค้นเจอท่ามกลางฝูงชน ต่อหน้าลูกค้ามากมาย ภายใต้สายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็คงล้างมลทินไม่หมดแน่

"ในเมื่อไม่มีอะไรจะพูดแล้ว งั้นก็เชิญเถอะ ! " สีหน้าของเฉินหลินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เขาตวาดลั่น "พาตัวไป ! "

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บภาษีหลายคนพุ่งพรวดเข้ามา ช่วยกันจับเถ้าแก่ใหญ่ใส่โซ่ตรวนอย่างทุลักทุเล แล้วผลักไสไล่ส่งให้เดินออกไปข้างนอก

"หอสุ่ยเซียนฝ่าฝืนกฎหมาย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอรับคำสั่งจากท่านนายอำเภอให้ปิดประตูร้าน หวังว่าร้านค้าอื่น ๆ จะดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง"

พร้อมกับเสียงประกาศเตือนอันเฉียบขาด บรรดาลูกค้าในโถงใหญ่ต่างก็ถูกไล่ต้อนให้ออกมาจนหมด

ปัง ! สิ้นเสียงประตูหอสุ่ยเซียนที่ถูกปิดล็อก กระดาษปิดผนึกรูปกากบาทสองแผ่นก็ถูกแปะทับลงบนบานประตูทันที !

"จุ๊ๆ ไม่คิดเลยว่าแค่มากินข้าว จะได้ดูงิ้วฉากเด็ดแบบนี้ด้วย"

"มารดามันเถอะ ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า หอสุ่ยเซียนเนี่ยนะจะโดนสั่งปิด ? "

"เจ้ายังไม่ได้ข่าวสินะ เถ้าแก่ใหญ่ไปแตกหักกับหลี่มูที่หอจุ้ยเซียน ตอนนี้ ก็คงจะโดนอีกฝ่ายเอาคืนเข้าให้แล้วไง"

"หลี่มูมีอำนาจบารมีมากขนาดนั้นเชียวรึ ? เขาไม่ได้เป็นแค่เถ้าแก่โรงกลั่นสุราหรอกหรือ ? "

"พี่ชาย เจ้ามุดหัวอยู่แต่ในป่าเขาหรือยังไง... แค่พรานป่าธรรมดา จะไปโค่นกองคาราวานอาชาเหล็กได้ยังไงกัน ? "

"ถ้าจะให้ข้าพูดนะ เถ้าแก่ใหญ่นั่นหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ เมื่อก่อนตอนที่ร่วมมือกับโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง ก็กอบโกยเงินเข้ากระเป๋าได้สบาย ๆ แต่กลับยอมล่วงเกินเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของตัวเองเพียงเพื่อเหมยจงหยวนคนเดียว เป็นไงล่ะ โดนจัดการซะแล้ว ! "

"สมน้ำหน้า ! "

ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังซุบซิบนินทากันอยู่ มีทั้งคนที่รู้สึกเสียดาย และมีทั้งคนที่สะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คือความตกตะลึงและยำเกรงต่อ 'ขุมพลัง' ที่หลี่มูแสดงให้เห็นในเหตุการณ์ครั้งนี้

ในสายตาของชาวบ้านตาดำ ๆ ชนชั้นล่างในเมืองอันผิง หลี่มูเป็นเพียงหัวหน้าทีมล่าสัตว์และเถ้าแก่โรงกลั่นสุราเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่มีข้อมูลและล่วงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังจริง ๆ ถึงจะรู้ว่า หลี่มูผู้ซึ่งโค่นล้มตระกูลหวัง กองคาราวานอาชาเหล็ก และใต้เท้าต่งมาได้อย่างต่อเนื่องนั้น ในตอนนี้... เขามีความสำคัญและทรงอิทธิพลมากแค่ไหนในเมืองอันผิง !

……

คุกศาลาว่าการเมืองอันผิง

ประตูคุกถูกเปิดออก หลินเจี้ยนถูกผลักไสให้เข้าไปในห้องขังอย่างหยาบคาย

"ปัง ! "

หลินเจี้ยนหันขวับกลับมา ยกเท้าเตะประตูห้องขังอย่างแรง ตวาดลั่น "หลี่มู นี่เจ้าตั้งใจจะขังบิดาไว้ในฐานะนักโทษจริง ๆ ใช่ไหม ? "

"เจ้าจับคนโดยพลการ ซ้ำยังไม่ยอมให้ความร่วมมือกับศาลาว่าการในการส่งมอบตัวนักโทษ ก็ถือว่าทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว จงอยู่ในคุกนี้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แล้วรอฟังคำตัดสินซะเถอะ" หลี่มูก้มมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเย็นเยียบกระด้าง

"ดี ถ้างั้นบิดาก็จะสนองความต้องการของเจ้าให้" หลินเจี้ยนได้ยินดังนั้น ก็แสยะยิ้มเย็นชา เดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่ที่มุมห้อง "แต่ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ กองทหารรักษาเมืองมีทั้งหมด 186 นาย ล้วนแต่เป็นพวกอารมณ์ร้อน บุ่มบ่าม และขี้โมโหกันทั้งนั้น ถ้าข้าไม่อยู่ ก็ไม่มีใครคุมพวกมันอยู่หรอก"

"หากพวกมันขวัญกล้าเทียมฟ้าก่อเรื่องเกินขอบเขตอะไรขึ้นมา จนทำให้สถานการณ์บานปลายควบคุมไม่ได้ล่ะก็... บิดาไม่รับผิดชอบด้วยหรอกนะ"

"เรื่องนั้นคงไม่ต้องรบกวนให้เจ้ามานั่งกังวลหรอก" เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยการข่มขู่นี้ หลี่มูก็เพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป จากนั้นเขาก็กระดิกนิ้วเรียกผู้คุมที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามากำชับว่า "ท่านแม่ทัพหลินมีสถานะพิเศษ ไม่เหมือนนักโทษคนอื่น ๆ "

"ช่วย... ดูแลเขาให้ดี ๆ ด้วยล่ะ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 203 การโต้กลับของหลี่มู

คัดลอกลิงก์แล้ว