เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 193 ยอดคน

ตอนที่ 193 ยอดคน

ตอนที่ 193 ยอดคน


ตอนที่ 193 ยอดคน

ฟ่านเหวินปินกวาดสายตามองไปในฝูงชน คล้ายกับกำลังมองหาใครบางคน เมื่อหาไม่พบจึงกระแอมไอแล้วกล่าว "ทุกท่านเชิญนั่งก่อนเถิด ตอนนี้ยังมีแขกที่ยังเดินทางมาไม่ถึง เอาไว้รอคนมาครบแล้ว พวกเราค่อยคุยธุระกัน"

เมื่อได้ยินดังนั้น แม้ในใจจะสงสัยใคร่รู้ แต่ทุกคนก็อดทนยอมนั่งลงแต่โดยดี

ภายในโถงใหญ่จัดโต๊ะสุราไว้ทั้งหมดสิบแปดตัว

พวกเขาสังเกตเห็นว่าโต๊ะสิบห้าตัวมีคนนั่งเต็มหมดแล้ว เหลือเพียงโต๊ะสามตัวตรงกลางที่ยังว่างเปล่า

ส่วนฟ่านเหวินปินก็ยังไม่ยอมเข้าที่นั่ง เอาแต่ยืนรออยู่ที่ประตู

"จิ๊ ? โต๊ะสามตัวตรงกลางนั่นจัดไว้ให้ใครกัน ? ถึงกับเตรียมการใหญ่โตขนาดให้หัวหน้าพรรคฟ่านออกมายืนรอรับด้วยตัวเองเชียวรึ ? "

"หรือว่าจะเป็นท่านนายอำเภอ ? "

"ก็มีความเป็นไปได้ วงการขาวกับวงการดำแยกกันไม่ออกอยู่แล้ว เมื่อก่อนฉินเซี่ยหู่ก็ยังต้องส่งส่วยให้ทางการทุกปีเลยไม่ใช่หรือ..."

ทุกคนเห็นดังนั้นก็พากันซุบซิบนินทา

เวลาผ่านไปทีละนาที

ไม่นานนัก ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าประตู

พวกเขามองตามเสียงไป

ก็เห็นหลี่มูพากลุ่มชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์เดินเข้ามา

"น้องหลี่ เชิญด้านในเลย ! "

เมื่อฟ่านเหวินปินเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่วน ก้าวยาว ๆ ออกไปต้อนรับพวกเขาเข้ามาในโถงใหญ่

"พี่ฟ่านโปรดอภัย เดิมทีข้าควรจะมาถึงตั้งนานแล้ว เพียงแต่วันนี้ออกไปทำธุระนอกเมือง ก็เลยเสียเวลาเดินทางไปสักหน่อย ขออภัยจริง ๆ ขออภัย ! " หลี่มูกวาดสายตามองฝูงชนในโถงใหญ่ สายตาไปหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งตรงมุมห้องชั่วครู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น

เขาเห็นคนคุ้นหน้า

เหมยจงหยวน !

น้องเมียของเถ้าแก่ใหญ่แห่งหอสุ่ยเซียนที่เคยถูกเขาอัดจนน่วมไปคราวก่อน !

เจ้านี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?

ต่อให้คืนนี้พรรคเฉาปังจะเชิญเถ้าแก่จากร้านต่าง ๆ มาร่วมงาน คนของหอสุ่ยเซียนที่มาก็ควรจะเป็นเฉินเฮ่อซงสิ ?

หรือว่า...

วันนั้นอีกฝ่ายขโมยพริกไป วันนี้กลัวจะมาเจอเขาที่นี่แล้วความแตก ก็เลยส่งเจ้านี่มาแทน ?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของหลี่มูก็เย็นเยียบลง

"เจ้ากับข้าเป็นพี่น้องกัน พูดจาแบบนี้ก็ดูห่างเหินเกินไปแล้ว" ฟ่านเหวินปินไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาโอบไหล่หลี่มู พาทีมล่าสัตว์เดินตรงไปนั่งที่โต๊ะตรงกลาง "คืนนี้พวกเรา ไม่เมาไม่เลิกรา ! "

ภายใต้การจัดการของเขา ผู้คนระดับสูงของพรรคเฉาปังนับสิบคนก็มานั่งร่วมโต๊ะกับบรรดาพี่น้องของหลี่มู

เมื่อเห็นว่าคนมาครบแล้ว ฟ่านเหวินปินก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขารินสุราให้ตัวเองจนเต็มจอก ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย "ทุกท่าน แขกเหรื่อมากันครบแล้ว ก่อนที่งานเลี้ยงคืนนี้จะเริ่มขึ้น ข้ามีเรื่องอยากจะพูดสักสองสามประโยค"

"ยุคสมัยนี้ทำมาค้าขายยากลำบากขึ้นทุกวัน พวกเราทุกคนล้วนอยู่ในเมืองอันผิง ก็ควรจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แลกเปลี่ยนทรัพยากร และร่วมมือกันให้ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย"

"เมื่อก่อนฉินเซี่ยหู่จัดงานเลี้ยง ก็เพื่อจะเก็บส่วยประจำปี เพื่อบีบให้พวกท่านยอมจ่ายเงินแต่โดยดี... แต่ข้า ฟ่านเหวินปิน ไม่เหมือนมัน สิ่งที่ข้าต้องการ คือสร้างพื้นที่และโอกาสในการร่วมมือให้กับทุกท่าน ! "

"หากพวกท่านมีคู่ค้าที่ถูกใจ ก็ตกลงทำธุรกิจกันได้เลย ทรัพยากรเส้นทางเดินเรือในมือข้า ก็พร้อมจะแบ่งปันให้ทุกคนได้ใช้ ! "

"หากไม่ไว้ใจอีกฝ่าย ข้ายินดีเป็นผู้ค้ำประกันให้ หลังจากทำสัญญาแล้ว หากใครฉีกข้อตกลง พรรคเฉาปังจะเป็นผู้ออกหน้าทวงคืนความเป็นธรรมให้อีกฝ่ายเอง"

สิ้นคำพูดนี้ ทุกคนในที่นั้นก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

แม้แต่หลี่มูยังอดไม่ได้ที่จะมองฟ่านเหวินปินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

กองคาราวานอาชาเหล็กในอดีต รีดไถเงินด้วยการข่มขู่ใช้ความรุนแรง แม้จะได้เงินมาง่าย ๆ แต่มันก็ทำให้พวกเถ้าแก่ร้านค้าเกิดความไม่พอใจ ต่อหน้าทำเป็นยอมแต่ลับหลังต่อต้าน ดังนั้นตอนที่กองคาราวานอาชาเหล็กหมดอำนาจ จึงไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลยสักคน

แต่พรรคเฉาปังกลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างจากฉินเซี่ยหู่อย่างสิ้นเชิง

สนับสนุนร้านค้า รวบรวมทรัพยากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ...

นี่มันมีเค้าโครงของหอการค้าในยุคปัจจุบันชัด ๆ

หากวิธีนี้ของฟ่านเหวินปินสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง งั้นอีกไม่นาน แวดวงการค้าทั่วทั้งเมืองอันผิงก็จะถูกร้อยเรียงเป็นเกลียวเดียวกัน และขุมกำลังย่อมต้องก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

บรรดาเถ้าแก่เมื่อได้ยินดังนั้น ย่อมต้องดีใจจนเนื้อเต้น หลังจากกล่าวคำสรรเสริญเยินยอกันยกใหญ่แล้ว พวกเขาก็เริ่มจับกลุ่มเจรจาธุรกิจกันทันที

"พี่ฟ่าน หมากตานี้เดินได้สวยจริง ๆ ... ไม่เพียงแต่จะซื้อใจพวกพ่อค้าในเมืองอันผิงได้ แต่ยังช่วยเพิ่มบารมีให้ท่านอีก เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย" หลี่มูยกจอกสุราขึ้นชนกับเขา ลดเสียงลงเอ่ย "วิสัยทัศน์ของท่าน เฉียบแหลมและมองการณ์ไกลกว่าฉินเซี่ยหู่ในอดีตมากนัก ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน อาณาเขตของพรรคเฉาปังคงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองอันผิง แต่คงแผ่ขยายไปทั่วทั้งเมืองหงโจวแน่ ! "

ฟ่านเหวินปินกล่าวสุนทรพจน์จบ ก็ทิ้งตัวลงนั่ง กระซิบข้างหูหลี่มูพลางยิ้มขื่น "น้องหลี่ยกย่องข้าเกินไปแล้ว ข้าจะไปมีหัวคิดแบบนี้ได้ยังไง ? ไม่ปิดบังเจ้าหรอก วิธีการนี้ มี 'ยอดคน' ผู้หนึ่งเป็นคนชี้แนะข้าน่ะ"

"ยอดคน ? "

"ใช่..." ฟ่านเหวินปินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็เอ่ยปากต่อ "คน ๆ นั้นเจ้าก็รู้จัก พระที่เคยไปทำพิธีปัดเป่ารังควานที่โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางตอนนั้นไง ไต้ซือเสี้ยวหมิงแห่งวัดเป่าฉาน"

ม่านตาของหลี่มูหดเกร็ง

เขาจะลืมหลวงจีนเฒ่าที่ครบเครื่องเรื่องคาวโลกีย์ กิน ดื่ม เที่ยว เล่นพนัน และมั่วสุมผู้นั้นได้อย่างไร ?

ตอนที่อยู่โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง ตาเฒ่านี่ไม่เพียงแต่ซัดสุรากินเนื้อ แต่ยังเรียกหญิงคณิกาสองคนมาปรนนิบัติค้างคืนด้วย...

หลี่มูคิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่พวกต้มตุ๋นหลอกลวงโลก แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เหมือนเขาจะมองคนพลาดไปเสียแล้ว ?

แค่พระธรรมดา ๆ รูปหนึ่ง จะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?

"เขามีความสามารถระดับนั้นเชียวรึ ? " หลี่มูลูบคางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในหัวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า รอให้ผ่านช่วงสองสามวันนี้ไปก่อน เขาจะต้องไปเยือนวัดเป่าฉานเพื่อคารวะอีกฝ่ายด้วยตัวเองสักครั้ง

"เถ้าแก่หลี่ ! "

ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น

ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหรา ทว่าท่าทีกลับนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง ถือจอกสุราเดินเข้ามา โค้งคำนับเล็กน้อยพลางเอ่ย "ข้าน้อยคือเจ้าของร้านจวี้เต๋อจวีในเมือง ได้ยินมาว่าหลายวันก่อนท่านมีสูตรลับเครื่องปรุงรส และต้องการหาหุ้นส่วนทำธุรกิจ"

"ข้าน้อยเลื่อมใสท่านมานานแล้ว อีกทั้งที่ร้านก็ทำกิจการร้านอาหาร พวกเราพอจะคุยรายละเอียดกันสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ ? "

และเมื่อเขาปรากฏตัว ไม่นานก็มีคนนับสิบคนแย่งกันกรูกันเข้ามาล้อมรอบ น้ำเสียงและท่าทางล้วนอยากจะร่วมทำธุรกิจกับหลี่มู ซ้ำยังเสนอส่วนแบ่งกำไรให้ไม่ต่ำกว่าสี่ส่วน !

ในบรรดาคนเหล่านี้ บางคนก็อยากจะพึ่งพาสูตรลับของหลี่มูไปทำธุรกิจจริง ๆ แต่บางคนก็แค่อยากจะขอยืมชื่อหลี่มูไปสร้างความน่าเชื่อถือและบารมีให้กับกิจการของตัวเอง

ซึ่งก็เทียบเท่ากับการจ่ายค่าคุ้มครองในรูปแบบแอบแฝงนั่นแหละ

เมืองอันผิงในปัจจุบัน แม้พรรคเฉาปังจะยังเป็นหัวหอกของขุมกำลังอำนาจมืด แต่ชื่อเสียงของหลี่มูกลับโด่งดังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าฟ่านเหวินปินเสียอีก !

คืนนี้ที่หลี่มูมาก็เพื่อการนี้อยู่แล้ว ย่อมไม่มีทางปฏิเสธ เขาจิบสุราเบา ๆ และเริ่มเจรจาพูดคุยกับคนเหล่านั้น

"คุณชายเหมย หลี่มูไม่ใช่หุ้นส่วนของหอสุ่ยเซียนพวกท่านหรือ ? "

ที่โต๊ะตรงมุมห้อง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหัวเราะพลางเอ่ย "ตอนนี้มีแต่คนอยากจะประจบสอพลอเขา ท่านยังไม่รีบเข้าไปคารวะสุราเขาสักจอกอีกล่ะ ขืนปล่อยให้เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งองค์นี้โดนคนอื่นแย่งไปจะแย่เอานะ"

ปัง !

จอกสุราถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง

นี่ควรจะเป็นแค่คำพูดหยอกล้อ แต่เมื่อเหมยจงหยวนได้ยิน สีหน้ากลับมืดครึ้มราวกับมีเมฆดำปกคลุม เขามองหลี่มูที่ถูกผู้คนรุมล้อม กล้ามเนื้อบนแก้มกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ แสยะยิ้มเย็นพลางเอ่ย "ข้าต้องไปคารวะสุรามันงั้นรึ ? ตลกสิ้นดี ! "

"ตอนที่มันเพิ่งเข้าเมืองมาใหม่ ๆ ถ้าไม่ได้เฉินเฮ่อซงคอยชุบเลี้ยงช่วยเหลือ ป่านนี้มันก็ยังขุดดินอยู่บ้านนอกนู่นแหละ"

"ไอ้บ้านนอกที่โชคดีได้ดิบได้ดีขึ้นมาหน่อย แม่งเสือกคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญไปได้ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 193 ยอดคน

คัดลอกลิงก์แล้ว