- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 171 การเปิดรับสมัครครั้งแรก 267 คน !
ตอนที่ 171 การเปิดรับสมัครครั้งแรก 267 คน !
ตอนที่ 171 การเปิดรับสมัครครั้งแรก 267 คน !
ตอนที่ 171 การเปิดรับสมัครครั้งแรก 267 คน !
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากหลี่มูกำชับเรื่องราวต่าง ๆ กับหลี่ไฉ่เวยอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พาคนเดินทางออกจากชุนอี้ฟาง
ชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์เดินทางออกนอกเมือง กว้านซื้อที่นาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้านตามคำสั่งของเขาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเจียงหู่และเจี่ยชวนก็ควบม้าไปแจ้งข่าวให้บรรดาแรงงานที่ตกลงรับจ้างเมื่อวานมารวมตัวกันที่หมู่บ้านซวงซี
……
จวบจนใกล้เที่ยงวัน บรรดาแรงงานก็ทยอยกันเดินทางมาถึงลานบ้านตระกูลหลี่ เมื่อนับจำนวนดูคร่าว ๆ ก็พบว่ามีประมาณสองร้อยยี่สิบกว่าคน
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนมีผิวพรรณกร้านแดดดำคล้ำ รูปร่างผอมเกร็ง บนฝ่ามือเต็มไปด้วยรอยด้านหนาเตอะ
เสื้อผ้าที่สวมใส่บนร่างก็เต็มไปด้วยรอยปะชุน ซ้ำยังถูกซักจนสีซีดจาง
ชาวนาเหล่านี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในชนชั้นล่างสุดและยากจนข้นแค้นที่สุดของราชวงศ์ต้าฉี หากนำไปเปรียบเทียบกับบรรดาขุนนางและเศรษฐีในเมืองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือจิตวิญญาณ ล้วนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ด้านชา เหม่อลอย และหวาดกลัว...
นี่คือสิ่งที่หลี่มูมองเห็นจากใบหน้าของพวกเขา
"ท่านคือเถ้าแก่หลี่มูใช่หรือไม่ ? "
ชาวนาผมสีดอกเลาคนหนึ่งก้าวออกมา เอ่ยถามด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งว่า "ข้าได้ยินคนรับสมัครบอกว่า... เข้าไปใช้แรงงานในภูเขา มีข้าวให้กินวันละสองมื้อ ได้ค่าจ้างเดือนละสามเฉียน เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? "
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ทุกคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมองมาเป็นตาเดียว
"ค่าจ้างเดือนละสามเฉียนคือเงินพื้นฐาน หากทำงานได้ดี ก็จะมีเงินรางวัลพิเศษให้อีก" เวลานี้หลี่มูมีเงินทองในครอบครองถึงสี่ห้าหมื่นตำลึง ต่อให้หักลบค่ากว้านซื้อที่นาออกไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ยังมากพอให้ใช้จ่ายไปได้อีกนานโข
"ค่าจ้างก็นับว่าไม่น้อยเลย..." ชาวนาผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง "แต่จะได้เงินถึงมือจริง ๆ หรือ ? "
"เดือนก่อนข้าไปรับจ้างที่ร้านขายข้าวในเมือง ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่กลับก็มืดค่ำ เหน็ดเหนื่อยราวกับวัวกับควาย แต่พอถึงวันคิดบัญชี ไอ้หลงจู๊บัดซบนั่นกลับหน้าด้านหักค่าจ้างไปตั้งครึ่งหนึ่ง ! "
"ปีที่แล้วศาลาว่าการอำเภอเกณฑ์คนไปซ่อมแซมคันกั้นน้ำ รับปากเอาไว้อย่างดิบดี แล้วผลเป็นอย่างไรล่ะ ? คนทั้งอำเภอนับพันคน ไม่เห็นเงินค่าจ้างแม้แต่อีแปะเดียว... หนำซ้ำข้าวปลาน้ำท่า พวกข้ายังต้องห่อเสบียงกรังไปกินกันเองอีก"
บรรดาชาวนาราวกับถูกเปิดสวิตช์ ต่างพากันพรั่งพรูถึงความอยุติธรรมที่ตนเองเคยประสบพบเจอมา
แม้แต่ในสังคมอารยะที่มีกฎหมายครอบคลุม เรื่องการค้างจ่ายค่าจ้างก็ยังเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แล้วจะนับประสาอะไรกับยุคสมัยในตอนนี้ ?
บรรดาเศรษฐี พ่อค้าหลวง คหบดีผู้มีอิทธิพล...
กลุ่มคนที่มีอำนาจอิทธิพลเหล่านี้ ล้วนใช้ทุกวิถีทางเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อจากชาวนาชนชั้นล่างอย่างหน้าด้าน ๆ
ทั้งแย่งชิงที่นา บ้านเรือน ไปจนถึงการหลอกใช้แรงงานฟรี ๆ
วิธีการขูดรีดทุกรูปแบบเท่าที่จะสามารถจินตนาการได้ ชาวนาเหล่านี้ล้วนเคยเผชิญมาแล้วไม่มากก็น้อย
"หากพวกท่านไม่วางใจ เช่นนั้นข้าจะจ่ายค่าจ้างของเดือนแรกให้ล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน" หลี่มูเข้าใจความกังวลของบรรดาชาวนาเป็นอย่างดี ตอนนี้เขามีเงินทองมากมายมหาศาล ย่อมไม่เสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้แน่ "แต่ขอพูดดักไว้ก่อนนะ..."
"หากใครหน้าไหนรับเงินไปแล้วเกิดคิดคดตุกติก หาข้ออ้างผัดผ่อนไม่ยอมมาทำงาน นั่นก็เท่ากับรนหาที่ตาย"
หลี่มูกวาดสายตามองทุกคนด้วยใบหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงของเขาบางเบา ทว่ากลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น "พวกกองคาราวานอาชาเหล็กมีจุดจบอย่างไร เชื่อว่าพวกเจ้าคงพอจะได้ยินมาบ้างแล้ว"
ในตอนนั้น กองคาราวานอาชาเหล็กนำผู้แข็งแกร่งมาจนหมดหน้าตัก แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ย่อยยับและถูกกวาดล้างจนสิ้นซากที่หมู่บ้านซวงซีแห่งนี้
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วสิบลี้แปดหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว นอกจากความหวาดผวาแล้ว ผู้คนย่อมเกิดความยำเกรงต่อหลี่มูอย่างถึงที่สุด
ในสายตาของพวกเขา คนที่สามารถกำจัดก้อนเนื้อร้ายอย่างกองคาราวานอาชาเหล็กได้ ย่อมต้องเป็นตัวตนที่โหดเหี้ยมกว่าและแข็งแกร่งกว่าพวกมันอย่างแน่นอน...
ต่อให้ขอยืมความกล้ามาอีกแปดร้อยเท่า ก็ไม่มีใครกล้าไปเล่นแง่ตุกติกกับอีกฝ่ายแน่ !
ทุกคนเงียบงันไปชั่วขณะ
ผ่านไปไม่นาน ก็มีคนเอ่ยปากขึ้นว่า "พวกข้าก็แค่ชาวนาที่ซื่อสัตย์สุจริต ขอเพียงเถ้าแก่จ่ายเงินให้ครบ ไม่รังแกพวกข้า จะสั่งให้พวกข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ! "
"มีข้าวให้กิน มีเงินให้ใช้ คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่เอา ! "
"เถ้าแก่หลี่ ต่อไปพวกเราขอฝากตัวด้วย ! "
เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีของทุกคน มุมปากของหลี่มูก็ยกยิ้มขึ้น เขาหันไปโบกมือให้เจียงหู่และเจี่ยชวนที่อยู่ข้าง ๆ "แจกเงิน ! "
สองพี่น้องคนสนิทรับคำสั่ง หิ้วกระสอบป่านที่เตรียมไว้ล่วงหน้าขึ้นมา แล้วเทพรวดออกมาเสียงดัง "ครืน"
ก้อนเงินตำลึงที่ส่องประกายแวววาวและเหรียญอีแปะจำนวนมากร่วงหล่นกระจัดกระจาย กองพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อมสองลูกอยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลี่ !
สายตาของทุกคนถูกดึงดูดในพริบตา
พวกเขาจ้องมองเงินบนพื้นตาไม่กะพริบ ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันที หลายปีมานี้ พวกเขาก็เคยรับจ้างทำงานให้กับเศรษฐีหน้าเลือดมาก็มาก แต่คนใจป้ำกล้าจ่ายอย่างหลี่มูนั้น เพิ่งจะเคยพบเคยเห็นเป็นครั้งแรก !
"มา มาลงชื่อและภูมิลำเนาที่ข้า แล้วก็รับเงินไปได้เลย" เจียงหู่ยกโต๊ะมาตั้ง หยิบกระดาษพู่กันขึ้นมาพลางเอ่ย "เริ่มกันเลย"
"ข้า ๆ ๆ ! ข้าชื่อเฮยหวา บ้านอยู่เหลียนฮวากัว ปีนี้อายุ 29 ..."
"หลี่ซื่อเนา จากค่ายเซี่ยงหยา ! "
ทุกคนต่างแก่งแย่งเบียดเสียดกันเข้ามา ราวกับกลัวว่าหลี่มูจะเปลี่ยนใจกะทันหัน
เจียงหู่จดรายชื่อของพวกเขาไปทีละคน ๆ จากนั้นก็แจกจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าตามที่รับปากไว้
มีบางคนหยิบก้อนเงินขึ้นมากัดพิสูจน์ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ถูกหลอก ถึงได้วางใจลงอย่างสมบูรณ์
ไม่นานนัก ความโกลาหลวุ่นวายนี้ก็ดึงดูดความสนใจของชาวบ้านดั้งเดิมในหมู่บ้านซวงซี
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพากันแห่เข้ามามุงดูและสอบถามข่าวคราว
เมื่อได้ยินว่าหลี่มูกำลังเปิดรับแรงงาน ซ้ำยังจ่ายค่าจ้างให้ล่วงหน้า พวกเขาก็เก็บอาการไม่อยู่ พากันเบียดแทรกขึ้นมาด้านหน้าเพื่อขอเข้าร่วมด้วยคน
"พี่หลี่ พวกเราก็อยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตั้งหลายปี มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ เจ้าจะลืมพวกเราไปได้อย่างไร ? "
"นั่นสิ เข้าทีมล่าสัตว์ไม่ได้ แต่อย่างน้อยรับจ้างเป็นแรงงานก็ยังดีนะ ? "
"ถือซะว่าเห็นแก่ความเป็นคนบ้านเดียวกัน ก็ช่วยมีเมตตาหน่อยเถอะนะ..."
ท่าทีที่ชาวบ้านซวงซีปฏิบัติต่อหลี่มูในเวลานี้ ย่อมไม่เย่อหยิ่งจองหองเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นการประจบประแจงและก้มหัวให้
นี่คือความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการมีอำนาจบารมีที่เพิ่มขึ้น
ในตอนที่หลี่มูก่อตั้งทีมล่าสัตว์ด้วยตัวคนเดียว เขาเคยถูกชาวบ้านกีดกัน ซ้ำร้ายยังถูกบุกมาหาเรื่องถึงหน้าประตูบ้าน ทว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลายลง พวกเขาก็ค่อย ๆ ตระหนักได้ว่าหลี่มูไม่ใช่แค่นักเลงหัวไม้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ในสายตาของชาวบ้านซวงซี เขาได้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไปแล้ว !
"จะรับพวกท่านเข้ามา... มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้" หลี่มูลูบคาง มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย "แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง"
"เจ้าว่ามาได้เลย"
"ข้ากว้านซื้อภูเขาต้าหลงมาแล้ว เตรียมตัวจะสร้างป้อมค่ายไว้ด้านใน ในช่วงเวลานี้ พวกแรงงานจำเป็นต้องอาศัยนอนค้างแรมที่บ้านของพวกท่าน"
หลี่มูชี้มือไปทางบรรดาแรงงานสองร้อยกว่าคน การก่อสร้างภายในภูเขาต้าหลงต้องใช้เวลายาวนาน และในช่วงเวลานี้ เขาจำเป็นต้องแก้ปัญหาเรื่องที่พักอาศัยให้กับเหล่าแรงงานเสียก่อน
หมู่บ้านซวงซีตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา ซ้ำภายในหมู่บ้านก็ยังมีบ้านร้างว่างเปล่าอยู่ไม่น้อย หากนับรวมกับพื้นที่ในบ้านของชาวบ้านคนอื่นๆ ย่อมเพียงพอที่จะรองรับคนกว่าสองร้อยคนนี้ได้อย่างสบาย ๆ
"ไม่มีปัญหา ! " ชาวบ้านลังเลอยู่เพียงครู่เดียว ก็ตอบตกลงรับปากทันที
หลี่มูโบกมือ เป็นเชิงบอกให้เจียงหู่ทวนเงื่อนไขของตนให้ฟังอีกรอบ ชาวบ้านที่อายุตรงตามเกณฑ์จึงสามารถเข้าร่วมเป็นแรงงานได้อย่างราบรื่น ส่วนพวกที่อายุเกินเกณฑ์ ไม่ว่าจะอ้อนวอนอย่างไรก็ถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
เวลาผ่านไปไม่นาน การแจกจ่ายค่าจ้างก็เสร็จสิ้นลง
วันนี้เปิดรับแรงงานได้ทั้งสิ้น 267 คน จ่ายค่าจ้างล่วงหน้าไปรวม 80 ตำลึง
สำหรับหลี่มูผู้มีเงินทองในมือหลายหมื่นตำลึง เงินจำนวนแค่นี้ย่อมไม่ต่างอะไรกับขนร่วงเส้นเดียวของวัวเก้าตัว !
"ทุกท่านได้รับค่าจ้างกันครบแล้ว เช่นนั้นก็อย่ามัวชักช้าอยู่เลย พวกเราเดินทางเข้าภูเขากันเถอะ ก่อนฟ้าจะมืด พวกเราจะต้องถางทางเพื่อเปิดเส้นทางเข้าภูเขาให้กว้างขวางเสียก่อน" หลี่มูลุกขึ้นยืน ก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าสู่ภูเขาต้าหลง
ชายฉกรรจ์สองร้อยกว่าคนพกพาความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม มือถือขวาน เลื่อย และอุปกรณ์ต่าง ๆ เดินขบวนตามหลังไปอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร !