เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 176 หยางผิงอัน

ตอนที่ 176 หยางผิงอัน

ตอนที่ 176 หยางผิงอัน


ตอนที่ 176 หยางผิงอัน

ท่าทางการเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นดูเชี่ยวชาญช่ำชองเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้านั้นเอง จู่ ๆ รอบด้านก็มีคบเพลิงสว่างพรึบขึ้น เงาร่างสิบกว่าสายทยอยโผล่ออกมาจากพุ่มไม้และหลังเนินดิน เข้าตีวงล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้อย่างรวดเร็ว !

"มีคนอยู่ ? "

"แย่แล้ว รีบหนีเร็วเข้า ! "

พวกโจรขโมยไม้ชะงักงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ทิ้งท่อนไม้แล้วเตรียมจะวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง

"มารดามันเถอะ ยืนอยู่กับที่นิ่ง ๆ ซะ ถ้าไม่อยากตาย ดาบผู่เตาในมือบิดาไม่มีตาหรอกนะโว้ย ! "

เสียงคำรามลั่นดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาด เจียงหู่กำดาบใหญ่ยาวนับจั้ง ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้าราวกับขุนเขาขนาดย่อม ภายใต้แสงไฟ คมดาบส่องประกายวาววับ แผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกที่บีบคั้นผู้คนออกมา

ในขณะเดียวกัน รอบด้านก็มีเสียงง้างสายธนูจนตึงเปรี๊ยะ

ลูกธนูนับสิบดอกเตรียมพร้อมที่จะพุ่งแหวกอากาศยามราตรีทุกเมื่อ

พวกโจรขโมยไม้ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มองดูสถานการณ์รอบด้านแล้วก็ถูกขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

หลี่มูเดินออกมาจากด้านหลังฝูงชน

เขาถือคบเพลิงส่องไปข้างหน้า เมื่อเห็นหน้าตาของพวกโจรขโมยไม้อย่างชัดเจน หว่างคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที

"ทำไมถึงเป็นพวกเด็ก ๆ ล่ะ ? "

แสงไฟสาดส่องให้เห็นใบหน้าของพวกหัวขโมย ที่แท้กลับเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายวัยกำลังโต คนที่ดูโตสุดอายุไม่น่าจะเกินสิบสองปี ส่วนคนที่เล็กสุดดูแล้วน่าจะเพิ่งอายุแค่แปดเก้าขวบเท่านั้น

แต่ละคนสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นซอมซ่อ ร่างกายผอมโซเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

หลี่มูโบกมือ เป็นเชิงบอกให้คนในทีมล่าสัตว์ลดธนูลง จากนั้นก็เอ่ยถามพวกเด็ก ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าภูเขาต้าหลงลูกนี้ถูกข้าซื้อไว้แล้ว ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นในภูเขาลูกนี้ ล้วนเป็นทรัพย์สินของข้า ? "

"ระ... รู้ขอรับ" ทันใดนั้น เด็กชายที่ดูอายุมากที่สุดก็ตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าซีดเผือด

"ในเมื่อรู้ ก็ถือว่ารู้แล้วยังจงใจขโมย" หลี่มูเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจียงหู่ เอาตัวพวกมันไปส่งที่ศาลาว่าการอำเภอ ! " เมื่อได้ยินดังนั้น พวกหัวขโมยตัวน้อยก็หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก บางคนถึงกับตกใจจนปล่อยโฮออกมาตรงนั้นเลย

ยุคสมัยนี้ หากได้ก้าวเท้าเข้าไปในคุกของทางการแล้ว ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดสินประหารชีวิต พวกมือปราบและนักโทษในห้องขังเดียวกันไม่มีทางมีคุณธรรมน้ำมิตรเรื่องเคารพผู้อาวุโสเมตตาเด็กหรอก หากตกไปอยู่ในมือของพวกมัน ก็คงจะอยู่ไม่สู้ตายเป็นแน่ !

"ท่านไว้ชีวิตพวกเราเถอะนะ ! พวกเราไม่กล้าอีกแล้ว ! "

"พวกเรายินดีทำงานชดใช้หนี้ให้ท่าน..."

"ขอร้องล่ะขอรับ..."

พวกเด็กหนุ่มต่างร้องห่มร้องไห้หน้าตาตื่นกลัว บางคนถึงกับคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา

เมื่อเผชิญกับการร้องไห้อ้อนวอนของพวกเขา หลี่มูกลับยังคงตีหน้าขรึม ไม่ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

เมื่อเห็นดังนั้น เด็กชายที่ดูอายุมากที่สุดก็กัดฟันก้าวออกมา ข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "เรื่องนี้ข้าเป็นตัวการใหญ่ พวกเขาถูกข้าบังคับให้มาทั้งนั้น... ถ้าท่านจะจับ ก็จับข้าไปคนเดียวเถอะ ! "

"ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย รักเพื่อนพ้องดีนี่" เจียงหู่แค่นเสียงหัวเราะเย็น คว้าดาบผู่เตาก้าวอาด ๆ เข้ามา "ในเมื่อเจ้ายินดีจะรับผิดแทนพวกมัน งั้นบิดาก็จะสนองความปรารถนาให้เจ้าเอง"

"ตัดหัวเจ้าซะ แล้วบิดาจะไม่เอาเรื่องพวกมัน ! "

ดาบผู่เตาวาดผ่านอากาศเป็นส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบ ฟันฉับลงมาที่หัวของเด็กชายตรง ๆ

"พี่โก่วต้าน ! "

พวกหัวขโมยตัวน้อยกรีดร้องอย่างน่าเวทนา

ม่านตาของเด็กชายหดเกร็ง แม้ความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณจะกระตุ้นให้เขาหลบหลีก แต่สติสัมปชัญญะกลับไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น!

เขายืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ในสายตามีเพียงดาบผู่เตาที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น

ข้าตายแล้ว เอ้อร์หวาจื่อกับคนอื่น ๆ ก็จะรอดชีวิต !

เวลาคล้ายกับหยุดหมุนไปในวินาทีนี้

ลมเย็นปะทะใบหน้า

ดาบผู่เตาหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ ห่างจากหัวของเด็กชายไปไม่ถึงสามชุ่น

เขาไม่สามารถสัมผัสถึงความเจ็บปวดแปลบ ๆ ที่ส่งผ่านมาจากผิวหนังด้วยซ้ำ !

"ไอ้หนู ใจกล้าไม่เบานี่"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหู่ เขาค่อยๆ เก็บดาบผู่เตาลง "ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หรือว่าไม่ได้คิดจะหลบจริง ๆ ล่ะ ? "

ตุ้บ !

โก่วต้านเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หอบหายใจแฮก ๆ พลางเอ่ยถาม "ท่านไม่ฆ่าข้าแล้วเหรอ ? "

"หึ บิดากะจะเปลี่ยนวิธี จัดการถลกหนังเลาะเอ็นเจ้าแล้วเอาไปแขวนประจานไว้ที่ตีนเขาต่างหาก แบบนี้ถึงจะข่มขวัญพวกโจรที่คิดจะมาลองดีได้ ! " เจียงหู่เอ่ยด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

หลี่มูเดินเข้ามาตบไหล่เจียงหู่ เอ่ยเสียงเบา "พอได้แล้ว เลิกขู่เด็กมันซะที"

เจียงหู่หัวเราะหึ ๆ ถอยร่นไปยืนอยู่ด้านข้าง

เขามองดูพวกหัวขโมยไม้ตัวน้อย แล้วเอ่ยถาม "พ่อแม่พวกเจ้าล่ะ ? "

"บางคนก็อดตายไปแล้ว บางคนก็ไม่มีปัญญาจ่ายส่วยข้าวหลวง เลยถูกจับไปเป็นทหารกันหมด..." โก่วต้านชี้ไปที่เพื่อน ๆ ด้านหลัง ตอบว่า "พวกข้าอยากจะไปรับจ้างทำงาน แต่คนอื่นเห็นว่าอายุยังน้อยเกินไป ก็เลยไม่มีใครรับเลยสักคน ! ถ้าไม่ถึงคราวอับจนหนทางจริง ๆ พวกข้าคงไม่มาขโมยของหรอก"

กฎหมายของต้าฉีนั้นเข้มงวดโหดร้าย ราษฎรอยู่กันอย่างยากลำบากแสนสาหัส

ท่ามกลางชาวบ้าน ไม่รู้ว่ามีเด็กกำพร้าที่บ้านแตกสาแหรกขาดอยู่มากมายขนาดไหน

เดิมทีหลี่มูไม่ได้สงสารเห็นใจอีกฝ่าย คิดแค่ว่าจะจับโยนเข้าคุกให้จบ ๆ เรื่องไป แต่คิดไม่ถึงเลยว่า... เด็กน้อยตรงหน้านี้ จะเป็นคนที่มีคุณธรรมน้ำมิตรมากขนาดนี้

เรื่องนี้ดึงดูดความสนใจของเขาขึ้นมาได้

"เจ้าชื่อจริงชื่ออะไร ? "

"หยางผิงอัน"

"ทำงานเบ็ดเตล็ดในภูเขา ช่วยยกนู่นแบกนี่ วันละห้าชั่วยาม มีข้าวให้กินอิ่มสองมื้อ แต่ไม่มีค่าจ้างนะ" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ย "พวกเจ้าจะทำไหม ? "

เมื่อได้ยินดังนั้น บนใบหน้าของพวกเด็กชายต่างก็เต็มไปด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง

คิดไม่ถึงเลยว่าคราวนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ต้องเข้าคุก แต่กลับได้ที่พักพิงอาศัยอีกด้วย !

"พวกข้าทำ ! "

"ขอแค่มีข้าวให้กิน จะให้พวกข้าทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น ! "

พวกเขาพยักหน้าตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน

เมื่อเห็นดังนั้น หยางผิงอันก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามหยั่งเชิง "ข้าขอร้องท่านอีกเรื่องหนึ่งได้หรือไม่ ? "

"ว่ามาสิ"

"ท่อนไม้นี้ ขอให้พวกข้าลากไปเถอะนะ"

สิ้นคำพูดนี้ สีหน้าของพวกชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ในที่นั้นก็เปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีนัก

คืนนี้หลี่มูไม่เพียงแต่จะไม่เอาผิดเรื่องที่พวกเขาขโมยของ ซ้ำยังมอบหนทางทำกินให้ แต่ตอนนี้พวกมันกลับยังคิดจะลากท่อนไม้นี้ไปอีก นี่มัน... ได้คืบจะเอาศอกชัด ๆ !

"ท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด พวกข้าไม่ได้เอาไม้นี้ไปขายเพื่อเอาเงินไปเที่ยวเตร่หาความสุขหรอก แต่จะเอาไปซื้อยามารักษาท่านอาจารย์หวงต่างหาก" เมื่อหยางผิงอันเห็นทุกคนสีหน้าไม่ค่อยดี ก็รีบอธิบายทันที

"แล้วท่านอาจารย์หวงนี่ใครอีกล่ะ ? "

"เขาเป็นคนดีมาก ๆ เลยล่ะ" หยางผิงอันยังไม่ทันอ้าปาก เด็กอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ชิงตอบเสียก่อน "ฤดูหนาวปีที่แล้ว เขาเป็นคนรับเลี้ยงพวกข้าไว้ พวกข้าถึงรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้"

"เขามีความรู้มากเลยนะ ! "

"เมื่อก่อนยังเคยเป็นขุนนางใหญ่ด้วย..."

บรรดาเด็กชายต่างแย่งกันเจื้อยแจ้ว

หลี่มูไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

แต่เจี่ยชวนกลับเลิกคิ้วขึ้นมากะทันหัน เอ่ยถามว่า "อย่าบอกนะว่าที่พวกเจ้าพูดถึง คือท่านอาจารย์หวงเหวินอี้ ? "

"ท่านรู้จักท่านอาจารย์หวงด้วยหรือ ? " หยางผิงอันถามด้วยความประหลาดใจ

เจี่ยชวนไม่ได้ตอบ แต่หันหน้าไปกดเสียงต่ำกระซิบกับหลี่มู "พี่หลี่ ข้าเคยได้ยินชื่อหวงเหวินอี้ผู้นี้มาบ้าง เขาเคยเป็นถึงนายช่างขั้นแปดแห่งกรมโยธา เมืองเจี้ยนเยี่ยในปัจจุบันนี้ เขาก็เป็นคนที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง"

"น่าเสียดายที่นิสัยใจคอของเขาออกจะดื้อรั้นไปเสียหน่อย ไม่รู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม ก็เลยไปล่วงเกินเจ้านายเข้า"

"ต่อมา ตอนที่มีการบูรณะคลังแสงของกองบัญชาการมณฑล พอเกิดเรื่องขึ้น กรมโยธาก็เลยผลักเขาออกมารับบาปแทน"

เจี่ยชวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดาย "ผลก็คือ เขาถูกโบยไป 80 ไม้ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งขุนนาง อนาคตอันสดใสพังทลายลงในพริบตา ! "

จบบทที่ ตอนที่ 176 หยางผิงอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว