เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 499 ตำราในโลงศพ

ตอนที่ 499 ตำราในโลงศพ

ตอนที่ 499 ตำราในโลงศพ


ตอนที่ 499 ตำราในโลงศพ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ฮรู๊วว!

สัตว์ร้ายบินได้ขนาดใหญ่ได้เงยหน้าขึ้น มันได้เปิดจะงอยปากที่หนาและแหลมคมของมันขึ้นมา สัตว์ร้ายตัวนั้นได้ส่งเสียงร้องอย่างอึกทึก สัตว์ร้ายบินได้ตัวนี้มันดูคล้ายกับเหยี่ยวยักษ์ หน้าตาของมันดูไม่พอใจเท่าไหร่

เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นรถม้าลอยฟ้าถูกลากโดยสัตว์ร้ายที่บินได้แบบนี้ แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้บ่อยครั้ง

สัตว์ร้ายที่บินได้เช่นนี้ยากที่จะทำให้เชื่องได้ มันเป็นสัตว์ร้ายที่สามารถบ้าคลั่งได้อย่างง่ายดาย เมื่อสัตว์ร้ายสูญเสียการควบคุม พวกมันก็จะทำอันตรายให้กับมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์ร้ายตัวนี้ยังดูไม่ธรรมดา

หมิงซี่หยินเหลือบมองดูผู้คนทั้งห้าที่อยู่บนรถม้าลอยฟ้า หมิงซี่หยินที่สังเกตพวกเขาอยู่นานได้เริ่มต้นพูดขึ้น “ทูตจากรั่วหลี่อย่างงั้นเหรอ?”

“เป็นเกียรติจริงๆ ที่ได้พบ” หนวดของลานนีทูตแห่งรั่วหลี่กระตุก ตัวเขายิ้มให้ก่อนที่จะพูดต่อ “สหาย ในเมื่อเจ้าอยู่ใกล้กับภูเขาทอง เจ้าก็คงจะเป็นสหายจากศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นสินะ ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยชี้แนะพวกเราได้ ถ้าหากเจ้าเมตตาให้โอกาส ข้าจะรู้สึกขอบคุณเจ้าไปตลอด”

หมิงซี่หยินได้กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส “เจ้าพูดภาษาของพวกเราได้ดีเลยนิ”

“ที่ที่ข้าร่ำเรียนมามีการสอนภาษาของชาวดินแดนหยานน่ะ เพราะแบบนั้นข้าเลยได้เรียนรู้มา” ลานนีตอบกลับมา

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นไม่เข้าใจ ชาวรั่วหลี่บัดนี้กำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้ที่มณฑลเหลียง ทั้งสองดินแดนต่างก็ทำสงครามกันอยู่ แล้วทำไมชาวรั่วหลี่ถึงได้ส่งคนมายังศาลาปีศาจลอยฟ้าแทนที่จะส่งคนไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเขา คนที่ก่อเรื่องทั้งหมดกัน?

หมิงซี่หยินเกาหัวของตัวเอง ตัวเขามองไปยังผู้มาเยือนก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ...เจ้ากำลังพูดอะไรกัน? ข้าไม่เข้าใจเจ้าเลยสักนิด...” หลังจากนั้นหมิงซี่หยินก็บินกลับไป

“นี่เป็นสิ่งสำคัญ ได้โปรดคิดให้รอบคอบด้วย” ลานนีรีบตอบกลับมา

หมิงซี่หยินที่ลอยอยู่ในอากาศได้หันกลับมา “สำคัญอย่างงั้นเหรอ? สำคัญจนฟ้าถล่มเลยรึเปล่าล่ะ?”

“...” ลานนีพูดไม่ออก แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ได้ตอบกลับมา “ก็ไม่แน่”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรจะต้องกังวล” หมิงซี่หยินหันกลับไปก่อนที่จะปลดปล่อยสุดยอดเคล็ดวิชา หมิงซี่หยินได้หายตัวไปจากนั้นโดยใช้เวลาไม่นาน

ลานนีถูกทิ้งให้จ้องมองม่านพลังของภูเขาทองด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง ตัวเขาไม่ได้ดูโกรธ ในทางกลับกันลานนีเผยให้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าแทน “ข้าได้พบเจอกับผู้คนชาวดินแดนหยานมามากมาย แต่ข้าไม่เคยพบกับใครที่แปลกเหมือนเจ้านี่เลย ช่างน่าสนใจอะไรเช่นนี้”

“ท่านหัวหน้า พวกเราจะฝ่าม่านพลังไปเลยไหมครับ?” ลูกน้องคนหนึ่งของลานนีพูดขึ้น

“เจ้าเสียสติไปแล้วรึไงกัน? ที่นี่คือศาลาปีศาจลอยฟ้า พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้ ม่านพลังที่เห็นไม่ใช่ม่านพลังธรรมดา พวกเราคงไม่อาจฝ่าม่านพลังไปได้แน่”

“แล้วพวกเราควรทำยังไงดีครับ?”

“รอต่อไป”

...

ในบ่ายวันนั้น หมิงซี่หยินก็กลับมายังเชิงเขาอีกครั้ง ตัวเขาที่กลับมามองเห็นลานนีและคนอื่นๆ ยังคงรออยู่ที่เชิงเขา

เมื่อลานนีเห็นหมิงซี่หยิน ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นจึงรีบทักทาย “เจอกันอีกแล้วนะสหาย”

“พวกเจ้าตั้งใจแน่วแน่ดีนะ”

“พวกเราจะไม่ออกไปจากที่นี่จนกว่าจะได้พบกับปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า” ลานนีกังวลว่าหมิงซี่หยินจะหายตัวไปอีกครั้ง ตัวเขาที่คิดแบบนั้นจึงรีบพูดเสริมขึ้น “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับของอวตารดอกบัวเก้ากลีบ ได้โปรดช่วยส่งต่อข้อความของพวกเราด้วย”

ฮรู๊วว!

สัตว์ร้ายบินได้ส่งเสียงดังอีกครั้ง

พลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ? หมิงซี่หยินดูตื่นตัวขึ้นมาในทันที แต่ถึงแบบนั้นหมิงซี่หยินก็ยังไม่เห็นด้วยที่จะช่วยผู้มาเยือนในทันที “งั้นก็รอที่นี่ซะ” แทนที่หมิงซี่หยินจะเดินออกไป ตัวเขาเลือกที่จะหันหลังกลับแทน

เมื่อลานนีเห็นแบบนั้นตัวเขาก็รู้สึกมั่นใจ

ลูกน้องที่อยู่ไม่ไกลลานนีได้เริ่มต้นพูดขึ้น “ท่านหัวหน้า พวกเขาไม่ต้องการที่จะพบพวกเราแน่...”

“เขาจะต้องมา...ในโลกใบนี้ไม่มีผู้ฝึกยุทธคนใดไม่สงสัยเรื่องของพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ...แม้แต่ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น” ลานนีได้กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ

“แต่ข้าได้ยินมาแล้วว่าเขามีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบแล้ว แล้วทำไมเขาถึงต้องสนใจเรื่องนี้ด้วย?” ลูกน้องคนนั้นเอ่ยถาม

ลานนีวางมือไขว้หลังก่อนที่จะตอบกลับมา “ประการแรกถ้าหากเขาเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจริง เขาจะต้องคิดว่าตัวเป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบคนแรกของโลกแน่ คนแบบนั้นย่อมสนใจที่จะรักษาพลังอำนาจของตัวเองให้มากที่สุด เจ้าคิดว่าคนแบบนั้นจะทำยังไงหากมีผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบปรากฏขึ้นมาอีก?”

เมื่อลูกน้องคนนั้นได้ยิน ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย

“ส่วนประการที่สอง ถ้าหากเขาไม่ใช่ผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจริง นั่นก็หมายความว่าดินแดนหยานและศาลาปีศาจลอยฟ้าได้กุข่าวลือขึ้นมา นี่จะเป็นโอกาสที่จะทำให้พวกเราบุกยึดเมืองมณฑลเหลียงไปพร้อมกับชาวลั่วหลานได้”

ลูกน้องคนนั้นรีบทำความเคารพ “สมแล้วที่เป็นท่านหัวหน้า ช่างปราดเปรื่องอะไรเช่นนี้”

แม้จะพูดแบบนั้นก็ยังมีลูกน้องอีกคนพูดขึ้น “แล้วถ้าหากเขาเป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจริงๆ ล่ะ?”

ลานนีพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน “พลังอวตารของมนุษย์จะขึ้นอยู่กับรูปร่างของผู้ใช้ ถ้าหากการตัดดอกบัวทองคำช่วยให้ชาวยุทธมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบได้จริง ชาวรั่วหลี่อย่างพวกเราที่มีพลังอวตารเป็นรูปราชาหมาป่าย่อมที่จะได้เปรียบกว่าแน่นอน เมื่อช่วงเวลาแบบนั้นมาถึง...” ลานนีหยุดพูดชั่วขณะ “มันจะเป็นจุดเริ่มต้นในจุดจบของดินแดนหยานแห่งนี้”

ไม่นานนักก็มีใครบางคนลอยกลับมา หมิงซี่หยินเป็นผู้ที่บินกลับมานั่นเอง “อาจารย์ของข้ารออยู่ ขึ้นเขามาซะ”

ลานนีหันกลับมาก่อนที่จะเหลือบมองกล่องที่อยู่ในรถม้าลอยฟ้า “หยิบกล่องมาซะ”

“ครับ” ลูกน้องทั้งสี่ต่างก็เคารพตัวของลานนีมากยิ่งขึ้น

ชาวรั่วหลี่และชาวลั่วหลานต่างก็เป็นพันธมิตรกัน พวกเขาต่างก็ต่อสู้กับชาวดินแดนหยานในเขตพรมแดนมากว่าหลายครั้งแล้ว ไม่นานมานี้พวกเขาก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่มณฑลเหลียง หลังจากที่สำนักอเวจีพิชิตมณฑลเหลียงได้ ชาวลั่วหลี่ก็มองหาโอกาสที่จะบุกยึดเมืองมณฑลเหลียงมาโดยตลอด แต่เพราะการปรากฏตัวของผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ ทำให้แผนทั้งหมดที่ชาวรั่วหลี่มีต้องถูกระงับไว้

“เทียนกูว รออยู่นี่ซะ” ลานนีดีดนิ้วของตัวเอง ในตอนนั้นเองระหว่างนิ้วของลานนีก็ส่องแสงสว่างใส่หน้าผากของสัตว์ร้ายบินได้

เทียนกูวนอนลงอย่างเชื่อฟัง

หมิงซี่หยินส่ายหัว เห็นได้ชัดว่าสัตว์ร้ายตัวนี้มันเป็นนก แต่ทำไมชาวรั่วหลี่ถึงได้เรียกมันว่าเทียนกูว สุนัขในตำนานได้?

[เทียนกูว: สัตว์ในตำนานชาวจีน มีรูปร่างคล้ายสุนัข]

ผู้มาเยือนทั้งห้าถูกพาไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าโดยการนำทางของหมิงซี่หยิน

...

ครู่ต่อมาที่ห้องโถงใหญ่

ลู่โจวในตอนนี้นั่งรออยู่บนบัลลังก์อย่างสง่างามเรียบร้อยแล้ว

ลานนีทูตแห่งรั่วหลี่เดินเข้าไปในห้องโถงก่อนที่จะพูดออกมา “สวัสดีท่านปรมาจารย์ ข้ามีชื่อว่าลานนี เป็นทูตแห่งรั่วหลี่”

ผู้ติดตามอีกสี่คนโค้งคำนับให้

ลู่โจวเหลือบมองลานนี

ชื่อ: ลานนี โบน่าร์

เผ่าพันธุ์: ชาวรั่วหลี่

พลังวรยุทธ: ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา “พูดมาซะ เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

ลานนีโค้งคำนับอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ท่านปรมาจารย์ที่เคารพ ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบคนแรกของโลกยุทธภพ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเรามาพยายามมาเยี่ยมเยียนท่าน ถ้าหากเป็นไปได้ ชาวรั่วหลี่อย่างพวกเราปรารถนาที่จะอยู่อย่างสงบสุขกับชาวศาลาปีศาจลอยฟ้าน่ะ”

หมิงซี่หยินพูดออกมาอย่างสับสน “เจ้านี่กำลังพูดถึงอะไรกัน?”

ต้วนมู่เฉิงขมวดคิ้ว “อย่าพูดแทรก ปล่อยให้เขาพูดต่อซะ”

หมิงซี่หยิน “...”

ลานนีมองหาลู่โจวก่อนจะพูดต่อ “พวกเรามีของสองอย่างติดตัวมาฝากชาวศาลาปีศาจลอยฟ้า มันเป็นของที่มีไว้เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีกับชาวศาลาปีศาจลอยฟ้าและเป็นของที่จะใช้หารือเรื่องพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบกับท่าน”

ลู่โจวลูบเคราก่อนที่จะตอบกลับมา “ตอนนี้ไม่มียอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอยู่ในชาวรั่วหลี่อย่างงั้นสินะ?”

“ยังแน่นอน”

“แล้วเจ้าจะหารือได้ยังไงในเมื่อพวกเจ้ายังไม่มีผู้ที่มีพลังอวตารดอกเก้ากลีบน่ะ?”

“เอ่อ...” คำถามนี้ทำให้ลานนีพูดไม่ออก อันที่จริงแล้วทั้งสองฝ่ายสามารถที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ แต่มันจะเป็นการแลกเปลี่ยนได้ยังไงในเมื่ออีกฝ่ายไม่รู้อะไรเช่นนี้?

‘พวกชนเผ่าอื่นต้องการมาที่นี่ก็เพื่อที่จะยืนยันความจริงสินะ...’

ลานนีโค้งคำนับก่อนที่จะพูดต่อ “ได้โปรดฟังข้าก่อน ท่านปรมาจารย์”

“พูดมา”

“ข้ามาจากครอบครัวตระกูลโบน่าร์แห่งรั่วหลี่ เมื่อประมาณ 1,900 ปีก่อน ครอบครัวของข้าได้รับของอะไรบางอย่างมา” ลานนีพูดก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณ

เหล่าลูกน้องทั้งสี่ที่อยู่ด้านหลังรีบนำกล่องไปที่ด้านหน้า

ลานนีได้ชี้ไปยังกล่องใบนั้นก่อนจะพูดต่อ “นี่คือโลงศพ”

หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงขมวดคิ้ว

ต้วนมู่เฉิงที่เห็นแบบนั้นพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

เงาของหอกนับไม่ถ้วนได้แยกออกมาจากตัวของต้วนมู่เฉิงอย่างรวดเร็ว

ลานนีไม่คิดมาก่อนว่าชาวศาลาปีศาจลอยฟ้าจะโจมตีพวกเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเช่นนี้ ลานนีรีบถอยกลับไปเพื่อหลบการโจมตี

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

เงาหอกได้พุ่งเข้าใส่ลานนีราวกับพายุคลั่ง

ลูกน้องอีกสี่คนดูหวาดกลัว

วิชาหอกของต้วนมู่เฉิงดูแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด “ได้โปรดฟังข้าก่อน ท่าปรมาจารย์!” ลานนีรีบพูดออกมาในขณะที่ถอยกลับ เมื่อเห็นเงาหอกกำลังจะพุ่งเข้าใส่ตัว ลานนีก็รีบพูดเสริม “ที่โลงศพนั่นมีตำราเกี่ยวกับพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบอยู่!”

ตู๊ม!

ในที่สุดลานนีก็ถูกหอกโจมตี ลานนีตีลังกากลางอากาศก่อนที่จะหมุนตัวกลับไป หลังจากที่กระเด็นไปได้สักพักตัวเขาก็ได้กระแทกเข้ากับเสา หน้าอกของลานนีเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาเบิกกว้างในขณะที่จ้องมองต้วนมู่เฉิง ‘ทรงพลังจริงๆ !’

ต้วนมู่เฉิงตกใจกับทักษะการป้องกันของชาวรั่วหลี่เช่นกัน แม้แต่พลังการป้องกันของฮั๊ววู่เด๋ายังไม่อาจป้องกันการโจมตีนี้ได้ง่ายๆ แต่ชายคนนี้สะดุดถอยหลังกลับไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

“พอได้แล้ว” ลู่โจวโบกมือของตัวเอง

ต้วนมู่เฉิงที่ได้ยินแบบนั้นรีบคารวะก่อนที่จะเดินกลับไปที่ด้านข้าง

ลู่โจวมองดูลานนีก่อนจะพูดอย่างเยือกเย็น “เอามันมาให้ข้า”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 499 ตำราในโลงศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว