เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 178 ทาบทามหวงเหวินอี้

ตอนที่ 178 ทาบทามหวงเหวินอี้

ตอนที่ 178 ทาบทามหวงเหวินอี้


ตอนที่ 178 ทาบทามหวงเหวินอี้

"ความรู้ความสามารถของท่านอาจารย์หวงนั้นมีค่าควรเมือง ทว่าบัดนี้กลับต้องมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ ช่างเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงามที่ถูกฝุ่นโคลนบดบังเสียจริง" น้ำเสียงของหลี่มูจริงจังอย่างยิ่ง นัยน์ตาสะท้อนประกายประหลาดล้ำภายใต้แสงไฟ "ข้าอยากจะขอเชิญท่านอาจารย์ออกโรงอีกครั้ง นำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อช่วยข้าก่อสร้างป้อมค่าย ! "

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง..." หวงเหวินอี้ได้ยินดังนั้นก็ถึงบางอ้อ ก่อนจะขมวดคิ้วถามว่า "ขอเสียมารยาทถามสักนิด ไม่ทราบว่าท่านทำอาชีพอะไรหรือ ? และต้องการจะสร้างสิ่งใดกันแน่ ? "

"ไม่ปิดบังท่านหรอกนะ เมื่อก่อนข้าแม้จะเป็นนายช่าง แต่สายงานหลักที่ข้าถนัดคือการสร้างป้อมปราการและแนวกำแพงเมือง หากท่านเพียงแค่อยากจะสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่สักสองสามหลัง... ข้าคงจะไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่"

หมับ !

เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น ก็คว้าหมับเข้าที่ฝ่ามืออันผอมแห้งของอีกฝ่ายทันที พยายามข่มความดีใจที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจพลางเอ่ย "ท่านอาจารย์หวง สิ่งที่ข้าต้องการจะสร้าง ก็คือป้อมปราการเมืองนี่แหละ ! "

"คุณชายหลี่เป็นคนของทางการงั้นรึ ? " หวงเหวินอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

หลี่มูส่ายหน้าเบาๆ "หากจะว่ากันตามตรงแล้ว ข้าก็เป็นแค่พรานป่าคนหนึ่งในหมู่บ้านซวงซีเท่านั้น"

สิ้นประโยคนี้ หวงเหวินอี้ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ตั้งแต่เขากลับมารับโทษที่บ้านเกิด ก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน แทบจะไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับคนภายนอกเลย จึงไม่รู้เรื่องความบาดหมางระหว่างหลี่มูกับกองคาราวานอาชาเหล็ก

ซ้ำช่วงที่เจี่ยชวนตระเวนกว้านซื้อที่ดินและประกาศกฎเกณฑ์การล่าสัตว์ เขาก็ล้มป่วยไปก่อนแล้ว จึงยิ่งไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยสักนิด

แม้หวงเหวินอี้จะไม่รู้ภูมิหลังของหลี่มู แต่คนที่เคยรับราชการในกรมโยธา ย่อมรู้ดีว่า "ป้อมปราการเมือง" เป็นสิ่งที่ทางการเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ก่อสร้างได้ หากคนธรรมดาคิดจะสร้าง... ก็มีความเป็นไปได้เพียงสองทางเท่านั้น

หนึ่ง คือพวกโจรป่าที่ตั้งตนเป็นใหญ่ในหุบเขา !

สอง คือแม่ทัพผู้ทะเยอทะยาน ซ่องสุมกำลังพล และคิดการใหญ่ตั้งตนเป็นกบฏ !

"เจี่ยชวน ในห้องนี้ออกจะแคบไปสักหน่อย พาพวกเด็ก ๆ ออกไปพักผ่อนข้างนอกก่อนเถอะ อ้อ แล้วก็เอาเนื้อตากแห้งที่พวกเราเตรียมมาไปย่างให้ด้วยนะ" หลี่มูมองเห็นความตื่นตะลึงของหวงเหวินอี้ จึงโบกมือให้เจี่ยชวนพาคนออกไปเพื่อขอพื้นที่ส่วนตัว

เรื่องที่เขาจะคุยกับอีกฝ่ายต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย

พวกพี่น้องในทีมล่าสัตว์ย่อมเก็บความลับได้อยู่แล้ว แต่พวกเด็ก ๆ เหล่านี้อาจจะเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไป หากความลับรั่วไหลออกไปโดยไม่ระวังก็คงนำความเดือดร้อนมาให้

ไม่นานนัก ทุกคนก็ออกไปจนหมด ภายในห้องจึงเหลือเพียงพวกเขาสองคน

"ท่านอาจารย์หวง ท่านเป็นคนฉลาด ข้าคิดว่าท่านน่าจะเดาออกแล้วว่าข้าคิดจะทำอะไร" หลี่มูปิดประตูและหน้าต่างลงอย่างรู้งาน เขาเอ่ยปากอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาโดยไม่คิดจะปิดบัง "สิ่งที่ข้าจะสร้างก็คือหมู่บ้านในภูเขาต้าหลง ไม่สิ ควรจะเรียกว่า... เมืองขนาดเล็กต่างหาก ! "

"เมืองขนาดเล็กที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีป้อมปราการสำหรับต้านทานศัตรูที่มารุกราน ! "

"อันที่จริง ข้าได้เริ่มรับสมัครคนแล้ว ตอนนี้พวกเขายังเป็นแค่แรงงาน แต่วันข้างหน้าข้าจะฝึกฝนพวกเขาให้กลายเป็นกองทัพส่วนตัว และตั้งค่ายประจำการอยู่ในภูเขาต้าหลง"

หวงเหวินอี้ถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงันไปกับข่าวนี้

ผ่านไปเนิ่นนาน เขาถึงได้ค่อย ๆ เอ่ยถามหยั่งเชิงว่า "คุณชายหลี่ คิดจะก่อกบฏงั้นรึ ? ซ่องสุมกำลังทหารส่วนตัว นี่มันเป็นความผิดมหันต์ถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะ ! "

"ข้าไม่เคยคิดที่จะก่อกบฏเลย" หลี่มูถือคบเพลิงไว้ในมือข้างหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ที่ข้าเกณฑ์ทหาร ก็เพื่อป้องกันตัวต่างหาก"

"ยุคสมัยนี้ ขุนนาง โจรป่า นักเลง... ใคร ๆ ต่างก็จ้องจะขูดรีดชาวบ้านกันทั้งนั้น ตามแนวชายแดนก็มีทั้งพวกคนเถื่อนและพวกทูเจวี๋ยที่คอยจ้องตะครุบเหยื่อตาเป็นมัน ! หากวันดีคืนดีในอนาคต ศัตรูพวกนี้บุกเข้ามาถึงเมืองอันผิงจริง ๆ ท่านคิดว่ากองทัพจะปกป้องพวกเราได้งั้นรึ ? "

หวงเหวินอี้ได้ยินดังนั้นก็เงียบงันไป

ต้าฉีก่อตั้งประเทศมานับร้อยปี เพียงเพราะปฐมกษัตริย์ไท่จู่ทรงเป็นแม่ทัพบู๊ที่ก่อการกบฏแย่งชิงบัลลังก์มา ดังนั้นหลังจากขึ้นครองราชย์จึงทรงหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับพระองค์ จึงเริ่มลงมือบีบคั้นกดขี่ขุนนางบู๊และริดรอนอำนาจกองทัพ

ผ่านไปหลายรัชสมัย สภาพการณ์ของประเทศก็กลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว

ผ่านการขูดรีดราษฎรอย่างไม่รู้จักจบสิ้น แม้ท้องพระคลังของต้าฉีจะอุดมสมบูรณ์ ขุนนางทุกระดับชั้นต่างก็มีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล แต่พลังรบของกองทัพกลับอ่อนแอลงอย่างยิ่ง

ในช่วงหลายสิบปีแรกของการก่อตั้งประเทศ ชนเผ่าเร่ร่อนตามชายแดนยังไม่รวมตัวเป็นปึกแผ่น ต่างฝ่ายต่างสู้รบแย่งชิงกันเอง เกิดความวุ่นวายภายในไม่หยุดหย่อน ดังนั้นจึงไม่มีกำลังมากพอที่จะมารุกรานต้าฉี

ทว่าต่อมา เมื่อชนเผ่าทูเจวี๋ยและชนเผ่าหมาป่าเชียงปรากฏผู้นำที่มีความสามารถและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลขึ้นมาหลายคน พวกเขาก็รวบรวมเผ่าพันธุ์ให้เป็นหนึ่งเดียว และไม่พอใจที่จะต้องต้อนแกะเลี้ยงม้า กินลมกลืนทรายอยู่กลางทุ่งหญ้าอีกต่อไป !

พวกเขาก็ปรารถนาที่จะบุกเข้าสู่จงหยวน (ที่ราบภาคกลาง) ต้องการแย่งชิงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ สงครามจึงได้เปิดฉากขึ้น

นับตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นต้นมา พวกคนเถื่อนเผ่าทูเจวี๋ยและเผ่าหมาป่าเชียงก็เข้ามาก่อกวนชายแดนต้าฉีทั้งศึกเล็กศึกใหญ่นับพันครั้ง และทุกครั้งก็สามารถปล้นชิงเอาทรัพย์สิน เสบียงอาหาร และเชลยศึกกลับไปได้เป็นจำนวนมาก

ในช่วงเวลานี้ มีเมืองหน้าด่านสำคัญกว่าสิบแห่งถูกยึดครอง และกลายเป็นดินแดนของชนเผ่าต่างแคว้นไปโดยสมบูรณ์ เมืองอันผิงในอดีตเคยอยู่ห่างจากชายแดนถึงห้าร้อยกว่าลี้ แต่บัดนี้กลับหดสั้นลงเหลือเพียงสามร้อยลี้เท่านั้น !

"ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่มีศัตรูจากภายนอก แต่พวกเศรษฐี ขุนนาง และโจรป่าของต้าฉีเราเอง หากพวกมันจ้องจะฮุบสมบัติของเจ้า ก็แค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกนิดหน่อยก็ทำให้เจ้าบ้านแตกสาแหรกขาดได้แล้ว" หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็น "ยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาลาว่าการหรือกองทัพ มารดามันเถอะ พึ่งพาไม่ได้สักอย่าง"

"ราชสำนักนี้มันเน่าเฟะไปหมดแล้ว"

"คนที่พอจะพึ่งพาได้ ก็มีเพียงตัวเองเท่านั้น ! "

หวงเหวินอี้ได้ยินดังนั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกอินจนสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดนั้นเช่นกัน

เขาทอดถอนหายใจยาว

"ที่คุณชายหลี่พูดมานั้นไม่ผิดเลย ราชสำนักต้าฉีตั้งแต่บนลงล่างก็เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ป่วยไข้ ภายนอกดูเหมือนกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายร่มรื่น แต่ความจริงแล้วเนื้อไม้ข้างในถูกปลวกแทะจนกลวงโบ๋ไปหมดแล้ว" หวงเหวินอี้ยิ้มขื่นพลางเอ่ย "เมื่อสามปีก่อน ข้าได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมการก่อสร้างกองบัญชาการในมณฑลผิงหนาน แต่ผลปรากฏว่าเจ้านายสายตรงของข้าต้องการจะยักยอกเงินจากโครงการนี้ จึงเลือกใช้หินที่ไม่ได้มาตรฐานไปชุดหนึ่ง"

"ผลสุดท้ายเมื่อกองบัญชาการพังถล่มลงมา ราชสำนักก็สั่งสืบสวนหาคนผิด พวกเสนาบดีและรองเสนาบดีเหล่านั้นที่กอบโกยเงินไปจนพุงกาง กลับโยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว"

"หากไม่ได้สหายร่วมเรียนในอดีตยอมทุ่มเททรัพย์สมบัติจนหมดตัวเพื่อขอความเมตตาให้ เกรงว่าตอนนี้ข้าคงกลายเป็นกระดูกขาวโพลนอยู่ในหลุมศพไปนานแล้ว ! "

พูดถึงตรงนี้ อารมณ์ของหวงเหวินอี้ก็เริ่มพุ่งพล่าน ไอออกมาอย่างรุนแรง

ตัวเขาเองก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อราชสำนักที่โง่เขลามืดบอดนี้มานานแล้วเช่นกัน

"ท่านอาจารย์หวง คนเราเกิดมาชาติหนึ่ง จะยอมกลืนเลือดทนฝืน มีชีวิตอยู่ด้วยความคับแค้นใจไปจนตายก็คือชาติหนึ่ง หรือจะใช้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีตามใจปรารถนาก็คือชาติหนึ่งเช่นกัน" หลี่มูกวาดสายตามองบ้านมุงแฝกที่ทั้งแคบและผุพังหลังนี้ กดเสียงต่ำเอ่ยเบา ๆ ว่า

"ไม่ว่าจะเลือกทางไหน มันก็คงไม่แย่ไปกว่าตอนนี้นักหรอก จริงไหม ? "

ความเงียบงัน

สงัดนิ่ง

จู่ ๆ หวงเหวินอี้ก็หัวเราะออกมา "คุณชายหลี่ ตัวข้าเมื่อก่อนเคยเป็นคนหัวรั้นและยึดติดอยู่แต่กับกรอบระเบียบ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่กล้าล้ำเส้นกฎหมายเลยแม้แต่น้อย ทว่าบัดนี้กลับต้องมาตกระกำลำบากในบั้นปลายชีวิตอยู่ดี ที่ท่านพูดมามันถูก ข้า... นับตั้งแต่นี้ต่อไป ก็จะขอเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ดูบ้าง ! "

เขายื่นฝ่ามืออันผอมแห้งออกไปอย่างสั่นเทา ประสานมือคารวะเล็กน้อย "หวงเหวินอี้ ยินดีรับใช้นายท่านขอรับ"

……

"เจี่ยชวน เอาเนื้อย่างเข้ามาที ! "

หลี่มูผลักประตูเปิดออก ร้องบอกกลุ่มคนที่กำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ข้างกองไฟในลานบ้าน "เอาชิ้นที่ติดมันมาเยอะ ๆ หน่อยนะ จะได้เอามาบำรุงท่านอาจารย์หวงเสียหน่อย"

คืนนี้เพื่อดักจับ "พวกโจรขโมยไม้" ทุกคนในทีมล่าสัตว์ต่างก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็น ตอนนี้จึงกำลังปิ้งเนื้อตากแห้งแบ่งกันกินอยู่ในลานบ้าน

เมื่อได้ยินเสียงเรียก เจี่ยชวนก็รีบคว้าเนื้อย่างไม้ใหญ่เท่าฝ่ามือหกเจ็ดไม้เดินเข้ามาส่งให้ทันที

หวงเหวินอี้รับไม้เนื้อย่างมา สูดดมกลิ่นหอมของเนื้อ อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เขาไม่สนเรื่องภาพพจน์หรือความสำรวมใด ๆ อีกต่อไป อ้าปากงับและฉีกทึ้งเนื้อกินอย่างหิวโหย

ทันทีที่เนื้อเข้าปาก ต่อมรับรสของเขาก็แทบจะระเบิดออก

รสสัมผัสที่ทั้งนุ่มนวลและหอมกลมกล่อมนี้ ทำเอาเขาแทบจะน้ำตาไหล

ตั้งแต่กลับมารับโทษที่บ้านเกิด หวงเหวินอี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้เขาจึงกินจนไขมันเยิ้มเลอะเต็มปาก

หลังจากกินอิ่มหนำสำราญแล้ว แม้แต่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยในร่างกายก็ดูเหมือนจะดีขึ้นมาก

"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ท่านอาจารย์หวงจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ควบคุมการก่อสร้างแห่งภูเขาต้าหลงอย่างเป็นทางการ" หลี่มูกระแอมกระไอเล็กน้อย ก่อนจะประกาศกับทุกคนในลานบ้านว่า "ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างใด ๆ ล้วนต้องฟังคำสั่งของเขาแต่เพียงผู้เดียว"

พวกพี่น้องในทีมล่าสัตว์สบตากัน ล้วนมองเห็นรอยยิ้มในแววตาของอีกฝ่าย

ผลลัพธ์แบบนี้ นับว่าไม่เสียแรงที่ต้องวิ่งวุ่นมากลางดึกเลยจริง ๆ

ท่านอาจารย์หวงผู้นี้ ถือว่าหลวมตัวขึ้นเรือโจรของพวกเขาไปเสียแล้ว !

จบบทที่ ตอนที่ 178 ทาบทามหวงเหวินอี้

คัดลอกลิงก์แล้ว