- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 201 บุกค่ายทหารจับกุมแม่ทัพ!
ตอนที่ 201 บุกค่ายทหารจับกุมแม่ทัพ!
ตอนที่ 201 บุกค่ายทหารจับกุมแม่ทัพ!
ตอนที่ 201 บุกค่ายทหารจับกุมแม่ทัพ!
เพียงแค่ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียในระยะเวลาสั้น ๆ นายอำเภอเฉาก็พยักหน้าทันที เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น "รบกวนน้องหลี่ช่วยนำความไปบอกด้วยว่า ข้าน้อย... ยินดีรับใช้ท่านอ๋อง ! "
เมื่อเห็นดังนั้น มุมปากของหลี่มูก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
เฉาหย่างอี้เป็นคนขี้ขลาด เพียงแค่ใช้ลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถควบคุมเขาไว้ในกำมือได้อย่างง่ายดาย
เขาเตรียมใจรับเรื่องนี้ไว้แต่แรกแล้ว
แต่ฟ่านเหวินปินที่ยืนอยู่ห่างออกไปหลายเมตรเมื่อเห็นฉากนี้กลับมีใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน เพียงแต่จู่ ๆ ก็เห็นนายอำเภอเฉาคุกเข่าลงต่อหน้าอีกฝ่าย ซ้ำในปากยังพึมพำคำว่า "ท่านอ๋อง..." อะไรทำนองนั้นออกมา แม้ในใจจะตื่นตระหนกตกใจอย่างยิ่ง แต่สีหน้ากลับไม่แสดงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ตั้งแต่คืนที่ยอดฝีมือของกองคาราวานอาชาเหล็กถูกทำลายล้างจนย่อยยับที่นอกหมู่บ้านซวงซี เขาก็รับรู้ได้แล้วว่าหลี่มูนั้นไม่ธรรมดา ดังนั้น แม้ว่าในเวลาต่อมาโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางจะไปล่วงเกินเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่ง เขาก็ยังคงไม่เลือกที่จะยืนดูอยู่ห่างๆ แต่กลับใช้เรือสินค้าของตัวเองส่งพวกเจียงหู่ไปยังเมืองอื่นเพื่อกระจายข่าว !
จนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดฟ่านเหวินปินก็ได้ล่วงรู้ถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของสหายผู้นี้เสียที !
"ที่แท้ผู้ที่คอยหนุนหลังเขาอยู่ก็คือท่านอ๋องนี่เอง ในเมืองอันผิง ก็เป็นไปได้แค่เจิ้นหนานอ๋องเท่านั้น ! " ฟ่านเหวินปินรู้สึกตื่นเต้นในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ "ข้าแทงหมากตานี้ไม่ผิดจริง ๆ ! "
……
ภายในค่ายกองทหารรักษาเมือง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไม่ขาดสาย
เบื้องหน้าหลินเจี้ยนมีกระถางไฟใบหนึ่งตั้งอยู่ ด้านบนมีโครงไม้ย่างขาแกะอยู่ เขาใช้มีดสั้นแล่เนื้อที่สุกแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ พลางหันไปถามทหารองครักษ์ข้างกายว่า "ยังไม่ยอมรับสารภาพอีกรึ ? "
"เรียนท่านแม่ทัพ ไอ้พวกโจรนั่นปากแข็งมากขอรับ ยอมรับแค่ความผิดของตัวเองเท่านั้น แต่พอจะให้ซัดทอดไปถึงตัวฟ่านเหวินปิน พวกมันก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย" ทหารสวมเกราะข้างกายตอบตามความจริง
ท่าทางการหั่นเนื้อชะงักงันไป
บนใบหน้าที่หยาบกร้านราวกับก้อนหินของหลินเจี้ยนปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
ทหารสวมเกราะสองนายเลิกม่านประตูขึ้น
ภายนอกกระโจมค่าย ลมหนาวพัดโชยมาปะทะใบหน้า
มองเห็นเพียงพี่น้องพรรคเฉาปังสิบกว่าคนถูกจับถอดเสื้อตัวนอกออกจนหมด แล้วมัดติดกับเสาไม้บนลานฝึกทหาร บนร่างกายเต็มไปด้วยรอยแส้และรอยแผลถูกเหล็กร้อนนาบ สภาพดูน่าเวทนายิ่งนัก
"พูดตามตรงนะ ข้านับถือพวกเจ้าจริง ๆ " หลินเจี้ยนสวมรองเท้าบูทขนแกะ กวาดสายตามองไปที่พวกเขาทีละคน หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าว "แต่ข้าก็รู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าแทนพวกเจ้าเลย"
"พวกเจ้าเป็นแค่สมาชิกระดับล่างสุดในพรรคเฉาปัง ได้รับค่าจ้างเพียงน้อยนิด แต่ต้องทำงานที่สกปรกที่สุด เหน็ดเหนื่อยที่สุด และอันตรายที่สุด..."
"ตอนที่พวกเจ้าเหงื่อไหลไคลย้อยแบกหามสินค้า หรือตอนที่ต้องอาบเลือดต่อสู้กับพวกโจรแม่น้ำ พวกหัวหน้ากับหัวหน้าพรรคของพวกเจ้ากลับได้เสวยสุขกินดีอยู่ดี นอนกอดหญิงงามสบายใจเฉิบอยู่นะ"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์พรรคเฉาปังคนหนึ่งที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบไปทั้งตัว ใช้มีดสั้นสำหรับแล่เนื้อเชยคางอีกฝ่ายขึ้น เอ่ยเน้นทีละคำว่า "ดังนั้นข้าจึงไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมพวกเจ้าถึงได้ปากแข็งนัก ทำไมถึงได้ดื้อด้านไม่รู้จักประเมินสถานการณ์แบบนี้ ? "
พี่น้องพรรคเฉาปังผู้นั้นไม่เอ่ยปากพูดอะไร เพียงแค่หอบหายใจแรง ๆ ปล่อยให้เลือดสด ๆ ไหลรินลงมาตามมุมปาก
"หนาวไหม ? เจ็บหรือเปล่า ? " หลินเจี้ยนหรี่ตาถาม "ขอเพียงพวกเจ้ายอมเซ็นชื่อประทับรอยนิ้วมือลงบนเอกสารคำรับสารภาพ ช่วยเป็นพยานชี้ตัวว่าฟ่านเหวินปินลักลอบค้าอาวุธเหล็กเถื่อน พวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้อีก ข้ายังสามารถยกเว้นเป็นกรณีพิเศษรับพวกเจ้าเข้ากองทัพ ให้ได้กินข้าวหลวงอีกด้วย"
"..." ชายฉกรรจ์ผู้นั้นขยับริมฝีปากเล็กน้อย คล้ายกับกำลังพูดอะไรบางอย่าง แต่น้ำเสียงกลับเบาหวิว
หลินเจี้ยนเห็นดังนั้นจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้
ถุย !
น้ำลายปนเลือดคำหนึ่ง ถูกถ่มรดใส่ใบหน้าของเขาอย่างแรง
"หึ... หึ ๆ ไอ้สุนัขรับใช้ เจ้าอยากให้พวกข้าช่วยใส่ร้ายหัวหน้าพรรคของข้าล่ะก็ ฝัน... ฝันไปเถอะ" บนใบหน้าของชายฉกรรจ์ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาสบถด่าอย่างตะกุกตะกักว่า "ถ้าไม่ได้หัวหน้าพรรค พวกข้าก็คงอดตายกันไปตั้งนานแล้ว"
"ไอ้พวกทหารสุนัขอย่างพวกเจ้า ใส่ชุดเกราะซะดูน่าเกรงขาม วางก้ามใหญ่โต แต่กลับไม่กล้าไปรบกับพวกคนเถื่อนที่ชายแดน ดีแต่มุดหัวอยู่ที่นี่คอยรังแกชาวบ้านตาดำ ๆ แย่งชิงอำนาจผลประโยชน์กัน"
"ในสายตาบิดา พวกเจ้ามันเลวยิ่งกว่าหมาเสียอีก ! "
ประโยคสุดท้าย เขาแทบจะแผดเสียงตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง
หว่างคิ้วของหลินเจี้ยนกระตุกอย่างบ้าคลั่ง
เขาเช็ดสิ่งสกปรกบนใบหน้าออก สีหน้าบิดเบี้ยวและดุร้ายขึ้นมาทันที จู่ ๆ เขาก็สลับทิศทางของมีดสั้นแล่เนื้อในมือ แล้วแทงสวนขึ้นไปใต้คางของชายฉกรรจ์พรรคเฉาปังอย่างแรง !
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
ชายฉกรรจ์เจ็บปวดจนร่างกายชักกระตุกไปทั้งตัว
"เอาที่หนีบเหล็กมา ! " หลินเจี้ยนตวาดลั่น เอ่ยเสียงเหี้ยมว่า "ถ้าพวกมันไม่ยอมรับสารภาพ ก็ค่อย ๆ หนีบนิ้วมือของพวกมันให้แหลกไปทีละนิ้ว ! "
"ขอรับ ! " ทหารสวมเกราะที่อยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้นก็ขานรับ
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางทิศประตูค่าย
"ผู้ใดกล้าบุกค่ายทหาร ? " หลินเจี้ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดโทสะออกมา
ไม่นานนัก ทหารยามก็รีบวิ่งเข้ามารายงาน "เรียนท่านแม่ทัพ เป็นพวกมือปราบจากศาลาว่าการอำเภอขอรับ พวกเขาถือหมายจับมา อ้างว่าจะพาตัวคนของพรรคเฉาปังที่พวกเราจับมาไปขอรับ"
เขายังพูดไม่ทันจบ หลี่มูก็นำเจียงหู่และคนอื่น ๆ อีกสิบกว่าคนบุกเข้ามาแล้ว
แต่คราวนี้ พวกเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา แต่สวมเครื่องแบบทางการของศาลาว่าการ
"เป็นเจ้านี่เอง ? " เมื่อหลินเจี้ยนเห็นหลี่มู สีหน้าก็เปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ไม่เจอกันหลายวัน เจ้าไปเอาเครื่องแบบทางการมาใส่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? "
"ศาลาว่าการอำเภอคนไม่พอ โชคดีที่ใต้เท้าเฉาเห็นคุณค่า ก็เลยรับข้าเข้ามาเป็นหัวหน้ามือปราบ" หลี่มูปรายตามองพี่น้องพรรคเฉาปังที่ถูกมัดติดกับเสาไม้แวบหนึ่ง ก่อนจะดึงสายตากลับมาอย่างแนบเนียน เขาล้วงเอาหมายจับออกมาจากอกเสื้อแล้วเอ่ย "หลี่เอ้อร์หนิว, หวังซู่เกิน..."
"คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้ต้องหาสำคัญที่พวกเราต้องการตัว ท่านนายอำเภอมีคำสั่งให้พวกเราพาตัวกลับไปไต่สวนทันที รบกวนท่านแม่ทัพหลินให้ความร่วมมือ ส่งมอบนักโทษเหล่านี้ให้พวกเราด้วย"
หลี่มูร่ายรายชื่อสมาชิกพรรคเฉาปังหลายสิบคนที่ถูกกองทหารรักษาเมืองจับกุมมาออกมาจนหมดราวกับท่องจำมาเป็นอย่างดี
สิ้นคำพูดนี้ หลินเจี้ยนก็หัวเราะร่วนขึ้นมาทันที
เขาค่อย ๆ ส่ายหน้า เอ่ยปากว่า "คนพวกนี้คือนักโทษสำคัญของกองทหารรักษาเมืองเรา ตอนนี้กำลังพัวพันกับคดีโจรแม่น้ำ และยังไต่สวนไม่เสร็จสิ้น ต้องขออภัยด้วย คน... พวกเจ้าพาไปไม่ได้ ! "
"ตามกฎหมายต้าฉี การจับกุมโจรผู้ร้ายหรือผู้ลักลอบกระทำผิดในเมือง ล้วนเป็นหน้าที่ของมือปราบและเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการ ! หน้าที่ของกองทหารรักษาเมืองคือการประสานงานกับศาลาว่าการอำเภอในพื้นที่ เพื่อปกป้องเมืองและต่อต้านศัตรู ไม่มีอำนาจในการจับกุมคน" มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้มเย็นชา เขามองไปที่กลุ่มคนที่ถูกมัดอยู่บนลานฝึกทหาร
"พวกเจ้าจับกุมคนโดยพลการโดยไม่ได้ขออนุญาต ถือเป็นการก้าวก่ายหน้าที่ หากยังไม่ยอมให้ความร่วมมือส่งมอบคนมา ข้าก็คงทำได้เพียงปฏิบัติตามกฎหมาย จับตัวท่านไปเข้าคุกเพื่อรอการไต่สวนด้วยเช่นกัน"
หลินเจี้ยนได้ยินดังนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
ราวกับเขาได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุดในโลก เขาหันไปตะโกนบอกทหารองครักษ์ของตนว่า "พวกเจ้าได้ยินไหม ? มันบอกว่าจะจับข้า ! จะมาจับข้าถึงในค่ายทหารของข้าเลยนะ ! "
จู่ ๆ สีหน้าของหลินเจี้ยนก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายน่ากลัว เขาจ้องเขม็งไปที่หลี่มู เอ่ยเน้นย้ำทีละคำว่า
"บิดายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ถ้ามีความกล้าก็เข้ามาเลย ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า วันนี้ถ้าพวกเจ้าแตะต้องตัวข้า พวกเจ้าจะได้เดินออกจากค่ายทหารแห่งนี้ไหม ! "
สิ้นประโยคนี้ ทหารสวมเกราะประมาณยี่สิบสามสิบนายก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตรและเดินตีวงล้อมเข้ามาทันที
ในมือของพวกเขากำหอกยาวและดาบเอาไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตดุร้าย
"ท่านขู่ข้าหรือ ? " หลี่มูมีสีหน้าเรียบเฉยกวาดตามองรอบ ๆ ตัว จู่ ๆ ร่างของเขาก็พุ่งไปข้างหน้าหลายก้าว สองมือตวัดรัดท่อนแขนของหลินเจี้ยนดั่งงูพิษ บิดเอวพลิกตัว แล้วจับทุ่มข้ามไหล่อย่างสมบูรณ์แบบ !
ตึง !
หลินเจี้ยนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็รู้สึกเพียงโลกตรงหน้าสั่นไหว ก่อนจะถูกทุ่มกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง !
"เจียงหู่ มัดมันไว้ ! "
หลี่มูชักดาบที่เอวออกมาทันที วางพาดไว้บนลำคอของหลินเจี้ยน แล้วสบถด่า "มารดามันเถอะ ! ที่นอกเมืองอันผิง แม้แต่ฮั่วอวิ๋นเฟิงกับหลิวจี้เจอหน้าบิดายังไม่กล้าหายใจแรงเลย เจ้ามันก็แค่นายทหารขั้นเจ็ด พอคนเขาเรียกเจ้าว่าแม่ทัพหน่อย ก็ริอ่านคิดว่าตัวเองเป็นแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินไปแล้วหรือไง ? "